<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111863</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 17:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 08:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีวีรับเทรนด์โลกลดปล่อยคาร์บอน  GPSCคิกออฟรง.แบตเตอรี่มุ่งสู่พลังงานสะอาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกทั้งในด้านพลังงานที่อยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานฟอสซิล ไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนมากยิ่งขึ้น เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ โดยประเทศส่วนใหญ่ในโลกได้ให้ความสำคัญกับการตั้งเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนให้เหลือศูนย์ในปี พ.ศ.2593 ขณะที่รัฐบาลได้เร่งผลักดันแผนพลังงานแห่งชาติ โดยมุ่งเน้นการกำหนดเป้าหมายในการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ให้สอดรับกับทิศทางด้านพลังงานของประเทศอื่นๆ ทั่วโลก และที่สำคัญต้องสอดรับกับเป้าหมายการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ยานยนต์ไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle (EV-อีวี) จึงถือเป็นตัวเลือกสำคัญ ซึ่งปัจจุบันเราจะเห็นได้ชัดว่ามีการใช้รถอีวีตามท้องถนนมากยิ่งขึ้น ซึ่ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่ากำลังการผลิตรถอีวีโลกน่าจะพุ่งแตะ 22.7 ล้านคันในปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันในตลาดรถอีวีที่ตามมาว่าน่าจะมีแนวโน้มทวีความเข้มข้นยิ่งขึ้นในระยะข้างหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศไทยนั้น นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) กล่าวว่า แนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ของประเทศ โดยพุ่งเป้าไปสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก มีเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์นั่งและรถกระบะทั้งสิ้น 725,000 คัน ประเภทรถจักรยานยนต์จะมีการผลิตทั้งสิ้น 675,000 คัน คิดเป็น 30% ของการผลิตในปี 2573 รวมถึงการผลิตแบตเตอรี่เพื่อตอบสนองการผลิตในประเทศด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกที่จะนำพาประเทศไทยเข้าสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต ดังนั้นเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle หรือ BEV) ถือว่ามีประสิทธิภาพใกล้เคียงรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรมให้รองรับการเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าหรือรถอีวี จึงเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลต้องสนับสนุนให้เกิดขึ้น ซึ่งที่ผ่านมากำหนดให้อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อจูงใจให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมผลักดันเศรษฐกิจ ดังนั้นการเปิดโรงงานผลิตแบตเตอรี่ที่ทันสมัยในภูมิภาคเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยรักษาจุดยืนการเป็นผู้นำฐานการผลิตยานยนต์ในภูมิภาค และต่อยอดเปลี่ยนผ่านตัวเองเข้าสู่เทคโนโลยีการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่ได้เร็วขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ผ่านมา บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ หรือ GPSC เปิดโรงงานผลิตหน่วยกักเก็บพลังงาน (แบตเตอรี่) ด้วยเทคโนโลยีเซมิโซลิดแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน ตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานกรรมการ GPSC กล่าวว่า โรงงานแบตเตอรี่แห่งนี้ถือเป็นแห่งแรกของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย กำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ชั่วโมง (MW) ด้วยทุน 1,100 ล้านบาท และในอนาคตจะขยายขึ้นเป็น 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง (GWh) ต่อปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;โรงงานแห่งนี้จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับอุตสาหกรรมด้านพลังงานของไทยที่จะมุ่งไปสู่ทิศทางพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมใหม่ในอนาคต เพื่อนำมาสู่ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนแนวทางการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (net zero emission) ตามเป้าหมายของรัฐบาล&amp;quot; นายไพรินทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้าน นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ GPSC กล่าวว่า ตามเป้าหมายของ GPSC ที่จะมีกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอยู่ที่ 8,000 เมกะวัตต์สำหรับเป้าหมายการจัดตั้งโรงงานแบตเตอรี่แห่งนี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบพลังงานทดแทน &amp;nbsp;ด้วยนวัตกรรมการผลิตแบตเตอรี่เซเซมิ-โซลิด ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการผลิตของบริษัท 24 เอ็มเทคโนโลยี จากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งบริษัทได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการผลิตและจัดจำหน่าย โดยโรงงานดังกล่าวจะผลิตจีเซลล์ (G-Cell) แบบลิเทียมไอรอนฟอสเฟต ที่มีจุดเด่นในเรื่องความปลอดภัยในการใช้งานสูง และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า รวมทั้งยังสามารถรีไซเคิลได้ง่ายเมื่อแบตเตอรี่หมดอายุการใช้งาน จึงเป็นแบตเตอรี่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวัฒน์ กล่าวว่า ลูกค้าหลักของบริษัทนั้นเป็นกลุ่ม ปตท. กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (SME) รวมไปถึงผู้ประกอบการที่ต้องใช้แบตเตอรี่เป็นส่วนประกอบของสินค้า โดยในระยะแรกจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้ผลิตและใช้งานระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) และยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ด้วยลักษณะการใช้งานที่เหมาะสมกับจุดแข็งของจีเซลล์แบบลิเทียมไอรอนฟอสเฟต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนการดำเนินงานครั้งนี้จะเสริมสร้างความพร้อมด้านพลังงานให้กับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้า การเพิ่มขึ้นของการผลิตและใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ฯลฯ ซึ่งจะสร้างศักยภาพการแข่งขันให้กับประเทศ และเสริมคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนคนไทยตามนโยบายรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวัฒน์ กล่าวว่า บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาและพิจารณาแผนการลงทุนในโรงงานผลิตแบตเตอรี่ขนาดกิกะสเกล (Giga-scale) โดยมีแผนขยายกำลังการผลิตเป็น 1 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปีใน 2 ปีข้างหน้า และขยายเป็น 5 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปีใน 5 ปีข้างหน้า ก่อนขยายสู่กำลังการผลิต 10 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปีใน 10 ปี คาดว่าจะใช้เงินลงทุน 30,000 ล้านบาท ส่วนพื้นที่สำหรับตั้งโรงงานดังกล่าวได้ภายในปี 2565 เบื้องต้นศึกษาพื้นที่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และใกล้โรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เนื่องจากลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกำลังการผลิตแบตเตอรี่ 30 เมกะวัตต์แรกนั้น จะผลิตป้อนความต้องการในประเทศเป็นหลัก เบื้องต้นหาเทียบเท่าความสามารถในการป้อนรถตุ๊กๆ ได้ 3,000 คัน หรือรถบัส 150 คันต่อปี โดยในอนาคตมีแผนส่งออกแบตเตอรี่ด้วย
เดินหน้าโรงงานผลิตแบต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ หรือ EA หนึ่งในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร ได้เดินหน้าโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนที่ดำเนินการภายใต้บริษัทย่อยชื่อ บริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ ATT ระยะที่ 1 ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิต 1 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดสอบการทำงานของเครื่องจักรทั้งระบบ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มการผลิตจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในระยะแรกจะจำหน่ายแบตเตอรี่ไปยังกลุ่มธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าภายในกลุ่มของบริษัท เช่น รถบัสไฟฟ้า และเรือไฟฟ้า หลังจากนั้นจะทยอยเพิ่มกำลังการผลิตส่วนถัดไป เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของตลาด นอกจากนี้ บริษัทได้เตรียมความพร้อมโดยจัดตั้งบริษัท ศูนย์ทดสอบแบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ จำกัด หรือ BEV เพื่อใช้ในการวิจัยและพัฒนา และให้บริการทดสอบและรับรองคุณภาพของแบตเตอรี่ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ของยานยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น โดยบริษัทดังกล่าวได้ดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111863</URL_LINK>
                <HASHTAG>บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ หรือ GPSC, บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (EA), พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยานยนต์ไฟฟ้า, รถบัสไฟฟ้า, วรวัฒน์ พิทยศิริ, โรงงานผลิตหน่วยกักเก็บพลังงาน (แบตเตอรี่), ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210801/image_big_610677ab954c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหรียญสองด้าน ในสงครามโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าอยู่กับความกลัว จนรบชนะโควิด แต่แพ้สงคราม ศก. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อ 13 ส.ค. เห็นชอบการจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ จากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ) หรือ ศบศ. โดยให้มีคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการบริหารเศรษฐกิจ ภายใต้การบริหารของศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ ที่มี ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี-อดีต รมช.คมนาคม เป็นประธาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การออกนโยบายและมาตรการต่างๆ เพื่อพยุงและกอบกู้เศรษฐกิจที่กำลังทรุดหนักจากผลพวงโควิด-19 ซึ่งผลักดันออกมาจากที่ประชุม ศบศ. และนำเข้าสู่ความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี พบว่ามีการทยอยออกมาตามลำดับ เช่น มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว การใช้จ่ายเงินในประเทศ เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานคณะอนุกรรมการ วิเคราะห์และเสนอแนะมาตรการบริหารเศรษฐกิจในระยะปานกลางและระยะยาว และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการบริหารเศรษฐกิจ ภายใต้ ศบศ. กล่าวถึงการเสนอมาตรการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อพลิกฟื้นเครื่องยนต์เศรษฐกิจของประเทศไทยหลังจากนี้ โดยเน้นย้ำว่า เรื่องการต่อสู้กับสงครามไวรัสโควิดของประเทศไทย เป็นเรื่องน่ายินดีที่ประเทศไทยไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศมานานแล้ว แต่ทุกอย่างต้องมี &amp;quot;เหรียญสองด้าน&amp;quot; เพราะการใช้มาตรการแบบเข้มข้น เช่น การล็อกดาวน์ประเทศ ก็ทำให้เกิดผลกระทบกับคนจำนวนมาก โดยเฉพาะประชาชนในระดับฐานราก จึงเห็นว่าเราต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของความสำเร็จของเราเอง โดย ต้องไม่ชนะในการรบ แต่แพ้สงคราม คือชนะในการรบกับโควิด แต่แพ้สงครามเศรษฐกิจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มุมมองดังกล่าวเกิดจากอะไร ไพรินทร์-ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการบริหารเศรษฐกิจ ภายใต้ ศบศ. อธิบายความไว้ว่า ในโลกนี้มีวิธีสู้ไวรัสโควิดอยู่ 2 วิธี วิธีหนึ่งเราเรียนรู้จาก &amp;quot;จีน&amp;quot; เพราะจีนเป็นประเทศที่รัฐบาลควบคุมได้ทุกอย่าง เมื่อเกิดปัญหาเรื่องโควิด สิ่งที่จีนทำคือล็อกดาวน์ทุกอย่าง โลกเลยได้เรียนรู้วิธีหนึ่งคือการจะสู้กับเชื้อโรคคือต้องล็อกดาวน์ ซึ่งจีนก็เอาอยู่จริงๆ และก็มีอีกหนึ่งวิธี คือกลุ่มประเทศบางกลุ่มบอกว่า เชื้อโรคต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน ก็สู้กับเชื้อโรคไป โดยไม่ต้องล็อกดาวน์ ที่มีให้เห็นในประเทศอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สวีเดน ที่ไม่ได้ complete lockdown ทั้งประเทศ เมื่อผ่านไป 4 เดือน เมื่อมาดูกันว่า ใครควบคุมโรคได้ดีกว่า ก็ดูเหมือนว่าประเทศที่ล็อกดาวน์แรงๆ อย่างจีนกับไทยทำได้ดีมาก ส่วนที่ไม่ล็อกดาวน์อย่างญี่ปุ่น ยังติดโควิดวันละสองร้อยคนอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จีดีพีติดลบ เงินหาย 1.5 ล้านล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไพรินทร์ กล่าวต่อไปว่า เมื่อเรามาคิดดูจริงๆ ว่า เรามีความสามารถที่จะชนะไวรัสหรือไม่ คำตอบคือ &amp;quot;ไม่มี&amp;quot; เพราะไวรัสเกิดมาคู่กับสิ่งมีชีวิต ไวรัสกระตุ้นให้สิ่งมีชีวิตมีวิวัฒนาการ เหมือนกับให้มีการเอาชนะกัน ดังนั้นไวรัสกับสิ่งมีชีวิตมันเหมือนผีกับโลง คือมันขาดกันไม่ได้ เพราะหากขาดไปอันหนึ่ง ก็จะหยุดวิวัฒนาการ เราก็พยายามสร้างภูมิต้านทานมาเพื่อเอาชนะมัน ซึ่งความคิดของกลุ่มคนที่มองว่าไม่ควรต้องถึงกับล็อกดาวน์ แต่ปล่อยให้เป็นได้บ้าง แต่ให้อยู่ในระดับที่รับกันได้ เพื่อให้เกิดภูมิต้านทานหมู่ เพราะยังไง ก็ต้องอยู่กับมันตลอดไป ซึ่งเราพ้นจุดนั้นมาแล้วกับการมาเถียงกันว่าวิธีการไหนดี วิธีการไหนไม่ดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยหากไปดูประเทศที่ล็อกดาวน์ เมื่อไปดูตัวเลขจีดีพี จะพบว่าใน quarter ที่หนึ่ง จะไม่ค่อยมีอะไร เพราะส่วนใหญ่เริ่มพบปัญหาการแพร่เชื้อโควิดกันตอนเดือนมีนาคม แต่พอเข้าสู่ quarter ที่สองจะพบว่าจีดีพีจะตกลงมาในระดับติดลบมากมาย ส่วน quarter ที่สาม เรายังไม่รู้ ซึ่งจากตัวเลขจะพบว่าจีดีพีของประเทศไทยติดลบมากที่สุดประเทศหนึ่ง โดย quarter ที่สองเมื่อเทียบกับ quarter ที่สองของปีที่แล้ว 2562 เราติดลบไป 12.2 เปอร์เซ็นต์ มีคนบอกว่า ทั้งปี 2563 จีดีพีเราน่าจะติดลบ 8-10 เปอร์เซ็นต์ ที่ล่าสุดเวิลด์แบงก์ออกมาบอก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อไปดูตัวเลขจีดีพีที่บอกว่าติดลบ 8-10 เปอร์เซ็นต์ พบว่าปีที่แล้ว 2562 จีดีพีประเทศไทยคิดเป็นมูลค่า 17 ล้านล้านบาท ซึ่งหากหายไป 10 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับหายไป 1.7 ล้านล้านบาท แต่หากหายไป 8 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับ 1.5 ล้านล้านบาท เดิมในอดีตจีดีพีประเทศไทยเราโตประมาณ 3-5 เปอร์เซ็นต์ กว่าเราจะสะสมได้ 1 ล้านล้านบาท ใช้เวลาสะสมหลายปี แต่เราใช้เวลาล็อกดาวน์แป๊บเดียว หายไปหมดเลย ปีเดียว แล้วเราก็เป็นประเทศที่มีจีดีพีติดลบมากที่สุดในอาเซียนจากตัวเลขของเวิลด์แบงก์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ....ผมกำลังบอกว่า สิ่งที่เราได้มากับการที่เราไม่พบคนติดเชื้อภายในประเทศไทยเลยเป็นเวลาร้อยกว่าวัน คือการที่เราเสียจีดีพีไปประมาณ 1.5 ล้านล้านบาทเป็นอย่างน้อย ประเทศไทยเราเหมือนกับตึกแห่งหนึ่ง ที่ก่อนหน้านี้เวลาเราเจอปัญหาเศรษฐกิจ เราก็จะบอกว่า เช่น มีฟองสบู่ อสังหาริมทรัพย์ เราไม่มีวินัยการเงินการคลัง แต่บ้านเรางวดนี้ ตึกนี้ยังอยู่ดีๆ แต่เราล็อกดาวน์มันไปเฉยๆ เพราะเราอยากกำจัดเชื้อโรค พอล็อกดาวน์ไป เศรษฐกิจมันเริ่มยุบตัว โดยน้ำหนักมันจะกดอยู่ที่ชั้นล่างสุด แล้วมันจะเริ่มค่อยๆ พัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ดังนั้นเวลามันเริ่มพังจากชั้นล่างสุด ก็อย่างที่เห็นตอนนี้ที่มีคนในภาคอุตสาหกรรมโรงแรม ที่มีเป็นแสนคน ที่ไม่มีงานทำ แต่คนชั้นบนตึกไม่รู้สึก ถามว่าอย่าง &amp;quot;ข้าราชการ&amp;quot; รู้สึกไหม ทุกคนที่นั่งอยู่ใน ศบค.รู้สึกไหม ก็เขาก็ยังได้เงินเดือนเท่าเดิม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ปิดประเทศนาน เสียความเป็นฮับทางการบิน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไพรินทร์-ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า เพราะฉะนั้นที่มีคนบอกกันว่า หากจะล็อกดาวน์รอบสอง หากมีการระบาดรอบสอง แต่ท่านรู้ไหมว่า เราล็อกดาวน์ไปรอบแรก เราหมดไป 1.5 ล้านล้านบาท แล้วถามว่าตอนนี้เราคลายล็อกดาวน์ยัง เราดูเหมือนคลาย แต่ถ้าดูตัวเลขจีดีพีใน quarter ที่สาม เขาคาดกันว่าจะติดลบอยู่ที่ 8 เปอร์เซ็นต์กว่าๆ คนอาจสงสัยว่าทำไมจีดีพีไม่กลับมาเหมือนตอน quarter แรก ซึ่งมันไม่ได้ เพราะการล็อกดาวน์ที่สำคัญคือการ ปิดประเทศ ซึ่งเรายังปิดอยู่ ไม่ให้ใครเข้า ใครออก แต่เมืองนอกเขาบินกันแล้ว อย่างในยุโรปก็เปิดการบินตามปกติ และระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาก็มีเที่ยวบินแล้วกำลังเพิ่มเที่ยวบินด้วย แต่ของไทยเราปิดโดยสิ้นเชิง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องนี้ถ้าไม่พูดเป็นตัวเลข คนอาจไม่รู้สึก ปี 2562 ที่ผ่านมา ที่บอกว่ามีคนมาเที่ยวเมืองไทย 40 ล้านคน ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยว 3 ล้านล้านบาท โดย 2 ล้านล้านบาทมาจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ส่วน 1 ล้านล้านบาท พวกเราคนไทยเที่ยวกันเอง&amp;nbsp; พอเราปิดสนามบินโดยเด็ดขาด 2 ล้านล้านบาท ก็หายไปแล้ว ส่วน 1 ล้านล้านบาท จะเหลือเท่าไหร่ยังไม่รู้ ที่ผ่านมาก็มีความพยายามออกมาตราการ-แคมเปญต่างๆ เพื่อเพิ่มเรื่องการท่องเที่ยวภายในประเทศ แต่จะเพิ่มให้ตายยังไงก็ยังอยู่ใน 1 ล้านล้านบาท แต่ 2 ล้านล้านบาทก็หายไป จึงเป็นคำตอบว่าทำไมจีดีพีเราจะไม่กลับมา เพราะเราปิดของเราเอง 2 ล้านล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะนี้เดือนตุลาคมที่เข้าสู่ช่วง High Season แล้ว ถ้าเรายังไม่เปิดประเทศในอีกสองเดือน มันก็จะพ้นธันวาคม-มกราคมปีหน้า ถึงตอนนั้นเปิดประเทศไปก็ไม่เกิดประโยชน์ เพราะเข้าสู่ช่วง low season ก็ต้องไปรอปีหน้า เพราะหน้าร้อนไม่มีคนเข้ามาอยู่แล้ว และการที่เราปิดประเทศ สนามบินสุวรรณภูมิ-สนามบินดอนเมือง ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เราเป็น Hub ของการบินในเอเชียอาคเนย์ เพราะหากบินมาจากฝั่งแปซิฟิก จีน-ญี่ปุ่น จะไปยุโรป ก็ต้องมาจอดที่ไทย และหากมาจากฝั่งยุโรปจะข้ามไปฝั่งอเมริกา ก็ต้องมาจอดที่นี่ แต่ว่าเราปิดมา 4-5 เดือนแล้ว ความเป็น Hub ของการบินจะเสียไป เพราะก็มีสนามบิน Changi ที่ยกมือใหญ่เลยบอกว่า ให้มาที่นั่น หรือแม้กระทั่งฮานอย ซึ่งการเสียการเป็น hub ของการบิน ผมมีตัวอย่างหนึ่งที่ชัดเจนเลยว่า ญี่ปุ่น สนามบินนาริตะ เพิ่งเสียความเป็น hub ของการบินไปสหรัฐอเมริกาให้กับสนามบินนานาชาติอินชอน เกาหลีใต้ เพราะตอนนี้เวลาเราจะไปสหรัฐ ไปเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินอินซอนสะดวกมาก กลางคืนก็บินได้ แต่นาริตะ สามทุ่มถึงหกโมงเช้าบินไม่ได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ความเป็น Hub ของการบิน หากเราจะปิดประเทศ เราจะรักษาพรหมจรรย์ ไม่ให้มีคนติดเชื้อ ก็ปิดไปสิ แต่เผลอๆ Hub ของการบินอาจจะหลุดจากประเทศไทย&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไพรินทร์-ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการบริหารเศรษฐกิจ ภายใต้ ศบศ. ย้ำแนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ตอนนี้ทุกวันคือเรากำลังลงระดับไมโคร เพราะหากเราไม่ลงระดับไมโคร เราจะเห็นว่าในอดีต เราใช้ทฤษฎีมหภาค บน Concept หัวรถลาก ที่หากหัวรถจักรแรงดีๆ ก็จะลากฐานรากไปได้ด้วย&amp;nbsp; ก็หมายถึงเราให้บริษัทขนาดใหญ่เป็นคนทำให้เจ้าสัวช่วย แต่เราจะเห็นว่าพอทำไปเรื่อยๆ หนึ่งเปอร์เซ็นต์ของบริษัท มียอดขายอยู่ 70 เปอร์เซ็นต์ คือหัวรถจักรได้มากกว่าเพื่อนเลย แต่ที่อยู่ส่วนหางได้น้อย แต่ตอนนี้เราจะใช้วิธีการลงไปที่ระดับรากหญ้าเลย โดยการทำงานของ ศบศ.ที่เสนอมาตรการทางเศรษฐกิจที่เมื่อเสนอไปแล้ว พอผ่านความเห็นชอบจาก ครม.ก็จะไปสู่การปฏิบัติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...อย่างเช่น โครงการออกกันคนละครึ่ง ที่มีการให้เงินใช้จ่ายคนละไม่เกิน 3,000 บาท ให้รวม 10&amp;nbsp; ล้านคนถึงสิ้นปี เป็นต้น บนหลักการคือเราพยายามปั่นเศรษฐกิจในระดับล่างสุดเลย เพราะคนล่างสุดคือคนที่เดือดร้อนที่สุด เวลาเราบอกว่าเอสเอ็มอีแย่ แต่ที่แย่จริงๆ คือคนที่ต่ำกว่าเอสเอ็มอี ถ้าจะช่วยเอสเอ็มอีให้รอดต้องช่วยคนที่อยู่ต่ำกว่าเอสเอ็มอีให้เขารอด ก็คือพวก หาบเร่แผงลอย ดังนั้นออกกันคนละครึ่งก็คือออกกันคนละ 150 บาท ออกทุกวันให้ไปซื้อของที่หาบเร่แผงลอย ดังนั้นคนทำงานถึงตอนพักเที่ยงออกไปกินข้าวก็จ่ายไป 150 บาท แล้วเขาก็จ่ายเองอีก 150 บาท ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ทุกวันถึงสิ้นปี ก็ทำให้คนในระดับล่างสุดจะขยับ คนที่เขาหาบเร่แผงลอยเงินผ่านมือวันหนึ่ง 300-500 บาท กำไรก็ยังดี ขาดทุนก็ไม่เป็นไร แต่มีเงินหมุนทุกวัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเราเห็นจีดีพีของประเทศใน quarter 2 อยู่ที่ติดลบ 12 เปอร์เซ็นต์ ส่วน quarter 3 ต้องรออีกเดือนกว่า ซึ่งสำหรับ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ที่ประกาศออกมาแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะได้ใช้หรือไม่ เพราะสมมุติว่าหากเศรษฐกิจมันแย่ลงเรื่อยๆ ภาพความจริงของปี 2564 ก็จะไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.งบฯ 2564 เพราะยังไม่รู้เลยว่ารัฐจะเก็บภาษีได้แค่ไหน เมื่อเป็นแบบนี้ก็เหมือนกับคนไข้อยู่ตรงนี้&amp;nbsp; เขากำลังวิ่งไปปีหน้า โดยรถที่นำไปส่งเพื่อไม่ให้หัวใจหยุดเต้นระหว่างทาง เราก็ชอร์ตไฟไปด้วยเพื่อที่อย่างน้อยเวลาคนไข้ไปถึงมือหมอหัวใจยังเต้นอยู่ ก็หมดหน้าที่ของ ศบศ.แล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไพรินทร์ กล่าวต่อไปถึงการแก้ปัญหาให้ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรมว่า เครื่องยนต์เศรษฐกิจที่มีอยู่ประมาณ 4-5 ตัวอย่างที่เรารู้กัน เช่น นำเข้า-ส่งออก, การลงทุนภาครัฐ, การลงทุนภาคเอกชน, การท่องเที่ยว แต่ตอนนี้เครื่องยนต์เหลืออยู่ตัวเดียวคือการลงทุนภาครัฐ เราจะให้เครื่องยนต์นี้หยุดไม่ได้ แล้วขณะเดียวกันเราก็ต้องไปจุดเครื่องยนต์ที่เป็นการลงทุนภาคเอกชน การท่องเที่ยว เราก็เลยมีการเสนอให้อนุมัติโครงการเร่งด่วนหลายเรื่อง ที่หลายโครงการเดิมมีการทำไว้อยู่แล้วแต่อาจติดปัญหาต่างๆ เช่นเรื่องการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทาง ศบศ.เราก็พยายามทะลวงให้ ทั้งหมดก็มีประมาณ 20-30 โครงการ เสนอเข้าไปแล้วผ่านหมด จากนี้ก็จะมีกรรมการคอยติดตามการดำเนินงานต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ก็คือมีความเห็นว่าเราควรต้องเปิดประเทศให้มากกว่าปัจจุบัน?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือมันต้องค่อยๆ ทดลอง ตอนช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน สถานการณ์ตอนนั้นน่ากลัวมากที่พบผู้ติดเชื้อแต่ละวันจำนวนมาก จนมีการตั้ง ศบค.ที่ตอนนั้นเป้าหมายคือไม่ต้องการให้มีผู้ป่วยเกินขีดความสามารถของระบบสาธารณสุขของประเทศไทย เช่นวันละไม่เกิน 200 คน แต่ของเราทำดีมาก จนถึงพฤษภาคมผู้ติดเชื้อในประเทศเป็นศูนย์ ทำให้ target คือต้องรักษาตัวเลขนี้ไว้ให้เป็นศูนย์ ก็บอกกันว่าการ์ดอย่าตก ทีนี้เราก็มาถามกันว่าการไม่พบคนติดโรคเลยดีไหม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -มีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันระหว่าง ศบค.กับ ศบศ.ในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่มี แต่เราต้องบอกกับทุกคนว่า การที่เรามีตัวเลขไม่พบผู้ป่วย ตัวเลขเป็นศูนย์ เราแลกกับอะไร&amp;nbsp; แลกกับเศรษฐกิจ 1.5 ล้านล้านบาท เทียบเป็น 8 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี เวลาเราไม่พูดทำให้คนที่ตัดสินใจและพูดเรื่องล็อกดาวน์ พูดเสร็จก็ออกไปกินข้าวตอนเที่ยง แล้วคิดว่าไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย ซึ่งจริงๆ มันไม่ใช่เพราะคนข้างล่างกำลังจะตาย ก็ต้องยอมรับความจริง แต่หากทุกคนบอกว่าคุ้มผมก็ไม่ว่าอะไร&amp;nbsp; แต่ถ้าเราบอกว่าไม่ได้ หากอยู่กันต่อไปแบบนี้จะอยู่ได้อีกไม่นาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พวกหมอเขาบอกว่าภูมิคุ้มกันหมู่ หรือ herd immunity ขึ้นไปถึง 20&amp;nbsp; เปอร์เซ็นต์แล้ว ที่หมายถึงจะไม่มีการระบาดใหญ่ได้ แต่ถ้า Herd Immunity ขึ้นไปถึง 50-60 เปอร์เซ็นต์ การระบาดจะหยุด ซึ่งเรื่องนี้แพทย์เคยบอกเราตั้งนานแล้ว แต่เพราะว่าเขายอมให้มีการระบาด แต่ของไทยเรา virgin มากเลย ไม่ยอม แต่เราต้องอย่าลืมว่าประเทศที่สำเร็จอย่างเราน้อยลงเรื่อยๆ เหลือเรากับนิวซีแลนด์ แต่ที่อื่นก็ติดกันไปมา และกำลังจะเหมือนกันหลายประเทศ คือเริ่มเปิดให้มีการบินระหว่างประเทศกันแล้ว อย่างที่ยุโรปก็ให้บินกันตามปกติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;อ้าวแล้วเราจะเอาแบบไหน เราจะเหลือไข่แดงเล็กลงๆ แล้วเราก็ไม่ติดเชื้อ ความน่ากลัวก็คือ ปัจจุบันนี้หมอไทยแทบไม่ได้รักษาคนไข้แล้ว เพราะไม่มีตัวอย่าง ไม่มีคนไข้ ไม่มีเชื้อ โรงพยาบาลที่มีอยู่ 2 หมื่นเตียงก็ไม่ได้ใช้มากี่เดือนแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ที่ผ่านมาก็มีหมอหลายคนก็ไม่เห็นด้วยพอคุยเรื่องนี้ ซึ่งผมก็ไม่ว่าอะไร แต่ท่านอย่าลืมว่า บางท่านพูดเสร็จแล้วก็ออกไปกินข้าวเที่ยง ชีวิตข้างหน้าเหมือนปกติมาก แต่เขาไม่รู้ว่าตึกข้างหน้ามันกำลังจะถล่ม แล้วรัฐบาลกู้มา 1 ล้านล้านบาท จะใช้ได้อีกกี่เดือน ถ้าเงินหมดแล้วจะทำอย่างไร&amp;quot; ไพรินทร์ระบุ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...เราถึงเสนอให้แง้มออกมาบ้าง เช่นให้เข้ามาแล้วอยู่แบบ Long Stay เพราะเราต้องเข้าใจว่าอย่างปัจจุบันเรามีเครื่องช่วยหายใจเป็นหมื่นเครื่องที่ไม่ได้ใช้ เพราะตอนนี้มียาที่กินแล้วไม่ต้องไปถึงจุดนั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ก็ต้องไปคุยถึงปัญหาด้านเศรษฐกิจดังกล่าวกับแพทย์ที่นั่งอยู่ใน ศบค.?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราก็คุยกับทุกคน ผมกำลังบอกว่าเราเป็นประเทศที่น้อยลงเรื่อยๆ ที่เป็นแบบนี้ (ไม่พบผู้ติดเชื้อ)&amp;nbsp; แล้วเราจะไม่ติดต่อกับชาวบ้านที่อื่นแล้วใช่ไหม หรือยังไง คือหากติดลบไปอีก 10 เปอร์เซ็นต์สัก 2-3&amp;nbsp; quarter ประเทศไทยเราจะถอยหลังไปเยอะมาก คือทุกอย่างในโลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรี แต่ก็ต้องยึดแนวทางของพระพุทธเจ้าคือทางสายกลาง แต่ตอนนี้เราสุดโต่งอยู่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องผลกระทบทางเศรษฐกิจ เราเชื่อว่าแย่สุดคือ quarter 2 แต่ก็พบว่ามีประเทศหนึ่งที่แปลกมากคือจีน ที่ล็อกดาวน์แล้วแต่ตัวเลขเศรษฐกิจก็ยังขึ้นมา เพราะจีนเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ รัฐบาลสั่งได้&amp;nbsp; ตอนนี้จีนทำทุกอย่างเพื่อปั่นเศรษฐกิจ แจกตั๋วดูหนังยังทำเลย ซึ่งเราก็พยายามทำแบบนั้น แต่ของเราเป็นประเทศประชาธิปไตย ไม่สามารถแจกได้ทุกอย่างแบบจีน แต่ที่ทุกคนอยากได้แบบประเทศจีนคือ เศรษฐกิจที่พอมันลงสุดแล้ว มันขึ้นมาเป็นตัววี เรื่องนี้ต้องไม่ใช่แค่เห็นภาพข้างเดียวของเหรียญ การควบคุมการติดเชื้อเป็นข้างเดียวของเหรียญ แต่มันมีอีกด้านของเหรียญที่เศรษฐกิจของประเทศมันดิ่งลงลึกขนาดไหน เราต้องเสนอข้อมูลให้เห็นแล้วมาตัดสินใจร่วมกันว่าจะเอาไหมค่อยๆ มาฟื้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp; เราจะปล่อยให้คนย้ายกลับถิ่นฐานโดยไม่มีงานทำเป็นแสนๆ คนได้อย่างไร ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีใครพูด แต่ ศบศ.ก็จะนำเสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -การนำเสนอข้อมูลพวกนี้ปัญหาอุปสรรคอยู่ที่ไหน?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็ต้องทำความเข้าใจ ต้องทำให้คนเข้าใจก่อนว่ามันมีเหรียญสองด้าน ที่ผ่านมาเราดีใจ ผมใช้คำพูดที่ว่า เราต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของความสำเร็จของเราเอง และ เราต้องไม่ชนะในการรบ แต่แพ้สงคราม คือชนะในการรบกับโควิด แต่แพ้สงครามเศรษฐกิจ เพราะว่ามันมีเหรียญสองด้าน ศบศ.ก็มาทำหน้าที่ช่วงสั้นๆ มาพูดให้คนเข้าใจ ก็บอกว่าเอาละ ผมไม่ได้บอกว่าให้เปิดประเทศร้อยเปอร์เซ็นต์พรุ่งนี้ แต่ผมจะบอกว่าเราต้องค่อยๆ แง้มดีไหม เราอย่าอยู่กับความกลัว เราสร้างจนเกิดความกลัว อย่างกรณีทหารอียิปต์ที่ระยอง หรือต้องมีคนออกมาพูดว่าติดเชื้อได้ แต่อย่าบอกขนาดต้องศูนย์เลย ติดเชื้อได้แต่ต้องไม่เกินการดูแลของระบบสาธารณสุข อย่างที่ญี่ปุ่นก็ติดเชื้อกันวันละ 200-300 คน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -คนที่ไม่ยอมตัดสินใจหรือคัดค้านข้อเสนอของ ศบศ. คือคนจากกระทรวงสาธารณสุขหรือว่าตัวนายกฯ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมไม่ขอพูดถึงใคร แต่กำลังจะบอกว่าที่ผ่านมาเราประสบความสำเร็จในการทำให้คนตระหนักในเรื่องสุขภาพ มากจนกระทั่งว่าเราลืมอีกด้านของเหรียญไป ซึ่งมันต้องมาทำแล้ว ไม่พูดแล้วจะรอเมื่อไหร่&amp;nbsp; เพราะบางเรื่องเวลามันรอไม่ได้ อย่างเรื่องการท่องเที่ยว ตอนนี้เราเลยเข้ามาใน High Season แล้ว ปกติเมื่อเข้าช่วง High Season ก็จะมีการถามจะให้ Chartered Flight เข้ามากี่เที่ยวบิน ซึ่งเราไม่ให้&amp;nbsp; เมื่อไม่ให้แล้วเราจะบอกว่าเดือนมกราคมจะให้ ถึงตอนนั้นแล้วใครจะเข้ามา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เราจึงต้องทำความเข้าใจกันว่าเราไม่มีติดโรค แต่เราเหลือเป็นคนส่วนน้อยมากแล้วในโลกนี้ที่เป็นแบบนี้ เราก็ต้องทำให้คนเข้าใจ แต่ทีนี้คนกลัวผีไปแล้วเราจะทำยังไง พระพุทธเจ้าบอกว่าความไม่รู้คืออวิชชา ดังนั้นจะต่อสู้กับอวิชชาก็ต้องใช้วิชา หากกลัวผีก็เปิดไฟเสียจะได้รู้ว่าไม่มีผีอยู่ในห้อง เราก็พยายามพูดเพราะผมไม่เห็นมีใครพูดเลยว่าความสำเร็จของเรา เราต้องจ่ายไปด้วยต้นทุนที่เท่าไหร่ ที่ผมก็พยายามบอกให้เห็นคือประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท point&amp;nbsp; ก็คือทุกอย่างมีเหรียญสองด้าน ขณะที่เราชื่นชมอยู่ด้านหนึ่ง แต่คุณต้องถามด้วยว่าแล้วอีกด้านหนึ่งเป็นอย่างไร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -แต่พวกหมอก็บอกว่าต้นทุนของสุขภาพสำคัญ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใช่ๆ สหรัฐอเมริกาตายไปสองแสนคน ของเราห้าสิบคน ถ้าเอาชีวิตมาคิด หนึ่งล้านล้านบาท ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ผมก็ต้องบอกว่า แต่คุณก็ต้องรู้นะว่าเราจ่ายไปเท่าไหร่ เพราะสมมุติที่ผมยกตัวอย่าง เรื่องตึก ซึ่งหากสุดท้ายมันพังลงไปเรื่อยๆ มันจะถึงตัวเรา อย่างไรก็ตามเรายังโชคดี คือประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหาร อย่างตอนนี้ที่พบก็คือ sector ส่งออกอาหารตัวเลขเป็นบวก รวมถึงพวกส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่สินค้าอาหาร การเกษตรก็ค่อนข้างดี เช่นยางตอนนี้กิโลละ 60 บาท จากเมื่อก่อน 4 กิโล 100 บาท ทำให้ตอนนี้ภาคใต้รถกระบะขายดีมาก อีกทั้งพบว่าอสังหาริมทรัพย์พวกบ้านเดี่ยวขายดี ก็แสดงว่าก็ยังมีเรื่องดีๆ อยู่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80902</URL_LINK>
                <HASHTAG>เหรียญสองด้าน ในสงครามโควิด, แทบลอยด์, แทบลอยด์ไทยโพสต์, ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201017/image_big_5f8ae5f5a9dae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80191</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2020 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไพรินทร์ดัน“โครงการสะพานไทย” ติดเครื่องยนต์ลงทุนฟื้นเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ตอนนี้การจะไปมุ่งพัฒนาโซนพื้นที่อีอีซีเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ เพราะการพัฒนาไม่จำเป็นและไม่ได้จำกัดแค่อีอีซีเท่านั้น แต่การพัฒนาด้วยการกระจายความเจริญจากฝั่งตะวันออกไป ทั้งสินค้า คน พลังงาน ไปจนถึงการท่องเที่ยวที่เคยกระจุกตัวอยู่แค่ฝั่งพัทยาไปยังฝั่งหัวหินก็เป็นอีกแนวทางที่สามารถดำเนินการได้ ถือเป็นอีกโครงการที่จะช่วยสร้างบรรยากาศการลงทุนให้ประเทศในช่วงที่เศรษฐกิจจำเป็นต้องเร่งฟื้นฟู หลังจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จนทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเกือบทุกส่วนหยุดชะงัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้มีความกังวลมากมายเกี่ยวกับความคืบหน้าของ &amp;ldquo;โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)&amp;rdquo; สืบเนื่องจากการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของรัฐบาลที่หลายฝ่ายวิตกว่าจะส่งผลกระทบกับการพัฒนาโครงการดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้วาดภาพชัดเจนว่า โครงการอีอีซี จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์ใหม่ในการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนในที่สุดรัฐบาลได้ออกมายืนยันชัดเจนว่า โครงการอีอีซี จะไม่มีหยุด หรือชะงักอย่างแน่นอน โดยการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในอีอีซีมีความคืบหน้าไปอย่างมาก เรื่องนี้มี &amp;ldquo;สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)&amp;rdquo; เป็นผู้รับผิดชอบติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงาน โดยหลายโครงการสำคัญได้มีการลงนามในสัญญาก่อสร้างไปเรียบร้อยแล้ว และทุกอย่างเดินหน้าได้ โดยไม่มีประเด็นอะไรต้องวิตกกังวล โดยหลายโครงการสำคัญๆ อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน, โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3, โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมแหลมฉบัง ระยะที่ 3 มีความคืบหน้าไปอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในด้านการลงทุนนั้น ณ สิ้นเดือนกันยายน 2563 มีการออกบัตรส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ มูลค่าสูงถึง 1.58 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้ จำนวน 9.87 แสนล้านบาท เป็นการลงทุนของภาคเอกชนทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม เป็นที่รู้กันดีว่า การเดินหน้าโครงการลงทุนสำคัญๆ ของประเทศไทยขณะนี้ จะมีผลดีต่อเศรษฐกิจในระยะยาว เป็นการเพิ่มศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจของไทยในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ไม่เพียงเท่านี้! ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ได้พิจารณาโครงการร่วมทุนก่อสร้าง &amp;ldquo;โครงการสะพานไทย&amp;rdquo; ซึ่งจะเป็นการเชื่อมการขนส่งคน สินค้า และพลังงาน คล้ายแลนด์บริดจ์เชื่อมอ่าวไทย-อันดามัน โดยโครงการดังกล่าวจะเป็นการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (พีพีพี) ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญเพื่อเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งสินค้า และประชาชนข้ามอ่าวไทย โดยเบื้องต้นมีกำหนดทางเลือก 2 เส้นทาง คือ 1.ระหว่างแหลมฉบัง-เพชรบุรี และ 2.เส้นทางแหลมฉบัง-ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีระยะทางประมาณ 80-100 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ในฐานะประธานกรรมการในคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการบริหารเศรษฐกิจภายใต้ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) ระบุว่า ตอนนี้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญๆ หลายตัวหยุดชะงักเกือบหมด ที่เหลืออยู่ตัวเดียว คือ &amp;ldquo;การลงทุนภาครัฐ&amp;rdquo; ฉะนั้นเราจะให้เครื่องยนต์ตัวนี้หยุดไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และในขณะเดียวกันเราก็จะต้องไปจุดเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวอื่นๆ ให้กลับติดให้ได้ คือ &amp;ldquo;การลงทุนภาคเอกชน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;การท่องเที่ยว&amp;rdquo; จึงมีการเสนอให้อนุมัติโครงการลงทุนเร่งด่วนหลายโครงการ รวมแล้วประมาณ 20-30 โครงการ ซึ่งมีทั้งโครงการเดิมที่มีอยู่แล้ว และโครงการใหม่ๆ เช่น โครงการรถไฟรางคู่สายอีสาน จากเดิมที่จะสร้างถึงขอนแก่น แต่ได้มองเห็นถึงความสำคัญมากกว่าจะต้องเร่งก่อสร้างไปให้ถึงหนองคายโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ที่ สปป.ลาว อีกหน่อยเราจะเจอคนจีนมากขึ้น ไม่ใช่แค่คนพื้นที่เท่านั้น ฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นเรื่องของยุทธศาสตร์ รถไฟรางคู่ของไทยจึงจำเป็นจะต้องไปเชื่อมกับรถไฟของจีนให้ได้ เพื่อเอาประโยชน์จากการขนส่งที่ในอนาคตจะทะลุผ่าน สปป. ลาวไปยังจีนให้ได้ &amp;nbsp;ก็ได้บอกหน่วยงานที่รับผิดชอบไปว่าให้เร่งโครงการเหล่านี้ ติดขัดตรงไหน หรือติดอะไรให้บอก เพราะจะมีคณะกรรมการที่รับผิดชอบ ซึ่งมีสำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ดูแลอยู่ ซึ่งผมได้สั่งการไปแล้วว่า โครงการลงทุนอะไรที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้ว และยังติดปัญหา ให้เร่งดำเนินการผ่านไปให้ได้โดยเร็วที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นคือการเร่งรัดโครงการลงทุนสำคัญที่ได้มีการดำเนินการไว้อยู่แล้ว ส่วน โครงการสะพานไทย นั้นเป็นโครงการลงทุนใหม่ที่สำคัญ ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 900,000 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ประชุม ศบศ. และที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือบอร์ดอีอีซี ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ได้มีการพิจารณาเห็นชอบในหลักการของโครงการแล้ว เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ เนื่องจากเห็นว่าหากโครงการลงทุนนี้เกิดขึ้นได้จริง จะกลายเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นการลงทุน เพราะจะเป็นเส้นทางที่สามารถเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างเอเชียตะวันออกและอาเซียน เป็นการเพิ่มทางเลือกในการขนส่งและเดินทาง ไม่ต้องผ่านช่องแคบมะละกา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ไพรินทร์&amp;rdquo; ระบุว่า ยังไม่ได้มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าจะทำหรือไม่ทำโครงการนี้ เพราะต้องไปศึกษาอย่างละเอียดก่อน &amp;nbsp;แต่หากท้ายที่สุดรัฐบาลได้ข้อสรุปและตัดสินใจที่จะเดินหน้าโครงการสะพานไทยนี้ จะเป็นเรื่องที่ดีกับหลายส่วน ด้วยเพราะเป็นโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ และเป็นการก่อสร้างระยะยาว จำเป็นต้องใช้แรงงาน อิฐ หิน ปูน ทราย เหล็ก จำนวนมาก ก็จะดึงวัตถุดิบจากในประเทศมาใช้ ก็จะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจได้ในระดับอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทย เพราะจากข้อมูลของปี 2562 ที่ผ่านมา พบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเที่ยวไทย โดยเฉพาะที่พัทยา จ.ชลบุรี 10 คน ตัดสินใจจะมาเที่ยวหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพียง 1 คนเท่านั้น แม้ว่าหัวหินจะมีศักยภาพทั้งด้านการเดินทาง เพราะมีสนามบินที่บินมาลงได้ มีธรรมชาติที่สวยงาม แต่นักท่องเที่ยวน้อยมากที่จะตัดสินใจมา โดยส่วนใหญ่ติดใจแสงสีและความบันเทิงที่พัทยามากกว่า ดังนั้นหากเราชูจุดเด่นของแหล่งท่องเที่ยวแต่ละที่ที่มี และอำนวยความสะดวกในการเดินทางเพื่อให้นักท่องเที่ยวไปทั้งหัวหินและพัทยา ก็จะเป็นประโยชน์กับภาคการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาความเป็นไปได้ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการศึกษาประมาณ 1 ปี เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญ และคาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนี้การจะไปมุ่งพัฒนาโซนพื้นที่อีอีซีเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ เพราะการพัฒนาไม่จำเป็นและไม่ได้จำกัดแค่อีอีซีเท่านั้น แต่การพัฒนาด้วยการกระจายความเจริญจากฝั่งตะวันออกไป ทั้งสินค้า คน พลังงาน ไปจนถึงการท่องเที่ยวที่เคยกระจุกตัวอยู่แค่ฝั่งพัทยาไปยังฝั่งหัวหินก็เป็นอีกแนวทางที่สามารถดำเนินการได้ ถือเป็นอีกโครงการที่จะช่วยสร้างบรรยากาศการลงทุนให้ประเทศในช่วงที่เศรษฐกิจจำเป็นต้องเร่งฟื้นฟู หลังจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จนทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเกือบทุกส่วนหยุดชะงัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับหลักการของโครงการสะพานไทย ซึ่งเบื้องต้นกำหนดทางเลือก 2 เส้น คือ ระหว่างแหลมฉบัง-เพชรบุรี หรือเส้นทางแหลมฉบัง-ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีระยะทาง ประมาณ 80-100 กิโลเมตร เพื่อที่จะเชื่อมโยงอีอีซีไปสู่เอสอีซี โดยการก่อสร้างทางรถยนต์มาตรฐาน 4 ช่องจราจร พร้อมไหล่ทางเชื่อมฝั่งตะวันตก และฝั่งตะวันออกของอ่าวไทยตอนบน (เชื่อม จ.ชลบุรี และ จ.เพชรบุรี) ซึ่งจะช่วยให้สามารถประหยัดระยะเวลาเดินทางได้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง &amp;nbsp;โดยจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และยังช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้าระหว่างภาคใต้และท่าเหลือแหลมฉบังอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในหลักการก่อสร้างคร่าวๆ มองว่าไม่ได้มีอะไรยาก เพราะตามข้อมูลพบว่า บริเวณดินปากแม่น้ำมีความลึกเพียง 20-30 เมตรเท่านั้น ไม่ใช่ 80-100 เมตร เหมาะมากในการทำทางให้รถยนต์วิ่งไปมา อีกทั้งไทยไม่ได้อยู่ในพื้นที่เขตแผ่นดินไหว จึงไม่น่าเป็นห่วงในเรื่องนี้ เป็นการลงทุนทำสะพานที่มีช่องทางจราจร โดยมีเกาะเทียมตรงกลางที่จะห่างจากฝั่งไปประมาณ 30 กิโลเมตรเชื่อมลงอุโมงค์ทั้งสองฝั่ง โดยช่วงที่เป็นอุโมงค์ก็จะเป็นร่องน้ำไว้ให้สำหรับเรือสัญจรผ่านไปมา และจะทำให้ไม่กระทบต่อประชาชนบริเวณปลายสะพานสองข้าง และไม่กระทบกับแนวปะการัง หรือธรรมชาติใกล้เคียงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เพียงภารกิจในการขับเคลื่อนให้เกิดการลงทุนใหม่ๆ&amp;nbsp; เพื่อต่อยอดการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในอนาคต แต่การเร่งแผนการลงทุนในปัจจุบันเพื่อช่วยขับเคลื่อนและแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจในปัจจุบัน ที่ได้รับผลกระทบมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน &amp;ldquo;ไพรินทร์&amp;rdquo; ได้กำชับไปยังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ใน 2 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1.ให้รัฐวิสาหกิจทั้งหมดกลับมาใช้แผนการลงทุนเดิมเหมือนต้นปี&amp;nbsp; ก่อนที่จะมีคำสั่งให้มีการปรับลดงบลงทุนเพื่อมาช่วยแก้ปัญหาวิกฤติโควิด-19 และ 2.ให้กลับมาใช้แผนงบประมาณในการจ้างแรงงานเหมือนช่วงต้นปีเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ เนื่องจากในช่วงที่เกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 เมื่อช่วงต้นปี 2563 ที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ได้มีการปรับลดแผนการลงทุนลงเพื่อโยกเงินมาช่วยประเทศแก้วิกฤติดังกล่าว ซึ่งทุกหน่วยงานก็เร่งดำเนินการตามนโยบายนั้นทั้งหมด แต่ตอนนี้ประเทศมีความจำเป็นต้องพึ่งพาการลงทุน เพื่อสร้างบรรยากาศของเศรษฐกิจให้กลับมาเดินหน้า หลังประเทศไทยสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดี หลายประเทศทั่วโลกมองว่า ไทยรบชนะ (โควิด-19) ขณะที่เราเองกังวลว่าไทยจะแพ้สงคราม (วิกฤติเศรษฐกิจ) จากปัญหาการว่างงานเป็นจำนวนมาก หลังรัฐบาลออกมาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดขึ้นเด็ดขาด ซึ่งก็ทำได้ดีในเรื่องนั้น แต่ในมุมของเศรษฐกิจกลับตรงกันข้าม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เราอาจจะเป็นต้องหันกลับมามองในมุมของเศรษฐกิจด้วยว่ามันคุ้มค่าหรือไม่กับมูลค่าเศรษฐกิจที่เสียไปจากมาตรการล็อกดาวน์ โดยในมุมของการควบคุมการแพร่ระบาดไทยทำได้ดี แต่ก็ลืมในมุมของเศรษฐกิจที่แลกมากับความสำเร็จนั้นไม่ได้ อย่างเรื่องการว่างงาน ปีนี้จะมีนักศึกษาจบใหม่กว่า 4 แสนคน รัฐบาลจะปล่อยให้เด็กเหล่านี้อยู่ในยุคของคนที่สิ้นหวังว่าทุกคนตกงานหมดเลยไม่ได้&amp;nbsp; เพราะนั่นจะทำให้เขาเกลียดสังคม และต่อต้านรัฐบาลในที่สุด ดังนั้นไม่เพียงการให้รัฐวิสาหกิจเร่งดำเนินการเรื่องการจ้างงานเท่านั้น แต่ที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้ออกมาตรการเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน&amp;rdquo; ไพรินทร์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี คงมีคำถามที่ตามมาแน่นอนว่า &amp;ldquo;แล้วคุ้มค่าหรือไม่ที่รัฐบาลไทยจะทุ่มเม็ดเงินลงทุนมหาศาลถึง 900,000 ล้านบาท ไปกับโครงการสะพานไทย เพราะเชื่อว่าหลายฝ่ายคงพุ่งประเด็นไปที่เรื่องของสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก&amp;nbsp; ดังนั้นจุดนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องตอบคำถามให้ชัดเจนว่า การลงทุนมูลค่ามหาศาลครั้งนี้ จะได้อะไรกลับมาอย่างเป็นรูปธรรม และจะก่อให้เกิดผลกับระบบเศรษฐกิจของประเทศในทิศทางไหน อย่างไร และประเทศไทยจะต้องใช้ระยะเวลาขนาดไหนถึงจุดคุ้มทุนจากเม็ดเงินลงทุนในโครงการนี้!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80191</URL_LINK>
                <HASHTAG>อีอีซี, ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201011/image_big_5f830b2ad1155.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสริมพลังฐานรากช่วยฝ่าวิกฤติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ไปทั่วโลก จนทำให้ประเทศไทยต้องประกาศล็อกดาวน์ประเทศ ส่งผล &amp;nbsp;เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ถือว่าประเทศไทยเราชนะ ที่ควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ แต่ภาพรวมแพ้เพราะเศรษฐกิจดิ่งลึกมาก กระทบต่อเศรษฐกิจมาก ไตรมาส 2 หดตัวถึง 12.2% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และทั้งปีคาดว่าจะติดลบ 8-10% จากฐานจีดีพีประเทศไทยปีที่แล้ว 17 ล้านล้านบาท เท่ากับจีดีพีของไทยหายไปถึง 1.5-1.7 ล้านล้านบาท เท่ากับว่าความมั่งคั่งของชาติถอยหลังไปนับสิบปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ การล็อกดาวน์ทำให้มีคนตกงานจำนวนมาก เหมือนตึกเริ่มพังจากฐาน คนข้างบนยังไม่รู้สึกอย่างข้าราชการที่มีเงินเดือนประจำ จะรู้สึกได้เมื่อตึกทั้งตึกถล่มพังลง ซึ่งที่ผ่านมานั้นรัฐบาลพยายามหามาตรการต่างๆ เข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจ และประคับประครองให้เศรษฐกิจเดินหน้าไปได้ แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะกลับมายืนที่ฐานเดิมได้ ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานคณะอนุกรรมการ วิเคราะห์และเสนอแนะมาตรการบริหารเศรษฐกิจในระยะปานกลางและระยะยาว และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการบริหารเศรษฐกิจ ภายใต้คณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการบริหารเศรษฐกิจภายใต้ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) ระบุว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญๆ หลายตัวหยุดชะงักเกือบหมด ที่เหลืออยู่ตัวเดียว คือ &amp;ldquo;การลงทุนภาครัฐ&amp;rdquo; &amp;nbsp;ฉะนั้นเราจะให้เครื่องยนต์ตัวนี้หยุดไม่ได้ ดังนั้นทาง ศบศ.จึงมีการเสนอให้อนุมัติโครงการลงทุนเร่งด่วนหลายโครงการ รวมแล้วประมาณ 20-30 โครงการ ซึ่งมีทั้งโครงการเดิมที่มีอยู่แล้ว &amp;nbsp;และโครงการใหม่ๆ โดยเฉพาะ โครงการรถไฟรางคู่สายอีสาน จากเดิมที่จะสร้างถึงขอนแก่น แต่ได้มองเห็นถึงความสำคัญมากกว่าจะต้องเร่งก่อสร้างไปให้ถึงหนองคายโดยเร็ว เพื่อเชื่อมต่อกับรถไฟของจีนที่ก่อสร้างมาถึง สปป.ลาวแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยที่สำคัญอย่างการส่งออกและท่องเที่ยว ในด้านการส่งออกไม่ต้องพูดถึง ปัจจุบันเศรษฐกิจทั่วโลกยังคงย่ำแย่เหมือนกัน เพราะผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ด้านการท่องเที่ยวที่เคยทำรายได้ให้ประเทศปีละ 3 ล้านล้านบาท โดย 2 ล้านล้านบาท มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ และอีก 1 ล้านล้านบาทมาจากในประเทศ แต่เมื่อเกิดไวรัสโควิด-19 ต้องล็อกดาวน์การท่องเที่ยวหายหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ที่ผ่านมานั้นรัฐบาลพยายามที่จะอัดมาตรการต่างๆ เพื่อจูงใจให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศ แม้จะมีการเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ แต่ก็ยังได้เพียงแค่ขยับตัว ดังนั้นสิ่งสำคัณในขณะนี้ที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการนั้น คือการเร่งแก้ไขเศรษฐกิจฐานราก ล่าสุดได้ออกมาตรการ &amp;quot;โครงการคนละครึ่ง&amp;quot; มาตรการระยะสั้น 3 เดือน ใช้เงิน 3 หมื่นล้าน ให้คน 10 ล้านคน โดยรัฐบาลช่วยจ่ายวันละ 150 บาท เพื่อนำไปซื้อสินค้ากับหาบเร่ แผงลอย เพื่อให้มีเงินหมุนกระตุ้นการบริโภคในประเทศ โดยเฉพาะฐานราก ซึ่งหากกลุ่มนี้รอด เอสเอ็มอีที่อยู่ชั้นเหนือขึ้นไปจะได้รอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีโครงการ &amp;quot;ช้อปดีมีคืน&amp;quot; เพื่อกระตุ้นการบริโภค โดยสามารถลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท ซึ่งมีลักษณะเดียวกันกับโครงการช้อปช่วยชาติที่เคยออกมาก่อนหน้านี้ในช่วงปลายปี 2558-2561 ซึ่งได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี โดยมาตรการช้อปช่วยชาตินอกจากนี้ที่ต้องเร่งรีบอีกเรื่องคือการแก้ไขปัญหาการว่างงานจากภาคบริการและการจ้างงาน โดยเฉพาะเด็กจบใหม่ 4 แสนคน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ได้ย้ำว่าเศรษฐกิจปัจจุบันถูกกระทบหนักมาก โดยผลกระทบกลุ่มคนส่วนบนยังไม่รู้สึก เพราะมีเงินเดือนประจำเท่าเดิม เช่นข้าราชการ แต่ผลกระทบกับไปเกิดขึ้นที่ข้างล่าง มีการเลิกจ้าง การปลดคนและปิดกิจการ และการล็อกดาวน์มีผู้ตกงานจำนวนมากเหมือนตึกทยอยพังจากฐาน คนข้างบนจะรู้สึกได้เมื่อตึกถล่มไปแล้วทั้งตึก คือถล่มจากข้างล่างขึ้นมาจนพังไปทั้งตึก การที่ภาครัฐพยายามกระตุ้นการบริโภคในประเทศให้กลับขึ้นมานั้นถือว่าเป็นเรื่องดี แต่ถ้าจะให้เห็นผลดีที่สุดต้องค่อยๆ เปิดประเทศ ซึ่งต้องยึดหลักทยอยเปิดประเทศ โดยใช้แง่หลัก &amp;quot;ทางสายกลาง&amp;quot; เพราะเศรษฐกิจเราพึ่งพาเรื่องการท่องเที่ยวมาก และต้องเร็วทันช่วงไฮซีซั่นที่กำลังจะมาถึง เพราะการฟื้นตัวดีที่สุดคือวีเชป แต่ถ้าไม่ทำอาจจะกลายเป็น L ไปเรื่อง ยิ่งหางยาวยิ่งน่ากลัวมากเท่านั้น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;บุญช่วย &amp;nbsp;ค้ายาดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80190</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, บุญช่วย  ค้ายาดี, ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 19:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;www.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; Line ID:@thaipost บันทึกในวันครึ้มฟ้าครึ้มฝนอันมีผลกระทบจากพายุโซนร้อน &amp;quot;หลิ่นฟา&amp;quot; ที่พัดพามาจากทะเลจีนใต้ ...0 บรรยากาศอึมครึมน่านอนแต่ไม่สามารถนิ่งนอนใจ โดยเฉพาะ &amp;quot;ภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ&amp;quot; ซึ่งทั้งรองนายกฯ และ รมว.พลังงาน สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ กับ ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ในฐานะประธานกรรมการในคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการบริหารเศรษฐกิจภายใต้ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบศ. พยายามส่งเสียงประสานบอกกล่าวให้ &amp;quot;เปิดประเทศ&amp;quot; ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างเต็มรูปแบบเสียที!! ...0 นี่เป็นช่วงไฮ-ซีซั่นของการท่องเที่ยวไทย ถ้าช้าไปกว่านี้ปล่อยให้ &amp;quot;ความกลัวไวรัสครองเมือง&amp;quot; ภาวะเศรษฐกิจไทยต้องกลายเป็นผู้ป่วยอัมพาตนอนติดเตียงแน่นอน ...0 ความกล้าหาญในการตัดสินใจของหัวหน้าทีมเศรษฐกิจอย่าง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ถือเป็นเรื่องสำคัญ และบ่งชี้วิสัยทัศน์กำหนดอนาคตประเทศไทย ..เรื่องนี้รอช้าไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะปลุกคนไทยช่วยกันเที่ยว ปลุกแค่ไหนก็มีรายได้แค่ 1 ล้านล้านบาท ในขณะที่รายได้จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินั้นอยู่ที่ 2 ล้านล้านบาทต่อปี ...0 แต่การเมืองเกี่ยวกับอนาคตของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ว่าจะหันไปเล่นการเมืองระดับท้องถิ่นชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ตามเสียงลือเสียงเล่าอ้างหรือไม่นั้น ยังมีเวลารอดูทิศทางลม โดยเฉพาะวันนี้ 12 ต.ค. ที่จะมีการประชุมนัดแรกของกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยยุคโลโก้ &amp;quot;มีหัว&amp;quot; ซึ่งน่าจะชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมถึงการยอมเปิดใจให้กับพรรคก้าวไกลและคณะก้าวหน้าที่เป็น &amp;quot;เด็ก (ดื้อ) เมื่อวานซืน&amp;quot; ...0 แต่รายการรับเด็กเมื่อวานซืนคืนสู่อ้อมใจนั้น คาดเดากันว่า สถานการณ์ 14 ต.ค.นี้ จะมีนัยสำคัญเพื่อประกอบการตัดสินใจอีกครั้ง เพราะ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าประกาศร่วมชุมนุม ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยกับกลุ่มคณะราษฎร ท่ามกลางความไม่สบายใจอันส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย เพราะวันและเวลาชุมนุมตรงกับวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินทรงตั้งเปรียญธรรม 9 ประโยคและเปรียญธรรม 6 ประโยค แก่พระภิกษุสามเณรที่สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยคและเปรียญธรรม 6 ประโยค ประจำปี 2563 ในเวลา 17.00 น ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร และที่น่ากวนอารมณ์คือ ข้อความของ&amp;nbsp; อานนท์ นำภา ที่แกนนำกลุ่มคณะราษฎร ที่โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;ldquo;นึกภาพขณะขบวนรถกษัตริย์วิ่งผ่านประชาชนเรือนแสน แสดงออกอย่างอารยะด้วยสันติวิธี ร่วมกันชู 3 นิ้ว&amp;rdquo; ...0 นี่คือประเทศไทย ..แต่อยากให้รู้กันด้วยว่า.. ที่ประเทศภูฏาน!! ทุกช่วงของวันที่ 13 ต.ค. &amp;quot;กษัตริย์จิกมี&amp;quot; ทรงจุดเทียนน้อมรำลึกถึงวันเสด็จสวรรคตของ &amp;quot;พ่อหลวง&amp;quot; รัชกาลที่ 9 มาตั้งแต่ปี 2560&amp;nbsp; ทั้งๆ ที่วันที่ 13 ต.ค.2554 เป็นวันอภิเษกสมรสของกษัตริย์จิกมี ..แต่พระองค์ท่านทรงเลือกเฉยเมยที่จะจัดงานรำลึกถึงความสุขของพระองค์เอง ...0 เยาวชนคนรุ่นใหม่ รวมทั้งคณะราษฎร 2563 และนักเล่นการเมืองโหนกระแสเดือนตุลา สำเหนียกไหมกับคำว่า ..สำนึกละอายใจ!!! ...0 &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80180</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, บันทึกหน้า4, ปิยสาร์, สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์, อานนท์ นำภา, ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76594</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบใหญ่ เศรษฐกิจทรุด กบฏรัฐบาลรุมเขย่ารัฐนาวาประยุทธ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลายเป็นกระแสล้อเลียนในโลกโซเชียลกันสนุกปาก &amp;lsquo;รัฐมนตรี 27 วัน&amp;rsquo; พลันที่ ปรีดี ดาวฉาย ยื่นใบลาออกจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยอ้างถึงปัญหาสุขภาพ ทำเอาบิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลผู้ทาบทามเคร่งเครียด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขุนคลังคนนอก ดีกรีความรู้ความสามารถ ชื่อชั้นเป็นที่ยอมรับ เป็นความหวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มาทิ้ง ครม.บิ๊กตู่กันไปดื้อๆ ทั้งที่เพิ่งปรับ ครม.ประยุทธ์ได้ไม่ถึงเดือน ขุนคลังผู้แบกความหวังจะเข้ามาแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 กลับถอดใจทิ้งกันไปอย่างไม่หวนกลับ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลประยุทธ์ จากปัญหาการเมืองรุมเร้าทั้งในสภา นอกสภา อยู่ในภาวะคับขันอยู่แล้ว ยิ่งจมดิ่งลงไปกว่าเดิม แม้เหตุผลลาออก อดีต รมว.คลังจะบอกปัดไม่ได้มีความขัดแย้งระหว่างการทำงานเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงในกระทรวงการคลัง กับ สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ก็ตาม แต่เมื่อตามร่องรอยลงไปคงยากปฏิเสธ เพราะด้วยดีกรีที่เคยบริหารบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ ไม่เคยเจอการเมืองแทรกแซงขนาดนี้ ในเมื่อเข้ามาแล้ว นึกว่าจะได้อำนาจเต็มในการคัดเลือกบุคคลที่รู้มือมาทำงาน กลับถูกซีกการเมืองแตะเบรกเสียอย่างนั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่ามกลางความเสียดาย แต่ไม่ว่าอย่างไร ครม.ประยุทธ์ยังต้องเดินหน้าต่อไป คงไม่ยอมปล่อยให้กระทรวงการคลังว่างเว้นคนกุมบังเหียนการเงิน ทิศทางเศรษฐกิจเป็นเวลานาน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังไม่ทันได้ตั้งรัฐมนตรีรายใหม่ ชื่อบิ๊กเนม คนการเมือง คนภายนอก โผล่เข้ามาเป็นแคนดิเดตหลายคน &amp;lsquo;ไพรินทร์ ชูโชติถาวร&amp;rsquo; &amp;lsquo;วิรไท สันติประภพ&amp;rsquo; &amp;lsquo;กรณ์ จาติกวณิช&amp;rsquo; &amp;lsquo;สันติ พร้อมพัฒน์&amp;#39; ถูกโยนหินถามทาง หยั่งกระแส ส่งสัญญาณไปถึงบิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับสูตรปรับ ครม.รอบใหม่ ที่ร่วมผสมโรง ปล่อยข่าวกันอย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นดันสันติขึ้นว่าการ โยกนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ จาก รมช.แรงงาน ข้ามห้วยมานั่ง รมช.การคลังแทน หรือแม้แต่ การตีกันของบางกลุ่มการเมือง อยากจะให้โควตาตกมาอยู่กับคนในเครือข่ายตัวเอง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สันติ หนึ่งในตัวเต็ง เมื่อถูกถามย้ำถึงการก้าวขึ้นสู่เบอร์ 1 ในกระทรวงการคลัง ได้แสดงออกมาอย่างไม่มีกั๊ก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;lsquo;การทำงานให้บ้านเมืองโดยที่เดินต่อไปได้เลย ไม่ต้องศึกษางานนั้นก็ต้องอยู่ที่นายกฯ และ พล.อ.ประวิตร ในอดีตก็เคยอยู่กระทรวงใหญ่ๆ มาแล้ว เคยเป็น รมว.คมนาคม รมว.การพัฒนาสังคมฯ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและภูมิต้านทานพร้อมรับแรงกดดันในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ได้ หากนายกฯ และ พล.อ.ประวิตรมอบหมายให้ทำงานตรงไหน ก็พร้อมน้อมรับทำงานเพื่อบ้านเมือง&amp;rsquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ต้องถอดรหัสแปลมากความ ไม่เท่านั้น ก่อแก้ว พิกุลทอง หนึ่งในแกนนำคนเสื้อแดงที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับสันติ แม้จะเงียบหายไปนาน ออกมาสนับสนุน &amp;lsquo;ที่ผ่านมานายสันติผ่านการเป็นรัฐมนตรีมาหลายกระทรวง และกระทรวงที่ผ่านมาล้วนมีศักดิ์ศรีไม่น้อยกว่ากระทรวงการคลัง นายสันติเป็นนายทุนพรรคพลังประชารัฐ ปัจจุบันก็เป็นผู้อำนวยการพรรค และที่ทำการพรรคปัจจุบันยังใช้ตึกของนายสันติอีกด้วย และจะไม่มีปัญหาเรื่องคลื่นใต้น้ำในพรรค หากไม่แต่งตั้งนายสันติ ใครมาเป็นรัฐมนตรีว่าการจะมีปัญหาอีก ใครไม่ฟังนายสันติก็อยู่ยาก และเกิดแรงกระเพื่อมขึ้นอีก&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสี่ยหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข จากค่ายภูมิใจไทย ก็พูดทีเล่นทีจริงถึงคนที่จะเข้ามารับไม้ต่อ แนะนำว่า &amp;lsquo;กระดูกกระเดี้ยวต้องแข็ง ต้องกินแคลเซียมเยอะๆ&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานนี้ก็ต้องวัดใจบิ๊กตู่ในการสรรหาคนมาแทน จะใช้สูตรใด ตามใจกลุ่มการเมือง หรือลองไปทาบทามคนนอกที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาอีกสักหน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การสรรหาผู้ที่มีความเหมาะสมยังพอมีเวลาให้บิ๊กตู่ปรึกษาหารือกับทีมงานหาทางออกที่ดีที่สุด เกิดปัญหาให้น้อยที่สุด แต่ไม่ว่าอย่างไร พรรคฝ่ายค้าน อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า &amp;lsquo;ควรมีคำตอบให้กับประชาชน นายปรีดีพยายามสื่อสารคล้ายกับว่าต้องไปคัดง้างกับระบบการเมืองโบราณในพรรคพลังประชารัฐ ในลักษณะคนดีอยู่ไม่ได้ แต่คนมีคดี คนมีปัญหา คนต้นทุนทางสังคมต่ำ กลับอยู่ในพรรคได้ การชิงลาออกของนายปรีดีส่งผลต่อความเชื่อมั่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ภาพลักษณ์รัฐบาลติดลบเสียหายอย่างหนัก อาจไม่ใช่รายสุดท้ายถ้ายังปล่อยให้ปัญหาความขัดแย้งของกลุ่มก๊วนในพรรคพลังประชารัฐ&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บ้างก็ยุให้ พล.อ.ประยุทธ์ ไหนๆ เมื่อเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจแล้วก็นั่งควบ รมว.การคลังอีกตำแหน่งไปเลย ทั้งตีกิน ยุแหย่ ประชดประชัน ทำให้เกิดความระแวงกันไม่ให้คนนอกเข้ามา เสี้ยมไปถึงเอกภาพภายในพรรคพลังประชารัฐอันเป็นสไตล์การเมืองของกระบอกเสียงเพื่อไทย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การปรับ ครม.ยังต้องตามลุ้นกันต่อไป ขณะที่ปฏิกิริยาที่ช่วยเร่งเร้าให้รัฐนาวาสั่นคลอน กลุ่มนิสิตนักศึกษา ประชาชนปลดแอก นัดหมายวันครบรอบรัฐประหาร 19 กันยายน นัดหมายชุมนุมใหญ่ ขับเคลื่อนแสดงพลัง พร้อมประกาศมีเซอร์ไพรส์ให้ได้เห็น ให้ฝ่ายมั่นคงได้ตื่นเต้นเล็กๆ จะออกมารูปแบบไหน จะเป็นในรูปแบบข้อเรียกร้อง การแสดงเชิงสัญลักษณ์ที่ก้าวไปไกล หรือแม้แต่จะยกระดับขยับขยาย ปักหลักพักค้างหรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่ต้องตามติด ตามต่อกันด้วยใจระทึก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฟากฝั่งในสภา พรรคประชาธิปัตย์ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และคณะประชาธิปัตย์บางส่วนทั้งที่ยังอยู่ในซีกรัฐบาล ออกมาอ้างถึงสถานการณ์เดือนกันยายนน่าเป็นห่วงจากการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ที่อาจขยายมากขึ้นและอาจไม่ทันต่อสถานการณ์ จึงเห็นว่าควรแยกเรื่องการเมืองออกจากเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;lsquo;เรื่องการเมืองที่สามารถแก้ไขได้ทันที คือการแก้ไขเรื่องการสืบทอดอำนาจ โดยเฉพาะที่มาและอำนาจ ส.ว. โดยมี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์อีกจำนวนหนึ่งที่สนับสนุนจุดยืนนี้ ส่วนจุดยืนนี้ใกล้เคียงกับร่างของพรรคก้าวไกลที่จะแก้ไขในมาตรา 272 หากเห็นตรงกันในมาตรา 272 ที่เป็นหัวใจตัดตอนการสืบทอดอำนาจ ก็พร้อมลงชื่อในญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา 272 กับพรรคการเมืองอื่นๆ ทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคการเมืองฝ่ายค้าน&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่งสัญญาณออกมาชัด กลุ่มกบฏประชาธิปัตย์ในซีกรัฐบาลพร้อมดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไปมากกว่ามาตรา 256 เดิม อันเป็นร่างหลักของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยังไม่นับรวมพรรคก้าวไกลที่เตรียมเสนอญัตติแก้รัฐธรรมนูญประกบเข้ามาอีก ที่แก้ไขแยกเป็นรายฉบับให้แก้ไขมาตรา 269 แก้ไขมาตรา 270-271 แก้ไขมาตรา 272 และแก้ไขมาตรา 279 รวมถึงการตั้งท่าเข้าไปแก้ไขหมวด 1-2 อีก ยิ่งเร่งเร้าให้สถานการณ์การเมืองร้อนแรง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อไทยมีธงชัด แก้เพื่อเปิดช่องให้มีการแก้ไขผ่านการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และอาศัยแนวร่วมจากสมาชิกวุฒิสภาให้ได้ก่อน ส่วนก้าวไกลตั้งท่าเล่นใหญ่ให้สอดการเคลื่อนไหวภายนอกสภาของกลุ่มผู้ชุมนุม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนพรรครัฐบาล แม้ท่าทีการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นหลัก ตามเนื้อหามาตรา 256 ที่ทุกพรรคในพรรคร่วมรัฐบาลเห็นด้วยแล้ว แต่ล่าสุดไปๆ มาๆ ประชาธิปัตย์พร้อมจับมือ ส.ส.ก้าวไกลลุยแหลก อันเนื่องจากทิศทางตรงกัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เล็งเป้าเล่นกล่องดวงใจคณะผู้สืบทอดอำนาจ ส่งสัญญาณชัดๆ คนพร้อมลงชื่อบอกให้ไปดูกลุ่มกบฏในประชาธิปัตย์มีกี่คน เป็นกลุ่มตั้งต้นที่พร้อมลงชื่อในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญแน่ๆ ยังไม่นับรวมกลุ่มขบฏยังเติร์กในพรรคร่วมรัฐบาล ในปีกภูมิใจไทยอีก 2-3 คนที่พร้อมมาเซ็นชื่อสนับสนุน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นปัญหาหนักใจในรัฐบาลประยุทธ์ แม้ที่ผ่านมาจะถอดสลักความขัดแย้ง ประเด็นอ่อนไหวไปได้บางส่วน อย่างเรื่องการจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำจากจีน มูลค่า 2.25 หมื่นล้านบาท ที่ขอชะลอไปก่อน แต่ก็มีปัญหาใหม่ที่หนักไม่แพ้กันอย่างคดีเหมืองทองอัครา ที่รัฐบาลไทยตกเป็นจำเลย โดนเรียกค่าเสียหายมหาศาล โดยฝ่ายไทยใช้งบประมาณแผ่นดินแต่งตั้งคณะทนายไปสู้คดีสูงถึง 111 ล้านบาท กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนดีมีฝีมือใน ครม.หนีหาย ไม่ร่วมหัวจมท้ายแก้วิกฤติเศรษฐกิจ กลุ่มการเมืองก็แอบเหล่ อยากขอแจม จ้องเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตาเป็นมัน กลุ่มประชาชนปลดแอกนัดชุมนุมใหญ่ 19 ก.ย. ก็ยั่วยุให้รัฐบาลตบะแตก พร้อมเล่นเกมแรงขึ้นเรื่อยๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก รัฐบาลแม้ดวงจะยังแข็ง ยังต้านทานไหว ยังเอาอยู่ ม็อบก็ต้องป้องกันไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์เลือด การเมืองก็ต้องแก้ไข รักษาเอกภาพในรัฐบาล เศรษฐกิจทรุดหนัก ต้องเร่งแก้ปัญหา เรียกความเชื่อมั่น หลายศึกรุมกระหนาบตี ถาโถมใส่รัฐนาวาประยุทธ์อีกระลอก.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76594</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาติกวณิช, กรองสถานการณ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิรไท สันติประภพ, สันติ พร้อมพัฒน์, สาทิตย์ วงศ์หนองเตย, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200905/image_big_5f5390bab44ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ไพรินทร์”เลี่ยงตอบแคนดิเดตรมว.การคลังคนใหม่! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่าภายหลังการประชุมประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ศบศ.) นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการในคณะกรรมการการขับเคลื่อนมาตรการบริหารเศรษฐกิจภายใต้ ศบศ.ปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่มีชื่อแคนิเดตเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแทนนายปรีดี ดาวฉายที่ลาออกไปเพียงสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;ไม่มีครับ ยืนยันว่ายังไม่มีกระแสข่าวดังกล่าวแต่อย่างใด&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76241</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรีดี ดาวฉาย, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4f25984e4ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
