<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขับรถออกบ้าน-แล้วได้กลับบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานขององค์การอนามัยโลกเกี่ยวกับอุบัติเหตุทางถนนเล่มล่าสุด พิมพ์เมื่อปี พ.ศ.2558 ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนประมาณกว่า 20,000 คน สาเหตุหลักของอุบัติเหตุทางถนนเป็นผลมาจากปัจจัยร่วมทางด้านคน รถ ถนน และสิ่งแวดล้อม โดยส่วนใหญ่ของสาเหตุอยู่ที่ตัวคนถึง 4 ใน 5
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อขับรถออกจากบ้าน เราเคยสำรวจทัศนคติการเคารพกฎหมายแค่ไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อไฟจราจรสีเหลืองขึ้น เราเตรียมตัวแตะเบรก หรือกระหน่ำคันเร่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนกลับรถ เรารอให้ปลอดภัยก่อน หรือค่อยๆ แหย่ออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อหยุดรถซื้อของข้างทาง เราสนใจรึเปล่าว่ากำลังหยุดใกล้ปากซอย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครื่องหมายสามเหลี่ยมสีขาวบนถนนที่หันด้านแหลมเข้าหาเรา เตือนอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูเหมือนเราจะขาดสิ่งที่เรียกว่าวัฒนธรรมในการเคารพกฎหมาย (Culture of Lawfulness)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเวลาที่ผ่านมามีข่าวเรื่องผู้ขับขี่รถยนต์ท่านหนึ่งไม่หลีกทางให้กับรถฉุกเฉิน แล้วโดนสังคมโซเชียลรุมถล่มจนต้องออกมาขอโทษสังคม หลังจากนั้นดูเหมือนว่าผู้ขับขี่ทุกท่านจะพร้อมใจกันหลีกทางให้รถฉุกเฉินมากขึ้น บทเรียนนี้ทำให้ผมนึกถึงตัวแบบการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่เรียกว่า Six Sources of Influence ที่เสนอโดย Kerry Patterson และคณะ ซึ่งสรุปง่ายๆ ได้ว่า ถ้าเราอยากให้คนเปลี่ยนพฤติกรรม หนึ่ง ต้องสร้างแรงจูงใจให้ระดับบุคคล สอง สร้างความสามารถในการเปลี่ยนแปลงให้กับระดับบุคคล สาม ทำให้สังคมเห็นว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลง สี่ ทำให้สังคมลงมือสร้างความเปลี่ยนแปลง ห้า องค์กรที่บุคคลสังกัดอยู่ต้องคาดหวังการเปลี่ยนแปลง และหก องค์กรต้องกำหนดกติกาเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประสบการณ์ตรงของผู้เขียนเองเมื่อไม่นานมานี้ ได้พาน้องที่พิการทางสมองไปทานข้าวที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ขับตรงเข้าไปจอดที่จอดรถคนพิการ ในขณะนั้นที่จอดรถค่อนข้างเต็ม มีคนกลุ่มหนึ่งยืนรอลิฟต์อยู่ใกล้ๆ พากันมองมาที่รถของผู้เขียนแล้วรอดูว่าไอ้คนที่ลงจากรถจะมีคนพิการบ้างรึเปล่า นั่นหมายความว่าสังคมคาดหวังว่าผู้เขียนจะทำตามกติกา คนกลุ่มหนึ่งพร้อมจะลงโทษคนที่ไม่เคารพกติกา เช่น ถ่ายคลิปคนที่จอดรถในที่ห้ามจอด ขับขี่จักรยานยนต์บนทางเท้า แล้วนำมาประจาน เราอยู่ในยุคที่กลัวแรงกดดันทางสังคมมากกว่าสำนึกการทำดีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีหลายองค์กรในขณะนี้ ช่วยสร้างวัฒนธรรมในการเคารพกฎหมายให้กับคนในองค์กร ยกตัวอย่างเช่น ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งกำหนดว่าจะไม่ให้สวัสดิการอาหารกลางวันกับพนักงานที่ขับจักรยานยนต์โดยไม่สวมหมวกนิรภัย บริษัทขนส่งแห่งหนึ่งไม่ให้โบนัสกับพนักงานขับรถที่ทำผิดกฎจราจร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บทความนี้จึงนำท่านมาถึงบทสรุปว่า อยากให้คนไทยตายน้อยลง ต้องร่วมกันสร้างวัฒนธรรมในการเคารพกฎหมาย (Culture of Lawfulness) ด้วยความร่วมมือของทั้งตัวบุคคล สังคม และองค์กร (Six Sources of Influence).
พันตำรวจเอกสุรศักดิ์ เลาหพิบูลย์กุล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14313</URL_LINK>
                <HASHTAG>พันตำรวจเอกสุรศักดิ์ เลาหพิบูลย์กุล, เคารพกฎหมาย, เป็นเรื่องเป็นราว, ไฟจราจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5f23f7bc12c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
