<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 21:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 21:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส. เผยแก้ไฟป่าช่วงครึ่งปีแรก 64 จุดความร้อนลด 50% ฝุ่นพิษบรรเทาลง 25 จังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค.64 - กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เปิดเผยความคืบหน้าในการแก้ปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองเป็นปัญหาสำคัญของประเทศที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยเฉพาะช่วงต้นปี ปัญหาฝุ่นของประเทศมักจะรุนแรงมากกว่าช่วงอื่น โดยกรุงเทพและปริมณฑลมักเกิดวิกฤติในช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ พื้นที่ 17 จังหวัดในภาคเหนือเกิดในช่วงกุมภาพันธ์ถึงเมษายน และภาคใต้เกิดในช่วงกรกฎาคมถึงสิงหาคม การป้องกันแก้ไขปัญหามีความเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน และต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนในการแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ห่วงใยและให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองเป็นอย่างยิ่ง โดยกำหนดให้ &amp;ldquo;การแก้ไขปัญหามลภาวะด้านฝุ่นละออง&amp;rdquo; เป็นวาระแห่งชาติ และต่อมาได้มีมติเห็นชอบ แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ &amp;ldquo;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&amp;rdquo; และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติ โดยเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 ได้มีมติเห็นชอบ แผนเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง 12 ข้อ นอกจากนี้ พลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ ยังได้ลงมากำกับการดำเนินงานอย่างเต็มที่ ทั้งการให้นโยบายและการติดตามการดำเนินงานเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านฝุ่นละอองให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในครึ่งปีแรก 2564 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งดำเนินการตามแผนเฉพาะกิจ 12 ข้อดังนี้ (1) สื่อสารประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้คลอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย โดยคณะอนุกรรมการสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยมีปลัดสำนักนายกรัฐมนนตรีเป็นประธาน และได้จัดตั้งศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) ขึ้นที่กรมควบคุมมลพิษ เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ ประสานติดตามบูรณาการการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รวมถึงสื่อสารประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่สาธารณชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง ภายใต้คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งขาติ โดยมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นรองประธาน เพื่อเป็นกลไกหลักในการกำกับดูแลและรับมือสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) การบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า โดยการเก็บขนและใช้ประโยชน์เศษวัสดุในป่า (ชิงเก็บ ลดเผา) และการบริหารจัดการเชื้อเพลิงใน 17 จังหวัดภาคเหนือ (4) สร้างเครือข่าย อาสาสมัคร และจิตอาสา เป็นกลไกหลักเข้าถึงพื้นที่ ทั้งสื่อสาร ติตตาม เฝ้าระวัง และดับไฟ (5) เร่งขับเคลื่อนโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า (6) เร่งรัดการเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายโอนภารกิจการควบคุมไฟป่าให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม (7) การพยากรณ์ฝุ่นละอองล่วงหน้า 3 วัน เพื่อแจ้งเตือนประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(8) ประยุกต์ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมในการรายงานปริมาณฝุ่นละอองเชิงพื้นที่ (9) พัฒนาระบบคาดการณ์ และระบบสนับสนุนการตัดสินใจ รวมถึงการใช้งานแอปพลิเคชันบัญชาการการดับไฟป่า (10) บริหารจัดการเชื้อพลิงโดยใช้แอปพลิเคซันลงทะเบียนจัดการเชื้อเพลิง ซึ่งได้พัฒนาแอปพลิเคชันบริหารการเผาในที่โล่ง (Burn Check) เพื่อจัดระเบียบการจัดการเชื้อเพลิงให้เกิดการเผาให้น้อยที่สุด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทดสอบการใช้งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(11) ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลป่าไม้ และลดการเผาป่าผ่านการจัดที่ดินทำกิน (12) ดำเนินงานตามข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน เพื่อร่วมมือกับประเทศ สมาชิกอาเซียนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าในภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าที่ผ่านมาจะยังมีข้อจำกัดในการติดตามตรวจสอบและรายงานคุณภาพอากาศที่ยังไม่ครอบคลุมทุกจังหวัด การเพิ่มสถานีใน 77 จังหวัดก็ได้มีการบรรจุในแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติฯ ภายในปีงบประมาณ 2567 สำหรับการคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองที่มีข้อจำกัดของระยะเวลาในการพยากรณ์ที่ใช้เวลาในการประมวลผลนาน ได้มีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำ Super Computer มาใช้ในการประมวลผล เพื่อแจ้งเตือนสถานการณ์ล่วงหน้า 7&amp;nbsp;วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย แม้จะมีข้อจำกัดเนื่องจากการควบคุมแหล่งกำเนิดหรือกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นแต่ละประเภทเป็นอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน แต่การบังคับใช้มาตรฐานการระบายมลพิษจากรถยนต์ใหม่ให้เป็นไปตามมาตรฐานยูโร 5 และยูโร 6 &amp;nbsp;การบังคับใช้มาตรฐานน้ำมันยูโร 5 ก็ถูกบรรุจไว้ในแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติฯ เช่นกัน โดยให้มีการบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 นอกจากนี้ยังได้ส่งเสริมการผลิตและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าตามมติประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ เพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ส่งผลให้ในช่วงครึ่งปีแรก 2564 จำนวนจุดความร้อนภายในประเทศลดลงมากถึงร้อยละ 50 และจำนวนวันที่ PM2.5 เกินค่ามาตรฐานลดลงถึง 19 จังหวัด และไม่เกินค่ามาตรฐานเลยถึง 6 จังหวัด เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการแก้ไข PM2.5 ภาครัฐยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีนโยบายติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศให้ครบทุกจังหวัดในอนาคต เพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหาให้คลอบคลุมทุกจังหวัดในประเทศไทย และพัฒนาระบบรายงานข้อมูลให้เข้าถึงง่าย แจ้งเตือนสถานการณ์ล่วงหน้าอย่างถูกต้องแม่นยำ เตรียมพร้อมระบบสาธารณสุข สร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับพี่น้องประชาชน สร้างความเชื่อมั่นและการมีส่วนร่วมในการลดแหล่งกำเนิดฝุ่นละออง และร่วมมือกันป้องกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง นำประเทศไทยสู่ประเทศไร้ฝุ่น อากาศบริสุทธิ์ เพื่อสุขภาพและความผาสุขของประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามารถรับชมวีดีโอได้ที่ลิงค์ https://www.youtube.com/watch?v=ZcRDkY5r6VY&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111693</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญหามลพิษ, แก้ฝุ่นพิษ, ไฟป่าภาคเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_61040cee0ea4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.รับทราบความก้าวหน้าแก้ฝุ่นพิษจากไฟป่า พบจุดความร้อนลดลง 52 %</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค.64 - น.ส.ไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากไฟป่าและการเผาในที่โล่ง ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือปี 2564 โดยสถานการณ์ในภาพรวมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 18 เมษายน 2564 พบจุดความร้อนสะสมในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือจำนวน 58,769 จุด ลดลงจากปี 2563 ที่พบจุดความร้อนสะสมจำนวน 122,687 จุดในช่วงเวลาเดียวกัน หรือลดลงร้อยละ 52 โดยจังหวัดที่พบจุดความร้อนสูงสุดได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน 11,376 จุด, เชียงใหม่ 7,620 จุด, ตาก 7,253 จุด, ลำปาง 5,716 จุดและเพชรบูรณ์ 4,355 จุด&amp;nbsp; เมื่อแยกตามการใช้ประโยชน์ที่ดินพบจุดความร้อนสะสมในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ร้อยละ 43,ป่าสงวนแห่งชาติร้อยละ 37, พื้นที่เกษตรร้อยละ15,พื้นที่ชุมชนร้อยละ 4 และพื้นที่ริมทางร้อยละ 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปริมาณฝุ่น PM2.5 พบว่าค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงสูงสุดเท่ากับ 402 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่อยู่ที่ 366 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10&amp;nbsp; โดยมีวันที่ฝุ่นPM2.5 เกินมาตรฐาน 50ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรมีจำนวน 96 วัน ลดลงจากปี 2563 ที่มีจำนวน 105 วัน หรือลดลงร้อยละ 9&amp;nbsp; ขณะที่สถานการณ์หมอกควันข้ามแดนพบจุดความร้อนสูงสุดในเมียนมา 577,562 จุด,กัมพูชา 307,319 จุด, ไทย 189,637 จุด,ลาว 180,073 จุดและเวียดนาม 61,702 จุด ซึ่งจากการที่พบจุดความร้อนจำนวนมากในเดือนมกราคม-เมษายน 2564 ทำให้จังหวัดภาคเหนือที่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านได้รับผลกระทบจากปัญหาหมอกควันข้ามแดน โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย แม่ฮ่องสอน และตาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา จังหวัดภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้เร่งดำเนินการตามแผนเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง 12 มาตรการ จัดทำและดำเนินการตามแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากไฟป่าและการเผาในที่โล่งพื้นที่ภาคเหนือปี 2564ระดับจังหวัด จัดตั้งศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองและจัดประชุมอย่างต่อเนื่องเพื่อบูรณาการทุกภาคส่วนในพื้นที่ในการรับมือสถานการณ์ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบเพื่อรณรงค์สร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์เชิงรุกและการรายงานข้อมูลผลการดำเนินงานให้สาธารณชนได้รับทราบเป็นประจำทุกวัน จัดฝึกอบรมเสริมบทบาทชุมชน เครือข่ายภาคประชาชนและจิตอาสาเพื่อร่วมเป็นชุดปฏิบัติการระดับหมู่บ้านในการลาดตระเวน เฝ้าระวัง และดับไฟป่า จัดทำแผนงานด้านสาธารณสุขเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำการบริหารจัดการเชื้อเพลิงแบบครบวงจร ประกอบด้วย โครงการบริหารจัดการเชื้อเพลิง &amp;ldquo;ชิงเก็บ ลดเผา&amp;rdquo; ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ&amp;nbsp; เพื่อเก็บขนเชื้อเพลิงจากป่าออกมาใช้ประโยชน์ เป็นการลดการเกิดไฟป่า&amp;nbsp; และได้พัฒนาแอปพลิเคชันบริหารการเผาในที่โล่ง (Burn Check) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมทดสอบการใช้งาน และยังได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันส่วนหน้าในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกำกับการควบคุมและดับไฟป่า รวมทั้งได้ประสานงานประเทศเพื่อนบ้านและรายงานผลการดำเนินงานกับสำนักเลขาธิการอาเซียน เพื่อขอให้เร่งรัดควบคุมการเผาในที่โล่งตามกลไกของข้อตกลงอาเซียน นอกจากนี้ยังได้ยกระดับการเฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกัน ฝุ่นละอองจากไฟป่าและการเผาในที่โล่ง โดยกำหนดให้เดือนเมษายนเป็นเดือนเฝ้าระวังพิเศษ โดยเฉพาะในจังหวัดที่พบจุดความร้อนสูง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101864</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญหาหมอกควันไฟป่า, ฝุ่นพิษ, มติ ครม., ไฟป่าภาคเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210307/image_big_6044855e4b277.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69889</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2020 19:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2020 19:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฌอน บูรณะหิรัญ&#039; แจงแล้วปมรับบริจาค &#039;ไฟป่า&#039; เผยยินดีให้ตรวจสอบ-ไม่ถือสาถูกโจมตี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.63 - ฌอน บูรณะหิรัญ นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ หรือไลฟ์โค้ชชื่อดังที่กำลังตกเป็นกระแสในสังคมออนไลน์หลังจากชื่นชม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ จนถูกฝ่ายตรงข้ามวิจารณ์อย่างรุนแรงและตั้งข้อสังเกตในเรื่องการเปิดรับบริจาคเงินว่าโปร่งใสหรือไม่ ล่าสุดได้โพสต์ข้อความชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า สรุปยอดบริจาคที่ฌอน บูรณะหิรัญได้รับ จากแฟนเพจที่ไว้วางใจเพื่อช่วยแก้ปัญหาวิกฤติ มี 2 วาระคือ 1.ด้านไฟป่า 2.เรื่องไวรัส Covid-19 แจกแจงรายละเอียดในช่วงการรับบริจาค ระหว่างวันที่ 30มี.ค.2563 จนถึง 1 พฤษภาคม 2563ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกกระบวนการมีการตรวจสอบตั้งแต่เดือนที่แล้ว ฌอน บูรณะหิรัญ ได้แสดงหลักฐานพร้อมความบริสุทธิ์ใจต่อเจ้าหน้าที่จากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2563ที่ผ่านมา ยอดบริจาคจากผู้ติดตาม ตั้งแต่ 30 มี.ค.- ปิดรับบริจาค 1 พ.ค เป็นจำนวนเงิน 875,741.53 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวทางการดำเนินการแบ่งออกเป็น 3 ส่วน โดยครอบคลุมทั้ง 3 ส่วนคือ กำลังสมอง กำลังคน และ กำลังทรัพย์ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เรียนรู้ ทำความเข้าใจปัญหาจากราก จากทุกฝ่าย ทั้งทางเอกชน หน่วยงานราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่กรมป่าไม้ ชาวเผ่าประกาเกอะญอ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ( ระยะเวลาในการดำเนินการคาดว่า 2 ปีขึ้นไป ใช้งบประมาณส่วนตัวในการดำเนินการ และเดินทางมาโดยตลอด )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ทำสื่อเพื่อสร้างการตระหนักรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เผยแพร่ความรู้ และนำเสนอแนวทางผู้เชี่ยวชาญทางด้านนั้นๆ เผยแพร่ทางเฟสบุ๊ค อินสตาแกรม และ ยูทูป ฌอน บูรณะหิรัญ (ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ทีมงาน ตัดต่อ และโปรโมทโพสต์ มูลค่า 254,516.53 บาท สำหรับ 2 คลิปที่เกี่ยวข้องกับการบริจาค) ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ใหญ่ที่มีอำนาจเชิงนโยบายมาลงพื้นที่ เกิดความตระหนักรู้ในวงกว้าง อันจะเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่ทำให้ผู้รับชมได้นำไปต่อยอดเรียนรู้ ช่วยเหลือปัญหาในแบบของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ใช้พลังทรัพย์ส่วนตัวในการผลิตสื่อเชิงสร้างสรรค์ให้ผู้ชมได้รับชมกันโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายมาตลอดระยะเวลา 4 ปี และยังจะทำต่อเนื่องแม้ว่าปิดการรับบริจาคแล้ว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ลงพื้นที่ บริจาคกำลังทรัพย์ ช่วยเหลือเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.1 ส่งทีมงานไปเป็นอาสาสมัครร่วมกับจิตอาสาในพื้นที่รอบเชียงใหม่ วัดผาลาด , ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าเชียงใหม่ (ส่งอาสาสมัครไปบริจาคเจลล้างมือ หน้ากาก ในช่วงCovid-19 เป็นช่วงรักษาระยะห่าง ทางสังคม covid 19 และไม่มีการเก็บภาพใดๆ (ใบเสร็จต่างๆในการซื้ออุปกรณ์อยู่ในอัลบั้มรูปนี้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.2 ส่งตัวแทนบริจาคเป็นสิ่งของตามที่โรงพยาบาลและหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ ที่ขอความอนุเคราะห์เข้ามาเป็นลายลักษณ์อักษร มูลค่า 621,225 บาท (มีใบเสร็จทั้งหมดและเอกสารขอบคุณ) + ค่าขนส่งเอกชน 5,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.3 บริจาคด้วยเงินส่วนตัวด้านอาหารสำหรับผู้ขาดแคลนในเชียงใหม่ที่ต้องเจอทั้งสองวิกฤติในคราวเดียวกัน จำนวน 100,000 บาท (อุดหนุนร้านในท้องถิ่นและดำเนินการแจกจ่าย ทั้งออกนามและไม่ออกนาม ในวันที่ 29 เม.ย. -17มี.ค.ที่ผ่านมา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างการลงพื้นที่เรียนรู้เพื่อร่วมแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนที่ผ่านมาของฌอน บูรณะหิรัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- 19 เม.ย. อำเภอสะเมิงใต้ จังหวัดเชียงใหม่ กับชนเผ่าประกาเกอะญอ และ มีการวางแผนที่จะไปเรียนรู้ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับไร่หมุนเวียนอีกในอนาคตเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ร่วมทีมทำสารคดี กับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านในประเทศ เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 เป็นต้นมา เพื่อผลิตสื่อเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ นำเสนอวิธีการที่เป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ประสบปัญหา เช่น เกษตรทฤษฎีใหม่ ,ไร่หมุนเวียน,ปัญหาPM2.5 , ปัญหาขยะ, ปัญหาด้านไฟป่า (ทำมาอย่างต่อเนื่อง1ปี และ จะทำต่อไปแม้ปิดรับบริจาคแล้ว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- 29 เม.ย. แจกอาหารให้ชาวเชียงใหม่ ที่ Bronco Kids มูลค่า: 30,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- 4 พ.ค. ศึกษาดูงาน ณ ฟาร์มตัวอย่างต้านภัยโควิด
อำเภอ จอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และจะเดินทางไปอีกครั้งในเดือน กรกฎาคมนี้ โดยเป็นงานจิตอาสาไม่ได้รับค่าจ้างใดๆทั้งสิ้น รวมถึงโครงการอื่นๆอีกมากมายที่กำลังเข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสื่อที่นำเสนอข่าวนี้ ผมเข้าใจคุณ ผมรู้ว่าคุณก็กำลังทำเพื่อสังคมเช่นกัน หากมีโอกาสในอนาคตที่เราจะร่วมมือกันในทางใดทางหนึ่งได้ ผมยินดีเสมอและไม่ถือสาใดๆครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมดีใจที่สื่อต่างๆรับรู้ถึงวิกฤติเหล่านี้ในประเทศเพราะเราสูญเสียชีวิตไปมากมาย โดยเฉพาะเรื่องไฟป่า มลพิษเกิดขึ้น ซ้ำกว่า10ปี PM2.5ที่ขึ้นอันดับ 1ของโลกที่เชียงใหม่ ส่งผลกระทบ ต่อนักศึกษาให้ต้องหยุดโรงเรียน มหาวิทยาลัยทุกปี และ ผลกระทบอื่นๆอีกมากที่กล่าวไม่หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผมและทีมงานจะยังยืนยันที่จะเรียนรู้ให้ลึก ให้กว้างขึ้นจากผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้าน เพื่อช่วยสิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาในระยะยาวให้ประเทศไทยร่วมกับทุกฝ่ายโดยปราศจากอคติ และ มีเจตนาบริสุทธิ์ต่อไปครับ ขอบพระคุณทุกกำลังใจที่มีให้พวกเรามาโดยตลอดครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ไม่ใช่จุดจบ เพราะไฟป่าเกิดขึ้นทุกปี คนเสียชีวิตทุกปี สถานศึกษาต้องปิดทุกปี เด็ก เยาวชนต้องหายใจเอามลพิษเข้าปอดทุกปี ผมดีใจที่ทั้งประเทศรับรู้ถึงเรื่องนี้ หวังว่าทุกคนจะคอยช่วยกันในรูปแบบของตนเองอีกครั้งในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคมปีหน้านะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69889</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฌอน บูรณะหิรัญ, ฌอน-บิ๊กป้อม, ณอน-ไฟป่า, ไฟป่าภาคเหนือ, ไลฟ์โค้ช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef4859f5a860.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64820</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2020 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2020 20:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วราวุธ&#039; สั่งกรมป่าไม้เตรียมกล้าไม้ 10 ล้านต้น เร่งฟื้นฟูป่าภาคเหนือเสียหาย 5.5 หมื่นไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค.63 - นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp;เตรียมฟื้นฟูป่าที่เสียหายจากไฟป่า จัดเตรียมกล้าไม้สำหรับใช้ในการปลูกป่าจำนวนกว่า 10 ล้านกล้า พร้อมเดินหน้าปลูกป่าพฤษภาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากปัญหาไฟป่าตลอดเดือนที่ผ่านมา ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน พบว่า มีพื้นที่ป่าที่เสียหายกว่า 55,266 ไร่ จากทั้งหมด 30,148,622 ไร่ ซึ่งพื้นที่ความเสียหายส่วนใหญ่ อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 17,771 ไร่ ครับ ผมได้สั่งการกรมป่าไม้ให้จัดเตรียมกล้าไม้จำนวน 10 ล้านกล้า เพื่อดำเนินการปลูกฟื้นฟูป่าที่เสียหายไป โดยพันธุ์กล้าไม้ที่กรมป่าไม้จัดเตรียมไว้ เป็นพันธุ์ไม้ยืนต้นและเป็นพืชเศรษฐกิจ เช่น ประดู่ป่า สัก พะยูง ตะแบก มะค่าโมง ยางนา ตะเคียนทอง อินทนิล มะขามป้อม หว้า ขนุน สะเดา ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแผนการเตรียมการฟื้นฟูป่าครั้งนี้ เราเปิดให้หน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการฟื้นฟูผืนป่า ผ่านการประสานงานของสำนักส่งเสริมการปลูกป่า สำนักจัดการป่าชุมชน สำนักโครงการพระราชดำริและกิจการพิเศษ และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหน่วยงาน และองค์กรเอกชน พี่น้องประชาชนที่สนใจช่วยกันปลูกกล้าไม้ ฟื้นฟูป่าสามารถลงทะเบียนขอรับกล้าไม้ได้ที่&amp;nbsp;www.forest.go.th&amp;nbsp;นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64820</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ท็อป วราวุธ, ปลูกป่า, วราวุธ ศิลปอาชา, เร่งฟื้นฟูป่า, ไฟป่าภาคเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200501/image_big_5eac27e6f04f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2020 12:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2020 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;ลงพื้นที่ปุ๊บปั๊บ ตร.ปูพรมรวบขี้ยามือเผาป่าเชียงใหม่ได้ทันควัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.63 - &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ ไฟป่า หมอกควัน ในพื้นที่ 9 จังหวัด ภาคเหนือตอนบนนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์&amp;nbsp; ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งให้ ตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เร่งขับเคลื่อนการปฏิบัติ เพื่อเป็นการตอบสนองนโยบาย&amp;nbsp; พล.อ.ประวิตรฯ รองนายกรัฐมนตรี ในการแก้ไขปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ อย่างจริงจังและต่อเนื่อง

โดยจัดให้มี พนักงานสอบสวน คอยรับคำร้องทุกข์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเพิ่มมาตรการตรวจสอบ บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด มอบหมายตำรวจประจำหมู่บ้านและชุมชน ประสานในการเฝ้าระวัง รับแจ้งเหตุไฟป่า รวมถึงชุดเคลื่อนที่เร็ว ลาดตระเวน เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือหน่วยงานต่างๆ ในการเข้าดับไฟป่า ตลอดจน การตรวจสอบติดตามสืบหาผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว

ทั้งนี้เมื่อ วันที่ 9 เมษายน 2563 เวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จอมทอง จว.เชียงใหม่ ได้ประสานการปฏิบัติร่วมกับ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ , ฝ่ายปกครองอำเภอจอมทอง ลาดตระเวนป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาป่าในพื้นที่ตามนโยบายของศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ สามารถจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 1 ราย เป็นชาย อายุ 29 ปี พร้อมของกลางไฟแช็กที่ใช้ก่อเหตุจำนวน 7 อัน มีด 1 ด้าม ยาเสพติดฯ และอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง บริเวณป่าพื้นที่ดอยผาตั้ง ดอยหัวเสือ ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ หมู่ 7 ต.บ้านหลวง อ.จอมทองฯ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา แผ้วถาง ก่นสร้าง เผาป่า ตามมาตรา 19 (1) พ.ร.บ.อุทยาน ประกอบมาตรา 41 และมาตรา 45 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ประกอบมาตรา 72 ตรี และข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) นำตัวผู้ต้องหาพนักงานสอบสวน สภ.จอมทอง ดำเนินคดีต่อไป

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์&amp;nbsp; ชัยจินดา ผบ.ตร. เน้นย้ำให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือกับทุกภาคส่วน ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพราะปัญหาดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศและส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยประชาชนในพื้นที่เป็นจำนวนมาก.


&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62715</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ไฟป่าภาคเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200410/image_big_5e900269cc0a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62706</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2020 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2020 11:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลดาวัลลิ์&#039;ชี้ไฟป่า9จังหวัดภาคเหนือเป็นวิกฤติชาติเสนอซื้อโดรนดับเพลิงดึงท้องถิ่นร่วมดูแล    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

10 เม.ย.63 - นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน ผู้ก่อตั้งพรรคเสมอภาค เปิดเผยว่า หากไม่มีสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา ต้องถือว่าเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน พะเยาที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในหลายพื้นที่เป็นวิกฤตการณ์ที่จะต้องได้รับความสนใจ เพราะนอกจากจะสูญเสียพื้นป่าไม้จำนวนมากแล้ว เจ้าหน้าที้ป่าไม้ พลทหาร อาสาสมัคร ผู้ใหญ่บ้านยังเสียชีวิตขณะเข้าปฏิบัติงานดับไฟหลายคน เป็นเรื่องน่าเศร้าสลดอย่างมาก
&amp;nbsp;
นางลดาวัลลิ์ กล่าวว่า ไฟป่าภาคเหนือนอกจากจังหวัดที่กล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีจังหวัดอื่นๆได้แก่ น่าน ลำปาง แพร่ ลำพูนและตาก รวม9จังหวัด ซึ่งไฟป่าเกิดขึ้นแทบทุกปีทั้งฝีมือมนุษย์และธรรมชาติอันเนื่องมาจากความแห้งแล้ง ในปีนี้มีผู้ถูกจับกุมดำเนินคดีเกือบ500คดี&amp;nbsp; เมื่อไฟไหม้ เจ้าหน้าที่และประชาชนก็จะช่วยกันดับไฟ แต่อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือมีไม่เพียงพอ ที่มีอยู่ก็ไม่มีประสิทธิภาพที่จะสู้กับเพลิงที่ลุกลามเผาผลาญป่าไปตลอดเวลาได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ภาคเหนือยังมีปัญหาฝุ่นpm2.5และหมอกควันทำลายสุขภาพของประชาชน และที่สำคัญการสูญเสียป่าไม้ทำให้เกิดภัยแล้งทำความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรทำลายเศรษฐกิจของประเทศด้วย พรรคเสมอภาคจึงกำหนดเป็นนโยบายหลักและเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาเพื่อหยุดไฟป่าและฝุ่นพิษหมอกควันภาคเหนือให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลดาวัลลิ์ กล่าวอีกว่า วิธีการสู้กับไฟป่าคือ การยกระดับการดับไฟป่าในทุกมิติ พิจารณาความเป็นไปได้ในการใช้เครื่องบินดับเพลิงที่มีประสิทธิภาพ สามารถอุ้มน้ำจากแหล่งน้ำ เช่น กว๊านพะเยา&amp;nbsp; ลำเลียงไปเทดับไฟป่าในพื้นที่ภูเขาสูงเดินทางเข้าไปลำบาก และจัดหาโดรนดับไฟป่าเพื่อใช้ดับไฟป่าในพื้นที่ใกล้ๆชุมชน นอกจากนี้ ยังมีนโยบายให้มีความพร้อมทั้งงบประมาณ เจ้าหน้าที่อย่างเพียงพอ รวมทั้งควรกระจายบาบาทหน้าที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือองค์การบริหารส่วนตำบล รวมทั้ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านมาร่วมมือกัน โดยรัฐบาลจะต้องสร้างเครือข่ายอาสาสมัครเด็ก เยาวชนและประชาชนผู้มีจิตสำนึกอนุรักษ์ป่า สร้างแรงจูงใจในการดูแลรักษาป่า ป้องกันและดับไฟป่าเมื่อเกิดเหตุขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายลงโทษคนกระทำผิด&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วย เมื่อประเทศไทยสามารถดับไฟป่าอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย ก็จะเจรจาร่วมมือดับไฟป่ากับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อแก้ปัญหามลพิษทางอากาศร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การดับวิกฤตไฟป่า9จังหวัดภาคเหนือไม่ใช่เรื่องเล็ก เป็นภารกิจที่เสี่ยงตาย เพราะสู้กับไฟที่ร้อนระอุ มนุษย์มีเลือดเนื้อจะไปต้านทานความร้อนได้อย่างไร&amp;nbsp; ชีวิตของเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าต้องได้รับการคุ้มครอง ขอยืนยันว่านโยบายพรรคเสมอภาคที่เตรียมจะจดจัดตั้งนั้นเอาจริงและทำจริง อุปกรณ์พร้อม คนพร้อม งบประมาณพร้อม วางแผนให้ทุกฝ่ายมาช่วยกันปกป้องป่าเพื่อหยุดไฟป่าให้ได้&amp;quot; นางลดาวัลลิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62706</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคเสมอภาค, โดรนดับไฟป่า, ไฟป่าภาคเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200410/image_big_5e8ff3099a0ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62416</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 18:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 18:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุทยานฯ เปิดรับบริจาคอาหาร ยา เวชภัณฑ์ ช่วยชีวิตสัตว์ป่ารอดไฟไหม้ดอยสุเทพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7​ เม.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าผลตรวจสุขภาพ &amp;quot;อีเห็น&amp;quot; สัตว์​ป่าอีกชนิดที่ได้รับบาดเจ็บจากไฟป่าครั้งใหญ่บนดอยสุเทพ-ปุย หลังสัตวแพทย์ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) นำไปเอกซเรย์ที่โรงพยาบาลสัตว์ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสัตวแพทย์บุรฉัตร ตันประดิษฐ์ เปิดเผยผลการตรวจพบว่าโครงสร้างกระดูกทั่วร่างกาย ไม่มีความผิดปกติ ไม่พบกระดูกแตกร้าวเสียหาย ระบบอวัยวะภายใน ได้แก่ ปอด หัวใจ กระเพาะ ลำไส้ ปกติ ต่อมาจึงได้ทำความสะอาดบาดเเผลที่ดวงตา พร้อมทั้งให้ยาปฏิชีวนะ ยาแก้อักเสบ และยาบำรุงและทำการตรวจภายในช่องปากที่พบปัญหาเคี้ยวอาหารไม่ค่อยสะดวก เนื่องจากมีหินปูนเกาะอยู่ตามไรฟันปริมาณมาก และฟันค่อนข้างสึก จึงคาดว่าน่าจะเป็นอีเห็นที่มีอายุมากแล้ว สัตวแพทย์วางแผนทำการขูดหินปูนเมื่อสัตว์มีสุขภาพแข็งแรงขึ้นกว่านี้ หลังจากฟื้นจากยาสลบ พบว่าสัตว์สามารถกินอาหารได้เองอย่างช้าๆจนหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการช่วยเหลือสัตว์ป่า ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าภาคเหนือที่มีหลายชนิดที่เจ้าหน้าที่พบนำมาดูแลรักษาสุขภาพ ทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธา บริจาคยา เวชภัณฑ์ และสิ่งของ อาทิ
1.อาหารสำหรับสัตว์ป่วยวิกฤติของสุนัขและแมว เพื่อช่วยเหลืออีเห็นบาดเจ็บจากไฟป่า&amp;nbsp;2.อาหารสำหรับสัตว์ป่าชนิดอื่น ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่า เช่น แมวดาว และลูกลิง โดยสามารถบริจาคนมสำหรับลูกแมว นมวัวรสจืด อาหารสำหรับลูกสัตว์วัยพร้อมหย่านม เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.อาหารสำหรับสัตว์ป่าพลัดหลงอื่นๆ (เช่น นกป่าบาดเจ็บ เหยี่ยวพลัดหลง ลิงป่าพลัดหลง) ที่คลินิกสัตว์ป่าได้รับมาดูแล ได้แก่ อาหารนกสำเร็จรูป ผลไม้ชนิดต่างๆ อาหารไก่ ข้าวเปลือก เมล็ดธัญพืช ลูกเจี๊ยบแช่แข็ง เนื้อไก่สด&amp;nbsp;4.อุปกรณ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในกรงสัตว์และอุปกรณ์เลี้ยงสัตว์ ได้แก่ น้ำยาเดตตอล ผงซักฟอก เป็นต้น&amp;nbsp;5.กรงสัตว์และอุปกรณ์เลี้ยงสัตว์อื่นๆ ได้แก่ กรงเคลื่อนย้ายสำหรับสุนัขและแมวขนาดต่างๆ ชามอาหารสำหรับสัตว์ เป็นต้น&amp;nbsp;6.ยาและเวชภัณฑ์ ได้แก่ ยาแดงทาแผล สำลี ผ้าก็อซ ก้านสำลี น้ำเกลือ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสามารถติดต่อได้ที่ นายสัตวแพทย์บุรฉัตร ตันประดิษฐ์ (หมอกิ้ง)หมายเลขโทรศัพท์ 081-918-7399 // สัตวแพทย์หญิงรัตนา สาริวงศ์จันทร์ (หมอเอ๋) หมายเลขโทรศัพท์ 094-629-0904 เพื่อประสานวันและเวลาที่จะเดินทางมาบริจาค​ - ที่อยู่ คลินิกสัตว์ป่า เลขที่ 126/16 หมู่ 3 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50100&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คลินิกสัตว์ป่า​ Wildlife​ Clinic สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูงที่เมตตาประสงค์จะช่วยเหลือสัตว์ป่าน้อยใหญ่ที่ได้รับความทุกข์ยากจากวิกฤติไฟป่าภาคเหนือ ทางคลินิกสัตว์ป่า จะทำการรายงานสถานการณ์ความคืบหน้าในการช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ได้รับมาดูแลอย่างต่อเนื่อง​โดยพบว่าในเพจ​ Wildlife​ Clinic ChiangMai​ มีผู้ร่วมบริจาคเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62416</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, จังหวัดเชียงใหม่, ปัญหาไฟป่าหมอกควัน, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16, อุทยานดอยสุเทพ-ปุย, ไฟป่าภาคเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200407/image_big_5e8c5c7cefc06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
