<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2021 19:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ACEมุ่งสู่พลังงานสีเขียว แก้วิกฤติขยะมูลฝอย-ลดโลกร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้มีความชัดเจนแล้วว่าทั่วโลกได้หันมาให้ความสนใจทางด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเป้าหมายสำคัญคือการลดภาวะโลกร้อนและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ไม่ว่าจะเป็นสหภาพยุโรปและประชาคมโลกกว่า 200 ประเทศที่มีภารกิจร่วมกันในนาม COP21 สำหรับประเทศไทยก็เช่นกัน รัฐบาลได้มุ่งขับเคลื่อนนโยบายพลังงานทดแทน ทั้งไบโอดีเซล ไบโอแมส ไฟฟ้า และไบโอเคมิคัล โดยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก 25% ภายในปี 2030 และวัดผลทุก 3-5 ปี หากทำได้ดีกว่าเป้าหมาย ก็จะเป็นบันไดให้เราก้าวไปเช่นเดียวกับยุโรป และกลุ่มอาเซียนก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มากเช่นกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมานั้น กระทรวงพลังงานได้เตรียมใช้เวทีการหารือเชิงนโยบาย (Policy Dialogue) กับกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม (เมติ) ของญี่ปุ่น ในรูปแบบการประชุมออนไลน์ ซึ่งปีนี้ทางกระทรวงพลังงาน โดยจะขอให้ทางญี่ปุ่นนำเสนอรายละเอียดของแผนลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ขึ้นอยู่ชั้นบรรยากาศ ที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดก๊าซเรือนกระจก และนำไปสู่ปัญหาโลกร้อน หลังจากเมื่อเร็วๆ นี้ทางญี่ปุ่นได้ประกาศเป้าหมายชัดเจนว่า จะลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 หรือ Carbon Neutral by 2050 และยังมียุทธศาสตร์การเติบโตด้านพลังงานสะอาด &amp;quot;green growth strategy&amp;quot; กำกับการขับเคลื่อนชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยเองก็จะนำแนวทางดังกล่าวมาเป็นโมเดลในการจัดทำแผนลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ให้สอดรับกับทิศทางพลังงานของหลายประเทศทั่วโลกที่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เช่น สหรัฐ ได้ประกาศเป้าหมาย ลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2593 และจีน ประกาศเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2603 ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะเป็นส่วนสำคัญในการจัดทำแผนพลังงานแห่งชาติ 2022 ให้แล้วเสร็จภายในปีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจัดทำแผนพลังงานแห่งชาติ ที่ประกอบไปด้วย &amp;nbsp;แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) แผนพัฒนาพลังงานทดแทน (AEDP) แผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP) แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ (Gas Plan) และแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง (Oil Plan) ในทุกๆ แผนก็จะต้องกำหนดแนวทางขับเคลื่อนให้ไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ การลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจากนโยบายของรัฐบาลที่ผลักดันเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จะทำให้ความต้องการไฟฟ้า ซึ่งที่ผ่านมานั้นกระทรวงพลังงานได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน เมื่อวันที่ 23 ก.พ.2564 &amp;nbsp;เพื่อวางแผนเตรียมความพร้อมด้านพลังงานในอีอีซี แม้โควิด-19 จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนไทยชะลอตัวบ้าง แต่สถิติการใช้ไฟฟ้าล่าสุดชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแล้ว โดยภาคอุตสาหกรรมการใช้ไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้น จนเท่ากับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 เหลือเพียงภาคการท่องเที่ยวเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพรชัย รุจิประภา ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน กล่าวว่า ในอีก 10 ปีข้างหน้า แนวโน้มการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่อีอีซีจะเพิ่มขึ้นกว่า 4 พันเมกะวัตต์ เนื่องจากสิ่งที่จะเกิดขึ้นอนาคตล้วนแล้วแต่ต้องใช้ไฟฟ้าทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น รถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบิน ภาคตะวันออก ท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 และท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 รวมถึงเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (อีอีซีดี) และเมืองใหม่สมาร์ทซิตี้ที่จะเกิดขึ้นในอีกหลายเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากนี้ อุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาลยังพุ่งไปที่หลายเมืองจะทำให้มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นกว่า 4 พันเมกะวัตต์ ในอีก 10 ปีข้างหน้าอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ทำให้ไฟฟ้ามีความจำเป็นอย่างมาก ดังนั้นต้องเร่งวางแผนการสร้างโรงไฟฟ้าที่เหมาะสม และสอดคลองกับนโยบายลดโลกร้อนของรัฐบาลที่ส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว และยังสอดคล้องกับเทรนด์ของโลก สร้างแรงจูงใจให้กับต่างชาติเข้ามาลงทุนในอีอีซี&amp;quot; นายพรชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในภาคเอกชนก็ให้ความสำคัญในสิ่งเหล่านี้ อย่างเช่น บมจ.แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ &amp;nbsp;หรือ ACE ผู้ดำเนินธุรกิจพลังงานสะอาดด้านโรงไฟฟ้าชีวมวล และโรงไฟฟ้าขยะ ถือว่าเป็นหนึ่งในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจมายาวนาน และสามารถเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนได้อย่างต่อเนื่องยาวนานเต็มประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายธนะชัย บัณฑิตวรภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ACE กล่าวว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มปีละ 4% เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะไม่ขาดไฟฟ้า รัฐบาลจึงออกนโยบายแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยเพื่อสนับสนุนให้ภาคเอกชนลงทุนในโรงไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียนถือเป็นพระเอกของแผนพัฒนาครั้งนี้เพราะมีสัดส่วนถึง 37% หรือเกิน 1 ใน 3 ของกำลังผลิตไฟฟ้าที่ต้องการเพิ่มทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น โรงไฟฟ้าชีวมวลและขยะถือเป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้าประเภทพลังงานหมุนเวียนจึงมีโอกาสได้รับประโยชน์จากแผนพัฒนาครั้งนี้ และโรงไฟฟ้าชีวมวลเป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบในเชิงหน่วยไฟฟ้าที่ผลิต และตรงกับนโยบาย BCG หรือ Bio-Circular-Green economy ที่รัฐบาลกำลังส่งเสริมอย่างจริงจัง ส่วนโรงไฟฟ้าขยะมูลฝอยก็ได้รับอานิสงส์จากนโยบายการจัดการขยะอย่างถูกวิธี เพื่อแก้ไขวิกฤติขยะมูลฝอยของประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายธนะชัย กล่าวว่า เป้าหมายการลงทุนของบริษัทนั้น ไม่เจาะจงว่าต้องเป็นในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ หรือ อีอีซี เพราะการลงทุนหรือขยายธุรกิจนั้น ดูตามโอกาสของธุรกิจ ยกตัวอย่างเช่นขยะ ถ้ามองว่าพื้นที่อีอีซีมีขยะเยอะ มีศักยภาพ ก็จะเข้าไปทำ อีอีซีนั้นบริษัทมาดำเนินงานอยู่ก่อนแล้ว ส่วนจะส่งอานิสงส์อย่างไรกับบริษัทนั้น คือในอนาคตถ้ามีโรงงานเกิดขึ้นมากๆ แล้วไฟฟ้าไม่พอกับความต้องการเยอะ ก็มีโอกาสขยายได้อีก ที่ฉะเชิงเทรามีที่เหลือ สามารถขึ้นอีกโรงหนึ่ง เพราะเป็นพื้นที่ที่มีท่อก๊าซธรรมชาติผ่านข้างหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;quot;ถ้าตอบคำถามว่าอีอีซีเราสนใจไหม เราสนใจในฐานะที่มันเป็นหนึ่งในพื้นที่ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องมุ่งไปที่อีอีซีอย่างเดียว มันไม่ใช่เราดูตามโอกาสตามผลตอบแทน คือดูหมด เราไม่ได้ดูเฉพาะในประเทศด้วยซ้ำ เราดูต่างประเทศด้วย ทุกวันนี้ก็คุยอยู่ทั้งดีลที่เป็น M&amp;amp;A และดีลที่เป็นการลงทุนใหม่ แต่ส่วนใหญ่ถ้าเลือกจะไปก็จะไปในสิ่งที่เราได้เปรียบในการแข่งขัน ซึ่งวันนี้สิ่งที่เราได้เปรียบคิดว่าจะเป็นเรื่องของ Biomass Biogas และขยะชุมชน เพราะมีประสบการณ์ในการออกแบบ ประสบการณ์ในการเดินเครื่อง&amp;rdquo; นายธนะชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนะชัย กล่าวถึงแผนการดำเนินงานในปี 2564 นั้น ACE มีแผนที่จะ COD อีกหลายโครงการ ที่คาดจะก่อสร้างแล้วเสร็จและ COD ได้ทันภายในปีนี้ รวมถึงการทยอยลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) อาทิ โครงการโรงไฟฟ้า SPP Hybrid อีก 3 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 73 เมกะวัตต์
นอกจากนี้ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล VSPP อีก 11 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 108.9 เมกะวัตต์ ที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนและมีความคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจ รวมถึงโอกาสการได้มาซึ่งโครงการใหม่ๆ จากการที่ภาครัฐมีแผนที่จะเปิดประมูลโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนนำร่อง 150 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน 400 เมกะวัตต์ ซึ่ง ACE ก็มีความพร้อมเต็มที่ในการเข้าร่วมประมูลในส่วนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ขณะที่ดีลซื้อกิจการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในปีนี้ หลังมีผู้เสนอเข้ามาให้พิจารณาจำนวนมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบสถานะ (Due Diligence) และการเจรจา โดย ACE จะพิจารณาความคุ้มค่าในการลงทุนและความเสี่ยงเป็นหลักสำคัญ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเมื่อซื้อเข้ามาแล้วจะช่วยให้ผลประกอบการของ ACE เติบโตได้ดียิ่งขึ้น และเป็นไปอย่างยั่งยืนในระยะยาว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกลุ่มบริษัท ACE มีโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วกำลังการผลิตติดตั้งรวม 245.91 เมกะวัตต์ และมีกำลังการผลิตติดตั้งที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 203.66 เมกะวัตต์ รวมเป็นกำลังการผลิตติดตั้ง 449.57 เมกะวัตต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในปี 2563 ที่ผ่านมานั้น มีผลการดำเนินงานเติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มีกำไรสุทธิ 1,508 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85% จากปีก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิ 815 ล้านบาท &amp;nbsp;เนื่องมาจากการที่กลุ่มบริษัทสามารถเดินเครื่องโรงไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องยาวนานเต็มประสิทธิภาพ สามารถบริหารและควบคุมต้นทุนต่างๆ ได้ดีเยี่ยมจนทำให้โรงไฟฟ้าทุกประเภทมีอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้กลุ่มบริษัทยังมีการบริหารต้นทุนทางการเงินที่ทำได้ดีอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม โรงไฟฟ้าของบริษัทนั้นเป็นโรงไฟฟ้าไบโอแมส เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนของเชื้อเพลิง ทางบริษัทมีการวิจัยและพัฒนาเชื้อเพลิงที่นำมาใช้ในการผลิตพลังงานอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงบริษัทยังได้มีการกระจายแหล่งซัพพลายของพืชพลังงานให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะลดความเสี่ยงที่ราคาต้นทุนของพืชพลังงานจะปรับตัวสูงขึ้น อีกทั้งในขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างวิจัยพืชพลังงานชนิดใหม่ 2 ชนิด ได้แก่ หญ้าสาทร และหญ้าเลา คาดปลายปีนี้จะสามารถนำออกมาให้เกษตรกรทดลองปลูกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 บริษัทเตรียมที่จะนำโดรนเข้ามาช่วยวิเคราะห์พืชผลให้กับเกษตรกรที่ปลูกพืชพลังงานเหล่านี้ส่งให้กับบริษัท ส่วนโรงไฟฟ้าขยะ บริษัทได้มีการนำเทคโนโลยีอย่าง IoT เข้ามาใช้เพื่อให้ระบบภายในโรงไฟฟ้าสามารถที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;quot;ACE มุ่งที่จะสร้างความเติบโตให้กิจการและเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งของโรงไฟฟ้าด้วยการเข้าร่วมประมูลโครงการโรงไฟฟ้าต่างๆ และการเจรจาซื้อกิจการโรงไฟฟ้าต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศอีกเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่องในอนาคต เพื่อขับเคลื่อนให้ ACE บรรลุเป้าหมายการเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งให้ได้มากกว่า 1,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2567&amp;quot; นายธนะชัย กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96049</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท       แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ACE, พลังงานทดแทน, พลังงานสะอาด, เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี), โรงไฟฟ้าขยะ, ไฟฟ้าชีวมวล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604e01d954b6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2020 15:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2020 15:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พพ.ชูโรงไฟฟ้าทุ่งสังกรีน 9.5 MWต้นแบบชีวมวลเชื้อเพลิงผสมหนุน ศก.ชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
พพ.ลงพื้นที่ภาคใต้ ศึกษาศักยภาพโรงไฟฟ้าชีวมวลทุ่งสังกรีน หรือ TSG นำระบบใช้เชื้อเพลิงผสม หรือ Multi-Fuel ผลิตกระแสไฟฟ้าขนาด 9.5 เมกะวัตต์ สร้างเศรษฐกิจชุมชนกว่า 100 ล้านบาทต่อปี &amp;nbsp;การันตีด้วยรางวัลดีเด่น Thailand Energy Awards 2019 และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในระดับ ASEAN Energy Awards 2019 เตรียมหนุนเป็นโรงไฟฟ้าต้นแบบ เพื่อพัฒนาโรงไฟฟ้าชีวมวลในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค. ุ- นางสาวนวลจันทร์ &amp;nbsp;เตชะเสริมสุขกูล &amp;nbsp;รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.)เปิดเผยว่าวันนี้ (23 มกราคม 2563) ได้นำคณะเจ้าหน้าที่ พพ. ลงพื้นที่เยี่ยมชมและศึกษาเทคโนโลยี &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านพลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงาน &amp;nbsp;ที่โรงไฟฟ้าชีวมวลทุ่งสังกรีน (TSG ) ของ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ &amp;nbsp; โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)หรือ TPCH &amp;nbsp;ที่ตำบลทุ่งสัง อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช อัตรากำลังผลิต &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 9.5 เมกะวัตต์ ซึ่งถือเป็นโรงไฟฟ้าต้นแบบที่ได้รับรางวัล Thailand Energy Awards 2019 &amp;nbsp;ดีเด่น ประเภทประเภทโครงการที่เชื่อมโยงกับระบบสายส่งไฟฟ้า (On-Grid) และยังได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ในระดับ ASEAN Energy Awards 2019&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โรงไฟฟ้าดังกล่าวเป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้าต้นแบบ ของโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ใช้วัสดุทางการเกษตรเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า ในแบบใช้เชื้อเพลิงผสมได้หลายชนิด (Multi-Fuel) &amp;nbsp;อาทิ ไม้ยางพารา (ตอไม้ รากไม้ ปลายไม้ และปีกไม้) และกะลา/ทะลายปาล์ม &amp;nbsp;เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงขาดแคลน &amp;nbsp;ใช้เงินลงทุน ประมาณ 800 ล้านบาท &amp;nbsp; ซึ่งบริษัทได้ออกแบบโรงไฟฟ้าแห่งนี้ด้วยการติดตั้งระบบเครื่องดักจับไฟฟ้าสถิติ (ESP) เพื่อดักจับฝุ่นจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงในระบบการผลิต เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมกับชุมชนโดยรอบ ทำให้โรงไฟฟ้าดังกล่าวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และประชาชนในพื้นที่ได้ รับประโยชน์จากการขายวัสดุทางการเกษตร เป็นการสร้างเศรษฐกิจชุมชนให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น สอดรับกับนโยบายพลังงานที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาพลังงานของประเทศ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ศักยภาพของโรงไฟฟ้าดังกล่าว สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จำนวน 9.2 เมกะวัตต์ หรือสามารถขายได้ &amp;nbsp;77 ล้านหน่วยต่อปี เป็นหน่วยผลิตที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ปีละ 50,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ &amp;nbsp; สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนภายในชุมชนมากกว่าปีละ 100 ล้านบาท จากการรับซื้อวัสดุทางการเกษตร และการจ้างงานบุคลากรภายในพื้นที่ถึงร้อยละ 93 อีกทั้งยังเป็นโรงไฟฟ้าที่มีส่วนร่วมในการสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในพื้นที่กับภาคใต้ ในกรณีที่เกิดปัญหา ไฟฟ้าตก &amp;ndash; ดับได้อีกทางหนึ่งด้วย
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;จากศักยภาพของโรงไฟฟ้าจึงทำให้ได้รับการพิจารณารางวัลทั้งในระดับประเทศและภูมิภาคอาเซียน นับเป็นเครื่องการันตี ถึงความสำเร็จในความมุ่งมั่นพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่มีมาตรฐานในการผลิตไฟฟ้าและการดูแลด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ประสิทธิภาพจากการใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาเป็นเชื้อเพลิง&amp;rdquo; นางสาวนวลจันทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พพ.พร้อมที่จะเดินหน้าการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาโรงไฟฟ้าชีวมวล ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนและท้องถิ่น โดยเฉพาะการนำวัสดุทางการเกษตรมาสร้างมูลค่าเพิ่ม และลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน &amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีผลต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูง &amp;nbsp;ในขณะที่โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในพื้นที่ยังไม่สามารถพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการได้ โดยปัจจุบันยังต้องพึ่งพาการจัดส่งไฟฟ้าจากส่วนกลางผ่านระบบสายส่ง ให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55318</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.), นวลจันทร์ เตชะเสริมสุกกูล, ไฟฟ้าชีวมวล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200123/image_big_5e2956448ea38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
