<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>7096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2018 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2018 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสทช.เรียก TRUE ให้ข้อมูลด่วนหลังทำข้อมูลลูกค้ามือถือ บัตรปชช.-พาสปอร์ต รั่วไหลก้อนใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.61- รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานฯ ได้เรียกตัวแทนจากบมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) เข้ามาให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่มีกระแสข่าวว่า &amp;nbsp;ได้มีข้อมูลบัตรประชาชนและใบขับขี่ &amp;nbsp;ผู้ใช้งานTrue Move H &amp;nbsp;รั่วไหลหลุดจากระบบให้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจาก สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ได้รายงานว่า เมื่อวันที่ 13 เมษายน ที่ผ่านมา นักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัย คือนาย Niall Merrigan ได้รายงานข้อมูลผู้ใช้บริการ True Move H รั่วไหล โดยข้อมูลเหล่านี้อยู่ใน Amazon S3 bucket ที่ไม่ได้มีมาตรการป้องกันเพียงพอ ส่งผลให้บุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงและดาวน์โหลดข้อมูลดังกล่าวออกมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยข้อมูลที่หลุดออกมามีทั้งไฟล์ภาพ JPG และ ไฟล์ PDF โดยเป็นไฟล์สแกนสำเนาบัตรประชาชน ใบขับขี่ และพาสปอร์ตของผู้ใช้บริการ ปริมาณข้อมูลที่อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวมีประมาณ 46,000 ไฟล์ รวมแล้วกว่า 32GB โดยเป็นไฟล์นับแต่ปี 2016-2018 แต่ยังไม่มีการยืนยันจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิจัยเผยว่าได้ติดต่อประสานไปยัง True Move H เมื่อต้นเดือน มี.ค. และมีการแก้ไขปัญหาไปเมื่อวันที่ 12 เมษายน ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ แจ้งกับผู้ใช้งาน True Move H ว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูล โดยผู้ใช้ควรตรวจสอบว่าใช้ข้อมูลใดในการลงทะเบียนกับผู้ให้บริการ รวมถึงอาจพิจารณาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ในกรณีหากเกิดเหตุการณ์ผู้ประสงค์ร้ายนำข้อมูลที่หลุดรั่วออกไปใช้ในการสวมรอยหรือปลอมแปลงตัวบุคคล ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางกฎหมายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปัญหาข้อมูลรั่วไหลในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง หน่วยงานหรือนักพัฒนาที่นำข้อมูลสำคัญโดยเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคลฝากไว้บน Amazon S3 bucket ควรรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลโดยอาจเข้ารหัสลับข้อมูล จำกัดการเข้าถึงจากบุคคลภายนอก รวมถึงตรวจสอบการใช้งานที่ผิดปกติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7096</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช, ข้อมูลรั่วไหล, ข้อมูลลูกค้า, ทรู, ทรู คอร์ปอเรชั่น, นักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัย, สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน), สำเนาบัตรประชาชน, ไฟล์ภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180414/image_big_5ad1d11619926.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
