<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.งบฯไฟเขียว เท1.63หมื่นล้าน เพิ่มไว้ที่งบกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กมธ.งบฯ ฝุ่นตลบ! &amp;nbsp; &amp;ldquo;พปชร.&amp;rdquo; ชงคืนงบหมื่นล้านให้งบกลาง &amp;nbsp;อ้างช่วยโควิด ด้าน &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; โดดค้าน อ้างสภาอนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงินให้แล้ว แต่สุดท้าย กมธ.เสียงส่วนใหญ่ 35 ต่อ 7 ไฟเขียวเทงบ 1.63 หมื่นล้านเพิ่มงบกลาง ปธ.วิปรัฐบาลยันมีความจำเป็นเนื่องจากโควิดระบาดสูงขึ้น หากฉุกเฉินผู้ว่าฯ ขออนุมัติใช้ได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 2 สิงหาคม น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 กล่าวถึงความคืบหน้าพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ ว่า เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา คณะ กมธ.งบประมาณรายจ่ายฯ มีวาระลงมติโหวตคืนงบประมาณที่ได้ตัดมาทั้งหมด จำนวน 1.63 หมื่นล้านบาท แต่ลงมติไม่สำเร็จ เพราะทาง กมธ.ได้เสนอแปรญัตติออกเป็น 2 ญัตติ และเกิดการถกเถียงกันมา โดยญัตติที่หนึ่งเป็นของนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เสนอให้นำงบไปเพิ่มแก่งบกลางจำนวน 1 หมื่นล้านบาท, กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น 2 พันล้านบาท รวมทั้งกระจายไปยังสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานอัยการสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ส่วนญัตติของตนเสนอให้นำงบไปเพิ่มแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ จำนวน 1.32 หมื่นล้านบาท เพื่อชดเชยรายได้การเก็บภาษีที่ดินที่หายไป ส่วนที่เหลือแปรไปยังสำนักงานกองทุนหลักประกันสุขภาพ 860.24 ล้านบาท, กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา 631.73 ล้านบาท, กองทุนการออมแห่งชาติ 460 ล้านบาท, กองทุนฟื้นฟูเกษตรกร 500 ล้านบาท, กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี 100 ล้านบาท, กองทุนช่วยเหลือเกษตรกร 100 ล้านบาท และกองทุนประกันสังคม 509.61 ล้านบาท ซึ่งญัตติของตนได้ผ่านการเจรจาต่อรองกับ กมธ.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลหลายคน จนสามารถได้เสียงจากฝ่ายรัฐบาลมาส่วนหนึ่ง แต่ไม่เด็ดขาดมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอคัดค้านญัตติของนายบุญสิงห์ เพราะเห็นว่าไม่เหมาะสม และไม่ชอบมาพากล แม้จะบอกว่านำเงินไปช่วยเกี่ยวกับโควิด แต่อย่าลืมว่าสภาเพิ่งอนุมัติ พ.ร.ก.ให้กู้เงินเพื่อเยียวยาโควิด จึงไม่มีความจำเป็นต้องแปรไปยังงบกลางอีก เราไม่ใช่ไม่มีเงินเพื่อแก้ไขปัญหาโควิด เราไม่จำเป็นต้องนำงบที่ตัดได้ไปใส่ในงบกลาง อีกทั้งงบกลางยังตรวจสอบได้ยากมาก เนื่องจากเป็นอำนาจเต็มของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เคยขอข้อมูลไปกับทั้งสำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือ ที่สำคัญยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ขาดงบประมาณและเสนอเข้ามาขอ ฉะนั้นจึงไม่สมควรโอนงบที่เหลือไปงบกลาง&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ศิริกัญญากล่าวอีกว่า สาเหตุที่บอกว่ามีความไม่ชอบมาพากล เพราะตั้งงบกลางสูงถึง 1 หมื่นล้านบาท แต่มีการเจรจาลดลงเหลือ 5 พันล้านบาท จึงสงสัยว่าทำไมตั้งถึงหมื่นล้านจึงลดเหลือ 5 พันล้านได้ การกระทำเช่นนี้หมายถึงอะไร หรือเป็นเพียงการตั้งงบประมาณเพื่อเตรียมไว้ใช้ในการเลือกตั้งที่จะถึง ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนช่วยกันจับตาการลงมติของคณะ กมธ.ในวันนี้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.15 น. น.ส.ศิริกัญญา &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้คณะ กมธ.ที่มีนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. ในฐานะรองประธาน กมธ. ทำหน้าที่ประธานในการประชุม ได้มีมติเห็นชอบคืนงบประมาณที่ได้ตัดมาจำนวน 1.63 หมื่นล้านบาทแก่งบกลางทั้งหมด ด้วยเสียง 35 ต่อ 7 งดออกเสียง 3 เสียง โดยฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยประกอบด้วย พรรคก้าวไกล 6 คน ได้แก่ 1.นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล 2.น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ 3.น.ส.วรรณวิภา ไม้สน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 4.น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม. 5.นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ 6.นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนอีก 1 เสียงคือ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ในฐานะรองประธาน กมธ. งบฯ 65 กล่าวถึงการเตรียมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 65 ในวาระ 2-3 ว่า การพิจารณาในชั้น กมธ.จะเสร็จสิ้นในวันนี้ จากนั้นจะส่งไปยังสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตามกรอบเวลา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กำหนดว่าพิจารณาวาระ 2 และวาระ 3 ในวันที่ 18-20 ส.ค.นี้ ซึ่งหากมีการประกาศล็อกดาวน์และประกาศพื้นที่ควบคุมสูงสุดเพิ่มเติม ก็ขึ้นอยู่ที่การตัดสินใจของประธานสภาฯ ว่าจะมีแนวทางในการดำเนินการอย่างไร ส่วนที่ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับการแปรญัตติงบฯ ที่ถูกปรับลดจากส่วนราชการต่างๆไปไว้ที่งบกลางนั้น เรื่องนี้เป็นความจำเป็นที่ต้องนำงบไปเพิ่มเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกวัน และไม่ทราบว่าจะยุติลงเมื่อไร จึงควรจัดสรรงบส่วนดังกล่าวไปไว้ในส่วนของงบกลาง ซึ่งสำนักงบฯ ได้ประเมินแล้วว่าจะต้องจัดสรรงบไปในส่วนใดบ้าง และหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถประสานขออนุมัติงบกลางเพื่อนำไปใช้ได้ทันที จึงไม่เห็นด้วยที่ฝ่ายค้านจะโยกไปไว้ยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านระบุการแปรงบมาไว้ที่งบกลาง จะทำให้การตรวจสอบทำได้ยาก นายวิรัชกล่าวว่า สามารถดำเนินการตรวจสอบได้ เนื่องจากก่อนนำงบทุกอย่างไปใช้ ทุกหน่วยงานต้องเสนอแผนงาน และในส่วนของ กมธ.มีหน้าที่แค่พิจารณา ส่วนผู้ที่บริหารจัดการงบเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ซึ่งเป็นกลไกของฝ่ายบริหาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111995</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบฯ ฝุ่นตลบ, น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล, นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์, พรรคก้าวไกล, พรรคพลังประชารัฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไฟเขียวเทงบ 1.63 หมื่นล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4d0859d8bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
