<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 22:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 22:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐเตรียมฉีดวัคซีนโควิดให้เด็กอายุ 5-11 ปีเดือนหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทำเนียบขาวแถลงเมื่อวันพุธว่า สหรัฐเตรียมจะเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับเด็กอายุ 5-11 ปีตั้งแต่เดือนหน้า โดยจะมีเด็กอเมริกันอยู่ในข่ายได้ฉีดวัคซีน 28 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ Getty Images&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 กล่าวว่า การตัดสินใจของทำเนียบขาวเพียงรอการรับรองขั้นตอนสุดท้ายจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (ซีดีซี) และองค์การอาหารและยาสหรัฐ (เอฟดีเอ) เมื่อถึงเวลานั้นก็จะเริ่มต้นโครงการฉีดวัคซีนให้เด็กวัยนี้ได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท ไฟเซอร์ ได้ยื่นขออนุมัติจากทางการเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา สำหรับการใช้งานวัคซีนกับเด็กช่วงวัยดังกล่าว และคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ 2 คณะเตรียมจะประชุมหารือ โดยคณะแรกของเอฟดีเอเตรียมประชุมกันสัปดาห์หน้า ส่วนคณะที่สองของซีดีซีจะประชุมกันวันที่ 2-3 พฤศจิกายน และคาดว่าจะมีคำแนะนำทันทีหลังจากนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการทดลองทางคลินิก เด็กอายุ 5-11 ปีได้รับวัคซีน 2 โดส โดสละ 10 ไมโครกรัม ซึ่งน้อยกว่ากลุ่มที่อายุมากกว่า ซึ่งได้ฉีดโดสละ 30 ไมโครกรัม การฉีดเว้นระยะห่าง 21 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทคได้รับการอนุมัติอย่างเต็มที่จากเอฟดีเอสำหรับฉีดให้ผู้ที่อายุ 16 ปีขึ้นไป และเมื่อเดือนพฤษภาคม เอฟดีเออนุมัติการใช้งานแบบฉุกเฉินกับเด็กอายุ 12-15 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่า การฉีดวัคซีนให้เด็กมีความจำเป็นต่อการช่วยให้ประชากรมีภูมิคุ้มกันต่อโรคนี้ แม้ว่าเด็กที่อายุน้อยๆ จะมีโอกาสเกิดโรครุนแรงน้อยกว่า แต่เด็กก็สามารถป่วยและแพร่เชื้อไวรัสสู่ประชากรทั่วไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเชื่อมั่นของคนอเมริกันต่อการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้นในช่วงหลายเดือนมานี้ ถึงวันพุธ มีประชากรที่อยู่ในข่ายฉีดวัคซีนได้ที่อายุ 12 ปีขึ้นไป ร้อยละ 77.1 ที่ได้ฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120362</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนโควิด-19, สหรัฐเตรียมฉีดวัคซีนให้เด็ก 5-11 ปี, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_61702f891c39a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระดมฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้เด็กนักเรียนเกาะล้าน103คน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - ตามที่นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ได้เร่งรัดผลักดันสร้างระบบภูมิคุ้มกันหมู่ โดยชุมชนเกาะล้านถูกกำหนดเป็นพื้นที่นำร่องโครงการหมู่บ้านสีฟ้า หมู่บ้านนี้ไม่มีโควิด-19 โดยระดมกระจายวัคซีนป้องกันให้กับประชาชนผู้อยู่อาศัยบนเกาะอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ในส่วนของโครงการพัทยาไม่ทิ้งกัน ที่ได้ดำเนินการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้เด็กนักเรียน อายุ 12-18 ปี ตั้งแต่ชั้น ป.3-ม.6 นั้น มีรายงานว่า โรงพยาบาลเมืองพัทยา และสำนักสาธารณสุขเมืองพัทยา ได้ประสานการจัดส่งวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่ 1 จำนวน 103 โดส ให้กับศูนย์แพทย์ชุมชนบ้านเกาะล้าน เพื่อดำเนินการฉีดวัคซีนให้นักเรียนของโรงเรียนเมืองพัทยา 10 (บ้านเกาะล้าน) ที่ผ่านการอนุญาตและแสดงเจตจำนงจากผู้ปกครองให้บุตรหลานเข้ารับวัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับจากภาครัฐรวม 103 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในส่วนของการสร้างระบบภูมิคุ้มกันหมู่ในสถานศึกษาโรงเรียนสังกัดเมืองพัทยา พบว่าเมืองพัทยาได้กำหนดการกระจายวัคซีนไฟเซอร์ให้เด็กนักเรียนในวันที่ 19-20 ต.ค.2564 สิ่งสำคัญคือเป็นการสร้างความปลอดภัยในโรงเรียน บ้านและครอบครัว เป็นไปตามมาตรการการพิจารณาจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชลบุรีที่จะให้เริ่มเปิดการเรียนการสอนในเดือน พ.ย.นี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120290</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศูนย์แพทย์ชุมชนบ้านเกาะล้าน, สำนักสาธารณสุขเมืองพัทยา, โรงพยาบาลเมืองพัทยา, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fa12f70bbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 16:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลศึกษาชี้วัคซีนไฟเซอร์ประสิทธิภาพลดฮวบหลังผ่าน6เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;การศึกษาของไฟเซอร์จากการรวบรวมข้อมูลจากผู้ที่ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์ครบแล้ว 2 โดสในสหรัฐ ยืนยันว่าวัคซีนไฟเซอร์มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการป่วยรุนแรง รวมถึงจากสายพันธุ์เดลตา แต่ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อลดฮวบหลังฉีดโดส 2 แล้วอย่างน้อย 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลล่าสุดนี้ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ &amp;quot;แลนเซ็ต&amp;quot; เมื่อวันจันทร์ที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยเป็นการยืนยันข้อมูลที่เคยเผยแพร่เมื่อเดือนสิงหาคมซึ่งยังไม่ผ่านการตรวจทานจากผู้รู้เสมอกัน แต่ข้อมูลที่ได้ก่อนหน้านี้มาจากการทดลองทางคลินิก ที่แสดงให้เห็นว่าวัคซีนไฟเซอร์ป้องกันการป่วยเข้าโรงพยาบาลได้ ส่วนข้อมูลล่าสุดเป็นการรวบรวมประสิทธิภาพของวัคซีนในโลกจริงเมื่อเวลาผ่านไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์และเอเอฟพีกล่าวว่า นักวิจัยจากไฟเซอร์และบริษัทผู้ให้บริการด้านสุขภาพ ไคเซอร์เพอร์มาเนนเต เก็บข้อมูลประวัติสุขภาพของผู้คนราว 3.4 ล้านคนในพื้นที่แคลิฟอร์เนียใต้ ซึ่งราว 1 ใน 3 ฉีดวัคซีนครบแล้ว ระหว่างเดือนธันวาคม 2563 ถึงสิงหาคม 2564 ผลการวิเคราะห์แสดงให้ว่า ประสิทธิภาพของวัคซีนไฟเซอร์ในการป้องกันการรักษาในโรงพยาบาลและการตายยังคงสูงที่ 90% เป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือนหลังฉีดโดสที่ 2 ซึ่งรวมถึงกับสายพันธุ์เดลตาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประสิทธิภาพของการป้องกันการติดเชื้อ หลังช่วงเวลาเฉลี่ย 3-4 เดือน พบว่า ผู้ที่ฉีดวัคซีนครบแล้วได้รับการป้องกัน 73% จากการติดเชื้อ แต่การป้องกันการติดเชื้อเดลตาลดลงจาก 93% ในเดือนแรกหลังการฉีดโดสที่ 2 มาอยู่ที่ 53% หลังผ่าน 4 เดือน ส่วนการป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์อื่นๆ นั้นลดลงจาก 97% มาอยู่ที่ 67%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิจัยกล่าวกันว่า ข้อมูลบ่งชี้ว่า ตัวเลขที่ลดลงเป็นผลจากประสิทธิภาพของวัคซีนที่ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป ไม่ใช่เป็นเพราะไวรัสสายพันธุ์เดลตาสามารถหลบหนีการป้องกันของวัคซีนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการศึกษานี้สอดคล้องกับทัศนะของหน่วยงานด้านสุขภาพของสหรัฐและอิสราเอลที่ตัดสินใจฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันโดสที่ 3 แก่ประชากรของตนบางกลุ่ม ถึงแม้องค์การอนามัยโลกจะยืนกรานในรายงานเมื่อเดือนกันยายนว่า วัคซีนที่มีอยู่มีประสิทธิภาพเพียงพอและยังไม่จำเป็นต้องฉีดโดสที่ 3 โดยเรียกร้องให้ระงับการฉีดโดสที่ 3 ถึงสิ้นปีนี้ เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างมากในการฉีดวัคซีนระหว่างประเทศร่ำรวยกับประเทศยากจน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118849</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประสิทธิภาพลดลงหลังผ่าน 6 เดือน, ป้องกันเดลตา, วัคซีนไฟเซอร์, โควิด-19, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c1b307f542.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานาธิบดีไบเดนฉีดวัคซีนโควิดโดสที่ 3 ของไฟเซอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐวัย 77 ปี ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็มที่ 3 ของไฟเซอร์แล้วเมื่อวันจันทร์ พร้อมเรียกร้องชาวอเมริกันที่ยังลังเลใจให้ยินยอมฉีดวัคซีน ระบุคนกลุ่มน้อยที่ต่อต้านวัคซีนกำลังทำร้ายประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์ เข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันโดสที่ 3 ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2564 (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอังคารที่ 28 กันยายนว่า ประธานาธิบดีไบเดนรับการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันโควิด-19 เข็มที่ 3 นี้ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ตามเวลาสหรัฐ โดยเป็นไปตามคำแนะนำด้านสุขภาพของทางการสหรัฐ ที่อนุญาตให้ฉีดวัคซีนบูสเตอร์แก่บุคคลที่อายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ใหญ่ในกลุ่มมีภาวะทางการแพทย์ที่เสี่ยงสูงต่อโรคติดเชื้อโควิด-19 กับกลุ่มคนทำงานเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า ขณะนี้ยังมีปัญหาที่คนอเมริกันจำนวนมากปฏิเสธที่จะฉีดวัคซีนแม้แต่เข็มเดียว ซึ่งกระตุ้นให้ไวรัสนี้กลับมาแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นอีกในสหรัฐโดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตา แม้ตอนนี้จะมีคนอเมริกันได้ฉีดวัคซีนแล้วร้อยละ 77 แต่นั่นยังไม่เพียงพอ เพราะอีกเกือบ 1 ใน 4 ปฏิเสธวัคซีน คนกลุ่มน้อยเหล่านี้กำลังสร้างความเสียหายต่อคนส่วนอื่นของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนได้ฉีดวัคซีนของไฟเซอร์เข็มแรกเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว และเข็มที่ 2 ในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่เขาจะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่ผ่านมา เขากล่าวว่า มีคนประมาณ 60 ล้านคนในสหรัฐที่มีคุณสมบัติได้รับวัคซีนไฟเซอร์โดสที่ 3 ส่วนคนที่ได้ฉีดวัคซีนของโมเดอร์นา หรือจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน จะได้รับวัคซีนบูสเตอร์ทันทีที่การศึกษาเสร็จสมบูรณ์ และเขาคาดว่าคนอเมริกันทุกคนจะมีสิทธิได้ฉีดวัคซีนบูสเตอร์ในเวลาอันใกล้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐ (ซีดีซี) กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบูสเตอร์ของโมเดอร์นาและจอห์นสันแอนด์จอห์นสันจะได้รับการประเมิน &amp;quot;ในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118098</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนเข็มที่ 3, ประธานาธิบดีโจ ไบเดน, วัคซีนบูสเตอร์, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_6152bcb255ba0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค. เห็นชอบซื้อแอสตราฯ-ไฟเซอร์ ราคาถูกจากยุโรป ตั้งเป้าเดือน ต.ค. ฉีดให้ได้ร้อยละ 50 ทุกจว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.64 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;13.00&amp;nbsp;น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp;สำหรับแผนการให้บริการและการบริหารจัดการวัคซีน ในที่ประชุมอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค แนะนำว่าการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม แบบสูตรไขว้ อาจใช้หลักการเดียวกับวัคซีนซิโนแวค เนื่องจากต้องรอข้อมูลจากผลวิจัยเพิ่มเติม โดยใช้สูตร ดังนี้ ซิโนฟาร์ม -ไฟเซอร์ ระยะห่างระหว่างเข็ม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สัปดาห์,&amp;nbsp;ซิโนฟาร์ม &amp;ndash; แอสตร้าเซนเนก้า ระยะห่างระหว่างเข็ม&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;สัปดาห์,&amp;nbsp;ซิโนฟาร์ม - ซิโนฟาร์ม และกระตุ้นด้วยแอสตร้าเซนเนก้า ตั้งแต่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สัปดาห์ขึ้นไปหลังเข็ม&amp;nbsp;2,&amp;nbsp;ซิโนฟาร์ม -ซิโนฟาร์ม กระตุ้นด้วยไฟเซอร์ ตั้งแต่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สัปดาห์ขึ้นไปหลังเข็ม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ดังนั้น การฉีดซิโนฟาร์มแบบสูตรไขว้ จึงยังไม่กำหนดเป็นสูตรหลักของประเทศ การใช้สูตรนี้จึงเป็นไปตามเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนอนุญาตการใช้วัคซีนโดยองค์การอาหารและยา (อย.) และตามความสมัครใจของผู้รับวัคซีน และดุลยพินิจของผู้ให้บริการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังพูดถึงแผนการจัดหาวัคซีน ที่ภายในปี&amp;nbsp;64&amp;nbsp;จะมีการจัดหาได้&amp;nbsp;178.2&amp;nbsp;ล้านโดส โดยในเดือน ก.ย.รับเข้ามาแล้วทั้งซิโนแวค แอสตร้าเซนเนก้า และไฟเซอร์ ทั้งหมด&amp;nbsp;16.3&amp;nbsp;ล้านโดส และเตรียมรับของซิโนฟาร์มอีก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านโดส เดือน ต.ค.จะเข้ามาอีกทั้งหมด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ล้านโดส และซิโนฟาร์มอีก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ล้านโดส เดือน พ.ย.เข้ามาอีก&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ล้านโดส และซิโนฟาร์มอีก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ล้านโดส และเดือน ธ.ค.เข้ามาอีก&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ล้านโดส ซิโนฟาร์มอีก&amp;nbsp;12.5&amp;nbsp;ล้านโดส&amp;nbsp;&amp;nbsp;และโมเดอร์นา อีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านโดส รวมวัคซีนที่จะเข้ามาตั้งแต่เดือน ก.ย.-ธ.ค.ทั้งหมด&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ล้านโดส และเมื่อรวมกับที่เข้ามาก่อนหน้านี้&amp;nbsp;126.2&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านโดส ก็จะเป็น&amp;nbsp;178.2&amp;nbsp;ล้านโดส ตามแผนที่วางไว้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอว่า ประเทศในสหภาพยุโรป พร้อมขายต่อวัคซีนให้ในราคาถูกที่ต่ำกว่าตลาด คือ ประเทศสเปน ขายแอสตร้าเซนเนก้า&amp;nbsp;165,000&amp;nbsp;โดส ในราคาโดสละ&amp;nbsp;2.9&amp;nbsp;ยูโร และไฟเซอร์&amp;nbsp;2,788,110&amp;nbsp;ล้านโดส ราคาโดสละ&amp;nbsp;15.5ยูโร ประเทศฮังการี ขายแอสตร้าเซนเนก้า&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แสนโดส ราคาโดสละ&amp;nbsp;1.78&amp;nbsp;ยูโร โดยมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ร่วมด้วยคือ ค่าบรรจุภัณฑ์ และที่ควบคุมอุณหภูมิ ค่าขนส่ง ค่าภาษีศุลกากรขาออก- ขาเข้า ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าประกันความเสียหาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เป้าหมายและแผนการจัดสรรวัคซีนในปี&amp;nbsp;64&amp;nbsp;โดยในเดือน ต.ค. ตั้งเป้าฉีดให้ครอบคลุมประชากรทั้งหมด รวมชาวต่างประเทศในประเทศไทย อย่างน้อยร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ทุกจังหวัด และอย่างน้อย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;อำเภอ ครอบคลุมร้อยละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;เดือน พ.ย.ครอบคลุมผู้ได้รับเข็ม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;อย่างน้อยละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;รวมถึงกลุ่มอายุ&amp;nbsp;12-17&amp;nbsp;ปี และเดือน ธ.ค.ครอบคลุมผู้ได้รับเข็ม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และเข็ม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อย่างน้อยร้อยละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118011</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนโควิด, แอสตราเซเนกา, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d9948a88c54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117983</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039;แจงไฟเซอร์สหรัฐบริจาคล้านโดสไม่ล่าช้า รอเอกสารจากต้นทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 64 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ กรณีสหรัฐอเมริกาจะบริจาควัคซีนไฟเซอร์ 1 ล้านโดสให้ประเทศไทย ว่า สถานทูตสหรัฐอเมริกาได้ออกแถลงการณ์ว่าอยู่ในขั้นตอนการจัดเตรียมเอกสาร รวมถึงแถลงการณ์จากเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ระบุอย่างชัดเจนว่ายังไม่ได้รับบริจาค ซึ่งวัคซีนไฟเซอร์ที่รัฐบาลไทยจะได้รับจากสหรัฐอเมริกามีทั้งหมด&amp;nbsp; 2.5 ล้านโดส มาถึงแล้ว 1.5 ล้านโดส ส่วนอีก 1 ล้านโดส เป็นเจตจำนงที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะมอบให้ซึ่งยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ขอยืนยันว่าวัคซีนที่ได้รับบริจาคถือเป็นการเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวว่า วัคซีนบริจาคเราจะได้รับเมื่อทางสหรัฐอเมริกามีความพร้อม ซึ่งเป็นสิทธิของประเทศต้นทางที่จะบริจาค ไม่สามารถไปทวงได้ ยืนยันว่าหากส่งเอกสารมาเราไม่มีทางล่าช้าแน่นอน เช่นที่ผ่านมารัฐบาลญี่ปุ่นได้บริจาควัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 4 แสนกว่าโดสให้ไทย ใช้เวลาติดต่อไม่เกิน 2 สัปดาห์ วัคซีนล็อตดังกล่าวได้ถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ วัคซีนล็อตที่ได้รับการบริจาคจะต้องมีการละเว้นการเรียกร้องสิทธิ์ต่างๆ เช่น อาการไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีน ซึ่งเป็นตามหลักสากล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117983</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุทิน ชาญวีรกูล, บริจาค, วัคซีน, สธ., สหรัฐอเมริกา, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110e14b86128.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117234</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 07:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 07:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;แจงโรคโควิดในเด็กกับการฉีดวัคซีนmRNA</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย. 64 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์&amp;nbsp; จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กหัวข้อ &amp;quot;โควิด 19 ในเด็ก และการให้วัคซีน&amp;quot; โดยระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรคโควิด 19 ในเด็ก อายุ 12 -17 ปี จะมีอาการไม่มาก หรือเสียชีวิตน้อยมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการศึกษาในอเมริกาช่วงการระบาด 120 วัน เด็กวัยรุ่น 1 ล้านคน ผู้ชายเสียชีวิต 2 คน ถ้าเป็นผู้หญิงเสียชีวิต 1 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การติดเชื้อในเด็กส่วนมากจะรับเชื้อมาจากผู้ใหญ่ เช่น ผู้ปกครอง ครอบครัว ครูและบุคลากรในโรงเรียน เมื่อเด็กมารวมกันเป็นกลุ่ม จะเป็นต้นเหตุของการระบาดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การให้วัคซีนในผู้ใหญ่จึงมีความสำคัญในการป้องกันเด็ก และการให้วัคซีนในเด็กจะต้องมีความปลอดภัยสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีน mRNA อาการข้างเคียงที่สำคัญคือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ อายุน้อยพบมากกว่าผู้ที่สูงอายุ เพศชายพบมากกว่าเพศหญิง ส่วนใหญ่พบในเข็มที่ 2 มากกว่าเข็มแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศ อังกฤษ สวีเดน และฮ่องกง ให้ฉีดเพียงเข็มเดียว&amp;nbsp; การฉีดเข็มเดียวภูมิต้านทานที่เกิดขึ้น ไม่เพียงพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมีวัคซีน mRNA&amp;nbsp; กระทรวงสาธารณสุข ให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องการ วัคซีน mRNA มีอยู่ข้อหนึ่งว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนชนิดใดมาก็ตาม สามารถฉีดวัคซีน pfizer เป็นเข็มที่ 2&amp;nbsp; โดยกำหนดระยะห่างตามวัคซีนเข็มแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุคลากรทางการแพทย์ที่ฉีดวัคซีนเชื้อตาย sinovac หรือ sinopharm แล้วฉีด pfizer เข็มที่ 2&amp;nbsp; น่าจะได้มีการรวบรวมอาการข้างเคียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางศูนย์ก็ยินดีที่จะตรวจภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นหลังจากการฉีดดังกล่าว เพื่อเป็นแนวทางในการใช้ในเด็กวัยรุ่น ในการให้วัคซีน mRNA เพียงเข็มเดียว เพื่อลดการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117234</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีน, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, โควิดเด็ก, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f3e3a02f5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
