<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 17:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสียของ ฮ่องกงอาจต้องทิ้งวัคซีนไฟเซอร์หลายล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการฮ่องกงเตือนเมื่อวันอังคารว่า อีกไม่นานฮ่องกงอาจต้องทิ้งวัคซีนโควิดของไฟเซอร์-ไบออนเทคหลายล้านโดสที่ไม่ได้ใช้ เพราะใกล้จะหมดอายุภายใน 3 เดือนนี้ เพียงเพราะไม่มีคนแสดงความประสงค์ฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วัคซีนโควิดของไฟเซอร์-ไบออนเทค ชุดแรกจากจำนวนที่สั่งซื้อไว้ 7.5 ล้านโดส ส่งมาถึงฮ่องกงเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564&amp;nbsp; (Photo by Jerome Favre - Pool/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขตปกครองพิเศษของจีนแห่งนี้มีประชากร 7.5 ล้านคน และถือเป็นหนึ่งในไม่กี่สถานที่ในโลกที่โชคดีได้วัคซีนป้องกันโควิด-19 เพียงพอต่อประชากรทุกคน แต่ฮ่องกงกำลังประสบปัญหาประชากรจำนวนมากลังเลหรือปฏิเสธการฉีดวัคซีน ทั้งด้วยความไม่ไว้วางใจต่อรัฐบาลที่กดขี่่ฝ่ายที่เห็นต่างจากรัฐ ไปจนถึงการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางออนไลน์ และการไม่รู้สึกถึงความจำเป็นฉุกเฉินเพราะฮ่องกงแทบไม่มีผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 25 พฤษภาคม อ้างคำกล่าวของโทมัส เจิง สมาชิกของคณะทำงานเฉพาะกิจด้านวัคซีนของรัฐบาลฮ่องกง ที่เตือนว่า วัคซีนทั้งหมดมีวันหมดอายุ และชาวฮ่องกงมีเวลาเพียง 3 เดือน ก่อนที่วัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทคชุดแรกจะหมดอายุลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วัคซีนเหล่านี้ไม่สามารถนำมาใช้ได้หลังวันหมดอายุ และตามแผนปัจจุบัน ศูนย์ฉีดวัคซีนของชุมชนที่จะฉีดวัคซีนไบออนเทค จะยุติการดำเนินการหลังเดือนกันยายน&amp;quot; เจิงกล่าวกับวิทยุอาร์ทีเอชเค และว่า ไม่ถูกต้องเลยที่ชาวฮ่องกงจะปล่อยให้วัคซีนจำนวนมากเก็บไว้โดยไม่ได้ใช้ ในขณะที่พื้นที่อื่นของโลกกำลังดิ้นรนหาวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเตือนอีกว่า ฮ่องกงน่าจะไม่ได้รับวัคซีนชุดใหม่ และวัคซีนเหล่านี้คือวัคซีนที่ฮ่องกงมีจนถึงสิ้นปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ฮ่องกงซื้อวัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทค และของซิโนแวคจากจีน รายละ 7.5 ล้านโดส แม้ซิโนแวคจะยังไม่ได้รับการอนุมัติจากองค์การอนามัยโลก แต่หน่วยงานกำกับดูแลของฮ่องกงอนุญาตให้ใช้งานได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮ่องกงยังสั่งจองวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าล่วงหน้า 7.5 ล้านโดสด้วย แต่ได้ยกเลิกสัญญาเมื่อต้นปีนี้ โดยทางการกล่าวว่า พวกเขาต้องการเก็บเงินไว้สำหรับวัคซีนเจนเนอเรชันที่ 2 ในปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้ ประชากรฮ่องกงแค่ 19% ฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส ไม่ว่าของไฟเซอร์หรือซิโนแวค โดย 14% รับวัคซีนครบแล้ว ไม่เพียงประชาชนทั่วไปที่ลังเล แม้แต่บุคลากรทางการแพทย์ของฮ่องกงส่วนใหญ่ก็ไม่ฉีด องค์การโรงพยาบาลของฮ่องกงเปิดเผยเมื่อต้นเดือนนี้ว่า มีบุคลากรทางการแพทย์ฉีดวัคซีนแค่ 1 ใน 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร เจ้าหน้าที่ยังได้ประกาศขยายโครงการฉีดวัคซีนครั้งใหญ่เป็นครั้งแรก ที่จะครอบคลุมถึงผู้ที่ไม่ได้พักอาศัยในฮ่องกง โดยชาวจีนแผ่นดินใหญ่ราว 40,000 คนที่มีใบอนุญาตเดินทาง และผู้ขอลี้ภัยอีกราว 13,000 คน มีสิทธิได้ฉีดวัคซีนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้ฮ่องกงมีวัคซีนไฟเซอร์-ไบออนเทคหลายล้านโดสที่ไม่ได้ใช้ วัคซีนเหล่านี้ต้องเก็บที่อุณหภูมิต่ำมากและมีอายุการใช้งาน 6 เดือน เฉพาะวัคซีนของไฟเซอร์นั้น ฮ่องกงได้รับมาแล้ว 3,263,000 โดส แต่ใช้ไปเพียง 1,231,600 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายสัปดาห์มานี้มีคำแนะนำจากนักการเมืองบางคนให้รัฐบาลฮ่องกงส่งวัคซีนที่ไม่ได้ใช้ไปให้ประเทศอื่นๆ หากอัตราการมาฉีดวัคซีนยังไม่ดีขึ้น นอกจากนี้นักวิจารณ์บางคนยังแนะนำให้รัฐบาลเสนอแรงจูงใจ รวมถึงให้เงินสด เพื่อดึงดูดให้ชาวฮ่องกงมาฉีดวัคซีนมากขึ้น แต่แคร์รี หล่ำ ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง ปฏิเสธความคิดนี้ โดยอ้างว่า การเสนอให้เงินหรืออะไรที่เป็นรูปธรรมเพื่อกระตุ้นให้คนฉีดวัคซีนนั้นไม่ควรเป็นหน้าที่ของรัฐ ทั้งยังอาจส่งผลในทางตรงกันข้ามด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104129</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิโนแวค, ทิ้งวัคซีนหมดอายุ, มีวัคซีนไม่ได้ใช้, วัคซีนไฟเซอร์, ฮ่องกง, ไฟเซอร์-ไบออนเทค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210525/image_big_60accddb28007.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 22:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐอนุมัติฉีดวัคซีนไฟเซอร์กับเด็ก12-15ปี ยุโรปจ่อเอาด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มีวัคซีนเหลือๆ เอฟดีเอของสหรัฐอนุมัติให้ใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของไฟเซอร์กับเด็กที่อายุระหว่าง 12-15 ปีแล้วเมื่อวันจันทร์ ขณะองค์การยาแห่งยุโรปคาดจะอนุมัติให้ใช้วัคซีนไฟเซอร์กับเด็กช่วงวัยเดียวกันได้ภายในเดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นักศึกษาแพทย์มหาวิทยาลัยดาร์ตมัธใช้หลอดฉีดยาดูดวัคซีนไฟเซอร์จากขวดเพื่อนำไปฉีดให้แก่กลุ่มเยาวชนอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ในวันแรกที่เริ่มโครงการนี้กับเยาวชนในสหรัฐเมื่อ 15 เมษายน 2564 (Allen J. Schaben / Los Angeles Times via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐอเมริกามีผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบถ้วนแล้วมากกว่า 115 คน และทางการของหลายรัฐกำลังเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมบังคับเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด โดยหวังจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจ การตัดสินใจของคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ (เอฟดีเอ) เมื่อวันจันทร์ ที่อนุมัติให้ฉีดวัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทคกับเด็กอายุระหว่าง 12-15 ปีได้ เป็นอีกหนึ่งความพยายามที่สนับสนุนพัฒนาการนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เอฟดีเอเคยอนุมัติให้ใช้วัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทคในกรณีฉุกเฉินกับกลุ่มประชากรอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีเตอร์ มาร์คส์ ผู้อำนวยการศูนย์ประเมินชีววิทยาและวิจัยของเอฟดีเอ กล่าวว่า การอนุมัติให้ใช้วัคซีนกับประชากรที่อายุน้อยเป็นขั้นตอนสำคัญในการช่วยบรรเทาภาระทางสาธารณสุขที่เกิดขึ้นจากการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอฟดีเอเผยว่า จากรายงานที่แจ้งมาที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2563 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2564 ประชากรอายุระหว่าง 11-17 ปีในสหรัฐติดเชื้อโควิด-19 ราว 1.5 ล้านคน เยาวชนที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาส่วนใหญ่มีอาการของโรคที่ไม่รุนแรง แต่ทำให้ผู้ที่มีอายุมากกว่าหรือผู้ใหญ่ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ติดเชื้อไวรัสนี้จากพวกเขาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฟเซอร์-ไบออนเทคเผยเมื่อเดือนมีนาคมว่า จากการทดลองฉีดวัคซีน 2 โดสให้กับเยาวชนอายุ 12-15 ปี 2,260 ราย พบว่าวัคซีนนี้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี การตัดสินใจฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเด็กเรียกเสียงวิจารณ์จากผู้เชี่ยวชาญด้านสาธาณสุขบางคน ที่กล่าวว่าวัคซีนเหล่านี้ควรส่งไปใช้ในประเทศอื่นๆ ที่ผู้คนในกลุ่มเสี่ยงสูงกำลังรอคอยวัคซีน แทนที่จะนำมาฉีดให้แก่กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำในสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ไม่ใช่แค่สหรัฐ เมื่อวันจันทร์ เอเมอร์ คุก ผู้อำนวยการองค์การยาแห่งยุโรป (อีเอ็มเอ) กล่าวว่า สหภาพยุโรป (อียู) ก็เตรียมจะอนุมัติให้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์-ไบออนเทคกับกลุ่มคนอายุระหว่าง 12-15 ปีด้วยเช่นกัน เป้าหมายที่วางไว้คือการอนุมัติในเดือนมิถุนายน แต่อีเอ็มเอกำลังพยายามเร่งให้อียูอนุมัติภายในสิ้นเดือนนี้ ในช่วงยามที่หลายประเทศตั้งเป้าจะฟื้นฟูเศรษฐกิจของตนโดยเร็ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102583</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนให้เด็ก, วัคซีนไฟเซอร์, สหรัฐ, องค์การยาแห่งยุโรป, อายุ 12-15 ปี, เอฟดีเอสหรัฐ, โควิด-19, ไฟเซอร์-ไบออนเทค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a9a7cbb1df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
