<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 17:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รมว.กลาโหม&#039;เสียใจ สูญเสียทหารมือดี  ปะทะป่วนใต้ลากยาว 6 วัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.64 - พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห. กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กห. ได้แสดงความเสียใจกับครอบครัวของ ร.ท.กฤษณะ เพ็ชรจำรัส ผู้ช่วยนายทหารยุทธการ กรมทหารพรานที่ 45 ที่เสียชีวิตจากการสนธิกำลังเข้าบังคับใช้กฏหมายและปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ดงป่าเสม็ด บ.ฮือแต่ลือยอ ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จว.นราธิวาส เมื่อ 3 ต.ค.64 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.คงชีพ กล่าวว่า นายกฯและรมว.กห.ย้ำว่าเป็นการสูญเสียกำลังพลที่มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์และเป็นที่รักของประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ต่อเนื่องที่ผ่านมา พร้อมกำชับให้ กอ.รมน.ภาค 4 ( ส่วนหน้า ) จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอย่างสมเกียรติและให้การช่วยเหลือดูแลและสนับสนุนครอบครัวผู้เสียชีวิตต่อเนื่องกันไปอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก กห. กล่าวว่า ทั้งนี้ นายกฯและรมว.กห.ได้ย้ำสั่งการหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ให้เพิ่มความเข้มข้นงานข่าวเชิงรุกและเพิ่มมาตรการป้องกันการก่อเหตุรุนแรงให้มากขึ้น จากเหตุการณ์ก่อเหตุรุนแรงและการทำร้ายเจ้าหน้าที่ที่ถี่ขึ้นในรอบเดือนที่ผ่านมา พร้อมย้ำนโยบายรัฐบาลในการแก้ปัญหาด้วยแนวทางสันติวิธี ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย โดยใช้กำลังอย่างเหมาะสมบนหลักสิทธิมนุษยชน พยายามหลีกเลี่ยงการใช้อาวุธ โดยให้ประสานผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชนและท้องถิ่น รวมทั้งญาติผู้ก่อเหตุรุนแรง ร่วมพูดคุยแก้ปัญหาลดความรุนแรงควบคู่กับความตั้งใจของรัฐบาลในพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ติดตามผู้ก่อเหตุการณ์ไม่สงบอย่างใกล้ชิด แต่ยังไร้วี่แววของผู้กระทำผิดเข้ามอบตัว ทั้งที่เจ้าหน้าที่ได้ใช้ความพยายามเกลี้ยกล่อม และเชิญผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ผู้นำศาสนา ครอบครัว เข้าเจรจาแต่ก็ยังไร้ผล มีการปะทะกันเป็นระลอก ซึ่งวันนี้นับเป็นวันที่ 6 ของภารกิจปิดล้อมพื้นที่เป้าหมาย บ้านฮูแตยือลอ ตำบลบาเระใต้ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส จนเมื่อวานนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นาย คือ ร้อยโท กฤษณะ กำลังพลหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อเวลา 14.00 น. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จัดให้มีพิธีวางหรีดเคารพศพ และรดน้ำศพ ที่วัดบางนรา อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ก่อนทำพิธีส่งศพเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลยังภูมิลำเนาบ้านเกิดจังหวัดพัทลุง ต่อไป จากเหตุการดังกล่าว แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118638</URL_LINK>
                <HASHTAG>รมว.กลาโหม, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6153d649c1a7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปัตตานีจ่อปะทะซ้ำ 3 โจรใต้ จนท.ปิดล้อมหวังเจรจาให้มอบตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ค.64- &amp;nbsp;จากกรณีเจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่ ม.3 ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ทำให้เกิดการยิงปะทะกันขึ้นก่อนที่คนร้ายหนีเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักของเจ้าของโรงเรียนปอเนาะแห่งหนึ่ง ทำให้มีการปิดล้อมก่อนจะเจรจาให้คนร้ายออกมามอบตัว แต่คนร้ายได้ยิงและขว้างระเบิดใส่เจ้าหน้าที่เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ก่อนที่เหตุปะทะจะยาวนานถึง 7 ชั่วโมงส่งผลให้คนร้ายถูกวิสามัญเสียชีวิต 2 ราย คือ นายคูไมดี รีจิ อายุ 33 ปี มีหมายจับ ป.วิอาญา จำนวน 2 หมาย ส่วนอีกราย คือ นายอัมรี มะมิง อายุ 26 ปี &amp;nbsp;มีหมายจับ ป.วิอาญา 1 หมายคดีลอบวางระเบิด กรุงเทพฯ เมื่อปี 62 ขณะเดียวกัน โดยเหตุปะทะครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 6 กค. ชุดปฏิบัติการณ์ร่วม จำนวน 12 นายที่ยังคงออกติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายที่เหลือและหลบหนีจากเหตุปะทะ ปรากฏว่าเมื่อมาถึงบริเวณป่าต้นสาคู พื้นที่ ม.5 ต.กะดุนง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้เกิดปะทะกับกลุ่มคนร้ายซึ่งมีประมาณ 3 คนพร้อมอาวุธครบมือ จึงได้วิทยุประสานกำลังเสริมเข้าพื้นที่และรายงานให้ พล.ต.คมกฤช รัตนฉายา ผบ.ฉก.ปัตตานี &amp;nbsp;พล.ต.ต.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ ผบก.จ.ภ.จ.ปัตตานี ทราบก่อนจะเดินทางไปอำนวยการที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปถึงพบว่าจุดเกิดเหตุเป็นป่าต้นสาคูมีสภาพรกทึบอยู่กลางทุ่งนาและอยู่ห่างจากถนประมาณ 300 เมตร โดย พล.ต.คมกฤช รัตนฉายา ได้สั่งการให้กองกำลังในพื้นที่ระดมเข้ามายังจุดเกิดเหตุพร้อมกระจายกำลังปิดล้อมในรัศมี 300 เมตร เนื่องจากเชื่อว่าคนร้ายน่าจะกบดานอยู่ในป่าดังกล่าว จากนั้นจึงได้มีการประชุมวางแผนในการโอบล้อมไม่ให้คนร้ายใช้พื้นที่ป่าหลบหนี เนื่องจากเชื่อว่าคนร้ายกลุ่มนี้น่าจะชำนาญพื้นที่ พร้อมประสานไปยังผู้นำศาสนาและผู้นำท้องถิ่นเพื่อทำการเจรจาให้คนร้ายมอบตัว ตามนโยบายแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ต้องการปฏิบัติภารกิจจากเบาไปหาหนักและเพื่อลดความสูญเสียของทั้งสองฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.คมกฤช รัตนฉายา ผบ.ฉก.ปัตตานี เปิดเผยว่า คนร้ายกลุ่มนี้เป้นกลุ่มเดียวกันที่ถูกวิสามัญ 2 ศพเมื่อวานนี้ และเป็นกลุ่มที่เชื่อมโยงกับ นายยาการียา บาโง แกนนำคนสำคัญมีหมายจับ 19 หมายที่รับผิดชอบในการก่อเหตุใน จ.ปัตตานี ซึ่งการติดตามไล่ลาจากเมื่อวานปรากฏว่ามาถึงพื้นที่จุดนี้ คนร้ายได้ประจันหน้ากับเจ้าหน้าที่จึงเปิดฉากยิงใส่ด้วยอาวุธสงครามจนเกิดการยิงปะทะกันขึ้น ทางหน่วยกำลังได้มีการปิดล้อมพื้นที่และสกัดกั้นเส้นทางหลบหนีไม่ว่าจะเป็นเส้นทางเข้าออกหรือพื้นที่ป่าโดยรอบ รวมไปถึงหมู่บ้านข้างเคียงก็มีการประสานไปยัง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้เฝ้าดูพฤติกรรมคนในหมู่บ้านเกรงว่าจะมีการส่งเสบียงหรือเคลื่อนไหวออกมาช่วยเหลือคนร้ายกลุ่มนี้ตน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอยืนยันว่าการปฏิบัติทุกครั้งเราจะให้การเจรจาก่อนเป็นหลัก ไม่ต้องการความสูญเสียอย่างที่ผ่านมาทั้งเจ้าหน้าที่หรือฝ่ายตรงข้ามหากรู้ตัวชัดเจนว่าบุคคลที่หลบซ่อนตัวเราก็จะเชิญผู้ปกครองมาเจรจาเพราะเชื่อว่าถ้าผู้ปกครองมาคนร้ายซึ่งเป็นบุตรหลานก็น่าจะออกมามอบตัว ส่วนการเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวนั้น ฝ่ายปฏิบัติการณ์ทางอากาศได้นำเครื่องบินแบบโดร่นบินตรวจสอบโดยรอบก็พบความเคลื่อนไหวของคนร้ายซึ่งยังคงหลบซ่อนตัวโดยใช้ต้นไม้สูงปิดบังตัวเองไว้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108782</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัตตานี, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e3c429649b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 17:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 17:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรรมการสิทธิ เพิ่งตื่น!ออกแถลงการณ์ประณามคนร้ายไล่ยิงรถขนสินค้าระหว่างทางในพื้นที่อำเภอสายบุรี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย.64 - คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์เรื่อง ขอประณามเหตุคนร้ายไล่ยิงรถขนสินค้าระหว่างทางในพื้นที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานีเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และเผาทำลายรถยนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ได้เกิดเหตุคนร้าย 4 คน ขี่รถจักรยานยนต์และใช้อาวุธสงครามประกบยิงใส่รถยนต์กระบะขนส่งสินค้าที่เดินทางมาจากจังหวัดสงขลามุ่งหน้าสู่จังหวัดนราธิวาส เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 3 ราย ซึ่งเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน ก่อนจุดไฟเผาทำลายรถยนต์จนเกิดเพลิงไหม้ทั้งคัน โดยเหตุเกิดบริเวณถนนหมายเลข 42 ตำบลละหาร อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 24 เมษายน 2564 ซึ่งต่อมาโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เชื่อว่าเป็นการกระทำของกลุ่มแนวร่วมขบวนการที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิต และขอประณามการกระทำของผู้ก่อเหตุความรุนแรง อันเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยม ไร้มนุษยธรรม ละเมิดต่อกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นหลักสากลที่ต้องยึดถือ จึงขอให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ขอให้หน่วยงานความมั่นคงได้เร่งติดตามสืบสวนสอบสวนนำผู้กระทำความผิด ผู้สนับสนุนหรือผู้บงการมาลงโทษตามขั้นตอนของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว รวมทั้งเพิ่มมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยในการเดินทางสัญจรและใช้ชีวิตประจำวันให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ขอให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พิจารณาให้ความช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายแก่ครอบครัวหรือญาติของผู้เสียชีวิตเป็นการเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ประชาชน องค์กรท้องถิ่น และภาคประชาสังคม ควรให้ความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้กระทำความผิดเพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กสม. มีความห่วงใยในสวัสดิภาพและความปลอดภัยต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน การประกอบอาชีพ และการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่ จึงขอให้ทุกภาคส่วนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้น และเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนในการดำรงชีวิตได้อย่างเป็นปรกติสุขกลับคืนมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100926</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_6087e41d4b2d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86243</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2020 06:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2020 06:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟใต้ระอุอีก!สุดโหดคนร้ายควงอาวุธสงครามกราดยิง&#039;นายตำรวจ&#039; เสียชีวิตที่ปัตตานี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ธ.ค.63- &amp;nbsp; เมื่อเวลา 20.20 น. วันที่ 7 ธค. พ.ต.อ.ฉลอง เล็กน้อย ผกก.สภ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุลอบยิงเจ้าหน้าที่เสียชีวิต เหตุเกิดตรงข้ามรพ.โคกโพธิ์ บนถนนสายนาเกตุ-โคกโพธิ์ ม.3 บ้านมะกรูด ต.มะกรูด หลังได้รับแจ้งจึงรายงานให้พล.ต.ต.พิชญ์วุฒิ &amp;nbsp; สงวนสมบัติศิริ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ทราบพร้อมนำกำลังไปที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปถึงพบชาวบ้านกำลังมุงดูจำนวนมาก จึงได้สั่งการให้กั้นเชือกไว้และปิดกั้นเส้นทางชั่วคราว จากการตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตใกล้รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน 1กฌ 1799 ปัตตานี ทราบชื่อ ร.ต.ท.วีระศักดิ์ สารพร อายุ 54 ปี ตำแหน่ง รองสารวัตรปราบปราม สภ.โคกโพธิ์. สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืน เอ็ม 16 และ ขนาด 9 มม. กว่า 10 นัดจนพรุนทั้งร่าง ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16 จำนวน 10 ปลอก และปลอก 11 มม. จำนวน 2 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้ขับรถ จยย.ออกจากบ้านพักซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำ ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 50 เมตร ปรากฏว่า มีคนร้ายสองคนแต่งกายในชุดผู้หญิงอิสลามขับขี่รถ จยย. ขับตามหลัง เมื่อได้โอกาสคนร้ายจึงชักอาวุธปืนกราดยิงทันทีจนรถเสียหลักล้ม คนร้ายได้ยิงซ้ำอีกหลายนัดจนเสียชีวิต ก่อนจะหลบหนีคนร้ายได้ลงมาจากรถขโมยอาวุธปืน ขนาด .357 ของผู้ตายแล้วเร่งเครื่องหลบหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบภาพเหตุการณ์ชัดเจน จากภาพจะเห็นว่า ผู้ตายขับรถ จยย.ออกจากบ้านพัก ระหว่างนั้นมีคนร้ายสองคนแต่งกายคล้ายชุดผู้หญิงมุสลิมขับตามหลัง เมื่อได้โอกาสคนร้ายที่ซ้อนท้ายได้ลุกยืนก่อนจะชักอาวุธปืน เอ็ม 16 กราดยิงทันทีจนรถเสียหลักล้มคนร้ายจึงเข้าไปยิงซ้ำอีกหลายนัดจนแน่ใจว่าผู้ตายเสียชีวิต จากนั้นได้ขโมยอาวุธปืนก่อนจะเร่งเครื่องหลบหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.พิชญ์วุฒิ &amp;nbsp; สงวนสมบัติศิริ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ฉก.ทพ.43 ได้สั่งการให้หน่วยกำลังในพื้นที่ กระจายกำลังปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุทันทีในรัศมี 500 เมตร พร้อมประสานไปยังจุดตรวจจุดสกัดทุกแห่งให้ตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยทุกคันที่เข้าออก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่พยายามตอบโต้เจ้าหน้าที่ หลังจากวันนี้ได้มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคงในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จำนวน 1 ราย ซึ่งคนร้ายมีการวางแผนมาก่อนล่วงหน้าเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ตายก่อนจะสบโอกาสก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86243</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัตตานี, ยิงร.ต.ท.เสียชีวิต, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201208/image_big_5fcebe64b59b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทภ.4ถกคณะพูดคุยสันติสุขปี64ประสานBRNดับไฟใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แม่ทัพภาค 4 เรียกถกคณะทำงานพูดคุยสันติสุขระดับพื้นที่วาระใหม่ รอมาเลเซียเปิดประเทศปีหน้าประสานบีอาร์เอ็นเจรจาดับไฟใต้ คนร้ายดักยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานรือเสาะสาหัส 2 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมปาร์คอินทาวน์ อ.เมืองฯ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน เวลา 09.30 น. พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เปิดประชุมการพูดคุยสันติสุขระดับพื้นที่ พร้อมกับ พล.ต.ธิรา แดหวา ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี และกรรมการคณะทำงานด้านสันติสุข และคณะประสานงานระดับพื้นที่ (สล.3) ทั้ง 9 แผนงาน ได้เข้าร่วมกันอย่างพร้อมเพรียงกว่า 100 คน เพื่อรับฟังข้อสรุปผลของคณะประสานงานระดับพื้นที่ กับความคืบหน้าในการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา ที่ได้ลงพื้นที่พบปะรับฟังกลุ่มต่างๆ ในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีกด้านหนึ่งได้ติดต่อประสานผ่านทางประชุมออนไลน์ โปรแกรม Zoom กับผู้อำนวยความสะดวกมาเลเซีย จากผู้เห็นต่างจากรัฐ รวมถึงข้อเรียกร้องหรือความต้องการของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นำมารวบรวมผ่านคณะทำงานสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับการเดินทางไปพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นนั้น จะให้ทางคณะเทคนิคเข้าไปดำเนินการ ทั้งนี้ ต้องรอให้ทางประเทศมาเลเซียเปิดประเทศในช่วงปีหน้า เพราะต้องรอให้พ้นจากช่วงโควิด-19 ไปก่อน อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอและข้อเรียกร้องทั้งหมดของทุกฝ่าย จะนำเสนอคณะทำงาน เพื่อให้การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.เกรียงไกรเปิดเผยว่า บรรยากาศการประชุมในวันนี้มีความหลากหลายของข้อเสนอของผู้เข้าร่วมประชุมมากมาย ทั้งเรื่องเศรษฐกิจสังคม โดยเฉพาะในเรื่องของยาเสพติด ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญ เรื่องในของความรุนแรงในพื้นที่ และการสร้างความสัมพันธ์ให้เกิดความรักความกลมเกลียวของประชาชน และการพัฒนาให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในเรื่องของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีตัวแทนองค์การสหประชาชาติเข้ามารับฟังความคิดเห็นในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ทางผู้แทนของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นโอดีซี) ได้มารับฟังในส่วนของเรื่องยาเสพติดที่เกิดขึ้นอยู่พื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งถือว่าเป็นนโยบายที่สำคัญต่อพี่น้องประชาชน จึงได้อธิบายถึงการบำบัด รักษาฟื้นฟู พัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ที่ติดยาเสพติด รวมไปถึงเรื่องของการปราบปรามการค้ารายย่อยและรายใหญ่ ซึ่งในเขตพื้นที่ชายแดนเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือลงไปสู่ประเทศที่ 3 และในช่วงที่ผ่านมาก็ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาคต่างๆ มีสถิติจากการจับกุมมากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สิ่งที่สำคัญที่ผู้แทนสหประชาชาติสอบถามในเรื่องข้อจำกัดประเด็นเรื่องยาเสพติดของขบวนการค้ารายใหญ่ จึงชี้แจงไปว่าได้มีการดำเนินการในการประสานงานภายในประเทศในการติดตามการเคลื่อนย้ายยาเสพติดอยู่แล้ว นำไปสู่การจับกุมมากมาย แต่เรื่องการค้ารายใหญ่กับประเทศที่ 3 ยังมีข้อจำกัดอยู่ หากได้แชร์ข้อมูลกับทางสหประชาชาติ คิดว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพการจับกุมมากกว่านี้ ซึ่งได้รับคำตอบว่าเราจะได้ร่วมมือกับยูเอ็นโอดีซีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.โฑติวิทย์ แสงจันโท ร้อยเวร สภ.อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสายรือเสาะ-สะโล ม.2 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ชาตรี รัตนคช ผกก.สภ.รือเสาะ ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครอง รุดไปที่เกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณสามแยก ถนนสายรือเสาะ-บ้านสะโล ม.2 บ้านยะบะ ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ ห่างจาก สภ.รือเสาะ ประมาณ 1 กิโลเมตร ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลรือเสาะ และส่งต่อโรงพยาบาลราชนครินทร์จังหวัดนราธิวาส ทราบชื่อ อส.ทพ.อริสมัน ดอเลาะ อายุ 27 ปี สังกัดร้อย ทพ.4604 ฉก.ทพ.46 อยู่บ้านเลขที่ 118/1 ม.3 ต.ละหาร อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส กระสุนโดนบริเวณต้นขาซ้าย, นายบาหารูดิง ลือแมตูซง อายุ 37 ปี ลูกจ้างโครงการจ้างงานเร่งด่วนอยู่บ้านเลขที่ 76/1 ม.9&amp;nbsp; ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส กระสุนโดนบริเวณน่องด้านซ้าย อาการสาหัสทั้งสองนาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุกำลังพลร้อย ทพ.4604 ฉก.ทพ.46 พร้อมด้วยลูกจ้างโครงการจ้างงานเร่งด่วน เดินทางด้วยระยนต์กระบะกลับจากไปร่วมการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรหมู่บ้าน ที่สนามฟุตบอลหญ้าเทียมที่บ้านยาแลเบาะ ม.5 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ ซึ่งเพิ่งเปิดบริการได้เพียงสองสัปดาห์ หลังจากจบการแข่งขัน ได้เดินทางกลับฐาน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณด้านหลังร้านอะยัมบอย ซึ่งเป็นที่เปลี่ยว คนร้ายไม่ต่ำ 3 คนดักซุ่มอยู่ในที่มืด ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าสีดำ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่เพื่อสร้างสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84436</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จังหวัดชายแดนใต้, ดับไฟใต้, บีอาร์เอ็น, สันติสุขระดับพื้นที่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แม่ทัพภาค 4, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201119/image_big_5fb67a4f14612.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2020 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2020 15:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คนร้ายวางระเบิด 15 กิโลกรัมโจมตีทหารเจ็บ 5 นาย ที่อำเภอเทพา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.63 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.30 น. พ.ต.อ.ปัญญวัฒน์ เพชรชุม ผกก. สภ.เทพา &amp;nbsp;รับแจ้งได้เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดขบวนรถสับเปลี่ยนกำลังพัน ร.15 พัน 1 สนับสนุนภารกิจพัน ร. เชิงรุก &amp;nbsp; เหตุเกิดบนถนนสายเอเชีย ขาล่อง จ.ปัตตานี &amp;nbsp;บ้านคลองประดู่ หมู่ 4 ต.ปากบาง อ.เทพา สงขลา ซึ่งมีทั้งรถบรรทุกและรถบัส 5 คัน ขณะกำลังเดินทางไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี และอีกหลายพื้นที่ในพื้นที่ &amp;nbsp;ทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บ จำนวน 5 นาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วย1. จ.ส.อ. สัญญา บุรีรักษ์ &amp;nbsp; 2. ส.ท. จักรกฤษ เพชรทอง 3. ส.ต. เอกราช วิชาศาสตร์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;4. พลฯ อริยะ สาและ 5. พลฯ อรรถพล พลายชนะ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบคาดว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนัก15กิโล แล้วใช้วิทยุสื่อสารเป็นตัวจุดชนวนแขวนไว้บนต้นไม้ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานกำลังอยู่ระหว่างการเข้าเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุและปิดเส้นทางขึ้นล่องระหว่างจ.สงขลากับ จ.ปัตตานีชั่วคราว เพื่อเคลียร์พื้นที่ทำให้รถไม่สามารถผ่านไปมาได้ .
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79216</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนใต้, ปัตตานี, สงชลา, เทพา, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201001/image_big_5f75996adb9ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76541</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2020 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2020 06:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถานการณ์ &quot;ไฟใต้&quot; ที่เปลี่ยนไป  เมื่อองค์กรต่างชาติเข้าแทรกแซง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะถือเป็น ภัยแทรกซ้อน กับการดับ ไฟใต้ ที่สำคัญ นั่นคือการที่องค์กรกาชาดสากล หรือ ไอซีอาร์ซี นำคณะกรรมการชุดใหญ่เข้าพบกับแม่ทัพภาคที่ 4 และเลขาธิการศูนย์อำนวยการจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. เพื่อที่จะขอให้คณะทำงานของ ไอซีอาร์ซี มีสำนักงานชั่วคราวอยู่ในพื้นที่ จ.ปัตตานีต่อไป หลังจากที่อยู่อย่าง ชั่วคราว มาถึง 5 ปีแล้ว และขณะนี้ถูกกระทรวงการต่างประเทศขอร้องให้ออกไป ตามที่สภาความมั่นคง หรือ สมช. เป็นผู้เสนอ เพราะฝ่ายความมั่นคงพบเห็นความผิดปกติของ ไอซีอาร์ซี ที่มีทีท่าทำหน้าที่ที่นอกเหนือจากข้อตกลงตามกฎหมายระหว่างประเทศที่รับรู้กันว่า คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศเป็นสถาบันสังคมสงเคราะห์อิสระ ที่ชาติสมาชิกยอมรับให้เป็นองค์กรอิสระตามหลักการมนุษยธรรมนานาชาติแห่งข้อตกลงเจนีวา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยหน้าที่ของ ไอซีอาร์ซี คือการปกป้องผู้รับเคราะห์จากภัยสงครามทั้งภายในและระหว่างประเทศ การบาดเจ็บจากภัยสงคราม การลี้ภัย เชลยสงคราม และพลเรือน ซึ่งแน่นอนว่า หน้าที่ทั้งหมดที่ผ่านมา ไม่มีและไม่ได้เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะสถานการณ์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่เรื่องของการ ขัดกันด้วยอาวุธ ไม่มีการประกาศจากคู่สงคราม เป็นเพียงการลอบทำร้าย การซุ่มโจมตี การวางเพลิง วางระเบิด จากขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่ยังไม่ถึงขั้น อาร์มคอนฟิกส์ อย่างที่องค์กรฝรั่ง ที่เดินกัน เพ่นพ่าน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้พยายามที่จะให้เป็น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเป็นที่รับรู้กันว่า ไอซีอาร์ซี และองค์กรอื่นๆ ที่มาจากซีกโลกตะวันตกมีวาระ แฝงเร้น ในการที่จะอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งวาระ แฝงเร้น เหล่านั้น หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ต่างรู้ดีว่ามีอะไรบ้าง องค์กรเหล่านี้มีปฏิสัมพันธ์กับขบวนการไหน ภาคประชาสังคมในส่วนที่เป็นของ โจร หรือเป็นเอ็นจีโอที่แท้จริง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการติดตาม บริบท ขององค์กรฝรั่งที่เข้ามา เพ่นพ่าน ในพื้นที่ จนพบว่าใช้ กฎหมายข้อตกลงระหว่างประเทศบังหน้า ใช้เรื่องมนุษยธรรมในการ ขับเคลื่อน ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐในพื้นที่ ใช้ความรู้ในเรื่อง สันติสุข และ สันติภาพ เป็น ธงนำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่สิ่งที่องค์กรเหล่านี้ซ่อนเร้นคือ บริบท ในการขับเคลื่อนเรื่องของ สิทธิมนุษยชน เรื่องของกฎบัตรสากลที่นำความแตกแยกมาสู่สังคม เพื่อเอื้อให้มีการกำหนดใจตนเอง เพื่อการแบ่งแยกดินแดนเกิดขึ้นในอาณาจักรไทย ซึ่งหากปล่อยให้องค์กรของชาติตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นองค์กรไหน ปฏิบัติการเยี่ยงนี้ในพื้นที่ ย่อมส่งผลเสียให้กับการ ดับไฟใต้ ให้ลุกโชนมากยิ่งขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การขอให้ ไอซีอาร์ซี ออกจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะทุกองค์กรที่มาจากต่างชาติถือเป็น ภัยแทรกซ้อน และรุกล้ำอธิปไตยที่เป็นอันตรายยิ่งกว่าปัญหาของยาเสพติด และธุรกิจเถื่อนๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ประเทศต้องสูญเสียดินแดน แต่องค์กรต่างชาติเหล่านี้คือผู้ที่จะทำให้ประเทศต้อง เสียดินแดน หากยังปล่อยให้อยู่ในพื้นที่ และปล่อยให้มี อิสรเสรี ในการ ปฏิบัติหน้าที่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สัปดาห์ที่แล้ว ไอซีอาร์ซี จึงได้นำคณะกรรมการชุดใหญ่เดินทางเข้าพบแม่ทัพภาคที่ 4 และเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อชี้แจงถึงแผนงานของ ไอซีอาร์ซี ในวาระ 2 ปี ซึ่งเป็นเพียงเรื่อง บังหน้า เพราะที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2559 ไอซีอาร์ซีได้ดำเนินการอะไรต่ออะไรมากมายที่ไม่ได้บอกให้กับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ทราบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งในการเดินทางมาครั้งนี้ เป้าประสงค์ของ ไอซีอาร์ซี คือต้องการพบ แม่ทัพ และ เลขาธิการ ศอ.บต. เพื่อที่จะขออยู่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป โดยจะไม่ยอมออกจากพื้นที่ตามกำหนดในสิ้นเดือน กันยายน และขอต่อรองย้ายออกจากพื้นที่ จ.ปัตตานี ในเดือนธันวาคม ซึ่งกว่าจะถึงเดือนธันวาคม อาจจะเกิดเงื่อนไขใหม่ๆ เพื่อที่จะอยู่ต่อใน จ.ปัตตานีก็อาจจะเป็นไปได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่..ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่า แผนการที่ ไอซีอาร์ซี วางไว้ น่าจะไม่เป็นไปตามที่ต้องการ เพราะ 1.ไอซีอาร์ซีไม่ได้พบกับเลขาธิการ ศอ.บต. และ 2.การเข้าพบแม่ทัพภาคที่ 4 น่าจะเป็นเรื่องที่ เสียข้าวเปลือก แต่ ไม่ได้ไก่ ตามที่ต้องการ เพราะ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 กำลังจะพ้นตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ในวันที่ 30 กันยายนนี้ ดังนั้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป สิ่งใดที่รับปากกับไอซีอาร์ซีไว้ก็จะไม่เป็นผล และที่สำคัญสิ่งที่ พล.ท.พูลศักดิ์ได้พูดคุยกับไอซีอาร์ซีเป็นผลบวก ที่ปิดทางในการที่จะให้เกิด เงื่อนไข เพื่อให้ไอซีอาร์ซีใช้เป็นเหตุผลที่จะอยู่ในพื้นที่ต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการอ้างการรับฟังความคิดเห็นของสภาสันติสุขเป็นข้อมูล และพร้อมที่จะให้ไอซีอาร์ซีไปดูข้อเท็จจริง ซึ่งหากไอซีอาร์ซีจะไปดูข้อเท็จจริง ก็จะต้องมีเจ้าหน้าที่รัฐติดตามไปด้วย ซึ่งก็จะเป็นไปตามกรอบของฝ่ายความมั่นคง ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของหน่วยงานความมั่นคงที่สามารถควบคุมให้ไอซีอาร์ซีอยู่ในกรอบที่ต้องการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และที่ไอซีอาร์ซีเสียหายคือ หน่วยงานความมั่นคงที่จัดสัมมนาในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และเชิญเจ้าหน้าที่จากไอซีอาร์ซีเป็นผู้บรรยายเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจกับผู้เข้าร่วมสัมมนาถูกสั่งยกเลิก ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า หน่วยงานความมั่นคง ทันเกม ที่สำคัญไม่ยอม หงอ ให้กับองค์กรของฝรั่งอย่างที่เคยเป็นมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการที่ไอซีอาร์ซีขออยู่ต่อ โดยจะย้ายออกจากพื้นที่ในสิ้นเดือนธันวาคม โดยอ้างเรื่องของ โควิด-19 เป็นเรื่องที่ไร้น้ำหนัก เพราะไม่มีใครที่จะบอกได้ว่า โควิด-19 จะหมดไปเมื่อไหร่ รวมทั้งแม่ทัพภาค 4 เองก็ไม่มีอำนาจที่จะให้ไอซีอาร์ซีอยู่หรือไป เพราะผู้ที่ อนุญาตให้ไอซีอาร์ซีอยู่ใน จ.ปัตตานีต่อไปจนถึงสิ้นปี คือ กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้อาจจะเป็นหน่วยงานเดียวที่ยังมอง โลกสวย และยังไม่ สำเหนียก ถึงภัยจาก องค์กรต่างๆ ที่เป็นฝรั่งจากซีกโลกตะวันตก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เชื่อว่าเกมของไอซีอาร์ซีจะไม่จบเพียงแค่นี้ ดังนั้นจึงต้องติดตามกันยาวๆ ว่า หลังจากนี้ไป ก่อนที่จะถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2563 ไอซีอาร์ซีและอีกหลายองค์กรทั้งจากประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป จะมี หมากกล อะไร หรือพวกเขา วิเคราะห์สถานการณ์ของประเทศไทยแล้วว่า จะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นที่จะทำให้องค์กรฝรั่งหัวแดงเหล่านี้ใช้เป็นเงื่อนไขเพื่อการคงอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่หน่วยงานข่าวกรองในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องรู้เท่าทันชาติมหาอำนาจชาติตะวันตกทั้งหลายคือ สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ วันนี้สุ่มเสี่ยงอย่างยิ่ง เพราะแผ่นดิน 3 จังหวัดกำลังกลายเป็น เครื่องมือ ของประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกาและสหภาพยุโรป ในการใช้ ต่อรอง กับการ รุกคืบ เข้าสู่อาเซียนของมหาอำนาจจากประเทศจีน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คือเครื่องมือในการ ต่อรอง กับโครงการ ขุดคลองไทยในแนว 9 เอ ของจีน ซึ่งได้เดินเกม หว่านเงิน ให้กับนักการเมืองท้องถิ่นและผู้นำท้องที่ใน แนวคลอง 6 จังหวัดมากว่า 5 ปีแล้ว ปัญหาการรุกคืบเข้ายึดหมู่เกาะและทรัพยากรธรรมชาติในทะเลจีนใต้ของมหาอำนาจจีน ที่กำลังเป็นสงครามความขัดแย้งกับอเมริกา ล้วนมีส่วนเกี่ยวพันกับแผ่นดินจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งสิ้น เพราะมหาอำนาจจากอเมริกา จากยุโรป ต่างใช้จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นที่ หยั่งเท้า เป็นที่ ต่อรอง กับประเทศไทย เพื่อผลประโยชน์ในเรื่องการลงทุนและความมั่นคง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็ยังวางใจได้ว่า อย่างน้อยวันนี้เสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 น่าจะเป็นผู้หนึ่งที่รู้ถึง ภัยแทรกซ้อน ขององค์กรต่างๆ ของฝรั่งหัวแดงเป็นอย่างดี และหากแม่ทัพภาคที่ 4 คนต่อไปจะมองให้ทะลุถึง ยุทธศาสตร์ ของฝรั่งหัวแดงที่มีต่อบีอาร์เอ็น และมีต่อประเทศไทย ไม่เฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และกล้าที่จะบอก นายพล ที่เป็นที่ปรึกษาขององค์กรฝรั่งเหล่านี้ให้ สำเหนียก ถึงภัยร้ายที่มาจากองค์กรของมหาอำนาจจากตะวันตก รวมถึง กล้าที่จะบอกความจริงให้ผู้บริหารบ้านเมืองที่นั่งอยู่บน หอคอยงาช้าง และผู้รับผิดชอบกระทรวง เทวดา ที่รับผิดชอบโดยตรงกับองค์กรฝรั่งต่างชาติ อย่าปล่อยให้เข้ามา เพ่นพ่าน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สถานการณ์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้อาจจะ ยุติ ได้ในเวลาไม่นาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เชื่อเถอะ อันตรายที่มาจาก บีอาร์เอ็น ถ้าแก้ให้ถูกทางและถ้าไม่มีนโยบาย แอบแฝง แก้ได้ไม่ยาก ภัยแทรกซ้อน ที่มาจากองค์กรฝรั่งต่างชาติ ถ้ารัฐบาลยังใช้นโยบายที่ หน่อมแน้ม เกรงนั่น กลัวโน่น สุดท้ายไม่เฉพาะแต่ แผ่นดินปลายด้ามขวาน ที่จะหลุดลอย แต่ประเทศชาติจะลุกเป็นไฟ เหมือนกับหลายๆ ประเทศที่ถูกแทรกแซงโดยมหาอำนาจเหล่านี้.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; เมือง ไม้ขม รายงาน &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76541</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, สถานการณ์ &quot;ไฟใต้&quot; ที่เปลี่ยนไป เมื่อองค์กรต่างชาติเข้าแทรกแซง, สถานการณ์ไฟใต้, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200905/image_big_5f52f64e46f13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
