<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟใต้ลุก ยุติธรรมวิกฤติ  “ผสานวัฒนธรรม” ชู 4 ข้อดับไฟ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;งานครบรอบ 46 ปี เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2562 ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว ถ.ราชดำเนิน ปีนี้จัดเต็ม นอกจากการสดุดีวีรชน และกล่าวปาฐกถาประจำปีในช่วงเช้าแล้ว ช่วงบ่ายยังมีการจัดเสวนาโต๊ะกลมวาระประชาชน หัวข้อ &amp;ldquo;ยุติธรรมวิกฤติ จะปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอย่างไร ไม่ให้เลือกปฏิบัติ-สองมาตรฐาน&amp;rdquo; ซึ่งมีบุคคลในแวดวงปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม นักการเมือง นักต่อสู้ด้านสิทธิมนุษยชน และอื่นๆ เข้าร่วมเสวนากันอย่างคับคั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นที่ถูกหยิบยกเป็นหลักจากผู้ร่วมเสวนาที่เห็นได้ชัด&amp;nbsp; คือ คดีความมั่นคง โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการดำเนินคดีชาวบ้านในข้อหารุกป่าหรือที่ดินของรัฐ&amp;nbsp; ทั้งที่อยู่อาศัยมาก่อน ซึ่งทั้งสองประเด็นล้วนเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนคนธรรมดาอย่างมาก และยืดเยื้อจนไม่เห็นทางออกจากวิกฤติได้ ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐไม่เข้าใจปัญหาเหล่านี้ และแก้ไขอย่างถูกต้อง เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คดีความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หนึ่งในผู้เสวนาที่นำเสนอประเด็นนี้ คือ &amp;ldquo;พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ&amp;rdquo; ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ได้เรียกร้องให้ทหารยุติการแทรกแซงการบริหารจัดการปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยยกเลิกกฎอัยการศึกที่ให้บุคคลถูกจับกุมตัวไว้ 7 วัน การตรวจสอบ เรียกเข้าค่าย ถูกเก็บดีเอ็นเอขณะเรียกเกณฑ์ทหาร เป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน ต้องปรับปรุงกระบวนการยุติธรรม ทำอย่างไรให้หลีกเลี่ยงการใช้อำนาจพิเศษ ทุกคดีสำคัญกับทุกครอบครัว ไม่ใช่ผลคดีต้องเป็นที่พึงพอใจของผู้ใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ &amp;ldquo;พรเพ็ญ&amp;rdquo; ยังเสนอให้บันทึกภาพและเสียงในห้องพิจารณาคดี เพื่อให้ศาลสูงพิจารณาได้ทุกคดี ทั้งยังเป็นห่วงเรื่องการต่อต้านการซ้อมทรมาน ที่ญาติผู้เสียหายมักถูกดำเนินคดีแจ้งเท็จและถูกลงโทษ เพราะพิสูจน์ไม่ได้ว่าผู้เสียหายถูกทำร้ายจากเจ้าหน้าที่จริง ซึ่งยากแก่การพิสูจน์ และมองว่าปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นการทดลองการใช้อำนาจพิเศษแล้วสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ &amp;ldquo;มูลนิธิผสานวัฒนธรรม&amp;rdquo; (Cross Cultural Foundation) เป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีภารกิจด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งติดตามปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาตลอด โดยในงานเสวนาครั้งนี้ มูลนิธิฯ ได้นำเอกสาร &amp;ldquo;ข้อเสนอด้านนโยบาย กฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้&amp;rdquo; ความยาวทั้งหมด 7 หน้า ซึ่งเผยแพร่ในงานเสวนา &amp;ldquo;คืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษา คืนความยุติธรรมให้ประชาชน&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 11 ต.ค.2562 ที่ ม.ธรรมศาสตร์ มาแจกจ่ายเผยแพร่แก่สื่อมวลชนอีกครั้งด้วย อันมีสาระสำคัญยิ่งต่อการแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สรุปเนื้อหาได้ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.นำพา จชต.กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด โดยมีเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ นโยบายและมาตรการที่ชัดเจน ได้แก่การใช้นโยบาย &amp;ldquo;การเมืองนำการทหาร&amp;rdquo; ยกเลิกนโยบาย &amp;ldquo;ทหารนำการเมือง&amp;rdquo; ที่ กอ.รมน. ภาค 4 เป็นหน่วยงานนำการประกาศใช้กฎหมายพิเศษ ใช้กำลังในการปราบปรามผู้ต้องสงสัย ทำให้เกิดความแปลกแยกระหว่างประชาชนกับหน่วยงานราชการ, ทำให้ ศอ.บต.มีความเป็นอิสระ มีผู้นำสูงสุดมาจากการเลือกตั้งเพื่อกระจายอำนาจสู่พื้นที่, ปรับปรุงคณะเจรจาโดยมีพลเรือนเป็นหัวหน้าคณะ, ยกเลิกกฎอัยการศึกและสถานการณ์ฉุกเฉิน, เคารพหลักสิทธิมนุษยชน และยุติการฝึกอาวุธและปฏิบัติการด้านการปล่อยข่าวเท็จ ป้ายสี สร้างมลทิน (Information Operation - IO)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ปรับปรุงกระบวนการยุติธรรม ได้แก่ เคารพยึดถือปฏิบัติตามมาตรฐานระหว่างประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมและหลักนิติธรรม, หลีกเลี่ยงการใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษ, ยุติการดำเนินคดีโดยไม่เป็นธรรม เอาเปรียบผู้ต้องหา, ยกเลิกการออกหมายจับและหมายขังซ้ำซ้อน และให้ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาคดีที่เกิดจากการกระทำทางปกครองของเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.นำหลักความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน (Transitional Justice - TJ) มาใช้ ได้แก่ การตรวจสอบค้นหาความจริงจากคณะกรรมการอิสระ, การชดเชย ฟื้นฟู แก้ไข เยียวยาผู้ที่ตกเป็นเหยื่อและผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง ไม่ว่าจะเกิดจากฝ่ายใด, นำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ลงโทษผู้กระทำผิด และการปฏิรูปเชิงสถาบัน โดยกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย เพื่อนำไปสู่สันติภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.การตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการเยียวยา ได้แก่ พัฒนากลไกในการรับเรื่องร้องเรียน โดยรัฐจะต้องประกันความปลอดภัยและความเป็นธรรม เพื่อให้ผู้ร้องเรียนมีความมั่นใจและกล้าร้องเรียน, พัฒนากลไกการร้องเรียนและตรวจสอบกรณีละเมิดสิทธิมนุษยชนและการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม เพื่อป้องปราม ค้นหาความจริงและให้มีการแก้ไขเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างได้ผล และการเยียวยาเหยื่อและผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงการฟื้นฟูเยียวยาด้านจิตใจ ทำให้กลับสู่สถานะเดิมเท่าที่จะทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อเสนอทั้งหมดควรค่าแก่การที่ฝ่ายการเมืองและความมั่นคงจะนำไปพิจารณา เพื่อลดทิฐิและเดินหน้าแก้ไขปัญหานี้ให้สำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ยุติการสูญเสียของทุกฝ่ายที่มีมาตลอดหลายสิบปี เช่นเดียวกับนโยบาย 66/2523 ที่ช่วยให้ประเทศไทยยุติสงครามกับพรรคคอมมิวนิสต์ได้สำเร็จ นำสู่สันติภาพและพัฒนาประเทศต่อได้ถึงทุกวันนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48199</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, เกษมราษฎร์, ไฟใต้ลุก ยุติธรรมวิกฤติ  “ผสานวัฒนธรรม” ชู 4 ข้อดับไฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191016/image_big_5da71e8b26aee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
