<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>36834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2019 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2019 18:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟไหม้ตู้สินค้าท่าเรือแหลมฉบัง ไม่สามารถเอาผิดเจ้าของเรือได้ ชี้เหตุเกิดบนเรือสัญชาติเกาหลี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.62 - หลังเกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ตู้คอนเทนเนอร์บรรจุสารฟอกขาวบนเรือสินค้าฮ่องกง&amp;nbsp;สัญชาติเกาหลี&amp;nbsp;ซึ่งเดินทางจากนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เพื่อนำสินค้าเข้ามาส่งที่ท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี&amp;nbsp;จนทำให้มีผู้บาดเจ็บกว่า 200 คน&amp;nbsp;และมีผู้ได้รับความเดือดร้อนจากบ้านและทรัพย์สินต่างๆ ถูกสะเก็ดจากสารฟอกขาวที่ระเบิดฟุ้งกระจายปลิวไปไกลในรัศมีกว่า 5 กิโลเมตร&amp;nbsp;ส่งผลกระทบให้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา ทราบว่าเรือสินค้าสัญชาติเกาหลีที่เกิดเพลิงลุกไหม้ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าเสียหายได้ เนื่องจากขณะนี้ทางตำรวจภูธรแหลมฉบังยังไม่สามรถที่จะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 2 เข้าไปตรวจสอบได้ เนื่องจากที่เกิดเหตุบนเรือ โดยเฉพาะตรงจุดที่ตู้คอนเทนเนอร์ไหม้ ไฟยังดับไม่สนิท ยังมีกลุ่มควันขึ้นมาเป็นระยะๆ ต้องให้หน่วยผจญเพลิง คอยฉีดน้ำเลี้ยงไว้ เพื่อไม่ให้ไฟปะทุขึ้นมาอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ปรีชา สมสถาน ผกก.สภ.แหลมฉบัง กล่าวว่า ต้องรอให้ไฟดับสนิทเสียก่อน จึงจะให้หน่วยพิสูจน์หลักฐาน 2 เข้าไปเก็บหลักฐาน และสอบสวนข้อเท็จจริงสาเหตุเพลิงไหม้&amp;nbsp;ถึงแม้จะทราบว่าอาจจะดำเนินคดีเอาผิดกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่ได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้บนเรือสินค้าของเขาเอง ซึ่งเป็นเรือสัญชาติเกาหลี&amp;nbsp;เสมือนว่าเกิดเหตุในประเทศเกาหลีตามสนธิสัญญา&amp;nbsp;แต่ก็จะให้ตำรวจรวบรวมหลักฐานและพยานที่เกิดเหตุให้มากที่สุด หากผู้เกี่ยวข้องต้องใช้ ก็จะมอบให้ได้ทันที หากผลการสอบสวนเสร็จแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในส่วนของการเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บหรือผู้ได้รับความเดือดเรือน ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ก็ให้นำหลักฐานเป็นภาพถ่าย หรือเอาทรัพย์สินที่มาได้ ก็เข้ามาแจ้งความไว้ที่ สภ.แหลมฉบัง เพราะต้องรวบรวมผู้เสียหายหรือทรัพย์สินของผู้ได้รับความเดือดร้อน ส่งให้กับการท่าเรือแหลมฉบังต่อไป&amp;nbsp;ส่วนขณะนี้สำนักงานท่าเรือแหลมฉบัง พยายามที่จะช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ถึงแม้จะไม่สามารถเอาผิดจากเพลิงลุกไหม้กับทางเจ้าของเรือได้ แต่ในส่วนค่าเสียหายที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบ สามารถที่จะแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.แหลมฉบัง เพื่อส่งเข้ามาให้กับการท่าเรือแหลมฉบังและจ้าของเรือ ก่อนส่งให้กับประกัยภัยของเรือ มาชดใช้ค่าเสียค่าเสียหายตามความเป็นจริงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางจินดา ถนอมรอด นายกเทศบาลนครแหลมฉบัง และนายบุญเลิศ &amp;nbsp;น้อมศิลป์ รองนายกเทศบาลนครแหลมฉบัง เดินทางมาเยี่ยมและให้กำลังใจกับผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่ รพ.แหลมฉบัง พร้อมกับกล่าวว่า เมื่อเกิดเหตุขึ้น ตนและทีมบริหารนครแหลมฉบัง คอยประสานและระมัดระวังเหตุการณ์อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในเขต 23 ชุมชนโดยรอบท่าเรือแหลมฉบัง หลังเกิดเหตุไม่กี่นาที ตนสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนอย่าตื่นตระหนก หากไม่มีธุระก็ให้อยู่แต่ภายในบ้าน และหากมีความจำเป็นในการออกไปทำธุระนอกบ้านก็ให้ใส่หน้ากากอนามัย ที่ทางเทศบาลนครแหลมฉบัง นำไปแจก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ตนเฝ้าดูเหตุการณ์หากความรุนแรงระดับถึงต้องอพยพประชากร ก็สามารถที่จะอพยพทั้ง 23 ชุมนได้ทันที่ โดยจะนำประชากรไปที่ศาลาประชาคมอ่าวอุดม ซึ่งเป็นจุดปลอดภัย และสำหรับผู้ได้รับความเดือดร้อนไม่ว่าจะเป็นได้รับบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหาย ก็ให้ไปลงชื่อและนำหลักฐานภาพถ่ายไปที่ สำนักงานเทศบาลนครแหลมฉบัง ตนก็จะประสานรวบรวมส่งให้ท่าเรือแหลมฉบังต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36834</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชลบุรี, ท่าเรือแหลมฉบัง, สภ.แหลมฉบัง, ไฟไหม้ตู้คอนเทนเนอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190526/image_big_5cea68fb0c3a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ็บร่วมร้อยคน ไฟไหม้ตู้สินค้า! แหลมฉบังป่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อีกแล้ว! ไฟไหม้ตู้คอนเทนเนอร์บรรจุสารเคมีโซเดียมไซยาไนด์คาเรือขนส่งสินค้าท่าเรือแหลมฉบัง บาดเจ็บร่วมร้อย กันคนออกจากพื้นที่รัศมี 1.5 กม. ขณะที่ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทยมาแปลก อ้างพบว่าไม่มีการแจ้งว่ามีตู้บรรจุสินค้าอันตรายมาในเรือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ &amp;nbsp;25 พฤษภาคม ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปธรรมสถานศรีราชาได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้ตู้สินค้าบนเรือสินค้าที่บริเวณท่าเรือยูนิไท และมีสารเคมีกระจัดกระจายฟุ้งไปทั่ว ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ของเทศบาลนครแหลมฉบังและของการท่าเรือแหลมฉบังได้สั่งอพยพประชาชนไปไว้ในที่ปลอดภัย และได้รับรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกส่งตัวไปที่ รพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา จำนวนหลายราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาทราบว่าเรือสินค้าบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ บรรจุสารเคมีโซเดียมไซยาไนด์ ซึ่งเป็นสารพิษและสารติดเชื้อประเภทที่ 6 และมีฤทธิ์คือ กิน สูดดม หรือสัมผัสทางผิวหนังเข้าไปอาจทำให้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บอย่างรุนแรง ได้เกิดไฟไหม้บนเรือที่ท่าเรือ A2 ภายในท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยมีรถดับเพลิงของเทศบาลนครแหลมฉบังและท่าเรือแหลมฉบัง จำนวนหลายรายรุดเข้าไปใช้โฟมและน้ำฉีดสกัดกว่า 2 ชั่วโมง จึงสามารถสกัดกั้นเพลิงไว้ได้ในวงจำกัด แต่ต้องฉีดน้ำเลี้ยงเพื่อไม่ให้เพลิงลุกลามขึ้นมาได้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังพบว่ามีคนงานทำงานกันอยู่ ต่างหนีตายกันอลวน แต่มีคนงานที่ถูกสะเก็ดของสารนี้ที่ระเบิดเปลวมาถูกเข้าที่ร่างกาย แขนขา มีอาการปวดแสบปวดร้อนต้องนำส่ง รพ.ต่างๆ จำนวน 8 รพ.ของ อ.ศรีราชา อาทิ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา, รพ.แหลมฉบัง, รพ.วิภาราม, รพ.สมิติเวชศรีราชา, รพ.อ่าวอุดม ซึ่งทางแพทย์พบว่าไม่มีอาการรุนแรงถึงแก่ชีวิต เพียงแต่ต้องทำการล้างบาดแผลและปฐมพยาบาลแก่ผู้บาดเจ็บที่สะเก็ดของสารมาถูกตามผิวหนังและใบหน้า ได้รับความปวดแสบปวดร้อนเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ทางเทศบาลนครแหลมฉบังพร้อมสำนักงานท่าเรือพาณิชย์แหลมฉบัง ได้ประกาศห้ามเตือนไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในระยะ 1.5 กม. พร้อมทั้งตั้งจุดห้ามเข้าโดยเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ยังพบว่าสารเคมีหลังถูกการลุกไหม้จะปล่อยก๊าซพิษออกมา ทำให้เป็นอันตรายกับผู้ได้สูดดมเข้าไปเป็นจำนวนมากเกินกว่าที่ร่างกายรับได้ก็อาจจะเสียชีวิต และยังหลอมรวมเป็นก้อนกระเด็นไปใส่รถยนต์ของประชาชนที่จอดอยู่จนได้รับความเสียหาย ทั้งบุบและกระจกแตกอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เทศบาลนครแหลมฉบังเร่งอพยพประชากรของชุมชนบ้านนา อ.ศรีราชา ซึ่งอยู่ในรัศมีที่อาจได้รับผลกระทบจากสารพิษออกจากพื้นที่ไปไว้ที่ศาลาประชาคมอ่าวอุดม ห่างจากที่เกิดเหตุ 4 กม. เพื่อความปลอดภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากผลการตรวจสอบบัญชีแสดงรายการตู้สินค้าที่บรรทุกมากับเรือหลังเกิดเหตุไฟไหม้บริเวณท่าเทียบเรือ A2 ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี พบว่าไม่มีการแจ้งว่ามีตู้บรรจุสินค้าอันตรายมาในเรือ KMTC Hongkong
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นคาดว่าตู้สินค้าที่เกิดเพลิงไหม้ไม่ใช่ตู้สารเคมี เนื่องจากตามมาตรการด้านความปลอดภัยของ กทท. หากมีตู้บรรจุสารเคมีมาเทียบท่าจะต้องดำเนินการขนถ่ายไปยังคลังสินค้าอันตรายทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการสอบถามพยาน &amp;nbsp;พบว่าเรือลำดังกล่าวเป็นเรือบรรทุกสินค้าฮ่องกง &amp;nbsp;สัญชาติเกาหลี บรรทุกสินค้าทั่วไป ออกจากท่าเทียบเรือเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เข้ามาจอดเทียบยังท่าเรือแหลมฉบัง เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 24 พ.ค.62 ต่อมาเกิดเหตุระเบิดขึ้น ทำให้คนงานที่อยู่ข้างนอกเรือได้รับบาดเจ็บจากเศษวัตถุสินค้าที่กระเด็นออกมา ประมาณ 20 คน ขณะเดียวกัน ตรวจสอบผังการวางตู้คอนเทนเนอร์บนเรือ ทราบว่าโซนตู้คอนเทนเนอร์สินค้าที่ระเบิดไม่ใช่สินค้าที่เป็นวัตถุอันตรายแต่อย่างใด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร.เผยว่า เบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างควบคุมเพลิงไหม้ของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เนื่องจากเพลิงไหม้ได้ลุกลามไปยังตู้สินค้าอื่นๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังพยายามควบคุมเพลิงไหม้กันอย่างเต็มที่ และขอความกรุณาประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางในบริเวณดังกล่าว โดยหากมีความคืบหน้าประการใดจะแจ้งให้ทราบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่เทศบาลนครแหลมฉบังได้ตั้งจุดรับเรื่องร้องเรียนของผู้ที่ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ตู้คอนเทนเนอร์บนเรือส่งสินค้าภายในท่าเรือแหลมฉบังแล้ว 2 จุด ได้แก่ ที่วัดบ้านนา และ ที่เทศบาลนครแหลมฉบัง โดยพบว่ามีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาลงทะเบียนพร้อมหลักฐาน เช่นภาพถ่ายรถที่ได้รับความเสียหาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งพบว่ามีประชาชนที่ถูกผลกระทบจากกลิ่น จากฝุ่นละอองจากอากาศ โดยมีอาการแสบตา แสบผิวหนัง วิงเวียนศีรษะ บางรายมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจะนำส่งรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลทันที
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้แจ้งว่า ถ้าผู้ประสบเหตุท่านใดถูกผลกระทบในครั้งนี้ ควรรีบอาบน้ำด้วยน้ำสะอาด หาเสื้อคลุมแขนยาวใส่เพื่อป้องกันอันตราย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากศูนย์สั่งการกู้ชีพชลบุรีว่า มีผู้ได้รับผลกระทบไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา, รพ.สมิติเวช ศรีราชา, รพ.พญาไทศรีราชา, รพ.แหลมฉบัง รพ.วิภาราม แล้วจำนวนประมาณ 80 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ พร้อมสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 13 และสำนักงานทรัพยากรกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง และ ปภ.ชลบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีเหตุเพลิงไหม้ตู้คอนเทนเนอร์ ท่าเรือแหลมฉบัง พบว่าขณะตรวจสอบควบคุมเพลิงได้แล้ว แต่ยังมีเขม่าควันค่อนข้างมาก เนื่องจากมีตู้คอนเทนเนอร์หลายร้อยใบที่ถูกเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงฉีดน้ำเลี้ยงอยู่ และจากการตรวจวัดคุณภาพอากาศในเบื้องต้น พบว่ามีค่าสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Total VOCs) อยู่ในช่วง1.2-2.4 ppm ค่าสารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) อยู่ในช่วง 0.92-1.96 ppm ซึ่งมีค่าเกินกว่าค่าขีดจำกัดการรับสัมผัสสารเคมีทางการหายใจแบบเฉียบพลัน ระดับที่ 1 กำหนดค่า 0.9 ppm ซึ่งเกินค่ามาตรฐานเล็กน้อย ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ ผิวหนังอักเสบ และระคายเคืองตา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เนื่องจากเกิดกลุ่มควันจำนวนมาก อำเภอศรีราชาได้สั่งการให้อพยพประชาชนที่อยู่ใต้ลมไปยังจุดที่ปลอดภัย และ คพ.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณชุมชนที่ได้รับผลกระทบด้วยแล้ว หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสาร VOCs ย่อมาจาก Volatile Organic Compounds คือ สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย ส่วนใหญ่มักใช้เป็นสารประกอบและสารตัวทำละลายในงานอุตสาหกรรมต่างๆ ส่วนสารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) เป็นก๊าซไม่มีสี จัดเป็นพิษที่ปนเปื้อนในอากาศที่เป็นปัญหาสุขภาพของมนุษย์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยทั่วไปสารชนิดนี้นิยมใช้ในอุตสาหกรรมสี กาว และสารเคลือบเฟอร์นิเจอร์ไม้ ไม้อัด และไม้แปรรูปอื่นๆ หรือเกิดจากการเผาไหม้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้รับรายงานเหตุไฟไหม้ตู้คอนเทนเนอร์ โดยได้สั่งการผ่านกระทรวงมหาดไทยไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ให้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าไปช่วยเหลือควบคุมเพลิงเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ และแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่บริเวณโดยรอบถึงข้อเท็จจริงและข้อควรปฏิบัติที่ถูกต้อง พร้อมทั้งเร่งหาสาเหตุที่เกิดขึ้นโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชลบุรีได้อพยพประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นการชั่วคราวเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชนกล่าวว่า ส่วนโรงพยาบาลโดยรอบก็เตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน สำหรับข้อแนะนำแก่ประชาชนในพื้นที่ หากไม่จำเป็นไม่ควรออกจากบ้าน ให้รอการแจ้งข้อมูลที่ถูกต้องจากเจ้าหน้าที่ และหากมีข้อสงสัยว่าตนเองมีอาการผิดปกติจากการสูดดมควันไฟ ให้รีบไปพบแพทย์ทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36787</URL_LINK>
                <HASHTAG>สารเคมีโซเดียมไซยาไนด์, หนังสือพิมพ์, เรือขนส่งสินค้าท่าเรือแหลมฉบัง, ไฟไหม้ตู้คอนเทนเนอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190525/image_big_5ce955fd22aee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
