<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34809</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มอแกนอึดอัดนักท่องเที่ยวใส่บิกินี่ นักวิชาการ-กสม.แนะกำหนดกติกาเข้าชมหมู่บ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.62 -&amp;nbsp;ที่หมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา คณะสื่อมวลชนราว 20 คน พร้อมด้วยกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นางนฤมล อรุโณทัย นักวิชาการจากสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะของศูนย์มานุษวิทยาสิรินธร คณะกรรมการชาวเล เครือข่ายชาวเล มูลนิธิชุมชนไท ได้ร่วมกันลงพื้นที่หมู่บ้านมอแกน หมู่เกาะสุรินทร์ เมื่อวันที่ 28-29 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวมอแกนร่วมกันให้ข้อมูลว่า ขณะนี้เรือที่ถูกไฟไหม้ไปพร้อมกับบ้านจำนวน 32 ลำยังไม่มีใครให้ความช่วยเหลือ ซึ่งในช่วงหน้ามรสุมที่พวกตนไม่มีรายได้จากการท่องเที่ยวก็มักใช้เรือออกหาปลา แต่ปีนี้ไม่มีเรือ ทั้งนี้ปัจจุบันยังต้องอยู่กันอย่างแออัด บางครอบครัวอยู่กันถึง 8 คน โดยเฉพาะบ้านที่มีครอบครัวใหม่ก็ต้องอยู่รวมกับพ่อแม่เหมือนเดิมเพราะไม่สามารถขยายพื้นที่ออกไปได้ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีการเสนอให้มีการขยับขยายชุมชนไปอีกด้านหนึ่งของชายหาดอ่าวบอน แต่ได้รับการปฎิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องนักท่องเที่ยวแต่งชุดบิกินี่หรือชุดว่ายน้ำเดินขึ้นมาเที่ยวหมู่บ้านจริงๆแล้วพวกเราก็รู้สึกอึดอัด เพราะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อเยาวชน แต่เราก็ไม่รู้จะห้ามอย่างไร หากไกด์หรือธุรกิจนำเที่ยวบอกกับนักท่องเที่ยวให้เคารพและให้เกียรติพวกเราหน่อยก็เป็นเรื่องดีและสามารถแก้ปัญหาได้&amp;rdquo;ชาวมอแกน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบว่าที่หมู่เกาะสุรินทร์ มีปัญหาสถานะบุคคล จำนวน 193 คน ได้นำข้อมูลเดิมที่เคยสำรวจเมื่อปี 2559 และการลงพื้นที่ครั้งนี้ได้หาพยานรู้เห็นการเกิด ตามมาตรา 23 และมาตรา 7 ทวิ ได้พบหมอตำแยที่ทำคลอด และนายอำเภอตะกั่วป่าได้ส่งปลัดฝ่ายทะเบียนมา พบว่าน่าจะเป็นไปได้ที่ใช้พยานรู้เห็นการเกิด และอาจจะสามารถยื่นคำร้องขอลงรายการสัญชาติไทยได้เลย และยังพบว่ามีชาวมอแกนอีกกลุ่มที่ไม่เคยได้รับสำรวจเลย เป็นกลุ่มคนไร้รัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเตือนใจ กล่าวว่า เห็นได้ชัดว่าการท่องเที่ยวเป็นแบบไม่มีส่วนร่วม นักท่องเที่ยวขึ้นเกาะมา ใครอยากมาเดินดูบ้านชาวมอแกนก็ดูได้ตามสบาย ปัญหาคือทำอย่างไรจะกำหนดกติกาการเข้าชุมชนสำหรับนักท่องเที่ยว กลุ่มชาติพันธุ์มอแกนมีวิถีชีวิตไม่มีพรมแดนรัฐชาติ อาจต้องประสานไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนพม่าเพื่อจัดการร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ผู้แทนจากศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร กล่าวว่าที่นี่เป็นพื้นที่ห่างไกล การที่เจ้าหน้าที่อำเภอมาสำรวจ ก็มีค่าใช้จ่ายแพง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูมรสุม เด็กส่วนมากเกิดโดยการทำคลอดของหมอตำแย แล้วเมื่อหมดฤดูมรสุมจึงไปแจ้งเกิดที่อำเภอ ซึ่งหากมีการทำข้อมูลบุคคลที่ตกหล่น กรมการปกครองจะส่งเจ้าหน้าที่มาช่วย กรณีแบบนี้ที่อำเภอตะกั่วป่า จะนำไปสู่การแก้ปัญหาชาวมอแกนไร้สัญชาติ และจะทำข้อเสนอต่อกรมการปกครอง เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่พื้นที่อื่น อาทิ เกาะเหลาเหลียง และ เกาะพยาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล กล่าวว่า มอแกนเป็นกลุ่มที่โยกย้ายถิ่นไปมา อาจต้องมีสิทธิอีกแบบ เราไม่สามารถปิดกั้นการเดินทางข้ามพรมแดนได้เพราะพวกเขาอยู่กันมานาน ต้องดูว่าการอพยพในปัจจุบันเป็นเพราะปัจจัยอะไร เพราะปัญหาเศรษฐกิจหรือไม่ ที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติ การท่องเที่ยวเป็นใหญ่ จริงๆควรมีการพูดคุยหารือเรื่องปัญหาต่างๆ และทางออกร่วมกับอุทยาน ธุรกิจท่องเที่ยวและชุมชนว่าจะทำอย่างไรให้ชาวบ้านมอแกนมีศักดิ์ศรี ชาวมอแกนอยู่อย่างสบายๆ แต่อะไรๆเปลี่ยนไปมากมาย ในชุมชนไม่มีผู้นำชัดเจน เป็นสังคมเท่าเทียมกัน ทุกวันนี้ชุมชนมอแกนเป็นฝ่ายตั้งรับ การที่เขาต้องการอะไรในปัจจุบันต้องวิเคราะห์ให้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34809</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิมนุษยชน, จังหวัดพังงา, ชาวมอแกน, นางเตือนใจ ดีเทศน์, หมู่เกาะสุรินทร์, ไฟไหม้หมู่บ้านชาวมอแกน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190430/image_big_5cc81e4aa0aec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2019 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2019 20:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง! ของบริจาคชาวมอแกนล้นเกาะ แต่ยังไม่ได้แจกเหตุอำเภอไม่ส่งจนท.มาจัดการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.62 - ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่ชุมชนมอแกนที่อ่าวบอนในหมู่เกาะสุรินทร์ ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ภายหลังจากถูกไฟไหม้เผาบ้านเรือนกว่า 60 หลัง ตั้งแต่คืนวันที่ 3&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;ขณะนี้ชาวมอแกนยังคงอาศัยอยู่ในเต็นท์และอาคารเรียน ขณะที่ข้าวของบริจาคยังคงทยอยมาจนเกือบเต็มอาคาร&amp;nbsp;ส่วนใหญ่ยังไม่ได้แจกให้ชาวบ้านเนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดพังงามอบหมายให้ทางอำเภอเป็นผู้ดำเนินการ แต่ผ่านไปแล้ว 3 วันทางอำเภอก็ยังไม่ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปจัดการ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ชาวเลถึงกระบวนการที่ล่าช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ชาวมอแกนหลายรายยังคงขุดคุ้ยเถ้าถ่านบนพื้นดินซึ่งเคยเป็นบ้านเนื่องจากมีความหวังว่าจะเจอทองและทรัพย์สินมีค่าบางอย่างที่เก็บซ่อนเอาไว้และสูญหายไปในกองเพลิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาปักหลักและวัดพื้นที่เพื่อสร้างบ้านหลังใหม่ ซึ่งจากการสอบถามชาวบ้านหลายคนต่างบอกว่าไม่รู้ว่าแบบบ้านหลังใหม่จะออกมาอย่างไรเพราะไม่เคยมีการสอบถามพวกตน ทำให้รู้สึกกังวลเพราะกลัวว่าจะขัดกับวิถีชีวิตของชาวเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเงย กล้าทะเล ผู้ประสานงานชาวมอแกนหมู่เกาะสุรินทร์ ซึ่งยังคงคุ้ยหาทรัพสินย์กล่าวว่า รู้สึกเสียดายทอง 1 บาทที่เก็บเงินสะสมซื้อมาได้ นอกจากนี้ยังมีเงินสดอีก 3 หมื่นบาทที่ถูกไฟไหม้ รวมแล้วทรัพย์สินที่ถูกไฟไหม้ไปเกือบ 2 แสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมใช้เวลานานกว่าจะเก็บเงินและทองได้เท่านี้ ไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะเก็บได้เท่านี้อีกหรือไม่ ชาวบ้านบางคนสูญเงินและทองมากกว่าผมอีก เราไม่รู้เลยเรื่องความช่วยเหลือจะเป็นอย่างไร&amp;rdquo;นายเงย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเงย กล่าวว่าในเรื่องของการสร้างบ้านใหม่นั้นยังไม่รู้ว่าจะออกมาอย่างไร เพราะไม่เคยมีใครเรียกชาวมอแกนไปสอบถาม แต่โดยส่วนตัวแค่เขาสร้างใหม่ก็ดีใจแล้ว หากเป็นไปได้ก็อยากได้แบบเดิมคือ บ้านไม้มุงหลังคาจาก แต่อยากให้ขยายพื้นที่ปลูกสร้างออกไปอีกเพราะเดิมแออัดมากโดยบางหลังอยู่กันนับสิบคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากได้บ้านไม้ที่คงทนกว่าเดิม ควรปลูกห่างกันหน่อย และหน้าจั่วต้องทะแยงกัน เราเขื่อว่าถ้ากันหน้าตรงกันจะทำให้เจ็บป่วย ที่สำคัญหากเกิดไฟไหม้จะได้ไม่เหมือนเหตุการณ์ครั้งนี้ ถ้าเป็นไปได้ควรสร้างเป็นสองหย่อมบ้าน&amp;rdquo;นายเงย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางหมี่เซียะ กล้าทะเล ผู้นำทางจิตวิญญาณ วัย 73 ปี กล่าวว่ารู้สึกเสียดายบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านที่ถูกเผาไปในกองไฟเพราะกลัวว่าเวลาเดินทางไปข้างนอกจะถูกจับ ทั้งนี้ภายหลังจากเกิดไฟไหม้ได้มีญาติพี่น้องจากเกาะต่างๆมาเยี่ยมให้กำลังใจและมีข้าวของมาฝาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าเขามาถามก็จะบอกว่าอยากได้บ้านคล้ายๆแบบเดิม ที่สำคัญคือต้องอยู่ติดทะเล แต่ผ่านมาแล้ว 3 วันยังไม่เห็นมีใครถาม เราได้แต่ยืนมอง&amp;rdquo;นางหมี่เซียะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่เฒ่าชาวมอแกนกล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงลูกหลานเพราะไม่รู้ว่าอนาคตจะอยู่กันอย่างไร สำหรับตนนั้นคงอยู่อีกไม่นาน ที่ผ่านมามีคนชวนไปอยู่บนฝั่งที่เกาะพระทอง แต่เคยไปอยู่แล้วร้อนเพราะไม่ติดทะเลในที่สุดจึงกลับมาอยู่บนเกาะสุรินทร์เช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ฉันเกิดที่นี่ พ่อแม่ก็ตายที่นี่ ฉันถึงไม่อยากไปไหน แต่ละปีก็ทำพิธีหล่อโบงให้ลูกหลานได้ขอขมาผี แม้จะขาดเครื่องเซ่นบางอย่างไปบ้าง เช่น เต่า แต่เราก็ใช้ไก่แทน ฉันหวังว่าพวกเราจะได้อยู่เย็นเป็นสุข ไม่คิดว่าจะเกิดไฟไหม้ใหญ่ขนาดนี้&amp;rdquo;นางหมี่เซียะ กลาาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพุทธพจน์ คูประสิทธิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์กล่าวว่า ในวันที่ 8 ก.พ. ทหาร 30 นายจะมาลงพื้นที่เพื่อเตรียมสร้างบ้าน โดยพื้นที่ชุมชนจะไม่มีการขยายคือเนื้อที่ประมาณ 6.16 ไร่ เท่าเดิมโดยแบ่งบ้านออกเป็นหย่อมๆละ 20 หลังและเว้นระยะห่างระหว่างบ้านให้มากกว่าเดิม ส่วนแบบบ้านนั้นคงคล้ายของเดิมคือเป็นไม้และหลังคามุงจาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ชาวบ้านบ่นว่าชุมชนค่อนข้างแออัดสามารถขยายพื้นที่ไปยังหาดอื่นที่ชาวเลเคยอยู่ได้หรือไม่ นายพุทธพจน์กล่าวว่า คงไม่ขยายไปที่หาดอื่นเพราะต้องการควบคุมดูแลในวิถีชีวิตโดยต้องคำนึงถึงสภาพสิ่งแวดล้อมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทุกวันนี้ชาวมอแกนมีรายได้ที่พออยู่ได้ ชาวบ้าน 50 คนทำงานรับจ้างอยู่กับอุทยานฯ ข้าวเช้า ข้าวกลางวันก็กินอยู่กับเรา อาหารเหลือก็ขนกลับบ้านได้ พวกผู้ชายก็ไปเป็นลูกจ้างบริษัททัวร์ ส่วนพวกคนเฒ่าคนแก่ที่อยู่บ้านก็ทำของที่ระลึกขายนักท่องเที่ยว&amp;rdquo;หัวหน้าอุทยานฯกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงข้าวของบริจาคที่ยังไม่ได้แจกกองไว้จนแทบล้นอาคาร นายพุทธพจน์กล่าวว่า ทางจังหวัดได้มอบให้อำเภอเป็นผู้รับผิเชอบ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ส่งทีมมาแต่ทราบว่าจะมาในวันที่ 7 ก.พ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้ข้าวของบริจาคมากมายจนเชื่อว่าชาวบ้านกินใช้ไม่หมดในเวลาอันรวดเร็ว ผมอยากบอกผู้ที่ต้องการบริจาคว่าขอให้ชะลอการบริจาคไว้ก่อนได้หรือไม่ พอหมดฤดูกาลท่องเที่ยวในเดือนเมษายน ซึ่งชาวบ้านจะไม่มีรายได้ค่อยบริจาค ถึงเวลานั้นเราจัดระบบและตรวจสอบเรียบร้อยก็จะได้รู้ด้วยว่าชาวบ้านเขายังขาดแคลนอะไร&amp;rdquo;นายพุทธพจน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28491</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพังงา, ชาวมอแกน, ช่วยเหลือชาวมอแกน, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์, ไฟไหม้หมู่บ้านชาวมอแกน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190206/image_big_5c5ad890ef14b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2019 15:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2019 15:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯพังงา นำทีมบูรณาการเร่งสร้างบ้านใหม่ชาวมอแกนให้เสร็จภายใน 60 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.62 - ที่ศาลาการเรียนรู้หมู่บ้านชาวมอแกน เกาะสุรินทร์ใต้ ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วย พล.ต.มโนช จันทร์คีรี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 45 พล.ต.ต.วิมล พิทักษ์บูรพา ผบก.ตำรวจภูธรจังหวัดพังงา ผู้แทนฐานทัพเรือพังงา ร่วมประชุมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการเร่งให้ความช่วยเหลือเยียวยา ชาวเลมอแกน ที่ประสบเหตุอัคคีภัยเมื่อคืนวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้มีบ้านเรือนถูกเพลิงไหม้ 61 หลัง จากจำนวนทั้งหมด 81 หลัง ที่ทำการสาธารณสุขชุมชน 1 หลัง มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต มีผู้ประสบภัย 237 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศิริพัฒ กล่าวว่า ได้สรุปการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนในเรื่องที่อยู่อาศัยเบื้องต้นนั้น ให้พักอาศัยอยู่ที่บริเวณโรงเรียน และในเต็นท์นอนของทางอุทยานฯหมู่เกาะสุรินทร์ พร้อมเตรียมเข้าทำความสะอาดพื้นที่บ้านเรือนที่ถูกไฟไหม้ และจะมีการคัดแยกขยะที่ไม่สามารถทำลายได้ ให้ทางฐานทัพเรือพังงา ขนย้ายออกไปกำจัดให้ถูกวิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องการที่จะสร้างบ้านให้ใหม่นั้น หลังการเคลียร์พื้นที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากเป็นพื้นที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ทางอุทยานฯจะร่วมกับชาวมอแกนในการวางผังแนวเขตของบ้านแต่ละหลัง โดยได้ประมาณการไว้ที่หลังละ 50,000 บาท ซึ่งจะมีงบของจังหวัดหลังละ 33,000 บาท จำนวน 61 หลังคาเรือน รวมประมาณ 2,013,000 บาท ส่วนที่ขาดเหลือ ที่จะทำไฟฟ้าประปาและอื่นๆ ก็จะมีการขอกราบบังคมทูล ขอพระราชทานความช่วยเหลือผ่านศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสา อีกหลังละ 17,000บาท จำนวน 61 หลังคาเรือนเป็นเงินประมาณ 1,037,000 บาท โดยจะให้ทางอำเภออำเภอคุระบุรีมีการเบิกจ่ายเป็นค่าวัสดุในการสร้างบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมทั้งประสานงานกับฐานทัพเรือพังงาในการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ก่อสร้าง และกำลังพล จะมีทหารจากมณฑลทหารบก 45 จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากกองอาสาสมัครรักษาดินแดน และจิตอาสา กำลังเจ้าหน้าที่ทหารทัพเรือภาคที่ 3 โดยจะมีการจัดเวรในการนำกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสร้างบ้านให้กับประชาชนในพื้นที่หมู่บ้านมอแกน ซึ่งจะมีการบูรณาการทางจังหวัดอำเภอคุระบุรี อุทยานฯหมู่เกาะสุรินทร์ พร้อมกำหนดในการก่อสร้างภายใต้การอำนวยการของรองผู้ว่าฯพังงา ซึ่งได้กำหนดระยะเวลาก่อสร้างภายใน 60 วัน คาดว่าประมาณต้นเดือนเมษายน 2562 ต้องแล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จะมีการขอพระราชทานเต็นท์จำนวน 200 เต้น ซึ่งเป็นเต็นท์นอนได้ 2 คนและที่นอนจำนวน 400 ชุด หมอน 400 ใบ ผ้าห่ม 400 ผืน เพื่อให้บริการประชาชนและให้เจ้าหน้าที่ที่มาช่วยเหลือส่วนหนึ่งและสำรองไว้เผื่อชำรุดอีกส่วนหนึ่ง ส่วนของการช่วยเหลือในการประกอบอาชีพต่างๆ เครื่องยนต์เรือและการเรียนการสอนของเด็ก จะมีการสรุปสิ่งของที่ต้องการและเป็นตัวเงินที่แน่นอน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนและขอพระราชทานความช่วยเหลือต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องของอาหารการกินใน 2 วันที่ผ่านมา ทางฐานทัพเรือภาคที่ 3 ฐานทัพเรือพังงา ได้สนับสนุนส่วนของกองทัพและกำลังพลมาช่วยดำเนินการแล้ว ทางอุทยานฯหมู่เกาะสุรินทร์รับผิดชอบโรงครัวพระราชทาน ซึ่งเมนูอาหารในแต่ละวันจะติดชื่อเมนูอาหารให้อย่างชัดเจนทุกมื้อ ส่วนอาหารแห้งที่ได้รับบริจาคจะให้ทางอำเภอบริหารจัดการในการแยกสัดส่วน เรื่องของกิน เสื้อผ้านุ่งห่ม น้ำดื่ม ยารักษาโรค ที่ได้รับบริจาคจะมีการแจกเมื่อไหร่ก็จะต้องวางแผนกันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28469</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพังงา, ชาวมอแกน, ชาวเลหมู่เกาะสุรินทร์, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์, ไฟไหม้ชาวเลมอแกน, ไฟไหม้หมู่บ้านชาวมอแกน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190206/image_big_5c5a9aa05a524.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
