<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 14:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 14:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช็อก! ลูกจ้างโรงงานรองเท้ากว่า 200 ชีวิตตกงานทันที หลังถูกไฟไหม้ประกาศเลิกกิจการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.64 - เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสมุทรปราการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหาย และตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ พบว่าโรงงานต้นเพลิงคือบริษัท วัฒนา ฟุตแวร์ ถูกไฟเผาผลาญทรัพย์สินภายในโรงงานรวมทั้งเครื่องจักรและตัวอาคารได้รับความเสียหายทั้งหมด ส่วนโรงงานที่อยู่ติดกันถูกไฟลามมาลุกไหม้ได้รับความเสียหายไปกว่าครึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามทราบว่าโรงงานทั้งสองเป็นพี่น้องกัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของ อบต.ราชาเทวะ ได้จอดรอและติดตามสถานการณ์ภายในโรงงานที่เกิดเหตุตลอดทั้งคืน พร้อมจัดเวรยามเข้าคอยสังเกตการณ์ภายในโรงงานที่เกิดเหตุเนื่องจากเกรงว่าจะมีเปลวไฟประทุขึ้นมาอีก ขณะที่ร้านค้าและชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงต่างพากันหวาดผวาเกรงว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเหมือนคราวที่ไฟไหม้ในบริษัท หมิงตี้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบการจัดเก็บสารเคมีและวัตถุที่ไวไฟหรือการจัดเก็บสารเคมีที่เป็นอันตรายให้เข้มงวดมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันพนักงานกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;คนที่มีอายุการทำงานตั้งแต่&amp;nbsp;10-30&amp;nbsp;ปี ได้เดินทางจะมาเข้าทำงานตามปกติ แต่ก็ต้องช็อกไปตาม ๆ กัน เมื่อตัวแทนของโรงงานออกมาบอกว่า ทางโรงงานขอปิดกิจการ และจะได้รับค่าจ้างเพียงค่าตอบแทนเดือนนี้เป็นเดือนสุดท้าย ทำให้พนักงานทุกคนต่างพากันกอดคอกันร้องไห้ เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วจนไม่มีใครได้ทันตั้งตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีการรวมตัวกันหรือตั้งตัวแทนเรียกร้องค่าชดเชยจากนายจ้างหรือไม่ ทางพนักงานทุกคนตอบคล้ายๆ กันว่า ยังไม่มีการตั้งกลุ่มหรือตั้งตัวแทนใดเลย เพราะทุกคนช็อกหมด ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า ทำงานกันมาเกือบ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ปี แล้ว แต่จะต้องมาตกงานแบบสายฟ้าผ่า ทำให้ทุกคนเคว้งกลางอากาศแบบนี้ เคยเห็นแต่ในภาพข่าวที่โรงงานปิดกิจการแล้วพนักงานกอดคอกันร้องไห้ จนวันนี้มาเจอกับตัวเองถึงกับไปกันไม่เป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามด้านในของอาคารดังกล่าวยังมีความร้อนสะสมอยู่ และมีควันลอยอยู่ในบางจุดของโรงงาน ทำให้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบความเสียหายและหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120317</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมุทรปราการ, ไฟไหม้โรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fc9a572def.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 07:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 07:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟไหม้โรงงานผลิตฟองน้ำย่านสำโรงใต้วอด เสียหายไม่ต่ำกว่าร้อยล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.64 -&amp;nbsp; เมื่อเวลา 02.30 น.วันที่ 20 สิงหาคม 2564 พ.ต.ต.บุญฤทธิ์&amp;nbsp; เชิญเชื้อ สารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงใต้ จ.สมุทรปราการ&amp;nbsp; รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้ภายในบริษัท ดูราโฟม&amp;nbsp; ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยผูกมิตร หมู่ 1 ต.สำโรงใต้ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยรถดับเพลิงเทศบาลเมืองปู้เจ้าสมิงพราย และเทศบาลใกล้เคียงกว่า 10 คันรุดไปที่เกิดเหตุ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเป็นโรงงานผลิตฟองน้ำขนาดใหญ่เป็นอาคารสองชั้น&amp;nbsp; พบเพลิงกำลังลุกโหมภายในตัวอาคารโรงงานอย่างรุนแรงกลุ่มควันสีดำจำนวนมากพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เปลวเพลิงแดงฉานลุกลามไปทั่วอาคารเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดเพลิง ซึ่งเป็นไปด้วยความลำบากเนื่องจากโครงสร้างของอาคารโรงงานได้เกิดพังถล่มลงมาทั้งหมด เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องทุบกำแพงเจาะผนังเข้าไปทำการฉีดน้ำสกัดเพลิงภายในอาคารดังกล่าวมีฟองน้ำและเครื่องจักรรวมทั้งสารเคมีไวไฟอยู่เป็นจำนวนมากจึงกลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีทำให้ไฟลุกโหมอย่างรุนแรงและมีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ ต้องฉีดน้ำสกัดเพลิงอยู่นานกว่า 2 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบ พบว่าภายในอาคารโรงงานถูกไฟเผาผลาญจนได้รับเสียหายทั้งหมดรวมทั้งรถยนต์กระบะอีก 2 คันที่จอดอยู่ด้านหลังโรงงาน เบื้องต้นค่าเสียหายคาดว่าไม่ต่ำกว่า ร้อยล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิทธิ์ชัย&amp;nbsp; จุธาเวรุ อายุ 50 ปี รปภ.ของโรงงานดังกล่าว เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้เดินเข้าไปตรวจภายในโรงงาน ได้เห็นกลุ่มควันและเปลวไฟลุกไหม้อยู่ภายในโรงงานจึงเดินเข้าไปดูเห็นไฟกำลังลุกไหม้อยู่ที่แท่งอัดฟองน้ำ ซึ่งเป็นสต็อกสิ้นค้าที่ผลิตเสร็จแล้ว ซึ่งขณะเกิดเหตุไม่มีใครทำงานมีเพียงตนอยู่คนเดียว ด้วยความตกใจตนจึงเอาถังเคมีมาฉีดเพื่อสกัดเพลิง แต่เอาไม่อยู่ เปลวไฟได้ลุกโหมอย่างรุนแรงและลุกลามขยายเป็นวงกว้าง ตนจึงวิ่งหนีตายออกมานอกโรงงานตะโกนขอความช่วยเหลือจากโรงงานที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง แต่ก็ช่วยอะไรไม่ทันแล้วไฟได้ลุกท่วมโรงงานแล้วจึงได้โทรแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายกานต์&amp;nbsp; พิทยชาครวัตร อายุ 49 ปี เจ้าของโรงาน หลังทราบเรื่องได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนกำลังนอนอยู่ที่บ้านพัก และ รปภ.ของโรงงานได้โทรไปบอกตนว่าไฟไหม้ ตนจึงรีบเดินทางมาดู และเห็นว่าเมื่อช่วงเย็นของวานนี้บริษัท ทีโอเอ ซึ่งอยู่ในซอยเดียวกันและอยู่ไม่ไกลจากบริษัท ได้เกิดไฟไหม้เมื่อเย็นวานนี้ ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าระบบไฟมีปัญหาอะไรหรือเปล่า หรืออาจจะมีสะเก็ดไฟปลิวมาตกในโรงงานตนและค่อย ๆ สะสมและค่อย ๆ ขยายวงจนไฟมาลุกอีกทีก็คือดึกแล้ว น่าจะเป็นลักษณะนั้น เพราะตอนเกิดเหตุไม่มีใครทำงานมีเพียง รปภ. ดูแลอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้นโชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บ ส่วนค่าเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้เพราะตอนนี้ยังช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าสาเหตุที่เกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้เกิดจากสาเหตุใด ซึ่งจะต้องประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113917</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ดูราโฟม, เทศบาลเมืองปู้เจ้าสมิงพราย, ไฟไหม้โรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611ef7b3dd41b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109160</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด ไฟไหม้อาคารโรงงานสูง6ชั้นในบังกลาเทศ ดับ52ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดอัคคีภัยรุนแรงที่โรงงานผลิตน้ำผลไม้ในเมืองรุปคัญจ์ของบังกลาเทศตั้งแต่บ่ายวันพฤหัสบดี ต้นเพลิงเกิดชั้นล่าง คนงานหลายคนกระโดดตึกหนีตาย เจ้าหน้าที่ใช้เวลาดับเพลิงกว่า 24 ชั่วโมง ตำรวจเผยยอดล่าสุดวันศุกร์ มีคนงานเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 52 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ญาติคนงานและประชาชนมุงดูไฟไหม้โรงงานฮาเชมฟูดส์ในเมืองนารายันคัญจ์รุปคัญจ์ชานกรุงธากาเมื่อวันศุกร์ (Photo by Mehedi Hasan/NurPhoto via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม กล่าวว่า อัคคีภัยในโรงงานอุตสาหกรรมของบังกลาเทศครั้งล่าสุดนี้เกิดที่โรงงานฮาเชมฟูดแอนด์เบเวอเรจ ซึ่งเป็นอาคารสูง 6 ชั้น ในเมืองรุปคัญจ์ เมืองอุตสาหกรรมนอกกรุงธากา เพลิงเริ่มเกิดเมื่อบ่ายวันพฤหัสบดีและเผาผลาญอยู่นานเกือบ 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องแรกนั้นตำรวจระบุจำนวนผู้เสียชีวิตว่ามีเพียง 3 คน แต่จำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อพนักงานดับเพลิงขึ้นไปถึงชั้นบนๆ และเริ่มเก็บศพคนงานหลายสิบศพลงมา ร่างที่ไหม้เกรียมถูกนำมากองรวมกันในรถพยาบาลเพื่อนำไปส่งยังห้องเก็บศพ ท่ามกลางเสียงร้องตะโกนและร่ำไห้ของญาติมิตรและผู้คนที่มุงกันอยู่บนท้องถนน มีรายงานด้วยว่าตำรวจต้องขับไล่ผู้คนหลายร้อยคนที่ปิดกั้นถนนใกล้เคียงและปะทะกับเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพลิงไหม้ครั้งนี้เป็นอัคคีภัยครั้งล่าสุดที่เกิดกับภาคอุตสาหกรรมของบังกลาเทศที่มีประวัติหายนภัยในโรงงานอุตสาหกรรมและอาคารที่พักอาศัยบ่อยครั้ง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2562 เคยเกิดไฟไหม้ตึกแถวในกรุงธากาที่ใช้เก็บสารเคมีอย่างผิดกฎหมาย ส่งผลให้มีคนเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 70 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากผู้เสียชีวิต ยังมีคนบาดเจ็บอีกประมาณ 30 คน เชค คาบิรุล อิสลาม สารวัตรตำรวจเผยว่า&amp;nbsp; บางคนบาดเจ็บเพราะกระโดดลงมาจากชั้นบนของอาคารเมื่อไฟที่เริ่มต้นจากชั้นล่างลุกลามอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนักงานดับเพลิงสามารถช่วยชีวิต 25 คนจากดาดฟ้าของอาคารโรงงานที่ผลิตน้ำผลไม้และลูกอมแห่งนี้ โฆษกหน่วยดับเพลิงกล่าวกับเอเอฟพีว่า ทันทีที่ควบคุมเพลิงได้ เจ้าหน้าที่จะเข้าไปค้นหาและกู้ภัยในอาคาร จึงจะยืนยันได้ว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดินู โมนี ชาร์มา ผู้บัญชาการหน่วยดับเพลิงธากา กล่าวว่า เกิดไฟไหม้ขึ้นเพราะมีพลาสติกและสารเคมีไวไฟเก็บไว้ภายในอาคาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109160</URL_LINK>
                <HASHTAG>บังกลาเทศ, เมืองรุปคัญจ์, ไฟไหม้โรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210709/image_big_60e81a80b4317.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 22:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบสารพิษ1.6พันตัน หวั่นโรงงานบึ้มซ้ำ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ในหลวงทรงรับศพนักผจญเพลิงเหตุไฟไหม้โรงงานย่านกิ่งแก้วไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์&amp;nbsp; พระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ ผวจ.สมุทรปราการประกาศให้ 4 ตำบล 30 หมู่บ้าน เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย เดือดร้อน 8 หมื่นราย ผู้อพยพ 2,000 คน กระจายใน 9 ศูนย์รองรับ กรอ.หวั่นบึ้มอีกรอบเหตุพบสารเคมีตกค้างอื้อ คพ.ห่วงมลพิษในรัศมี 1 กม.บางจุดเกินมาตรฐาน ตั้งหน่วยตรวจวัดแจ้งเตือน ชาวบ้านทยอยเข้าแจ้งความตำรวจต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่เร่งประเมินความเสียหาย&amp;nbsp; ด้านบริษัทแถลงเสียใจพร้อมชดใช้ค่าเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเพลิงไหม้โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล โรงงานผลิตโฟมและพลาสติก ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ถือเป็นเหตุการณ์ที่มีความรุนแรงมาก ใช้เวลาในการควบคุมเพลิงนานกว่า 33 ชั่วโมง นับตั้งแต่ช่วงเวลา 03.00 น.ของวันที่ 5 ก.ค. ล่วงเลยมาจนถึงช่วงเวลาเช้าตรู่ของวันที่ 6 ก.ค.จึงสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ซึ่งทำให้มีทั้งผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมกับมีการอพยพประชาชนที่อยู่ในรัศมี 5&amp;nbsp; กิโลเมตรไปยังศูนย์รองรับผู้อพยพ ประชาชนได้รับผลกระทบจำนวนมาก &amp;nbsp;
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ให้การช่วยเหลือจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน ทั้งนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับศพผู้เสียชีวิต คือ นายกรสิทธิ์ ลาวพันธ์ อาสาสมัครดับเพลิง ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์&amp;nbsp; และพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ พร้อมกับสงเคราะห์งานศพผู้เสียชีวิต พระราชทานถุงยังชีพพระราชทานในเบื้องต้นเป็นการเร่งด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์ 904 เชิญพวงมาลาหลวง และพวงมาลาของพระบรมวงศานุวงศ์ไปวางหน้าหีบศพนายกรสิทธิ์ ลาวพันธ์ อาสาสมัครดับเพลิง ณ วัดทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างหาที่สุดมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคืบหน้าเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานหมิงตี้&amp;nbsp; ย่านกิ่งแก้วครั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp; (ปภ.) รายงานว่า ได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ณ มูลนิธิร่วมกตัญญู สมุทรปราการ ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ มูลนิธิและจิตอาสาเข้าร่วมปฏิบัติงาน ณ วันที่ 5 ก.ค. รวม 751 คน ผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 100 หลัง ผู้บาดเจ็บ 40&amp;nbsp; ราย ผู้เสียชีวิต 1 ราย ขณะนี้เพลิงสงบแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังการปะทุของไฟอย่างต่อเนื่อง
ที่จังหวัดสมุทรปราการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือชีวิตความเป็นอยู่ โดยจัดตั้งศูนย์รองรับผู้อพยพจำนวน 9 แห่ง มีผู้อพยพ 1,992 คน ปภ.สนับสนุนรถประกอบอาหารและรถผลิตน้ำดื่ม ณ จุดอพยพ อบต.บางพลีใหญ่ ขณะที่จุดอพยพแห่งอื่นๆ ได้รับการสนับสนุนอาหาร น้ำดื่ม และชุดเครื่องนอนจากอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เหล่ากาชาด&amp;nbsp; มูลนิธิฯ ภาคเอกชน และประชาชน
นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า ความเสียหายพื้นที่โรงงานและบริเวณรอบข้างขยายเป็นวงกว้าง บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย มีผู้ที่ได้รับผลกระทบจำนวนมาก มีพื้นที่ประสบสาธารณภัย 4 ตำบล 30 หมู่บ้าน ได้แก่ ต.ราชาเทวะ หมู่ที่ 1-15 จำนวน 22,563 ครัวเรือน&amp;nbsp; ประชากร 34,736 คน, ต.บางพลีใหญ่ หมู่ที่ 13-17&amp;nbsp; จำนวน 7 หมู่บ้าน 12,363 ครัวเรือน ประชากร&amp;nbsp; 18,490 คน, ต.บางแก้ว หมู่ที่ 6, 7, 8, 10, 13,&amp;nbsp; 14 จำนวน 17,188 ครัวเรือน 23,277 คน และ&amp;nbsp; ต.บางโฉลง หมู่ที่ 4-5 จำนวน 4,177 ครัวเรือน ประชากร 4,413 คน ขณะนี้ภัยยังไม่สิ้นสุด มีราษฎรที่ประสบภัยโดยรวม 80,916 คน บาดเจ็บ 33 คน เสียชีวิต 1 คน นอกจากนี้ยังไม่อนุญาตให้ประชาชนเข้าพื้นที่ในรัศมี 5 กิโลเมตร ต้องติดตามสถานการณ์ภายใน 1-2&amp;nbsp; วันอาจจะกลับเข้าบ้านได้
ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp; คพ.ได้ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องมือในการตรวจสอบคุณภาพอากาศ คุณภาพน้ำ และสารอันตรายในพื้นที่ที่เกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ภายในโรงงานผลิตเม็ดโฟมและพลาสติกและพื้นที่รอบนอก โดยในรัศมี 1&amp;nbsp; กิโลเมตรแรกจะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ซึ่งสารเคมีที่ต้องระวังคือ &amp;quot;โซลเวนต์&amp;quot; ที่ติดไฟได้ง่าย และ &amp;quot;สารสไตรีนโมโนเมอร์&amp;quot; ที่ใช้เป็นองค์ประกอบทำเม็ดพลาสติก เมื่อเกิดเพลิงลุกไหม้จะปลดปล่อยสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย จากการตรวจคุณภาพอากาศในพื้นที่พบว่ากลับสู่สภาวะปกติแล้ว อย่างไรก็ตามพื้นที่ในรัศมี 2 กิโลเมตรแรก สารอันตรายยังมีการกระจายตัว และยังมีการสวิงของค่าสารอันตราย&amp;nbsp;ซึ่งพบว่าบางพื้นที่สูงบางพื้นที่ต่ำ ดังนั้นต้องขอควบคุมพื้นที่ไปก่อน โดยกำลังพิจารณาเรื่องลดพื้นที่เพื่อให้ประชาชนกลับมายังที่อยู่อาศัยได้ และ คพ.จะต้องเฝ้าติดตามด้านมลพิษอย่างต่อเนื่อง 3 วัน ขณะนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ หากมีกรณีฝนตกลงมาอาจจะชะสารเคมีลงใต้ดิน&amp;nbsp; แหล่งน้ำ หรือท่อระบายน้ำ ซึ่งจะยากต่อการควบคุม และอาจต้องเข้าไปบำบัดเพื่อแก้ปัญหาต่อไป
&amp;ldquo;ขณะนี้ คพ.ดำเนินการติดตั้งหน่วยตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเคลื่อนที่เพิ่มเติมที่โรงเรียนกิ่งแก้ว พร้อมทั้งนำเครื่องตรวจวัดฝุ่นละออง PM2.5 แบบอัตโนมัติสำหรับตรวจวัดภายนอกอาคารไปติดตั้งเพิ่มเติมตามชุมชนหรือหมู่บ้านที่มีความเสี่ยง 2 ถึง 3 จุด เพื่อติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองและผลกระทบที่ชุมชนจะได้รับจากเหตุเพลิงไหม้ตลอด 3 วันนี้&amp;quot; นายอรรถพลกล่าว
พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&amp;nbsp; 1 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ต้องดูแลความปลอดภัยของบ้านเรือนประชาชนที่อพยพไปพักอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพ เรามีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลในพื้นที่รัศมี 5&amp;nbsp; กิโลเมตร ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่สั่งการให้ดูแลอย่างดี คืนวันที่ 5 ก.ค.มีการระดมสายตรวจ ระดมรถตรวจ ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น แต่เราทำเต็มที่เพื่อให้ประชาชนที่เดือดร้อนอยู่แล้วได้อุ่นใจ จะทำจนกว่าศูนย์บังคับบัญชาของจังหวัดจะสั่งการให้อพยพคนกลับเข้ามาอยู่ที่บ้านได้ โดยให้เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมรถตู้เอาไว้คอยให้บริการ และจะได้ตรวจสอบกันต่อไปว่าใครได้รับความเสียหายมากน้อยแค่ไหน ขณะนี้มีผู้เสียหายเดินทางเข้ามาร้องทุกข์ในเรื่องความเสียหายหรือบาดเจ็บประมาณ 177&amp;nbsp; รายแล้ว ได้มีการสอบปากคำไปแล้ว 173 ราย ซึ่งความเสียหายก็กำลังประเมินอยู่ รวมถึงมีการสอบปากคำผู้จัดการโรงงานที่เกิดเหตุแล้ว เราได้ข้อมูลจากผู้จัดการว่ามีสารเคมีอยู่ประมาณ 16,000 ลิตรขณะเกิดเหตุ ส่วนในเรื่องอื่นต้องรอการสอบสวนอีกครั้ง
นายวีระกิตติ์ รันทกิจธนวัชร์ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า ได้นำคณะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อแก้ไขปัญหาและจัดทำแผนป้องกันเหตุ ซึ่งจากการตรวจสอบพื้นที่เบื้องต้นพบว่า เครื่องจักรของโรงงานเสียหายทั้งหมด และมีสารเคมีตกค้างอยู่ประมาณ 4-5 ถัง ที่คาดว่าน่าจะเป็นสารเบนซีน โดยสารเคมีดังกล่าวจะต้องส่งไปทำลายทั้งหมดโดยวิธีการที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ขณะที่ซากปรักหักพังทั้งในส่วนของโครงสร้างอาคาร เหล็ก อิฐปูนต่างๆ โรงงานต้องดำเนินการแจ้งมายัง กรอ.เพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ในเรื่องของการจัดการกากอุตสาหกรรม เนื่องจากว่าอาจมีการปนเปื้อนด้วยเช่นกัน
&amp;ldquo;ในส่วนของสารตกค้างที่ยังอยู่ในพื้นที่สังเกตได้จากความร้อนใต้พื้นดินที่รู้สึกได้ แปลว่ายังมีโอกาสที่จะปะทุได้อีก ดังนั้นตอนนี้ยังต้องให้มีการฉีดน้ำเลี้ยงไปยังถังที่ยังหลงเหลือเพื่อเลี้ยงอุณหภูมิไว้ ขณะเดียวกันโรงงานกำลังดำเนินการนำสารเคมีบางชนิดมาจับเพื่อให้สามารถขนย้ายได้ง่ายและนำไปกำจัด โดย กรอ.ได้สั่งการให้โรงงานขนออกไปกำจัดอย่างถูกวิธี ทั้งนี้สารที่เหลืออยู่ตอนนี้มีสไตรีน น่าจะมีประมาณ 1,600 ตัน&amp;rdquo; นายวีระกิตติ์กล่าว
ด้านนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ระเบิดและไฟไหม้บริเวณโกดังเก็บสารเคมีภายในโรงงาน จ.สมุทรปราการถือเป็นบทเรียน โรงงานส่วนใหญ่ที่ผ่านมาตั้งห่างไกลชุมชน แต่ด้วยความเจริญก็เริ่มมีที่พักที่อยู่อาศัยอยู่ใกล้โรงงานมากขึ้น ต้องกลับมาดูเรื่องผังเมือง การขีดเส้นพื้นที่ผังเมือง สิ่งแวดล้อม แม้จะพยายามผลักดันให้ทุกโรงงานยกระดับมาตรฐาน Green&amp;nbsp; Factory แล้วก็ตาม รัฐจะทำอย่างไรให้โรงงานทุกขนาดเข้ามาอยู่ในระบบมาตรฐานของนิคมอุตสาหกรรมได้ ห้ามสร้างที่พักที่อยู่อาศัยอยู่ใกล้เคียง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน เวลา 17.00 น. เพลิงไหม้ปะทุขึ้นอีกครั้งที่โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครกู้ภัยต้องเร่งระดมฉีดโฟมระงับเหตุ ซึ่งสถานการณ์ภัยพิบัติสารเคมียังถือว่าไม่ยุติ เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังเหตุไฟไหม้ซึ่งมีโอกาสปะทุซ้ำตลอดเวลา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108860</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระราชทานเพลิงศพ, พื้นที่ประสบสาธารณภัย, สารเคมีตกค้าง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไฟไหม้โรงงาน, ไฟไหม้โรงงานย่านกิ่งแก้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e45c49b1141.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.ส่งทหาร-เฮลิคอปเตอร์ ปภ. 2 ลำ โปรยสารเคมีดับไฟ หลังกำลังภาคพื้นดินคุมไม่อยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.64 - พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพ เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากกรณีเกิดเหตุระเบิดและไฟไหม้ที่ บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ซอยกิ่งแก้ว 21 กองทัพบกโดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ได้ส่งกำลังชุดเคลื่อนที่เร็วจากกองพลทหารราบที่ 11 ซึ่งมีที่ตั้งใกล้ที่เกิดเหตุเข้าช่วยเหลือและควบคุมสถานการณ์ร่วมกับป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สมุทรปราการ ในการอพยพผู้บาดเจ็บ พร้อมนำผู้ที่ได้รับผลกระทบออกจากบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ ในรัศมี 5 ก.ม. จัดการจราจรในพื้นที่อำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้ผู้ที่สัญจรผ่านเส้นทางที่กำหนดไว้ พร้อมกันนี้ได้ส่งชุดปฏิบัติการกู้ภัยสารเคมีจากกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก เข้าประเมินตรวจสอบสารเคมีในพื้นที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด กองทัพบกใช้เฮลิคอปเตอร์&amp;nbsp;KA-32(ปภ.) 2 ลำ พร้อมนักบินและเจ้าหน้าที่ของกองทัพบกขึ้นบินตรวจประเมินสถานการณ์โดยรอบที่เกิดเหตุสำหรับในช่วงต่อไป ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ได้เตรียมกำลังพล 100 นาย รถบรรทุกขนาดใหญ่ 10 คัน พร้อมส่งเข้าไปเสริมการควบคุมดูแลพื้นที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้เตรียมการสนับสนุนสารเคมีที่ใช้ในการดับเพลิง อากาศยานและหน้ากากป้องกันไอพิษ สำหรับใช้ในการเตรียมอพยพประชาชนหากมีความจำเป็นตามการร้องขอจากกองอำนวยการควบคุมเหตุการณ์และจะติดตามสถานการณ์พร้อมเข้าปฏิบัติการดูแลพื้นที่จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108675</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสมุทรปราการ, ไฟไหม้กิ่งแก้ว, ไฟไหม้โรงงาน, ไฟไหม้โรงงานพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e2bbaf4105a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 14:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพลิงไหม้โรงงานปะทุอีกรอบ ไฟลุกพรึ่บ หลังสารเคมีรั่วไหล จนท.เจ็บ 3 ดับ 1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.64 - ผู้สื่อความคืบหน้าเหตุไฟไหม้ภายในโรงงาน หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 87 ซอยกิ่งแก้ว 21 หมู่&amp;nbsp;15 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งโรงงานดังกล่าวเป็นโรงงานผลิตเม็ดโฟมพลาสติก โดยพบอาสาสมัครดับเพลิงเสียชีวิต 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด เวลา&amp;nbsp;13.30 น. ไฟไหม้โรงงานย่านบางพลีได้เกิดปะทุขึ้นมาอีกเนื่องจากมีสารเคมีเกิดการรั่วไหลออกมา ทำให้ไฟลุกโหมขึ้นอีกครั้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่กำลังฉีดน้ำสกัดเพลิงถูกไฟคลอกทั้งตัวได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ผู้บาดเจ็บทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ถูกลำเลียงส่งรักษาที่โรงพยาบาลสนาม อบต.บางพลีใหญ่ จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย และถูกส่งโรงพยาบาลรามา สมุทรปราการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่&amp;nbsp;เพจเฟซบุ๊กนายนันท์สกร นพรัตน์วิมล กู้ภัยจิตอาสาเฉพาะกิจ สายการแพทย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า #Update 12.30 น. เหตุไฟไหม้โรงงาน ถนนกิ่งแก้ว ทุกหน่วยงานถอนกำลังจากพื้นที่เกิดเหตุ ร้องขอ ว.7 รถโพม จาก สดพ. กทม. ในขณะที่ ฮ.ปภ. บินวนเหนือพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อประเมินสถานการณ์ #นาคราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 12.45 น. มีรายงานว่า มีการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้ ถอนกำลังออกเวลานี้ เนื่องจากไฟกำลังเข้าใกล้ถังน้ำมันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น&amp;nbsp;เวลา 12.50 น. นายนันท์สกร โพสต์คลิปเหตุไฟไหม้โรงงาน ถนนกิ่งแก้ว เผยแพร่เหตุการณ์&amp;nbsp;&amp;quot;ไฟวิ่ง&amp;quot; เข้าลวกนักดับเพลิงหลายราย ในขณะปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากมีสารเคมีไวไฟ จนเป็นเหตุให้ ต้องสั่งถอนกำลังทั้งหมดออกจากพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 13.00 น. ยืนยัน น้องอาสาบรรเทาสาธารณภัยแห่งประเทศไทย หน่วย ธน 28 รหัส ธน 28-78 คือผู้เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ เป็นปีของการสูญเสียจริงๆ เป็นนายที่ 5 ของปีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 13.40 น. เหตุไฟไหม้โรงงาน ถนนกิ่งแก้ว ไม่สามารถใช้กำลังภาคพื้นดินในการดับเพลิง เสี่ยงต่อการถถูกไฟคลอก ต้องใช้ ฮ. ของ ปภ. โปรยสารเคมีเพื่อดับไฟ กองอำนวยการร่วมกำลังประชุมร่วมเพื่อวางแผนเข้าดับเพลิง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108673</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ภัยจิตอาสา, จังหวัดสมุทรปราการ, นันท์สกร นพรัตน์วิมล, โรงงานเม็ดโฟมพลาสติก, ไฟไหม้โรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e2b2fd2ba54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72716</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2020 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2020 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพลิงเผาวอดโรงงานไฟเบอร์กลาสย่านลำลูกกา เสียหายกว่า 50 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.63 - ร.ต.อ.ธีรศักดิ์ แสนโท รองสารวัตรสอบสวน สภ.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่ามีเหตุเพลิงไหม้โรงงาน บริษัท เทคโนโลยีไฟเบอร์กลาส จำกัด เลขที่ 29/11 หมู่ 14 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เป็นโรงงานผลิตเกี่ยวกับ โต๊ะเก้าอี้ หลังคารถ ถังน้ำ ที่เกี่ยวกับไฟเบอร์กลาส หลังรับแจ้งจึงประสานรถน้ำใกล้เคียง จาก อบต.บึงคำพร้อย เทศบาลตำบลธัญบุรี เทศบาลเมืองลาดสวาย และรถน้ำใกล้เคียงกว่า 20 คัน เข้าระงับเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่เกิดเหตุเป็นโรงงานขนาดใหญ่ อยู่บนเนื้อที่ ประมาณ 3 ไร่เศษ พบเปลวเพลิงและกลุ่มควันจำนวนมาก โดยโรงงานดังกล่าว มีรั่วรอบขอบชิดเป็นอย่างดี &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้รีบใช้น้ำเพื่อฉีดสกัดเพลิงกันลุกลาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถาม นายธีรพงษ์ ศรีโสภา อายุ 21 ปี คนงาน เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันหยุด ของทางบริษัท แต่มีพนักงานจำนวน 15 คนเข้ามาทำโอที ระหว่างช่วงพัก ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นสองครั้ง ก่อนจะมีไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว พนักงานทั้งหมดต่างพากันวิ่งหาน้ำและถังดับเพลิงมาดับ แต่ไม่ทัน ไฟลุกไหม้ติดส่งของที่เป็นน้ำยา และ ไฟเบอร์จำนวนมาก มีทั้งที่ทำเสร็จแล้ว และกำลังทำอยู่อีกมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายไชยรัตน์ งามสังข์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เปิดเผยว่า บริษัท ปลูกอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่เศษ ทำเกี่ยวกับไฟเบอร์ เช่นหลังคารถ ถังต่างๆ ภายในมีทั้งชิ้นงานที่ทำเสร็จแล้วเพื่อเตรียมส่งลูกค้าในวันเปิดทำการ และยังมีอุปกรณ์อีกมากที่อยู่ระหว่าทำ โดยในเบื้องต้นคาดว่า ความเสียหายในครั้งนี้ ไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72716</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดปทุมธานี, สภ.ลำลูกกา, โรงงานไฟเบอร์กลาส, ไฟไหม้โรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200728/image_big_5f1fe16197396.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
