<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงครามเย็นรอบใหม่ กับคลื่นเร่าร้อนในทะเลจีนใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ลีลาและน้ำเสียงของสหรัฐฯ ที่ออกมาซัดจีนในช่วงหลังนี้หนักหน่วงและรุนแรงเป็นพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วาทะเร่าร้อนจากวอชิงตันที่พุ่งเป้าไปที่ปักกิ่งนั้นเริ่มมาตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตามมาด้วยคำแถลงของรัฐมนตรีต่างประเทศ ไมก์ ปอมปิโอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นก็มีถ้อยแถลงจากเดวิด สติลเวลล์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ว่าด้วยกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และล่าสุดคือบทความของเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ไมเคิล จอร์จ ดีซอมเบร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการยกระดับการเผชิญหน้าระหว่างสองยักษ์ใหญ่ที่ฟาดฟันกันในเกือบจะทุกมิติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่เรื่องสงครามการค้าประกบด้วยสงครามไซเบอร์และลามไปถึงโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดยกเอาเรื่องทะเลจีนใต้มาเป็นประเด็น โดยอเมริกาออกมายืนยันว่าคำกล่าวอ้างของจีนที่มีอธิปไตยเหนือทะเลจีนใต้เกือบทั้งหมดนั้นเป็นเรื่อง &amp;quot;ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ&amp;quot; และ &amp;quot;ไม่ชอบธรรม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าเป็นห่วงสำหรับคนไทยคือ บทวิเคราะห์ล่าสุดของทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยนั้นดึงเอาไทยเข้าไป &amp;quot;เป็นพวก&amp;quot; ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้เราต้องระมัดระวังอย่างยิ่งกับการวางตัวในภาวะร้อนรุ่มระหว่างสองยักษ์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเราเห็นชัดว่าอเมริกาท้าทายจีนอย่างเปิดเผย ได้ส่งเรือรบประชิดเกาะเทียมในทะเลจีนใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มด้วยเราได้ข่าวว่า &amp;quot;เรือรบยูเอสเอสดิวอี&amp;quot; ได้แล่นเข้าใกล้หมู่เกาะเทียมที่สร้างโดยจีนในทะเลจีนใต้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการวิ่งเข้าบริเวณภายในระยะทาง 12 ไมล์ทะเลจากแนวปะการังมิสชีฟ (Mischief Reef)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปักกิ่งโต้ด้วยการประกาศว่าเรือรบของสหรัฐฯ ได้วิ่งเข้ามาในเขตน่านน้ำของจีน &amp;quot;โดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนแจ้งเตือนให้เรือรบสหรัฐฯ ออกไปจากพื้นที่เสีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่มะกันยืนกรานว่าบริเวณนั้นเป็น &amp;quot;น่านน้ำสากล&amp;quot; จึงจะปฏิบัติการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องไม่จบแค่นั้น ผ่านมาไม่กี่วันสหรัฐฯ โวยว่าจีนส่งเครื่องบินขับไล่สกัดเครื่องบินสหรัฐฯ เหนือทะเลจีนตะวันออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และยังเรียกร้องให้จีนหยุดถมทะเลสร้างเกาะเทียมในทะเลจีนใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐฯ อ้างเสมอว่าไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดในข้อพิพาทบนทะเลจีนใต้ ที่จีนมีเรื่องขัดแย้งกับเวียดนาม, &amp;nbsp;ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย และไต้หวันมายาวนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้อาเซียนกับจีนได้ร่วมกันร่าง &amp;quot;กฎกติกามารยาท&amp;quot; หรือ Code of Conduct ว่าด้วยการประสานงานว่าด้วยกิจกรรมในทะเลจีนใต้เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด แต่ก็ยังไม่ได้สรุปให้เกิดผลในทางปฏิบัติแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ผ่านมาสหรัฐฯ ได้ส่งเรือรบและเครื่องบินรบเข้าใกล้หมู่เกาะพิพาท โดยอ้างว่าเป็นการปฏิบัติการบนพื้นฐานของ &amp;quot;เสรีภาพในการเดินเรือ&amp;quot; หรือ Freedom of Navigation ในน่านน้ำสากล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วอชิงตันวิพากษ์จีนมาตลอดว่าได้พยายามลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการเดินเรือในน่านน้ำของประเทศอื่นมาตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำระดับสูงของจีนอย่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายกฯ หลี่ เค่อเฉียงยังไม่ได้ออกมาตอบโต้สหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนใหญ่จะให้โฆษกกระทรวงกลาโหมและต่างประเทศเป็นผู้วิวาทะกับสหรัฐฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สังเกตได้ว่าช่วงหลังภาษาของทั้งสองฝ่ายรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ที่เคยเป็น &amp;quot;ภาษาการทูต&amp;quot; &amp;nbsp;กลายเป็น &amp;quot;การแลกกันคนละหมัด&amp;quot; อย่างไม่เกรงอกเกรงใจกันอีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายหลู กัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน มักจะเป็นผู้ออกมาตอบโต้สหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดก็แถลงประณามปฏิบัติการของสหรัฐฯ ว่าเป็น &amp;quot;การบ่อนทำลายอธิปไตยและความมั่นคงของจีน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะ &amp;quot;ความพยายามที่จะรุกล้ำเข้าในเขตน่านน้ำหรือน่านฟ้าของจีน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนดึงเอาอาเซียนเข้ามาเป็นพวกในกรณีนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยปักกิ่งบอกว่าภายใต้ข้อตกลงระหว่างจีนและชาติสมาชิกอาเซียน ขณะนี้ข้อพิพาทเกี่ยวกับทะเลจีนใต้ได้ผ่อนคลายลงไปมากแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ฉะนั้นปักกิ่งจึงมองว่าการ &amp;quot;ยั่วยุ&amp;quot; ของสหรัฐฯ เป็นการจงใจขัดขวางการร่วมกันแก้ปัญหาระหว่างจีนกับอาเซียน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสหรัฐฯ ตอกย้ำการแสดงแสนยานุภาพในแถบนี้ ด้วยการส่งเรือบรรทุกเครื่องบินสองลำคือ &amp;nbsp;USS Nimitz และ USS Ronald Reagan มาทำการซ้อมรบในทะเลจีนใต้ โดยมีเรือรบจีนเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ ย่อมยกระดับความตึงเครียดทั้งสองฝ่ายอย่างชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในจังหวะใกล้กันนั้นเราก็ได้อ่าน &amp;quot;บทความ&amp;quot; ของเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ที่ทำให้เห็นภาพชัดว่า &amp;quot;สงครามเย็นรอบใหม่&amp;quot; ระหว่างมหาอำนาจทั้งสองได้ระเบิดขึ้นแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรุ่งนี้: วิเคราะห์เนื้อหาของบทวิเคราะห์ทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71928</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, หลู กัง, เดวิด สติลเวลล์, ไมก์ ปอมปิโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
