<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วอชิงตันกลายเป็นสนามรบ วันพิธีสาบานตนของไบเดน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพทหารติดอาวุธเต็มพิกัดถูกระดมมารักษาความปลอดภัยสำหรับพิธีสาบานตนของประธานาธิบดีคนใหม่สหรัฐฯ เป็นภาพที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่มันเกิดขึ้นเพราะคนกลุ่มหนึ่งไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และคนกลุ่มนี้เชื่อทุกอย่างที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พูดไม่ว่าสิ่งที่พูดจะเป็นความจริงหรือไม่ก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลายเป็น &amp;ldquo;ลัทธิทรัมป์&amp;rdquo; ในคราบของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กำลังจะต้องย้ายออกจากทำเนียบขาววันที่ 20 มกราคม หรือวันพุธที่จะถึงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำเตือนจาก FBI และหน่วยข่าวกรองว่าผู้สนับสนุนทรัมป์จะมีการประท้วงในทุกๆ รัฐตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 20 มกราคม กลายเป็นสัญญาณเตือนภัยว่าอาจจะมีการก่อเหตุร้ายได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ต่างไปจากเหตุจลาจลวันที่ 6 มกราคมที่สาวกของทรัมป์จำนวนหนึ่งบุกเข้าตึกรัฐสภาทำลายทรัพย์สิน และเป็นเหตุให้มีคนเสียชีวิต 5 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำเตือนนี้บอกว่ากลุ่มผู้ประท้วงบางคนอาจจะเตรียมการก่อเหตุจลาจลด้วยการใช้อาวุธ (armed protest)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเหตุให้ต้องระดมทหาร National Guards อย่างน้อย 25,000 คนมาประจำการ ณ เมืองหลวงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วอชิงตันวันนี้มีภาพเหมือน &amp;ldquo;สมรภูมิรบ&amp;rdquo; หรือ War Zone เพราะมองไปทางไหนก็เห็นแต่ทหารติดอาวุธครบมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งรอบๆ ตึกรัฐสภาก็มีการสร้างสิ่งกีดขวางล้อมรอบทุกทิศทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการตั้งด่านตรวจผู้คนเข้าออกอย่างเข้มข้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่ออเมริกันใช้คำว่า Fortress Security หมายถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ประหนึ่งเป็นการป้องกันป้อมค่ายจากศัตรูผู้รุกรานจากข้างนอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งๆ ที่ในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ กว่า 200 ปี ไม่เคยมีเหตุการณ์ที่ผู้ประท้วงจะบุกเข้าทำลายข้าวของและสร้างความวุ่นวายในตึกรัฐสภาที่ถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์บุกตึกรัฐสภา ก็คือเมื่อปี 1814 หรือ 206 ปีก่อน แต่ผู้บุกรุกคือทหารอังกฤษที่ต้องการจะสั่งสอนคนอเมริกันที่พยายามจะต่อสู้เพื่อเรียกร้องเอกราชจากอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บอกว่าจะไม่มาร่วมพิธีสาบานตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่รองประธานาธิบดีไมก์ เพนซ์ บอกว่าจะมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ยังไม่แสดงความยินดีกับโจ ไบเดน และยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไมก์ เพนซ์ โทรศัพท์ไปแสดงความยินดีกับกมลา แฮร์ริส ในตำแหน่งรองประธานาธิบดีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพนซ์แสดงความมีวุฒิภาวะทางการเมืองสูงกว่าทรัมป์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนักการเมืองที่ไร้น้ำยาและปราศจากผลงานชัดเจน สถานการณ์วิกฤติครั้งนี้ทำให้เขากลายเป็นวีรบุรุษของคนอเมริกันที่เห็นว่าเขาทำหน้าที่อย่างดีเยี่ยม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพนซ์ไม่ต้องการ &amp;ldquo;หัก&amp;rdquo; กับทรัมป์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เขาก็ทำตามที่ทรัมป์สั่งให้ปฏิเสธคะแนน Electoral College ของรัฐต่างๆ ที่ให้ไบเดนชนะเลือกตั้งไม่ได้เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้ให้อำนาจแก่รองประธานาธิบดีที่ทำหน้าที่เป็นประธานวุฒิสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพนซ์ต้องหลบหนีเข้าห้องในตึกรัฐสภาเมื่อผู้สนับสนุนทรัมป์บุกเข้าไปข่มขู่จะใช้ความรุนแรงกับเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะมีผู้ไม่พอใจเขา ตะโกน &amp;ldquo;แขวนคอเพนซ์! แขวนคอเพนซ์!&amp;rdquo; เพราะไม่พอใจที่เขาไม่ทำตามที่ทรัมป์สั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างที่เพนซ์หลบซ่อนตัวจากคนของทรัมป์ ประธานาธิบดีไม่ได้แสดงความห่วงใยในสวัสดิภาพของคนที่เป็นรองประธานาธิบดีเลยแม้แต่น้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิธีสาบานตนของไบเดนจะจัดขึ้นในบรรยากาศที่ตึงเครียดและหวั่นไหว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะไม่แน่ใจว่าผู้สนับสนุนทรัมป์จะก่อเหตุอะไร อย่างไร เมื่อไหร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนถูกถามว่าเขากล้าจะยืนกลางแจ้งเพื่อทำพิธีสาบานตนหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 46 ยืนยันว่า &amp;ldquo;แน่นอน...ผมกล้า เพราะนี่คือสหรัฐอเมริกา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพนซ์ไม่ยอมทำตามคำร้องขอของแนนซี เพโรซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้เขาใช้อำนาจตามบทบัญญัติเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ 25 เพื่อปลดทรัมป์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพนซ์ตอบเป็นลายลักษณ์อักษรว่า เขาไม่เชื่อว่าเขามีสิทธิ์จะทำเช่นนั้นในสถานการณ์เช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพโรซีเดินหน้าขอให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติไต่สวนเพื่อถอดถอน (impeach) ทรัมป์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาล่างมีมติ 232-197 (ส.ส.รีพับลิกัน 10 คนแปรพักตร์ไปยกมือพร้อมกับเดโมแครต) ให้ดำเนินการถอดถอนทรัมป์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากลายเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ถูก impeach สองครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ญัตตินี้จะต้องให้วุฒิสภาลงมติซึ่งต้องได้เสียง 2-3 จึงจะปลดทรัมป์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วุฒิสภาเรียกประชุมวาระพิเศษก่อนวันที่ 20 มกรา.นี้ไม่ทัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายเดโมแครตจึงต้องรอไปผลักดันต่อหลังไบเดนสาบานตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลทางด้านการเมืองและกฎหมายต่อทรัมป์เป็นอย่างไร จะได้ว่าต่อพรุ่งนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90132</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, โดนัลด์ ทรัมป์, ไมก์ เพนซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
