<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90575</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2021 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2021 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนแก้เผ็ดสั่งลา แซงก์ชัน&#039;ปอมเปโอ&#039;กับจนท.ระดับสูง27ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลจีนประกาศลงโทษไมค์ ปอมเปโอ &amp;quot;จอมโกหกและขี้โกง&amp;quot; ไล่หลังพ้นตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลทรัมป์อีก 27 คน โทษฐานละเมิดอธิปไตยและแส่กิจการภายในของจีนจากการดำเนินนโยบายบ้าบอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ไมค์ ปอมเปโอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของรัฐบาลจีนเผยแพร่ในเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศจีนในเวลาไล่เลี่ยกับที่โจ ไบเดน เข้าพิธีสาบานตนเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2564 และถูกมองเป็นสัญญาณเตือนถึงความโกรธของจีน โดยเฉพาะต่อคำกล่าวหาทิ้งทวนของปอมเปโอในวันสุดท้ายของการทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐในวันอังคารที่ผ่านมา ว่าจีนล้างเผ่าพันธุ์ชาวมุสลิมอุยกูร์ ซึ่งแอนโทนี บลิงเคน ผู้ที่ไบเดนเลือกมารับตำแหน่งเดิมของปอมเปโอ กล่าวว่า เขาเห็นด้วยกับทัศนะของปอมเปโอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์อ้างคำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศจีน ที่กล่าวหาปอมเปโอและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐอีก 27 คนว่า วางแผน, ส่งเสริม และดำเนินการเคลื่อนไหวบ้าบอหลายอย่าง, แทรกแซงกิจการภายในของจีนอย่างร้ายแรง, บ่อนทำลายผลประโยชน์ของจีน, ทำให้คนจีนขุ่นเคือง และรบกวนความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐอย่างรุนแรง จีนจึงตัดสินใจแซงก์ชันบุคคล 28 คนที่ได้ละเมิดอธิปไตยของจีนอย่างร้ายแรง และเป็นผู้รับผิดชอบหลักต่อการดำเนินการของสหรัฐในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากปอมเปโอ เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่โดนจีนแซงก์ชันในคราวนี้ด้วย ยังรวมถึง ปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาด้านการค้าของทรัมป์, โรเบิร์ต โอไบรอัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ, จอห์น โบลตัน อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ, สตีฟ แบนนอน อดีตที่ปรึกษาอาวุโสของทรัมป์, อเล็กซ์ เอซาร์ รัฐมนตรีสาธารณสุขซึ่งเคยเดินทางเยือนไต้หวัน และเคลลี คราฟต์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำองค์การสหประชาชาติ ที่เคยมีแผนเดินทางเยือนไต้หวันแต่ยกเลิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการลงโทษของจีนจะห้ามอดีตเจ้าหน้าที่ทั้ง 28 คนนี้และคนในครอบครัว เดินทางเข้าจีนแผ่นดินใหญ่, ฮ่องกง และมาเก๊า นอกจากนี้ บริษัทและสถาบันที่เกี่ยวข้องกับคนเหล่านี้ยังถูกจำกัดการทำธุรกิจกับจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา จีนเคยแซงก์ชันสมาชิกรัฐสภาสหรัฐหลายราย แต่การพุ่งเป้าลงโทษอดีตเจ้าหน้าที่หรือเจ้าหน้าที่ที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่งเป็นการแสดงออกถึงความรังเกียจเดียดฉันท์ผิดปกติของจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ปอมเปโอ ซึ่งใช้มาตรการต่อต้านจีนหลายอย่างในช่วงสัปดาห์ท้ายๆ ของการดำรงตำแหน่ง เพิ่งกระตุ้นโทสะจีนด้วยการประกาศว่า จีน &amp;quot;ล้างเผ่าพันธุ์และก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ&amp;quot; ต่อชาวมุสลิมอุยกูร์ในเขตซินเจียง ซึ่งองค์การสหประชาชาติเคยระบุว่า มีชาวอุยกูร์และชาวมุสลิมชาติพันธุ์อื่นๆ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคนถูกคุมขังในค่ายหลายแห่ง แต่จีนปฏิเสธคำกล่าวหาการล่วงละเมิดในเขตซินเจียงมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัว ชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ตอบโต้คำกล่าวหาของปอมเปโอระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันพุธว่า ปอมเปโอกล่าวคำโกหกมากมายหลายเรื่องในช่วงไม่กี่ปีมานี้ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งคำโกหกหน้าด้านๆ นักการเมืองสหรัฐผู้นี้มีชื่อเสียงกระฉ่อนเรื่องการโกหกและโกง กำลังทำให้ตัวเขากลายเป็นตัวตลกที่น่าหัวเราะเยาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี หัวกล่าวว่า จีนหวังว่ารัฐบาลใหม่ของสหรัฐจะทำงานร่วมกับจีนด้วยจิตวิญญาณของความเคารพซึ่งกันและกัน, จัดการความเห็นต่างอย่างเหมาะสม และร่วมมือกันมากขึ้นเพื่อประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่ายในภาคต่างๆ เพิ่มขึ้น จีนหวังว่ารัฐบาลสหรัฐชุดใหม่จะมีวิจารณญาณที่สมเหตุสมผลและใจเย็นในประเด็นซินเจียงและประเด็นอื่นๆ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90575</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีนแซงก์ชัน, ซินเจียงอุยกูร์, ไมค์ ปอมเปโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e84a04ece04a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2021 19:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2021 19:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองเชียร์รอเก้อ ทูตสหรัฐล้มทริปเยือนไต้หวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐยกเลิกกำหนดการเดินทางเยือนไต้หวันของเอกอัครราชทูตประจำยูเอ็นอย่างปุบปับล่วงหน้าหนึ่งวัน ขณะไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศก็ยกเลิกการเดินทางเยือนยุโรปสั่งลาก่อนพ้นตำแหน่งเช่นกัน เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในกรุงวอชิงตันที่โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังโดนสภาจ้องถอดถอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ไมค์ ปอมเปโอ (ซ้าย) และเคลลี คราฟต์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ ร่วมประชุมสมัชชายูเอ็นเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ปอมเปโอมีกำหนดเดินทางเยือนยุโรป 2 วันซึ่งจะเป็นการเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งสุดท้ายของเขาก่อนที่โจ ไบเดน จะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ในวันที่ 20 มกราคม กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า ปอมเปโอจะอยู่ที่กรุงวอชิงตันเพื่อรับประกันว่าการถ่ายโอนอำนาจแก่รัฐบาลชุดใหม่จะดำเนินอย่าง &amp;quot;ราบรื่นและเป็นระเบียบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเคลลี คราฟต์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำองค์การสหประชาชาติ ยกเลิกแผนการเดินทางเยือนไต้หวันที่กำหนดจะเริ่มในวันพุธที่ 13 มกราคมเช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่รายหนึ่งอ้างเหตุผลว่า เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงที่ยกเลิกการเดินทางเยือนต่างประเทศก่อนหน้าพิธีสาบานตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว เจ้าหน้าที่รัฐบาลแสดงท่าทีจีนคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อการเดินทางเยือนของคราฟต์ จีนถือว่าไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตนที่ไม่อาจล่วงละเมิด และพร้อมจะใช้กำลังผนวกดินแดนหากจำเป็น จีนไม่เห็นด้วยกับการยอมรับทางการทูตต่อดินแดนประชาธิปไตยแห่งนี้ รัฐบาลจีนกล่าวเตือนสหรัฐก่อนหน้านี้ว่าอย่าเล่นกับไฟ และจะเผชิญการตอบโต้อย่างเด็ดเดี่ยวจากจีนหากส่งคราฟต์เยือนไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลไต้หวันแสดงความเสียใจกับการยกเลิกการเยือนครั้งนี้ แต่บอกว่าไต้หวัน &amp;quot;เคารพ&amp;quot; การตัดสินใจของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ลักเซมเบิร์กซึ่งเป็นหนึ่งจุดหมายที่ปอมเปโอจะมาเยือนด้วย เจ้าหน้าที่รายหนึ่งเผยกับเอเอฟพีโดยขอสงวนนามว่า ทริปของปอมเปโอถูกยกเลิกหลังจากฌ็อง อัสเซลบอร์น รัฐมนตรีต่างประเทศลักเซมเบิร์ก เรียกทรัมป์ว่าเป็น &amp;quot;อาชญากร&amp;quot; ระหว่างให้ทัศนะกับวิทยุอาร์ทีแอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัสเซลบอร์นกล่าวถึงทรัมป์ว่าเป็นพวกโรคจิตชอบวางเพลิงทางการเมือง ซึ่งต้องถูกนำตัวมาขึ้นศาล สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่ผู้สนับสนุนเขาโจมตีรัฐสภาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปอมเปโอเป็นรัฐมนตรีที่จงรักภักดีต่อทรัมป์อย่างเหนียวแน่น ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 6 มกราคม จะทำให้รัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่บางคนในรัฐบาลลาออก และมีเสียงเรียกร้องให้ปลดทรัมป์ออกจากตำแหน่งในฐานะที่เป็นผู้ยุยงให้ผู้สนับสนุนยกกำลังบุกรัฐสภา อันเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐซึ่งเดโมแครตครองเสียงข้างมาก กำหนดประชุมเพื่อไต่สวนและลงมติถอดถอนทรัมป์ในวันพุธ ด้วยข้อกล่าวหายุยงให้ก่อการกบฏ ซึ่งจะทำให้ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกาที่โดนสภาถอดถอนถึง 2 ครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89746</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทูตสหรัฐประจำองค์การสหประชาชาติ, ทูตสหรัฐเยือนไต้หวัน, ยกเลิกเยือนยุโรป, ยกเลิกเยือนไต้หวัน, เคลลี คราฟต์, ไมค์ ปอมเปโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210113/image_big_5ffee4ffd071e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2021 22:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2021 22:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลทรัมป์ขึ้นบัญชีดำคิวบา&#039;สนับสนุนก่อการร้าย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จับคิวบาขึ้นบัญชีดำรัฐสนับสนุนการก่อการร้ายอีกครั้ง ทิ้งทวนก่อนพ้นตำแหน่งและทิ้งภาระด้านนโยบายต่างประเทศไว้ให้รัฐบาลใหม่ของโจ ไบเดน ตามแก้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ประกาศที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันจันทร์ว่า รัฐบาลสหรัฐตัดสินใจขึ้นบัญชีคิวบาเป็นรัฐที่สนับสนุนการก่อการร้ายอีกครั้ง เนื่องจากรัฐบาลคอมมิวนิสต์แห่งนี้มีความสัมพันธ์กับกบฏโคลอมเบีย, เป็นพันธมิตรกับผู้นำฝ่ายซ้ายของเวเนซุเอลา และให้ที่หลบซ่อนแก่นักโทษหนีคดีจากสหรัฐหลายราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ด้วยพฤติการณ์นี้ เราจะให้คิวบารับผิดชอบอีกครั้ง และส่งข้อความที่ชัดเจนว่า ระบอบคาสโตรต้องยุติการสนับสนุนการก่อการร้ายระหว่างประเทศ และการโค่นล้มกระบวนการยุติธรรมของสหรัฐ&amp;quot; เอเอฟพีอ้างคำแถลงของปอมเปโอที่กล่าวถึงอดีตผู้นำคิวบาสองพี่น้อง ฟิเดล และราอูล คาสโตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การขึ้นบัญชีดำคิวบาครั้งนี้จะส่งผลอย่างรุนแรงต่อการลงทุนของชาวต่างชาติในคิวบา และจะเพิกถอนได้ก็ต่อเมื่อผ่านการทบทวนอย่างเป็นทางการโดยรัฐบาลชุดใหม่ของโจ ไบเดน ซึ่งยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่าจะเหลือเวลาทำงานอีกไม่กี่วันก่อนที่ไบเดนจะสาบานตนรับตำแหน่งวันที่ 20 มกราคมนี้ แต่ปอมเปโอประกาศนโยบายสำคัญทิ้งทวนแล้วหลายเรื่อง เมื่อวันเสาร์เขาเพิ่งขึ้นบัญชีกบฏฮูตีในเยเมนเป็นกลุ่มก่อการร้าย โดยไม่นำพาคำเตือนจากองค์กรบรรเทาทุกข์ว่าจะส่งผลถึงการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อชาวเยเมน และก่อนหน้านั้นเขายังประกาศผ่อนคลายข้อจำกัดในการติดต่อเกี่ยวพันระหว่างรัฐบาลสหรัฐกับไต้หวัน ซึ่งทำให้รัฐบาลจีนไม่พอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ซึ่งไบเดนเป็นรองประธานาธิบดี เคยลบชื่อคิวบาออกจากบัญชีรัฐสนับสนุนการก่อการร้ายเมื่อปี 2558 ก่อนหน้าที่สหรัฐจะรื้อฟื้นความสัมพันธ์ขั้นปกติกับคิวบา โดยโอบามาชี้ว่า ความพยายามโดดเดี่ยวคิวบายาวนานครึ่งศตวรรษนั้นไม่ได้ผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่ทรัมป์ขึ้นเป็นประธานาธิบดี เขาได้ยกเลิกนโยบายด้านคิวบาของโอบามาหลายอย่างด้วยกัน และยังออกมาตรการคว่ำบาตรเวเนซุเอลา ซึ่งทำให้เขาได้รับเสียงสนับสนุนจากชุมชนคนเข้าเมืองในรัฐฟลอริดา ที่เป็นรัฐสำคัญในการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนเคยบอกไว้ว่า เขาต้องการรื้อฟื้นนโยบายเกี่ยวกับการเกี่ยวพันกับคิวบาบางด้านที่เคยเริ่มไว้ในยุคของโอบามา แต่โดนทรัมป์ยับยั้ง ซึ่งรวมถึงการอนุญาตให้ชาวอเมริกัน-คิวบาได้กลับไปเยี่ยมครอบครัวและส่งเงินกลับไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากไม่นับรวมคิวบา มีเพียง 3 ประเทศที่สหรัฐขึ้นบัญชีดำรัฐสนับสนุนก่อการร้ายในขณะนี้ ได้แก่ อิหร่าน, เกาหลีเหนือ และซีเรีย หลังจากปีที่แล้วทรัมป์ลบชื่อซูดานออกจากบัญชีนี้ โดยอ้างเหตุผลที่ซูดานเปลี่ยนถ่ายสู่ระบอบประชาธิปไตย, ยอมชดใช้เหตุการณ์โจมตีในอดีต และตกลงยอมรับรัฐอิสราเอล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89631</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิวบา, บัญชีดำ, รัฐบาลสหรัฐ, รัฐสนับสนุนการก่อการร้าย, ไมค์ ปอมเปโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec13178e065a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2021 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2021 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.กิตติธัช&#039;ตอกรมว.ต่างประเทศสหรัฐจุก!ที่หนุน&#039;ม็อบตี๋-หมวย&#039;บุกทำลายที่ว่าการฮ่องกงจะว่าไง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค.64- &amp;nbsp;ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Kittitouch Chaiprasith หลัง ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐประณามการบุกยึดรัฐสภาสหรัฐ &amp;nbsp;ว่าแล้วสิ่งเกิดขึ้นที่ฮ่องกงละครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- บุกยึดทำลายที่ว่าการฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- เผาทำลายธงฮ่องกง ชูธงชาติอังกฤษ ร้องเพลงชาติอังกฤษ หลังอังกฤษประกาศไม่เอาด้วย ก็หันไปโหนอเมริกาแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- เผาทำลายร้านค้าและกิจการที่ไม่สนับสนุนม็อบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- เผาทำลายสถานีและรถไฟฟ้าในเกาะฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ดักปาก้อนหินในขบวนรถไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- รุมทำร้ายคนที่ไม่เห็นด้วยกับม็อบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- จุดไฟเผาคนที่ไม่เห็นด้วยกับม็อบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และอื่นๆ อีกมากมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ตอนนั้นเห็นนักการเมืองอเมริกัน ออกมาสนับสนุนกันใหญ่ บอกเป็นเสรีภาพและการชุมนุมโดยสงบ ทั้งที่ระดับความรุนแรง มันมากกว่าที่เกิดขึ้นที่อเมริกาเมื่อวานนี้เสียอีก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89158</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์, ม็อบสหรัฐ, ยึดรัฐสภา, ไมค์ ปอมเปโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200412/image_big_5e92b7ba9844a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2020 21:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2020 21:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐระบุชัด ปักกิ่งฮุบทะเลจีนใต้อย่างผิดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหรัฐเลือกข้างชัดเจนแล้ว รัฐมนตรีต่างประเทศไมค์ ปอมเปโอ ระบุ สหรัฐถือว่าจีนแสวงหาทรัพยากรในทะเลจีนใต้อย่างผิดกฎหมาย และสหรัฐยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับชาติพันธมิตรในภูมิภาคนี้เพื่อปกป้องสิทธิอธิปไตยนอกชายฝั่ง ด้านจีนตอกกลับสหรัฐสร้างความปั่นป่วนทำลายสันติภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม ปอมเปโอกล่าวว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีความชัดเจนว่า การอ้างสิทธิ์ของจีนเหนือทรัพยากรนอกชายฝั่งเกือบทั่วทั้งทะเลจีนใต้นั้นเป็นสิ่งผิดกฎหมายอย่างสิ้นเชิง เช่นเดียวกับการรณรงค์ข่มเหงรังแกเพื่อควบคุมทรัพยากรเหล่านี้ &amp;quot;โลกจะไม่ยอมให้ปักกิ่งปฏิบัติต่อทะเลจีนใต้เสมือนจักรวรรดิทางทะเล&amp;quot; รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐปฏิเสธการอ้างสิทธิ์ของจีนในทะเลจีนใต้มาช้านาน แต่สหรัฐกล่าวมาตลอดหลายปีว่าสหรัฐไม่เข้าข้างประเทศใด แถลงการณ์ล่าสุดของปอมเปโอมีความชัดเจนยิ่งขึ้นว่า สหรัฐเข้าข้างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงฟิลิปปินส์และเวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อเมริกายืนหยัดข้างชาติพันธมิตรและหุ้นส่วนของเราในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการปกป้องสิทธิอธิปไตยเหนือทรัพยากรนอกชายฝั่งของประเทศเหล่านี้ สอดคล้องกับสิทธิและพันธะภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ&amp;quot; ปอมเปโอกล่าว &amp;quot;เรายืนหยัดข้างประชาคมระหว่างประเทศในการป้องกันเสรีภาพทางทะเล และเคารพอำนาจอธิปไตย และปฏิเสธการผลักดันใดๆ ที่จะใช้อำนาจสร้างสิทธิในทะเลจีนใต้หรือภูมิภาคที่กว้างขึ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า จีนอ้างแผนที่เส้นประ 9 เส้นจากยุคทศวรรษ 1940 ในการอ้างสิทธิเหนือพื้นที่เกือบทั้งหมดของทะเลจีนใต้ และใช้เวลาหลายปีสร้างฐานทัพบนเกาะเทียมในพื้นที่ที่เป็นข้อพิพาทกรรมสิทธิ์กับชาติอื่นๆ เพื่อการยืนยันการอ้างสิทธิ์ ขณะเดียวกันก็ยืดกระบวนการทางการทูตเพื่อแก้ปัญหาพิพาทมายาวนานร่วม 2 ทศวรรษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันแถลงตอบโต้เมื่อวันอังคารว่า คำกล่าวหาของปอมเปโอไม่ยุติธรรมอย่างสิ้นเชิง สหรัฐไม่ใช่ประเทศที่เกี่ยวข้องโดยตรงในข้อพิพาท ทว่าสหรัฐคอยแต่แทรกแซงประเด็นนี้อยู่เรื่อย สหรัฐกำลังอวดอำนาจ กระพือความตึงเครียดและยุยงให้เกิดการเผชิญหน้าในภูมิภาคนี้ ภายใต้ข้ออ้างเรื่องการรักษาเสถียรภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของจีนกล่าวว่า สหรัฐควรให้เกียรติอย่างจริงจังต่อคำมั่นจะไม่เข้าข้างชาติใดในประเด็นอธิปไตยเหนือดินแดน, เคารพความพยายามของประเทศในภูมิภาคนี้เพื่อให้ทะเลจีนใต้มีสันติภาพและเสถียรภาพ และยุติความพยายามสร้างความปั่นป่วนและทำลายสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของปอมเปโอออกมาในวันครบรอบ 4 ปีที่ศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศตัดสินตามคำฟ้องของฟิลิปปินส์ว่า จีนอ้างสิทธิ์เหนือทะเลจีนใต้เกือบทั้งหมดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปอมเปโอกล่าวว่า จากคำตัดสินของศาล จีนจึงไม่สามารถอ้างสิทธิ์เหนือสการ์โบโรห์รีฟหรือหมู่เกาะสแปรตลี และสหรัฐก็ปฏิเสธการอ้างสิทธิของจีนเหนือน่านน้ำที่เป็นข้อพิพาทกับเวียดนาม, มาเลเซีย, บรูไน และอินโดนีเซียด้วยเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71459</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ทะเลจีนใต้, สหรัฐ, ไมค์ ปอมเปโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e84a04ece04a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุทธศาสตร์สร้างความเกลียดชังรัฐบาลจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภาพ : พรรคคอมมิวนิสต์จีนต้องอธิบายว่าทำไมจึงเป็นเช่นนี้ (โควิด-19)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ที่มา : &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;https://www.facebook.com/photo?fbid=10157221748141074&amp;amp;set=a.467491506073&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รัฐบาลทรัมป์ประสบผลไม่น้อยในการสร้างความเกลียดชังรัฐบาลจีน ความเกลียดชังนี้ขยายผลสู่ระดับประชาชน เป็นประเทศที่ใช้นโยบายเกลียดชังคนอื่นเพื่อเล่นงานฝ่ายตรงข้าม หวังผลทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลสหรัฐต้องการปิดล้อมจีนเพื่อรักษาความเป็นมหาอำนาจของตนเอง การสร้างความเกลียดชังเป็นอีกวิธีที่ใช้เพื่อสร้างศัตรู ไม่ต่างจากยุคสงครามเย็นที่ตีตราความเลวร้ายของลัทธิสังคมนิยม หรืออิหร่านกับเกาหลีเหนือในปัจจุบัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ยุทธศาสตร์สร้างความเกลียดชังรัฐบาลจีน : &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลักสำคัญคือพยายามพูดแง่ลบต่อจีน ชี้ว่าเป็นความผิดของรัฐบาลจีน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการแรก รัฐบาลคอมมิวนิสต์จีน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีทรัมป์และไมค์ ปอมเปโอ (Mike Pompeo) รมต.ต่างประเทศ รวมทั้ง ส.ส. ส.ว. พรรครีพับลิกัน มักเอ่ยถึงรัฐบาลจีนด้วยคำว่า &amp;ldquo;Chinese Communist Party&amp;rdquo; เพื่อตอกย้ำว่าจีนปกครองด้วยระบอบสังคมนิยม ปอมเปโอ กล่าวเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า ตั้งแต่เริ่มระบอบการปกครองใหม่ จีนถูกปกครองโดย &amp;ldquo;ระบอบอำนาจนิยมที่โหดร้าย&amp;rdquo; อุดมการณ์ทางการเมืองของจีนเป็นปรปักษ์ต่อประเทศเสรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นความจริงที่จีนปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์ แต่ต่างจากอดีต สังคมจีนปัจจุบันเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น เศรษฐกิจเปิดออกมากขึ้น เป็นสมาชิกองค์การค้าโลก คนจีนรุ่นใหม่เป็นพวกวัตถุนิยม คิดแต่จะร่ำรวย คิดถึงประโยชน์ตนเองมากกว่าส่วนรวม ไม่ต่างจากคนอเมริกันหลายคน ผิดจากอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ที่ต้องการสร้างสังคมไร้ชนชั้น สังคมแห่งความเท่าเทียม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปีการศึกษา 2018-19 นักเรียนนักศึกษาจีน 369,548 คนลงทะเบียนเรียนในสหรัฐจากจำนวนนักเรียนนักศึกษาต่างชาติทั้งหมด 1,095,299 คน (เท่ากับร้อยละ 33.7) เป็นสถิติสูงสุดต่อเนื่อง 10 ปีแล้ว ดูเหมือนว่ารัฐบาลจีนไม่หวั่นคนรุ่นใหม่จะเป็นอุปสรรคต่อการปกครองของตน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นความจริงที่ว่าชนชั้นปกครองได้ประโยชน์จากระบอบ มีการทุจริตคอร์รัปชันมากมาย แต่หากมองภาพรวมปฏิเสธไม่ได้ว่ารัฐบาลคอมมิวนิสต์ทำให้ประเทศพัฒนา ประชาชนอยู่ดีกินดีเมื่อเทียบกับก่อนเป็นคอมมิวนิสต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 2 กรณีขาดดุลการค้าจีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรัมป์พูดราวกับว่าปัญหาขาดดุลการค้าของสหรัฐ คนว่างงาน อุตสาหกรรมในประเทศที่อ่อนแอ ต้นเหตุทั้งหมดมาจากจีน จึงตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนหลายรอบ โทษจีนว่าเป็นต้นเหตุคนว่างงาน ทำให้การเจรจาล้มเหลว คำถามคือทำไมบริษัทอเมริกันมากมายจึงย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศไปสู่ประเทศอื่นๆ จีนเป็นเพียงหนึ่งในเป้าหมายเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านรัฐบาลจีนรายงานในรอบ 11 เดือนแรกของปี 2019 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เพิ่มจากเวลาเดียวกันของปีก่อนถึง 15.5 เปอร์เซ็นต์ มีกิจการต่างชาติเปิดใหม่ 36,747 ราย จีนยังเป็นแหล่งลงทุนเนื้อหอมของนานาชาติ นักลงทุนคิดต่างจากรัฐบาลสหรัฐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 3 กรณี BRI&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานวิจัยจากสหรัฐหลายชิ้นพูดแง่ลบต่อข้อริเริ่ม &amp;quot;หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง&amp;quot; หรือ Belt and Road Initiative (BRI) อย่างต่อเนื่อง รายงานเหล่านี้มุ่งเอ่ยถึงคือข้อเสียโครงการ ต้องยอมรับว่า BRI มีทั้งข้อดีข้อเสีย มีโครงการที่ล้มเหลว แต่ที่ไม่อาจปฏิเสธคือยอดการค้าการลงทุนระหว่างประเทศคู่ค้าภายใต้ BRI เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นอีกครั้งที่รัฐบาลสหรัฐกับนานาชาติคิดไม่ตรงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ประการที่ 4 กรณีฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทั้งๆ ที่ฮ่องกงเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน เป็นเขตอธิปไตยของจีนโดยแท้ ภายใต้การปกครองแบบ &amp;ldquo;1 ประเทศ 2 ระบบ&amp;rdquo; แต่รัฐบาลทรัมป์เห็นว่าเป็นความชอบธรรมที่จะสนับสนุนกลุ่มต่อต้านรัฐบาลที่เรียกร้องปกครองตนเอง สนับสนุนฝ่ายต่อต้านให้เกลียดชังรัฐบาลจีน เป็นอีกครั้งที่รัฐบาลสหรัฐสนับสนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอย่างเปิดเผย ในขณะที่กล่าวประณามอย่างรุนแรงกล่าวหารัฐบาลต่างชาติแทรกแซงกิจการภายในของตน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การสร้างความแตกแยก ความเกลียดชังภายในประเทศ เป็นอีกพฤติกรรมของรัฐบาลสหรัฐที่มีมาเนิ่นนาน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ประการที่ 5 กรณีโรคระบาดโควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ปลายเดือนมีนาคมเมื่อโควิด-19 ระบาดหนักในสหรัฐ รัฐบาลทรัมป์แสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่า จีนต้องรับผิดชอบต่อความเสียหาย และคนอเมริกันที่เสียชีวิต ไมค์ ปอมเปโอ รมต.สหรัฐชี้ว่า เหตุที่แพร่ระบาดหนักเพราะรัฐบาลจีนไม่ให้ความร่วมมือกับสหรัฐต้านการแพร่ระบาดแต่แรก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รัฐบาลทรัมป์พยายามพูดเป็นนัยว่าเป็นไวรัสของจีน สวนทางกับข้อสรุปขององค์การอนามัยโลก วงการวิทยาศาสตร์การแพทย์ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญสาธารณสุขสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐให้ความสำคัญต่อการป้องกันภายในประเทศ ไม่แสดงภาวะผู้นำโลก ไม่ร่วมมือกับองค์การอนามัยโลกเท่าที่ควร กลายเป็นการเปิด &amp;ldquo;ช่องว่าง&amp;rdquo; ให้จีนแสดงบทบาทช่วยเหลือนานาชาติอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเรื่ององค์ความรู้ บุคลากร อุปกรณ์เครื่องมือ แม้กระทั่งหน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลทรัมป์กับชาติตะวันบางประเทศชี้ว่าจีนไม่ได้ช่วยอย่างจริงใจ มีผลประโยชน์แอบแฝง ซึ่งน่าจะจริง (อย่างน้อยบางกรณี) แต่ต้องถามกลับว่าปกติการช่วยเหลือระหว่างประเทศ เป็นเรื่องของการเมืองระหว่างประเทศใช่หรือไม่ มักมีผลประโยชน์แอบแฝงใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะมีผลประโยชน์แอบแฝงหรือไม่ หลายประเทศร้องขอความช่วยเหลือจากจีน แม้กระทั่งประเทศที่เป็นพันธมิตร เป็นมิตรประเทศของสหรัฐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 6 กรณีหยวนดิจิทัล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐโจมตีกล่าวหาจีนหวังใช้หยวนดิจิทัลครอบงำเศรษฐกิจโลก ส่งเสริมคอมมิวนิสต์ เรื่องนี้มีส่วนจริง แต่ในอีกมุมหนึ่งต้องมองว่าระบบโลกปัจจุบันเป็นระบบแข่งขัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แท้จริงแล้วทุกประเทศสามารถสร้างสกุลดิจิทัลของรัฐขึ้นมา หลายประเทศกำลังพัฒนา เช่น สวีเดน แคนาดา เกาหลีใต้ ไทย เป็นทิศทางโลกที่จะมีเงินดิจิทัลใช้หลายสกุล ไม่มีใครห้ามรัฐบาลสหรัฐ หากจะสร้าง &amp;ldquo;ดอลลาร์ดิจิทัล&amp;rdquo; (บางคนเรียกว่า Fed Coin) ของตัวเอง ทำไมไม่คิดว่าดอลลาร์ดิจิทัลจะช่วยส่งเสริมผลประโยชน์ให้สหรัฐสามารถครอบงำระบบการเงินโลกได้ดีกว่าเดิม ไม่ช้าก็เร็วรัฐบาลสหรัฐจะออกสกุลเงินดิจิทัลของตนเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การโจมตีรัฐบาลจีนเรื่องหยวนดิจิทัลและประเด็นอื่นๆ&amp;nbsp; ข้างต้น เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างกระแสเกลียดชังรัฐบาลจีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รัฐบาลทรัมป์ผู้สร้างสังคมแห่งความเกลียดชัง : &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเรื่องใด รัฐบาลทรัมป์มักจะชี้นิ้วไปที่จีน โทษจีน เหตุที่รัฐบาลสหรัฐโจมตีเล่นงานจีนมาจากหลายเหตุผล ทั้งการเมืองภายในประเทศกับการเมืองระหว่างประเทศ เช่น เป็นกลยุทธ์ทางการเมือง บิดเบือนกลบเกลื่อนความผิดพลาดจากการบริหาร ความอ่อนแอภายในของประเทศ และอีกเหตุผลคือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ปิดล้อมจีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะเห็นว่าประธานาธิบดีทรัมป์พูดจริงบ้าง เท็จบ้าง มักใช้ hate speech หว่านความเกลียดชังไปเรื่อย และคนอเมริกันจำนวนไม่น้อยเห็นคล้อยตาม โดยเฉพาะพวกที่สนับสนุนพรรครีพับลิกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในยุครัฐบาลทรัมป์มีข้อสรุปว่าทัศนคติคนอเมริกันมองจีนในแง่ลบมากขึ้น ยกตัวอย่างข้อมูลจาก Deutsche Bank เมื่อกลางพฤษภาคม เผยว่าคนอเมริกันร้อยละ 41 จะไม่ซื้อสินค้า &amp;ldquo;Made in China&amp;rdquo; ด้วยเหตุผลเกี่ยวข้องกับโควิด-19 เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างประเทศ รวมทั้งจากถ้อยคำของประธานาธิบดีทรัมป์ งานวิจัยอีกชิ้นจาก FTI Consulting ของสหรัฐเผยว่า คนอเมริกันร้อยละ 78 ยอมจ่ายแพงเพื่อซื้อสินค้าที่ไม่ได้ผลิตในจีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บทวิเคราะห์นี้สรุปว่ารัฐบาลทรัมป์ประสบผลไม่น้อยในการสร้างความเกลียดชังรัฐบาลจีน ความเกลียดชังนี้ขยายผลสู่ระดับประชาชน เป็นประเทศที่ใช้นโยบายเกลียดชังคนอื่นเพื่อเล่นงานฝ่ายตรงข้าม แน่นอนว่ารัฐบาลจีนกระทำโดยคิดวางแผนอย่างดีเพื่อขยายผลประโยชน์ของตน การขัดผลประโยชน์เป็นที่มาของความขัดแย้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เป็นนโยบายที่ดีแล้วหรือที่สร้างความเกลียดชังในสังคมตัวเอง เป็นสังคมแห่งความจงเกลียดจงชัง คิดหรือไม่ว่าจะเกิดผลกระทบอย่างไรต่อสังคมตัวเอง หรือหวังแค่ได้ชัยชนะในสนามเลือกตั้ง.&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67385</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรัมป์, สถานการณ์โลก, สังคมจีน, ไมค์ ปอมเปโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37c198cdef1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2020 18:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2020 18:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้ผู้ตรวจราชการโดนปลดกำลังสอบ&#039;ทรัมป์-ปอมเปโอ&#039;ขายอาวุธซาอุฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แบบนี้นี่เอง เดโมแครตแฉ ผู้ตรวจราชการที่โดนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งปลดตามคำขอของไมค์ ปอมเปโอ รมว.ต่างประเทศ กำลังสอบสวนการขายอาวุธให้ซาอุดีอาระเบียโดยอาศัยข้ออ้างคำประกาศภาวะฉุกเฉินปลอมๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ สตีฟ ลินิก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งหนังสือถึงนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว แจ้งให้สภาทราบล่วงหน้า 30 วันว่า เขาต้องการปลดสตีฟ ลินิก ผู้ตรวจราชการกระทรวงการต่างประเทศ โดยทรัมป์ให้เหตุผลแค่ว่าเขาไม่มีความไว้วางใจให้อดีตอัยการผู้นี้ทำหน้าที่ต่อไป แต่ในภายหลังทรัมป์ยอมรับว่าเป็นการสั่งปลดตามคำขอของปอมเปโอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำสั่งปลดผู้ตรวจราชการกระทรวงคนที่ 4 ในรอบไม่กี่สัปดาห์ ทำให้สมาชิกคองเกรสทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันวิจารณ์ นางเพโลซีซึ่งเป็นเดโมแครตกล่าวว่า เป็นการบั่นทอนบูรณภาพของผู้ตรวจราชการและของรัฐบาลเอง และในวันเสาร์ ส.ส.เอเลียต เองเกล และ ส.ว.บ็อบ เมเนเดซ กรรมาธิการการต่างประเทศของสภาล่างและสภาสูง พรรคเดโมแครต เปิดสอบสวนคำสั่งของทรัมป์ และเรียกร้องให้ส่งมอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการปลดลินิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยของสมาชิกสภาคองเกรสกล่าวกันว่า ลินิกกำลังสอบสวนว่าปอมเปโอใช้งานผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำงานทางการเมืองด้วยเงินภาษีประชาชน ไปทำงานส่วนตัวให้ตนเองและภรรยา โดยข่าวกล่าวว่ามีทั้งการใช้ให้พาสุนัขเดินเล่น, ไปรับเสื้อผ้าที่ส่งซัก หรือรับอาหารที่สั่งไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเผยว่า กรณีดังกล่าว ประธานาธิบดีทรัมป์ตอบโต้เมื่อวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม ว่า เขามีสิทธิเต็มที่ที่จะปลดลินิกเพราะเป็นผู้ที่ได้รับแต่งตั้งโดยรัฐบาลประธานาธิบดีบารัค โอบามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อนักข่าวถามเรื่องที่ลินิกกำลังสอบสวนปอมเปโอ ทรัมป์ก็ปกป้องรัฐมนตรีผู้นี้ว่า ปอมเปโอเป็นคนสำคัญที่กำลังเจรจาต่อรองสงครามและสันติภาพกับประเทศใหญ่ๆ ที่มีอาวุธชนิดที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วพวกเดโมแครตกับสื่อข่าวปลอมก็เอาแต่สนใจเรื่องผู้ชายที่พาสุนัขเดินเล่น &amp;quot;ผมอยากให้เขาคุยโทรศัพท์กับผู้นำโลกมากกว่าที่ต้องมาล้างจานเองเพราะภรรยาเขาไม่อยู่บ้าน&amp;quot; ทรัมป์กล่าวถึงปอมเปโอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เองเกลและเมเนเดซออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ ระบุว่า ลินิกกำลังสอบสวนคำประกาศภาวะฉุกเฉินของทรัมป์เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ที่ทรัมป์และปอมเปโอใช้เป็นข้ออ้างปลอมๆ เพื่อขายอาวุุธมูลค่า 8,100 ล้านดอลลาร์ แก่ซาอุดีอาระเบียและชาติอาหรับ โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา โดยเชื่อว่าการสอบสวนซึ่งเป็นไปตามคำร้องขอของคองเกรส ใกล้ได้ข้อสรุปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คราวนั้นสภาสูงและสภาล่างผ่านข้อมติยับยั้งดีลอาวุธไว้ เนื่องจากวิตกว่าอาวุธเหล่านี้จะถูกนำไปใช้เข่นฆ่าพลเรือนในเยเมน ที่ซึ่งซาอุฯ นำกองกำลังพันธมิตรสู้รบกับกบฏฮูตีที่อิหร่านหนุนหลัง แต่ทรัมป์ใช้อำนาจประธานาธิบดีวีโต แล้วต่อมาสภาสูงที่รีพับลิกันครองเสียงข้างมากก็คล้อยตามทรัมป์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66362</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายอาวุธ, ซาอุดีอาระเบีย, ผู้ตรวจราชการกระทรวง, สตีฟ ลินิก, โดนัลด์ ทรัมป์, ไมค์ ปอมเปโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200519/image_big_5ec3c12d31ecf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
