<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89731</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2021 17:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2021 17:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039;ปฏิเสธความรับผิดชอบปลุกม็อบบุกสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยังไม่สำนึก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โผล่หน้าต่อสาธารณะครั้งแรกเมื่อวันอังคารนับแต่ปลุกม็อบบุกรัฐสภาเมื่อวันพุธที่แล้ว ปฏิเสธความรับผิดชอบโดยยืนกรานว่าที่ปราศรัยไปนั้นเหมาะสมแล้ว ขณะสภาผู้แทนราษฎรเดินหน้ากระบวนการถอดถอนทรัมป์ข้อหายุยงให้ก่อการกบฏหลังจากรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ยังอุ้มทรัมป์อย่างเหนียวแน่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวของทรัมป์เมื่อวันอังคารที่ 12 มกราคม เป็นการพูดต่อหน้าสาธารณชนครั้งแรก ถึงแม้ว่าเขาจะเคยออกวิดีโอประณามเหตุการณ์รุนแรงที่รัฐสภาหนึ่งวันหลังเกิดเหตุ ซึ่งเขายังคงไม่ยอมรับความพ่ายแพ้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากคุณอ่านสุนทรพจน์ของผม สิ่งที่ผมพูดนั้นเหมาะสมโดยสิ้นเชิง&amp;quot; ทรัมป์กล่าวที่ฐานทัพแอนดรูส์ขณะเตรียมออกเดินทางไปเทกซัส หลังจากถูกผู้สื่อข่าวซักถามเกี่ยวกับความรับผิดชอบโดยส่วนตัวต่อเหตุการณ์โจมตีรัฐสภาครั้งนั้น โดยทรัมป์อ้างว่า &amp;quot;ทุกคน&amp;quot; ที่ได้วิเคราะห์สุนทรพจน์ของเขาล้วนบอกว่ามันเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า เหตุการณ์บุกรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 มกราคม เกิดขึ้นหลังจากผู้สนับสนุนทรัมป์หลายพันคนฟังคำปราศรัยใกล้ทำเนียบขาว ที่ทรัมป์โกหกว่าไบเดนโกงการเลือกตั้ง และแนะนำให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปรัฐสภาเพื่อขัดขวางการลงมติรับรองผลการเลือกตั้ง ฝูงชนกรูกันเข้าไปภายใน ปะทะกับตำรวจ ปล้นสะดมและทำลายข้าวของ ทำให้ ส.ส.และ ส.ว.รวมถึงรองประธานาธิบดีเพนซ์ ซึ่งทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ต้องหนีหัวซุกหัวซุนเข้าห้องนิรภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นที่ทำเนียบขาว ทรัมป์ถูกนักข่าวตะโกนถามว่าเขาจะรับผิดชอบต่อเหตุการณ์รุนแรงที่รัฐสภาซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 คนหรือไม่ ทรัมป์ไม่ตอบแต่กลับกล่าวโทษแกนนำเดโมแครตที่เดินหน้ากระบวนการถอดถอนเขาว่าเป็นอันตรายใหญ่หลวงต่อประเทศ และกล่าวถึงการถอดถอนว่าเป็นตอนต่อเนื่องของการล่าแม่มดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมือง พร้อมกับเตือนว่า ในขณะที่ &amp;quot;คุณต้องหลีกเลี่ยงความรุนแรงเสมอ&amp;quot; แต่ผู้สนับสนุนของเขาโกรธแค้นมาก &amp;quot;ผมไม่เคยเห็นความโกรธเท่านี้มาก่อน&amp;quot; ทรัมป์อ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกเดโมแครตกล่าวว่า การปกป้องคำพูดและการกระทำของทรัมป์ยิ่งเน้นความเร่งด่วนที่ต้องถอดเขาพ้นตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การขาดความสำนึกผิดของทรัมป์ในวันนี้ทำให้เห็นชัดเจนว่าต้องใช้บทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 25 เพื่อปลดเขา&amp;quot; แดเนียล โกลด์แมน ที่ปรึกษาทางกฎหมายของสมาชิกเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรในการไต่สวนเพื่อถอดถอนทรัมป์ครั้งแรก ทวีต &amp;quot;การถอดถอนควรเดินหน้าอย่างรวดเร็ว และสมาชิกสภาคองเกรสทุกคนต้องคิดให้หนักว่า เขาหรือเธอจะสนับสนุนความพยายามของทรัมป์เพื่อกลับผลการเลือกตั้งแล้วยุยงให้ก่อการกบฏที่รัฐสภาหรือไม่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองประธานาธิบดีเพนซ์ซึ่งกฎหมายให้อำนาจเขาและคณะรัฐมนตรีส่วนใหญ่ปลดประธานาธิบดีได้หากประธานาธิบดีไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ ยืนยันแล้วว่าเขาจะไม่ใช้กฎหมายฉบับดังกล่าว &amp;quot;ผมไม่เชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศของเรา&amp;quot; เพนซ์ทำหนังสือถึงแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงกระนั้น ส.ส.ยังคงลงมติด้วยเสียงข้างมากโดยเกือบเป็นไปตามมติของทั้งสองพรรค เรียกร้องให้เพนซ์ดำเนินการและปลดทรัมป์ แต่ในเมื่อเพนซ์ไม่เล่นด้วย สภาล่างซึ่งเดโมแครตครองเสียงข้างมากก็จะเดินหน้ากระบวนการกล่าวโทษเพื่อถอดถอนทรัมป์ด้วยข้อกล่าวหาว่า &amp;quot;ยุยงปลุกปั่นให้ก่อการกบฏ&amp;quot; โดยกำหนดลงมติในเวลาประมาณ 15.00 น.ของวันพุธตามเวลาสหรัฐ (03.00 น.วันพฤหัสบดีของไทย) ซึ่งน่าจะผ่านความเห็นชอบและทำให้ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์ที่โดนมติถอดถอนถึง 2 รอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี สภาสูงยังอยู่ในช่วงพักการประชุมและคงจะไม่เรียกประชุมวาระฉุกเฉินก่อนวันที่ 19 มกราคม หนึ่งวันก่อนทรัมป์พ้นตำแหน่ง การถอดถอนจำต้องใช้เสียง 2 ใน 3 หรือต้องมี ส.ว.รีพับลิกันอย่างน้อย 17 คนลงมติเห็นด้วยกับการถอดถอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้โอกาสที่สภาสูงจะเห็นด้วยกับการถอดถอนทรัมป์นั้นเป็นไปได้น้อย แต่ก็มีสัญญาณของการแตกแถวให้เห็นแล้ว โดยในสภาล่างมี ส.ส.รีพับลิกันอย่างน้อย 4 คนที่ประกาศแล้วว่าจะลงมติถอดถอนทรัมป์ ขณะมีรายงานจากนิวยอร์กไทมส์ว่า มิตช์ แม็กคอนเนลล์ แกนนำ ส.ว.รีพับลิกัน กล่าวเป็นการภายในว่าเขาเชื่อว่าทรัมป์ได้กระทำความผิดที่สมควรถูกถอดถอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทโซเชียลมีเดียก็พากันหันหลังให้ทรัมป์เช่นกัน นอกจากทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กจะแบนทรัมป์เป็นการถาวรแล้ว ในวันอังคาร ยูทูบก็ประกาศระงับบัญชีอย่างเป็นทางการของทรัมป์ชั่วคราวอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ด้วยความกังวลว่าวิดีโอของเขาอาจปลุกเร้าให้เกิดความรุนแรง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89731</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอน, ปฏิเสธความรับผิดชอบ, ปลุกม็อบบุกสภา, สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ, โดนัลด์ ทรัมป์, ไมค์ เพนซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210113/image_big_5ffec6e0681c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2021 16:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2021 16:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่างทรัมป์ รองปธน.เพนซ์เตรียมร่วมพิธีสาบานตนของไบเดน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่ออเมริกันหลายสำนักรายงานว่า รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ จะเข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐของโจ ไบเดน วันที่ 20 มกราคมนี้ด้วย ถึงแม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศแล้วว่าไม่เข้าร่วม ขณะเดโมแครตขู่เดินหน้ายื่นญัตติถอดถอนถ้าทรัมป์ไม่ลาออก ส่วนเอฟบีไอลุยจับกุมตั้งข้อหาม็อบกบฏบุกรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ เป็นประธานการประชุมร่วมสภาคองเกรส เพื่อลงมติรับรองผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ที่อาคารรัฐสภาภายหลังเกิดเหตุผู้ก่อจลาจลบุกโจมตี เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับเพนซ์ รองประธานาธิบดีผู้ซื่อสัตย์จงรักภักดีและคอยปกป้องทรัมป์มาตลอด 4 ปี ตกต่ำลงนับแต่เพนซ์ประกาศให้การรับรองชัยชนะของโจ ไบเดน ภายหลังการลงมติของสภาคองเกรสเมื่อวันพุธ วันเดียวกับที่กลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์บุกโจมตีปล้นสะดมทำลายข้าวของภายในอาคารรัฐสภา ซึ่งทำให้เพนซ์กับบรรดาสมาชิกคองเกรส เจ้าหน้าที่ และผู้สื่อข่าวต้องหนีหัวซุกหัวซุนเข้าห้องหลบภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความพยายามขัดขวางการลงมติของคองเกรสโดยกลุ่มผู้ชุมนุมขวาจัดภายหลังฟังคำปราศรัยยุยงของทรัมป์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน หนึ่งในนั้นเป็นตำรวจรัฐสภาที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อหลายสำนักของสหรัฐรายงานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อ้างเจ้าหน้าที่รัฐบาลหลายคนว่า เพนซ์ตัดสินใจแล้วว่าจะเข้าร่วมพิธีสาบานตนของไบเดน เพื่อรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐ วันที่ 20 มกราคม แม้ว่าเมื่อวันศุกร์ ทรัมป์จะทวีตไว้ก่อนที่ทวิตเตอร์จะระงับบัญชีของเขาอย่างถาวร ว่าเขาจะไม่ไปเข้าร่วมพิธีของไบเดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวไบเดนเคยกล่าวไว้ในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าเขายินดีต้อนรับเพนซ์ในพิธีสาบานตน ซึ่งครั้งนี้จะลดขนาดของพิธีลงเนื่องจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวยกย่องการบุกโจมตีรัฐสภาในตอนแรก แต่ต่อมาได้ออกวิดีโอประณามความรุนแรง รอยเตอร์กล่าวว่า ทรัมป์ตัดสินใจเรียกร้องให้กลับคืนสู่ความสงบเพราะถูกที่ปรึกษาอาวุโสหลายคนรบเร้า แหล่งข่าวหลายรายบอกกับรอยเตอร์ว่า มีบางคนเตือนว่าทรัมป์อาจโดนปลดออกจากตำแหน่งหรือต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดกันว่ากระบวนการยื่นญัตติเพื่อถอดถอนทรัมป์ครั้งที่ 2 โดยรัฐสภา จะเริ่มต้นในวันจันทร์ที่ 11 มกราคม โดยนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต เตือนว่า เดโมแครตจะเริ่มกระบวนการนี้ เว้นแต่ทรัมป์ลาออก หรือเพนซ์ใช้รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขครั้งที่ 25 ปลดทรัมป์พ้นตำแหน่ง แม้เพนซ์จะไม่ประกาศต่อสาธารณะถึงจุดยืนเรื่องนี้ แต่นิวยอร์กไทมส์รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เพนซ์ไม่เห็นด้วยกับการใช้กลไกนี้ ซึ่งไม่เคยถูกใช้มาก่อนในประวัติศาสตร์สหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.เท็ด ลิว พรรคเดโมแครตซึ่งช่วยร่างคำกล่าวหาเพื่อถอดถอนทรัมป์ กล่าวว่า บทบัญญัติเพื่อถอดถอนนั้น ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสภาแล้วไม่ต่ำกว่า 180 คนจนถึงคืนวันเสาร์ และ ส.ส.เดโมแครตจะเสนอญัตตินี้เข้าสภาในวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การถอดถอนประธานาธิบดีนั้นจำเป็นต้องใช้เสียงถึง 2 ใน 3 ของวุฒิสภา ซึ่งหลังจากการเลือกตั้งชี้ขาดที่จอร์เจีย ทำให้เดโมแครตมีที่นั่งเท่ากับรีพับลิกัน และถึงแม้จะมี ส.ว.รีพับลิกันหลายคนประณามการโจมตีรัฐสภาและเรียกร้องให้ทรัมป์ลาออก แต่การขอให้รีพับลิกันร่วมมือถอดถอนทรัมป์ยังคงเป็นเรื่องยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สำนักงานอัยการดิสตริกต์ออฟโคลัมเบีย ประกาศว่า ได้จับกุมและตั้งข้อหาผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการบุกรุกรัฐสภาเพิ่มเติมเมื่อวันศุกร์ หนึ่งในนั้นคือเจค็อบ แอนโธนี แชนส์ลีย์ หรือ เจค แอนเจลี หนุ่มรอยสักสวมหมวกเขาสัตว์ในภาพถ่ายที่เผยแพร่ไปทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แชนส์ลีย์ซึ่งขนานนามตนเองว่าเป็นหมอผีแห่งคิวอะนอน เข้าพบเอฟบีไอที่สำนักงานวอชิงตันเมื่อวันพฤหัสบดี เขาบอกกับเจ้าหน้าที่ในเวลาต่อมาว่า เขาเข้ามาที่นี่ในฐานะส่วนหนึ่งของการรวมกลุ่มกับผู้รักชาติคนอื่นๆ จากแอริโซนา ตามคำร้องขอของประธานาธิบดี ที่ขอให้ &amp;quot;ผู้รักชาติ&amp;quot; ทุกคนมาที่ดี.ซี.ในวันที่ 6 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่ถูกจับกุมเพิ่มเติมยังรวมถึงเดอร์ริก อีแวนส์ สมาชิกสภารัฐเวสต์เวอร์จิเนียที่เพิ่งได้รับเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน เอกสารของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐกล่าวว่า อีแวนส์ไลฟ์สตรีมภาพที่ตัวเขาเข้าร่วมการบุกรัฐสภาเมื่อวันพุธพร้อมกับผู้สนับสนุนทรัมป์คนอื่นๆ เขาประกาศลาออกจากตำแหน่งแล้วเมื่อวันเสาร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89372</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอน, บุกรัฐสภา, พิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์, ไมค์ เพนซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210110/image_big_5ffacd547a58d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2021 13:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2021 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วงในรัฐบาลสหรัฐหารือจี้รองประธานาธิบดีปลด&#039;ทรัมป์&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่อสหรัฐเผยมีความเคลื่อนไหวของสมาชิกหลายคนในรัฐบาลสหรัฐที่หารือความเป็นไปได้ในการใช้อำนาจตามกฎหมายรัฐธรรมนูญปลด &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; พ้นตำแหน่งประธานาธิบดี หลังจากทรัมป์ปลุกม็อบก่อกบฏบุกอาคารรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สามารถเรียกเสียงประณามจากอดีตประธานาธิบดีสหรัฐที่ยังมีชีวิตอยู่พร้อมกันทั้ง 3 คน ได้แก่ บิล คลินตัน พรรคเดโมแครต, จอร์จ ดับเบิลยู. บุช พรรครีพับลิกัน และบารัค โอบามา พรรคเดโมแครต จากการกล่าวปราศรัยปลุกเร้าผู้สนับสนุนเขาบุกอาคารรัฐสภาเมื่อวันพุธที่ 6 มกราคม เพื่อขัดขวางไม่ให้สภาประชุมลงมติรับรองผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 ที่โจ ไบเดน ชนะคะแนนคณะผู้เลือกตั้งจากทั่วประเทศ 306 ต่อ 232 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์นับพันคนบุกเข้าไปภายในอาคารรัฐสภาในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ทำให้การประชุมต้องระงับ แต่หลังเหตุการณ์สงบ ที่ประชุมทั้ง 2 สภาได้เรียกประชุมกันอีกครั้งช่วงดึกของวันพุธ และที่ประชุมลงมติเสียงข้างมากปฏิเสธการคัดค้านของสมาชิกรีพับลิกันบางรายที่ไม่รับรองคะแนนจากรัฐแอริโซนาที่ไบเดนชนะ ซึ่งเป็นความพยายามครั้งแรกจากสมาชิกที่ภักดีต่อทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า สถานีข่าวของสหรัฐ 3 แห่งรายงานว่า กำลังมีการหารือกันในหมู่สมาชิกของคณะรัฐมนตรีทรัมป์ เกี่ยวกับการใช้รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 25 ที่อนุญาตให้รองประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรีปลดประธานาธิบดี หากเขาถูกตัดสินว่าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจในตำแหน่งประธานาธิบดีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การใช้กฎหมายนี้จำเป็นต้องให้รองประธานาธิบดีไมเคิล เพนซ์ เป็นผู้นำคณะรัฐมนตรีลงมติเพื่อถอดถอนทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีเอ็นเอ็นอ้างคำกล่าวของแกนนำรีพับลิกันหลายคนว่า มีการหารือเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขครั้งที่ 25 โดยพวกเขากล่าวถึงทรัมป์ว่า &amp;quot;ไม่สามารถควบคุมได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาร์กาเร็ต เบรนแนน นักข่าวของซีบีเอส กล่าวว่า ยังไม่มีอะไรที่เป็นทางการเสนอถึงเพนซ์ ส่วนแคเธอรีน โฟลเดอร์ส นักข่าวเอบีซี กล่าวว่า แหล่งข่าวหลายคนบอกกับเธอว่า การหารือดำเนินไปอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปลุกเร้าผู้สนับสนุนหรือการอ้างอย่างไม่มีหลักฐานของทรัมป์ว่าเขาแพ้การเลือกตั้งเพราะโดนโกง ไปจนถึงพฤติกรรมพิลึกพิลั่นอื่นๆ ของทรัมป์ ก่อคำถามถึงความสามารถในการบริหารประเทศของเขา แม้จะเหลือเวลาดำรงตำแหน่งไม่ถึง 2 สัปดาห์ก่อนที่ไบเดนจะเข้าพิธีสาบานตน แต่การยุให้ม็อบบุกโจมตีรัฐสภา ที่หลายฝ่ายระบุว่าเป็นความพยายามก่อรัฐประหารนั้น ทำให้สมาชิกคองเกรสพรรคเดโมแครตหลายคนเรียกร้องให้ใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดโมแครตในคณะกรรมาธิการการตุลาการสภาผู้แทนราษฎรส่งจดหมายถึงเพนซ์ เรียกร้องให้เขาดำเนินการปลดทรัมป์ โดยระบุว่าทรัมป์ปลุกระดมการก่อการกบฏและพยายามบ่อนทำลายประชาธิปไตยของสหรัฐ จากคำปราศรัยเรื่อยเปื่อยของทรัมป์เมื่อวันพุธ เปิดเผยให้เห็นว่าเขาไม่มีจิตใจที่แข็งแกร่ง หรือไม่ยังไม่สามารถประมวลและยอมรับผลการเลือกตั้งได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้แต่วอชิงตันโพสต์ สื่อทรงอิทธิพลของสหรัฐก็เรียกร้องให้ปลดทรัมป์จากตำแหน่งเช่นกัน โดยระบุว่า ความรับผิดชอบโดยตรงต่อการปลุกระดมให้เกิดความไม่สงบครั้งนี้ตกอยู่กับประธานาธิบดี ผู้ที่แสดงให้เห็นว่า การอยู่ในตำแหน่งต่อไปของทรัมป์เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อระบอบประชาธิปไตยของสหรัฐ เขาควรถูกปลด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประธานาธิบดีไม่เหมาะสมที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไปอีก 14 วัน ทุกวินาทีที่เขามีอำนาจมหาศาลในฐานะประธานาธิบดีเป็นภัยคุกคามต่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมและความมั่นคงแห่งชาติ&amp;quot; วอชิงตันโพสต์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89072</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลดทรัมป์, ปลุกม็อบบุกรัฐสภา, ม็อบหนุนทรัมป์, โดนัลด์ ทรัมป์, ไมค์ เพนซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210107/image_big_5ff6a55242058.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2021 08:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2021 08:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมใจ&#039;ทรัมป์&#039; ม็อบกบฏบุกรัฐสภาขวางรับรอง&#039;ไบเดน&#039; โดนยิงดับ1ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เยี่ยงอย่างประชาธิปไตย รุมประณามโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ปลุกม็อบก่อการกบฏ ยุผู้สนับสนุนบุกอาคารรัฐสภาขัดขวางการประชุมรับรอง &amp;quot;โจ ไบเดน&amp;quot; เป็นประธานาธิบดีคนใหม่เมื่อวันพุธ สมาชิกคองเกรสหนีตายจ้าละหวั่น มีหญิงโดนยิงดับในอาคาร 1 ศพ ชาติพันธมิตรช็อกสหรัฐย่ำยีประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญภายในใจกลางสัญลักษณ์ระบอบประชาธิปไตยของสหรัฐอเมริกาเมื่อกลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคลื่อนขบวนด้วยอารมณ์โกรธแค้นบุกเข้าไปภายในอาคารรัฐสภา กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันพุธที่ 6 มกราคม ระหว่างที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐและวุฒิสภาเปิดการประชุมร่วมเพื่อลงมติรับรองผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐวันที่ 3 พฤศจิกายน ซึ่งโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต ชนะคะแนนทรัมป์ขาดลอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ก่อนหน้าที่กลุ่มม็อบหนุนทรัมป์จะบุกฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่แล้วบุกเข้าไปภายในห้องประชุมรัฐสภา ทรัมป์ขึ้นกล่าวปราศรัยต่อผู้สนับสนุนของเขาใกล้กับทำเนียบขาวให้เคลื่อนขบวนไปยังอาคารรัฐสภา &amp;quot;เราไม่มีทางยอมแพ้ เราไม่มีทางยอมรับ&amp;quot; ทรัมป์ปลุกเร้าฝูงชนที่ร้องตะโกน มีเพียงไม่กี่คนที่สวมหน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวเตือนสมาชิกคองเกรสพรรครีพับลิกันที่ &amp;quot;อ่อนแอ&amp;quot; ว่าอย่าได้รับรองชัยชนะของไบเดน โดยเฉพาะรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ซึ่งทำหน้าที่ประธานที่ประชุมร่วมสองสภาในวันพุธ &amp;quot;ผมหวังว่าไมค์มีความกล้าที่จะทำในสิ่งที่เขาต้องทำ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในระหว่างที่ทรัมป์ปราศรัยปลุกเร้าอยู่นั้น คองเกรสเปิดการประชุมแล้ว และเพนซ์ ซึ่งจงรักภักดีต่อทรัมป์มาตลอด 4 ปีนับแต่ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งแบบหักปากกาเซียนเมื่อปี 2559 กล่าวว่า เขาไม่เชื่อว่าเขามีอำนาจที่จะแทรกแซงกระบวนการนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเกิดเหตุวุ่นวาย เพนซ์รีบเผ่นออกจากอาคารรัฐสภาทันที แล้วออกแถลงการณ์เรียกร้องผู้สนับสนุนทรัมป์ ซึ่งบางคนร้องตะโกนต่อต้านเขา ว่าให้ &amp;quot;หยุดเดี๋ยวนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า หญิงคนหนึ่งโดนยิงเสียชีวิตภายในอาคารรัฐสภาอันศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นหัวใจของประชาธิปไตยอเมริกามานานกว่า 200 ปีแห่งนี้ แต่ไม่ชัดเจนว่าเธอโดนยิงอย่างไร ตำรวจกล่าวว่ามีอีกหลายคนได้รับบาดเจ็บด้วย สมาชิกคองเกรสถูกอพยพออกจากอาคารและได้รับหน้ากากป้องกันแก๊สขณะที่ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาขับไล่ฝูงชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีภาพที่ผู้สนับสนุนทรัมป์คนหนึ่งซึ่งสวมกางเกงยีนส์และหมวกเบสบอลนั่งเก้าอี้ของนางแนนซี เพโลซี ประธานรัฐสภาพรรคเดโมแครต และยกขาข้างหนึ่งพาดโต๊ะทำงานของนาง บนโต๊ะมีกระดาษข่มขู่วางทิ้งไว้ ขณะที่ผู้ก่อจลาจลคนอื่นๆ ปีนอัฒจันทร์ที่จัดตั้งไว้เพื่อรองรับพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของไบเดนวันที่ 20 มกราคม พร้อมกับป้ายข้อความว่า &amp;quot;พวกเราประชาชนจะทำให้ ดี.ซี.คุกเข่า / เรามีอำนาจ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราว 4 ชั่วโมงหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่กล่าวว่าพวกเขาสามารถเคลียร์ผู้ก่อจลาจลออกจากรัฐสภาได้แล้ว แต่ผู้สนับสนุนทรัมป์นับพันคนยังคงรวมตัวกันอยู่ด้านนอกอาคาร ท้าทายคำประกาศเคอร์ฟิวเวลา 18.00 น. ของนายกเทศมนตรีมูเรียล โบว์เซอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ ประณามเหตุการณ์รุนแรงครั้งนี้ว่าเป็น &amp;quot;การก่อการกบฏ&amp;quot; และเรียกร้องให้ทรัมป์แถลงต่อประชาชนทางโทรทัศน์ทันที เพื่อสั่งให้ผู้สนับสนุนหยุดการล้อมโจมตีอาคารรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประชาธิปไตยของเราโดนโจมตีอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน&amp;quot; ไบเดนกล่าวจากรัฐเดลาแวร์ บ้านของเขา &amp;quot;ฉากแห่งความโกลาหลที่รัฐสภาไม่ได้สะท้อนความเป็นอเมริกาที่แท้จริง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่นานหลังจากนั้น ทรัมป์เผยแพร่วิดีโอที่เขาเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนออกจากรัฐสภา แต่ยังคงยืนกรานกล่าวหาว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ทุจริต &amp;quot;เราต้องมีความสงบสุข กลับบ้านไปเถอะ เรารักคุณ พวกคุณพิเศษมากๆ&amp;quot; อย่างไรก็ดี บริษัทโซเชียลมีเดียพากันถอดหรือจำกัดวิดีโอของทรัมป์ชิ้นนี้ โดยระบุว่ากระตุ้นให้เกิดความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักประวัติศาสตร์กล่าวกันว่า นี่เป็นครั้งแรกที่อาคารรัฐสภาสหรัฐโดนบุกยึดนับแต่ปี พ.ศ. 2357 เมื่ออังกฤษเผาอาคารหลังนี้ระหว่างสงครามปี 2355&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาเรน แบสส์ ส.ส.พรรคเดโมแครต สะท้อนเสียงของสมาชิกคองเกรสอีกหลายรายผ่านทวิตเตอร์ว่า ประธานาธิบดีสหรัฐกำลังยุให้ก่อรัฐประหาร เราจะไม่กลัวการข่มขู่ เราจะไม่ยอมโดนขัดขวาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช จากพรรครีพับลิกันประณาม &amp;quot;พฤติกรรมบ้าบิ่น&amp;quot; ของเพื่อนสมาชิกคองเกรสพรรครีพับลิกัน &amp;quot;นี่คือความขัดแย้งผลการเลือกตั้งแบบที่จะเกิดในสาธารณรัฐกล้วยหอม ไม่ใช่สาธารณรัฐประชาธิปไตยของเรา&amp;quot; บุชกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาติพันธมิตรของสหรัฐต่างพากันตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงของชาติมหาอำนาจแห่งนี้ นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ประณาม &amp;quot;ฉากที่น่าอัปยศ&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจเซป บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรปกล่าวประณาม &amp;quot;การโจมตีระบอบประชาธิปไตยของสหรัฐ&amp;quot; ที่เกิดขึ้นต่อสายตาผู้คนทั้งโลก, รัฐมนตรีต่างประเทศไฮโก มาส ของเยอรมนี เรียกร้องผู้สนับสนุนทรัมป์ &amp;quot;หยุดเหยียบย่ำประชาธิปไตย&amp;quot; ส่วนรัฐมนตรีต่างประเทศ ฌอง-อีฟว์ เลอ ดริยอง ของฝรั่งเศสกล่าวว่าเป็นการโจมตีประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง เจตจำนงและการลงคะแนนของประชาชนชาวอเมริกันต้องได้รับความเคารพ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89048</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชาธิปไตยสหรัฐ, ผู้สนับสนุนทรัมป์, ม็อบบุกรัฐสภา, อาคารรัฐสภาสหรัฐ, แคปิตอลฮิลล์, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์, ไมค์ เพนซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210107/image_big_5ff669cb20adc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 21:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 21:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเบตคู่ชิงรองปธน. แฮร์ริสจวกทรัมป์เหลวคุมโควิด เพนซ์โดนแมลงวันขโมยซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ และ ส.ว.คามาลา แฮร์ริส ขึ้นเวทีประชันวิสัยทัศน์เมื่อวันพุธ ถกกันด้วยนโยบายและเนื้อหาเน้นๆ แบบมีอารยะ ส.ว.หญิงโจมตีการรับมือโรคระบาดโควิด-19 ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่วนเพนซ์โดนแมลงวันเกาะผมขโมยซีนกลายเป็นเทรนด์ฮิตทางโซเชียลมีเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า การอภิปรายโต้วาทีระหว่างคู่ชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยยูทาห์ในเมืองซอลต์เลคซิตีเมื่อวันพุธที่ 8 ตุลาคม 2563 มีซูซาน เพจ จากยูเอสเอทูเดย์เป็นผู้ดำเนินรายการ ผู้สมัครทั้งสองคนเว้นระยะห่างกัน 12 ฟุตและมีแผ่นกระจกกั้น ย้ำเตือนถึงวิกฤติสาธารณสุขครั้งใหญ่สุดในรอบศตวรรษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.แฮร์ริสโจมตีการรับมือโควิด-19 ของประธานาธิบดีทรัมป์ว่า เป็นความล้มเหลวแห่งประวัติศาสตร์ที่ทำให้เขาขาดคุณสมบัติที่จะกลับมาเป็นประธานาธิบดี ในขณะที่เพนซ์พยายามวาดภาพแฮร์ริสว่าเป็นพวกซ้ายสุดโต่งยิ่งกว่าเบอร์นีย์ แซนเดอร์ส ส.ว.ร่วมพรรคเดโมแครตของเธอที่ประกาศตัวเป็นนักสังคมนิยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โควิด-19 คร่าชีวิตผู้ป่วยในสหรัฐแล้วมากกว่า 210,000 คน และมีผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 7.55 ล้านคน หนึ่งในนั้นคือประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งถูกส่งเข้าโรงพยาบาลทหารเมื่อวันศุกร์และกลับทำเนียบขาวในวันจันทร์ที่ผ่านมา ทรัมป์ถ่ายวิดีโออีกชิ้นเผยแพร่เมื่อวันพุธ บอกว่า เขารู้สึก &amp;quot;เพอร์เฟ็กต์&amp;quot; และกล่าวถึงการติดเชื้อไวรัสนี้ว่าเป็น &amp;quot;พรจากพระเจ้า&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.หญิงเชื้อสายจาเมกา-อินเดียวัย 55 ปี ซึ่งจะเป็นสตรีที่ครองตำแหน่งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐและเป็นคนอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันและเอเชียคนแรกที่นั่งเก้าอี้รองประธานาธิบดีด้วย หากไบเดนชนะเลือกตั้ง&amp;nbsp; กล่าวว่า คนอเมริกันได้เป็นประจักษ์พยานความล้มเหลวครั้งใหญ่ที่สุดของการบริหารประเทศของประธานาธิบดีในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ ทรัมป์เคยพูดถึงโควิดว่าเป็นเรื่องหลอกลวง พวกเขาลดความร้ายแรงของโรคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การโต้วาทีระหว่างแฮร์ริสกับเพนซ์แตกต่างสิ้นเชิงจากการโต้วาทีระหว่างไบเดนกับทรัมป์เมื่อ 8 วันก่อน ซึ่งทรัมป์พูดแทรกไบเดนตลอดเวลา และทั้งสองด่าทอกันอย่างรุนแรง เพนซ์พูดแทรกแฮร์ริสบ้างเช่นกัน แต่โดนเธอตอกว่า &amp;quot;ท่านรองประธานาธิบดี ดิฉันกำลังพูดอยู่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพนซ์แก้ตัวแทนทรัมป์เรื่องโควิดว่า ทรัมป์ให้ความสำคัญต่อสุขภาพของคนอเมริกันตั้งแต่วันแรก ด้วยการสั่งห้ามการเดินทางจากจีนเข้าสหรัฐเมื่อวันที่ 31 มกราคม หรือ 1 เดือนหลังจากจีนพบผู้ป่วยคนแรกที่เมืองอู่ฮั่น จีนเป็นต้นเหตุของไวรัสโคโรนาและประธานาธิบดีทรัมป์ไม่แฮปปี้เรื่องนี้ เขายังแขวะไปถึงเรื่องอื้อฉาวของไบเดนในการหาเสียงชิงแคนดิเดตประธานาธิบดีของพรรคเมื่อปี 2531 ว่าแผนโควิดของเดโมแครตดูคล้ายกับการลอกผลงานคนอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งคู่ยังประชันวิสัยทัศน์กันประเด็นอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องการเหยียดสีผิว ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่ทั้งสองเถียงกันรุนแรง เพนซ์อ้างว่าไบเดนเชื่อว่าผู้รักษากฎหมายอคติต่อคนผิวสีที่เป็นชนส่วนน้อย และโทษสื่อว่ารายงานคำพูดของทรัมป์ผิดๆ โดยยืนกรานว่าทรัมป์ประณามกลุ่มคนขาวสุดโต่ง แต่แฮร์ริสซึ่งเคยเป็นอัยการรัฐแคลิฟอร์เนีย ย้อนว่าเธอไม่จำเป็นต้องฟังคำบรรยายจากเพนซ์เรื่องการบังคับใช้กฎหมาย และเธอเป็นคนเดียวบนเวทีนี้ที่เคยดำเนินคดีทุกประเภท ตั้งแต่การล่วงละเมิดเด็กไปจนถึงการฆ่าคนตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหนึ่งระหว่างที่เพนซ์แสดงวิสัยทัศน์อยู่นั้น มีแมลงวันตัวหนึ่งบินมาเกาะบนผมสีขาวเรียบแปล้ของเขาโดยไม่ขยับเขยื้อนอยู่นานราว 2 นาที แมลงวันตัวนี้กลายเป็นดาราโด่งดังในโซเชียลมีเดีย ที่ทำให้เกิดแฮชแท็กยอดนิยม ทีมของไบเดนยังนำมาล้อเล่นด้วยการขายไม้ตีแมลงวันทางออนไลน์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79901</URL_LINK>
                <HASHTAG>คามารา แฮร์ริส, คามาลา แฮร์ริส, ดีเบตรองประธานาธิบดี, ไมค์ เพนซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7f14a75d2b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2020 19:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2020 19:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แล้วกัน รองประธานาธิบดีสหรัฐเข้ารพ.ไม่สวมหน้ากาก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กฎมีไว้ใช้กับคนอื่น รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ของสหรัฐเข้าเยี่ยมโรงพยาบาลในรัฐมินนิโซตาเมื่อวันอังคาร แต่ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยตามกฎเหมือนกับคนอื่นๆ เจ้าตัวอ้างไม่ได้ติดเชื้อโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะทำงานเฉพาะกิจต่อสู้ไวรัสโคโรนาของทำเนียบขาว เดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลศูนย์แพทย์ มาโยคลินิก ที่รัฐมินนิโซตา เมื่อวันอังคารที่ 28 เมษายน 2563 แต่ปรากฏภาพข่าวที่เขากำลังตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่และทักทายผู้ป่วยในห้องคนไข้ของโรงพยาบาล โดยที่เพนซ์ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวบีบีซีเมื่อวันพุธกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ที่ร่วมคณะของเพนซ์ด้วยคือ ดร.สตีเฟน ฮาห์น เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐ (เอฟดีเอ) ก็สวมหน้ากากอนามัยเหมือนกับคนอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า ศูนย์การแพทย์แห่งนี้มีคำประกาศนโยบายป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาไว้ว่า &amp;quot;ส่วนหนึ่งของเกณฑ์วิธีของเราเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของคุณ คือ กำหนดให้คนไข้ทุกคน, ผู้มาเยี่ยม และเจ้าหน้าที่ ต้องปกปิดใบหน้าหรือสวมหน้ากากระหว่างอยู่ที่มาโยคลินิก เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโควิด-19&amp;quot; ในแถลงการณ์ของศูนย์แห่งนี้ระบุด้วยว่า พวกเขาได้แจ้งนโยบายดังกล่าวไปยังสำนักงานของรองประธานาธิบดีเพนซ์ล่วงหน้าแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแนะนำที่ปรับปรุงล่าสุดของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐ (ซีดีซี) สนับสนุนให้ผู้คนใช้ผ้าปิดบังใบหน้าขณะอยู่ในสถานที่สาธารณะ หากไม่สะดวกต่อการรักษาระยะห่างทางร่างกายได้ในเวลานั้น เช่น ภายในร้านสะดวกซื้อและร้านขายยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุผลที่ทางการสหรัฐแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยเนื่องจากพบว่า มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในสัดส่วนสูงมากที่ไม่แสดงอาการ และมีงานวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้เผยอีกว่า มีความเป็นไปได้ในบางสภาพการณ์ที่เชื้อไวรัสจะแพร่สู่ผู้อื่นผ่านการพูดคุยกันปกติและผ่านลมหายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์, รองประธานาธิบดีเพนซ์ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ ของทำเนียบขาว มักไม่ใส่ใจคำแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัย ซึ่งทำให้คาดเดากันว่า นี่เป็นการตัดสินใจอย่างสอดคล้องกันเพื่อทำให้ดูเหมือนว่าวิกฤติการแพร่ระบาดนี้ไม่รุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเพนซ์อ้างว่า ซีดีซีออกคำแนะนำเกี่ยวกับการสวมหน้ากากอนามัยด้วยความตระหนักว่า ผู้ที่อาจติดเชื้อไวรัสโคโรนาสามารถป้องกันความเป็นไปได้ที่จะแพร่ไวรัสนี้สู่คนอื่นโดยการสวมหน้ากากอนามัย แต่ในเมื่อตัวเขาไม่ได้มีเชื้อไวรัสโคโรนา เขาคิดว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่มาที่นี่ และสามารถพูดคุยกับนักวิจัยเหล่านี้ กับบุคลากรด้านการดูแลสุขภาพที่เหลือเชื่อเหล่านี้ และได้มองตาพวกเขาแล้วกล่าวขอบคุณ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64648</URL_LINK>
                <HASHTAG>รองประธานาธิบดีสหรัฐ, โควิด-19, ไมค์ เพนซ์, ไม่สวมหน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200429/image_big_5ea976e0cbee8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30021</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2019 22:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2019 21:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาดูโร&#039; ตอกสหรัฐหมายตาน้ำมัน ซัดกลุ่มลิมาตั้งรัฐบาลคู่ขนาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ย้ำสหรัฐยังไม่ตัดทางเลือกใช้กำลังทหารเพื่อขับไล่นิโกลัส มาดูโร ขณะกลุ่มลิมาไม่เล่นด้วย ด้านมาดูโรโจมตีกลุ่มลิมาตั้งรัฐบาลคู่ขนาน ตอกสหรัฐต้องการน้ำมันเวเนซุเอลาถึงขั้นพร้อมทำสงครามช่วงชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ (ขวา) และฮวน ไกวโด ผู้ที่สหรัฐและอีกกว่า 50 ประเทศรับรองเป็นประธานาธิบดีเฉพาะกาลของเวเนซุเอลา ร่วมการประชุมกลุ่มลิมา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 ว่ารองประธานาธิบดีเพนซ์ได้เข้าร่วมการประชุมกลุ่มลิมาที่กรุงโบโกตาของโคลอมเบียเมื่อวันจันทร์ พร้อมกับฮวน ไกวโด ผู้นำฝ่ายค้านเวเนซุเอลาวัย 35 ปีที่ตั้งตนเป็นประธานาธิบดีเฉพาะกาล และเพนซ์ได้ประกาศว่า สหรัฐได้คว่ำบาตรผู้ว่าการรัฐ 4 รัฐของเวเนซุเอลาที่ขัดขวางการขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ข้ามชายแดน สหรัฐยังเพิ่มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม 56 ล้านดอลลาร์ แก่ประเทศเพื่อนบ้านของเวเนซุเอลาที่ต้องรับมือกับผู้อพยพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราหวังว่าจะมีการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยอย่างสันติ แต่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวไว้ชัดเจนว่า ยังคงทางเลือกทุกทางไว้&amp;quot; เพนซ์กล่าว และว่า ทรัมป์หนุนหลังไกวโด &amp;quot;100 เปอร์เซ็นต์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมที่โบโกตาเกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่ชายแดนเวเนซุเอลาติดกับโคลอมเบียและบราซิลช่วงสุดสัปดาห์ ทำให้มีคนเสียชีวิต 4 คน และบาดเจ็บหลายร้อยคน เมื่อกองทัพและผู้สนับสนุนมาดูโรขัดขวางการขนสิ่งของบรรเทาทุกข์จากประเทศเพื่อนบ้านข้ามชายแดนเข้าเวเนซุเอลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มลิมา ซึ่งประกอบด้วยชาติลาตินอเมริกาและแคนาดารวม 14 ชาติ กล่าวว่า กลุ่มจะขอให้ศาลอาญาระหว่างประเทศประกาศว่า &amp;quot;ความรุนแรงที่ระบอบอาชญากรของมาดูโรกระทำกับพลเรือนและการปฏิเสธความช่วยเหลือจากนานาชาติไม่ให้เข้าประเทศนั้นเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ&amp;quot; แต่ที่ประชุมยังคงไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลังทางทหารเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยในประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านมาดูโรให้สัมภาษณ์เอบีซีนิวส์ ออกอากาศเมื่อวันจันทร์ ประณามกลุ่มลิมาว่ากำลังใช้ความพยายามทางการเมืองเพื่อจัดตั้งรัฐบาลคู่ขนานในเวเนซุเอลา และกล่าวหารัฐบาลสหรัฐว่าต้องการน้ำมันดิบของเวเนซุเอลา และเต็มใจทำสงครามเพื่อให้ได้น้ำมัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันเดียวกัน มาดูโรสั่งควบคุมตัวนักข่าว 6 คนจากสถานีทีวีสหรัฐ &amp;quot;ยูนิวิชัน&amp;quot; นานหลายชั่วโมงก่อนจะโดนเนรเทศ เพราะเขาไม่พอใจที่ผู้สัมภาษณ์ตั้งคำถามแทงใจดำเรื่องความยากจนที่ทำให้เด็กๆ ต้องคุ้ยกองขยะหาอาหาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30021</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มลิมา, นิโกลัส มาดูโร, รองประธานาธิบดีสหรัฐ, รัฐบาลคู่ขนาน, ฮวน ไกวโด, เวเนซุเอลา, ไมค์ เพนซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190226/image_big_5c75544b82dca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
