<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115323</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 18:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 18:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>10 เมืองแม่เหล็กท่องเที่ยวขยับตัว เตรียมรับ&#039;เปิดประเทศ&#039; ผ่านโครงการ&#039;ทีเส็บรวมใจเมืองไมซ์ซิตี้&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1ก.ย.64-นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาและนวัตกรรมสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่าอุตสาหกรรมไมซ์โดยรวมก่อนการระบาดของโรคโควิด 19 ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจปีละกว่า 500,000ล้านบาท โดยเฉพาะไมซ์ในประเทศคิดเป็นมูลค่าเกือบ 300,000 ล้านบาท &amp;nbsp;จะเห็นได้ว่าตลาดในประเทศยังคงเป็นฐานสำคัญทางเศรษฐกิจดังนั้นยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ของทีเส็บในช่วงนี้ จะยังคงมุ่งเน้นตลาดในประเทศเป็นหลักซึ่งดำเนินการร่วมกับพื้นที่โดยเฉพาะเมืองไมซ์ซิตี้เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศและฟื้นฟูเศรษฐกิจกระจายสู่ภูมิภาคตามนโยบายรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;การพัฒนาเมืองไมซ์ซิตี้ เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของทีเส็บในการขยายการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศ มุ่งกระจายการจัดงานสู่ภูมิภาค ช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญยิ่งต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นเป้าหมายหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจของพื้นที่อีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทีเส็บ เตรียมผลักดันการจัดงานไมซ์ในประเทศผ่านแคมเปญ &amp;ldquo;เปิดเมืองไมซ์ ร่วมใจช่วยชาติ&amp;rdquo;โดยมีโครงการ &amp;ldquo;เปิดเมืองปลอดภัย จัดงานไมซ์มั่นใจ ด้วยมาตรฐาน&amp;rdquo; มุ่งกระตุ้นการจัดงานไมซ์ในเมืองไมซ์ซิตี้ทั้ง10 แห่ง พร้อมจัดแคมเปญสนับสนุนเพื่อฟื้นฟูตลาด ได้แก่ แคมเปญ Regional Best Showสำหรับงานแสดงสินค้าที่เป็นเป้าหมายหลักของภูมิภาค และแคมเปญ Gear Up Exhibitionสำหรับงานแสดงสินค้าทั่วไป &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะที่ตลาดการประชุมจะดำเนินการผ่าน 2 GO CAMPAIGNจัดงานประชุมทั่วไทยพร้อมก้าวไกลสู่สากล และโครงการประชุมเมืองไทย ปลอดภัยกว่า &amp;nbsp;ซึ่งปีนี้ได้มีการปรับเงื่อนไขการสนับสนุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ สามารถจัดงานภายในจังหวัดได้โดยไม่ต้องเดินทางข้ามจังหวัดหรือภูมิภาค เพื่อส่งเสริมให้เกิดการจัดงานภายในจังหวัดมากขึ้นผู้ที่สนใจสมัครขอรับการสนับสนุนโครงการประชุมเมืองไทย ปลอดภัยกว่า ได้ถึงวันที่ 15 กันยายน 2564โดยลงทะเบียนและยื่นเอกสารได้ที่ www.thaimiceconnect.com &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางศุภวรรณกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ &amp;nbsp;ทีเส็บให้ความสำคัญกับการสนับสนุนผู้ประกอบการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดงานรองรับการทำธุรกิจในยุควิถีใหม่ ซี่งเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นสำหรับการจัดงานในประเทศและภูมิภาคต่าง ๆช่วยสร้างการรับรู้ในภาคอุตสาหกรรมไมซ์ให้เกิดขึ้นได้อย่างกว้างขวาง เช่น การจัดงาน &amp;ldquo;ไมซ์ไทยรวมใจสร้างชาติ&amp;rdquo;ในรูปแบบออนไลน์ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมชมงานผ่านระบบออนไลน์ (Live Streaming) ทั่วประเทศทั้งสิ้น 22,384 คนและสร้างการรับรู้การจัดงานผ่านสื่อออนไลน์อีกถึง 55,367 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า สถานการณ์โควิด 19เป็นทั้งอุปสรรคและโอกาสในการพัฒนาเมืองโดยขอนแก่นเป็นเมืองไมซ์ซิตี้ที่เน้นการจัดประชุมสัมมนาในประเทศเป็นหลักและได้รับอานิสงส์อย่างมากจากโครงการ &amp;ldquo;ประชุมเมืองไทย ปลอดภัยกว่า&amp;rdquo;ที่มีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้ามาจัดประชุมในจังหวัดมากกว่า 55 โครงการ และยังมีมาอย่างต่อเนื่องซึ่งยังจัดกิจกรรมต่างๆ ภายในจังหวัดได้ค่อนข้างมาก&amp;ldquo;ในช่วงโควิด 19 จึงเป็นโอกาสในการจัดระเบียบ สร้างความเชื่อมั่น และเตรียมพัฒนาสิ่งดีๆ ที่มีอยู่เพื่อเพิ่มศักยภาพเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ขอนแก่นมุ่งมั่นที่จะพัฒนาความเป็นไมซ์ซิตี้ควบคู่ไปกับยุทธศาสตร์เมืองในการเป็น Smart City และ Creative City โดยจะเร่งพัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภคและเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ต่างๆ รวมถึงความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาเมือง สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่จะเดินทางเข้ามาโดยเฉพาะความร่วมมือกับทีเส็บที่ช่วยสนับสนุนให้เกิดการประชุมระดับนานาชาติในจังหวัด เช่นการประชุมนานาชาติไหมไมซ์, การจัด Business Forum ร่วมกับกลุ่มประเทศทางยุโรป และการขับเคลื่อนขอนแก่นเป็นเมืองหัตถกรรมโลกแห่งผ้ามัดหมี่สู่สากลภายใต้ชื่องาน มัดหมี่เบียนนาเล่ 2021ถักทอเส้นใยอีสาน สู่สายใยโลก ซึ่งเป็นงานใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในปลายปีนี้ เป็นต้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยาจังหวัดชลบุรี กล่าวว่าไมซ์เป็นภาคธุรกิจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยเมืองพัทยามีความพร้อมทั้งในด้านการท่องเที่ยวและไมซ์ จึงได้เตรียมแผนการเปิดเมืองภายใต้โครงการ Pattaya &amp;nbsp;Move on โดยใช้ &amp;ldquo;เกาะล้านแซนด์บ๊อกซ์&amp;rdquo; ซึ่งเป็นพื้นที่เกาะในการเป็นโมเดลนำร่องตามแบบแผนภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์และจัดทำ Sealed Route ครอบคลุมพื้นที่เมืองพัทยา บางละมุง และสัตหีบ โดยเตรียมเปิดเมืองพัทยาวันที่ 1กันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;การเปิดเมืองและการจัดกิจกรรมด้านไมซ์ในเมืองพัทยามีความเกี่ยวข้องกัน 3 เรื่อง คือ 1.วัคซีนซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เมืองพัทยาขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ 2.สิ่งอำนวยความสะดวกที่มีความพร้อมในทุกด้านทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ ห้องประชุมขนาดต่างๆ ในโรงแรม รวมถึงความร่วมมือกับทีเส็บในการส่งเสริมไมซ์เพื่อช่วยสร้างรายได้และเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชน และ3.โอกาสทางธุรกิจที่จะเป็นเมืองหลักของพื้นที่พิเศษ EECนอกจากนี้ยังได้วางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองภายใต้แนวคิด NEO Pattaya ที่ครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจ สังคมสิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม รวมถึงการพัฒนาต้นแบบ 5Gให้ชายหาดมีระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารเมืองพัทยาอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายสนธยา กล่าวอีกว่า การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ของเมืองพัทยาจะดำเนินการร่วมกับภาครัฐเอกชนในการดึงงานระดับWorld Event และงานประชุมนานาชาติเข้ามาจัดอย่างต่อเนื่อง อาทิ Family Planning ของมูลนิธิบิลเกตส์,งานประชุมสัมมนาของไลอ้อนส์โลก, งาน Air Show ที่ดำเนินการร่วมกับทีเส็บและยังเตรียมพร้อมทั้งแผนงานกิจกรรมและงบประมาณในการจัดงานเทศกาลต่างๆ ในปลายปีนี้ด้วย เช่น งานPattaya Festival, งาน Pattaya International Fireworks, งาน Pattaya Countdown และงาน CoffeeFestival เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา มีเกียรติชัยกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่าขณะนี้เชียงใหม่ได้วางแผนพัฒนาจังหวัดระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570)มีเป้าหมายเพื่อให้เชียงใหม่เป็นเมืองแห่งชีวิตและความมั่งคั่ง เศรษฐกิจดี ประชากรอยู่ดีกินดี และสิ่งแวดล้อมดี &amp;nbsp; โดยมองยุทธศาสตร์การพัฒนาใน 3 ประเด็น คือ การท่องเที่ยวที่เพิ่มมูลค่าสามารถปรับเข้ากับสถานการณ์ได้การเกษตรที่แม่นยำใช้ระบบดิจิทัลบนพื้นฐาน BCG และการค้าการลงทุนบนพื้นฐานของนวัตกรรมและความยั่งยืนซึ่งในทุกส่วนของแผนนี้จะมีกิจกรรมไมซ์เข้าไปผนวกอยู่ด้วยทุกระดับ &amp;nbsp; เพราะไมซ์จะช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมเป้าหมายหลักของจังหวัดพัฒนาไปด้วยกันได้ &amp;nbsp;อีกทั้ง ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยร่วมกับสภาอุตสาหกรรมภาคเหนือได้เตรียมจัดงานใหญ่ FTI Expo 2022 วันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2565 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่ขานรับการเปิดประเทศเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ภายในงานจะมีทั้งการจัดประชุมนานาชาติการประชุมองค์กรของสภาอุตสาหกรรมทั่วประเทศที่มีสมาชิกมากกว่า 12,000 คน การเยี่ยมชมโรงงานสถานประกอบการ และการสัมมนาวิชาการในหลากหลายหัวข้อที่น่าสนใจ นอกจากนี้ 43 กลุ่มอุตสาหกรรม 11คลัสเตอร์ รวมถึงธุรกิจ SME และผู้ประกอบการในภูมิภาค 17 จังหวัดภาคเหนือร่วมกันเตรียมจัดงานแสดงสินค้าเพื่อแสดงพลังของภาคธุรกิจและการผลิตที่ทำให้ประเทศยังคงเดินหน้าต่อไปได้ &amp;nbsp;โดยจังหวัดเชียงใหม่เตรียมพร้อมในการเปิดเมืองด้วยโครงการ Charming Chiang Mai ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่าที่ผ่านมาภูเก็ตพึ่งพาเศรษฐกิจเพียงขาเดียวคือการท่องเที่ยว พอได้รับผลกระทบจากโควิด 19จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะทำให้การท่องเที่ยวกลับมาอีกครั้งเพื่อกอบกู้เศรษฐกิจและในที่สุดได้นำไปสู่ยุทธศาสตร์ภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ ซึ่งเป็นความร่วมมือที่เกิดขึ้นจริงระหว่างภาครัฐ ประชาชนและภาคธุรกิจ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำงาน ที่ทั้งสามฝ่ายได้มาประสานทำงานร่วมกันทำให้อุปสรรคที่เกิดขึ้นมีแนวทางสามารถเดินต่อไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ภูเก็ตได้เรียนรู้ประสบการณ์ว่าไมซ์สามารถที่จะผนวกเข้าไปไว้กับทุกเรื่องได้ จึงได้จัดทำยุทธศาสตร์ใหม่เรียกว่า &amp;ldquo;GEMMSS Strategy&amp;rdquo; คือ G- Gastronomy, E- Education, M- Marina, M- Medical, S-Sport City, S-Smart City เพื่อต่อยอดเศรษฐกิจของภูเก็ตจากเดิมที่มีอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวและทุกสาขาธุรกิจที่แตกออกมาจะมีกิจกรรมไมซ์เข้าไปผนวกเข้าอยู่ด้วยจังหวัดภูเก็ตแม้จะไม่มีศูนย์ประชุมขนาดใหญ่แต่ภูเก็ตทั้งเกาะสามารถจะเป็นศูนย์ประชุมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศได้ ด้วยความพร้อมและศักยภาพของโรงแรมบุคลากร รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งท้องทะเล ชายหาด สวนเกษตร สนามกีฬาที่มีความหลากหลายตลอดจนบริการที่เพียบพร้อมสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นจุดแข็งในการสร้างสรรค์การประชุมที่มีเสน่ห์ในแบบเฉพาะสามารถขับเคลื่อนให้ภูเก็ตไมซ์ซิตี้ก้าวสู่การเป็นเมืองไมซ์เวิลด์คลาสได้&amp;rdquo;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115323</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีเส็บ, ไมซ์ไทยรวมใจสร้างชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f68272b5c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 21:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 21:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทีเส็บ&#039;เผย3กลยุทธิ์แผนงานปี65 ชูธง&#039;ไมซ์ไทยรวมใจสร้างชาติ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.64 - ต้องยอมรับว่างานส่งเสริมการประชุมและจัดนิทรรศการ &amp;nbsp;เป็นส่วนหนึ่งที่ผสานแทบจะเป็นหนึ่งเดี่ยวและมีความลงตัว กับการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งทำให้กลายเป็นจุดแข็งทางเศรษฐกิจของประเทศ &amp;nbsp;ดึงดูดเม็ดเงินจากต่างประเทศได้จำนวนมากมายมหาศาล &amp;nbsp; และถือว่าสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ &amp;nbsp;มีบทบาทสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ประเทศไทยได้รับความสนใจจากนานาประเทศ ให้มาจัดประชุมหรือสัมมนา หรือจัดงานอีเวนต์ระดับนานาชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม แต่การระบาดของโควิด19 ที่ต่อเนื่องยาวนาน เป็นเวลาเกือบครึ่งปี ทำให้การท่องเที่ยวและกิจกรรมอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวต้องหยุดชะงักลง &amp;nbsp;แต่ก็มีการคาดการณ์กันว่า ประเทศไทยจะสามารถจัดการปัญหาการระบาดของโควิด19 ได้ภายในปี 64 ซึ่งจะเป็นช่วงที่คนไทยได้รับการฉีดวัคซีนตามเป้าเพียงพอที่จะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ และทำให้โควิดสงบลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ หลายหน่วยงานที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว จึงต้องจัดเตรียมแผนงานรับกับปี 2565 &amp;nbsp;ไว้แต่เนิ่นรวมทั้งทีเส็บด้วย โดยนายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ ทีเส็บ &amp;nbsp;กล่าวว่า จากสถานการณ์โควิด 19 ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมไมซ์ไทย ทำให้ต้องจัดงาน &amp;ldquo;ไมซ์ไทยรวมใจสร้างชาติ&amp;rdquo; ในรูปแบบออนไลน์ (Virtual Meeting) ขึ้น เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมไมซ์ &amp;nbsp;ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศร่วมกันทุกภาคส่วน &amp;nbsp; เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกระจายรายได้และความเจริญสู่ชุมชน &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดจนแสดงความพร้อมของเมืองไมซ์ซิตี้ ในฐานะศูนย์กลางภูมิภาคในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และใช้โอกาสนี้เป็นเวทีนำเสนอทิศทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ในปี 2565 ให้แก่ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการไมซ์ ซึ่งมีจำนวนผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมชมงานกว่า 800 คน โดยภายในงานมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมให้ข้อมูลและเสวนา ได้แก่ นายวิโรจน์ นรารักษ์ รองเลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ , นายสมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น, นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี, นายอนุชา มีเกียรติชัยกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ และนายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทีเส็บ ในฐานะองค์กรภาครัฐ พัฒนาแผนงานให้สอดรับกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศของรัฐบาล โดยวางทิศทางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยในปีหน้า ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การเสริมความแกร่งระดับชาติ การช่วงชิงโอกาสระดับสากล และการยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรม เพื่อเร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรมไมซ์ และเศรษฐกิจของประเทศให้พ้นจากวิกฤตต้องอาศัยทั้งความยืดหยุ่นและการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนอย่างเข้มแข็ง เพื่อนำพาอุตสาหกรรมไมซ์และเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นกลับมาโดยเร็วที่สุด&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเร่งยกระดับความพร้อมของจังหวัดที่มีศักยภาพ ก้าวสู่การรองรับกิจกรรมไมซ์ พร้อมกับการสร้างงานใหม่ และยกระดับกิจกรรมไมซ์ให้มีคุณภาพระดับนานาชาติ โดยร่วมทำงานกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เช่น โครงการ Empower Thai Exhibition หรือ EMTEX ซึ่งได้ขยายความร่วมมือระหว่างทีเส็บกับกระทรวงต่างๆ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่าสิบหน่วยงาน เพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพงานแสดงสินค้าในระดับท้องถิ่นก้าวสู่ระดับประเทศ ตลอดจนการพัฒนางานเทศกาลท้องถิ่นภายใต้แนวคิด Festival Economy ที่จะพัฒนางานต่อยอดสู่ระดับสากล 1 City : 1 License Event เช่น งานเทศกาล &amp;ldquo;เกลือ-เมือง-เพชร หรือ Diamond of the Salt Festival ของจังหวัดเพชรบุรี, งานเทศกาล Huahin Hop Fest ของเมืองหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดำเนินงานด้านการสื่อสาร เพื่อกระตุ้นและขับเคลื่อนองค์กรภาครัฐและเอกชนจัดประชุมสัมมนาและจัดกิจกรรมไมซ์ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ผ่านแคมเปญการสื่อสาร &amp;ldquo;จัดงานไมซ์ทั่วไทย ภูมิใจช่วยชาติ&amp;rdquo; และสนับสนุนงบประมาณผ่านโครงการ &amp;ldquo;ประชุมเมืองไทย ปลอดภัยกว่า&amp;rdquo; ซึ่งในขณะนี้มีองค์กรและหน่วยงานได้รับการสนับสนุนแล้วกว่า 645 โครงการ และแสดงความจำนงมากกว่า 1,000 งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในระดับสากล มุ่งเน้นการผลักดันไมซ์ไทยสู่เวทีโลก จัดทำแคมเปญตลาดเชิงรุกเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในภูมิภาคอาเซียน โดยการประกาศปีแห่งการประชุมในประเทศไทยด้วยการต่อยอดจากการเป็นเจ้าภาพจัดงาน APEC 2022 อีกทั้งจะเร่งดึงงานสำคัญระดับโลกเข้ามาจัดในประเทศไทย อาทิ งาน Thailand International Air Show, งานประชุมองค์กรระหว่างประเทศ เช่น งาน World Bank หรืองานแสดงสินค้าระดับท็อปไฟว์ของโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการไมซ์ และหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐในและต่างประเทศ ทั้งในด้านการพัฒนาบุคลากร มาตรฐานสถานที่จัดงาน และการพัฒนาหลักสูตรอบรมต่างๆ เพื่อให้ไมซ์ไทยก้าวทันความต้องการของโลกในยุคหลังโควิด เช่น การยกระดับมาตรฐานและส่งเสริม &amp;ldquo;การจัดงานไมซ์อย่างยั่งยืน&amp;rdquo; โดยนำแนวคิด BCG Model (Bio-Circular-Green Economy) ที่เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล มาต่อยอดกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals) ขณะเดียวกัน ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีและเครื่องมือแพลตฟอร์มดิจิทัลต่อเนื่อง อาทิ แพลตฟอร์ม &amp;ldquo;Thai MICE Connect&amp;rdquo; ที่มีข้อมูลผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้วกว่าหมื่นรายทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นตลาดออนไลน์ซื้อขายบริการด้านไมซ์ รองรับตลาดทั้งในและต่างประเทศ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำของการเข้าถึงตลาดให้ผู้ประกอบการทุกขนาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทีเส็บสานต่อการจัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ไมซ์ไทยรวมใจสร้างชาติ&amp;rdquo; เตรียมเปิดนิทรรศการรูปแบบออนไลน์ (Virtual Exhibition) ให้ความรู้ถึงจุดกำเนิด และการเดินทางของอุตสาหกรรมไมซ์ไทย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความภาคภูมิใจของทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 15 กันยายนเป็นต้นไป และสามารถดาวน์โหลดหนังสือ &amp;ldquo;ภูมิไทย&amp;rdquo; เส้นทางทรงคุณค่าของอุตสาหกรรมไมซ์ ที่ทีเส็บจัดทำร่วมกับกองทุนส่งเสริมการประชุมนานาชาติ โดยสามารถเข้าชมนิทรรศการ และดาวน์โหลดหนังสือได้ที่ www.thailandmiceday.businesseventsthailand.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114675</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, จิรุตถ์ อิศรางกูร, ทีเส็บ, ไมซ์ไทยรวมใจสร้างชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_6127a31bcb42c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
