<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2020 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2020 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาคีเครือข่ายผนึกกำลังหนุนคนไร้บ้านสู้โควิด-19  จัดกิจกรรมสร้างความเข้าใจ-ตรวจคัดกรองโรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้แทนหน่วยงานภาคีเครือข่ายร่วมกิจกรรมที่ศูนย์คนไร้บ้านสุวิทย์&amp;nbsp; วัดหนู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์คนไร้บ้านสุวิทย์&amp;nbsp; วัดหนู / ภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; สปสช.-สสส.-พอช.-ม.มหิดล- กทม.- สธ. ผนึกกำลังหนุนคนไร้บ้านสู้โควิด-19&amp;nbsp; จัดกิจกรรมสร้างความเข้าใจด้านสุขภาพและการตรวจคัดกรองสุขภาพ-ตรวจเชื้อโควิด-19&amp;nbsp; ที่ศูนย์คนไร้บ้านสุวิทย์&amp;nbsp; วัดหนู&amp;nbsp; ขณะที่คนไร้บ้านอยากให้สถานการณ์โควิดและเคอร์ฟิวส์ยุติโดยเร็วเพื่อจะได้ออกไปทำมาหากินได้ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (14 พฤษภาคม) ระหว่างเวลา 08.30-12.00 น.&amp;nbsp; ที่ศูนย์คนไร้บ้าน&amp;nbsp; สุวิทย์&amp;nbsp; วัดหนู&amp;nbsp; เขตบางกอกน้อย&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; มีการจัดกิจกรรมสร้างความเข้าใจด้านสุขภาพและการตรวจคัดกรองสุขภาพ-ตรวจเชื้อโควิด-19 สำหรับกลุ่มคนไร้บ้านในสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; โดยมีผู้แทนหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วม&amp;nbsp; เช่น ทพ.อรรถพร&amp;nbsp; ลิ้มปัญญาเลิศ&amp;nbsp; รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; นางภรณี&amp;nbsp; ภู่ประเสริฐ&amp;nbsp; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่จากคณะเทคนิคการแพทย์&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยมหิดล&amp;nbsp; ศูนย์บริการสาธารณสุข 30 วัดเจ้าอาม&amp;nbsp; สำนักอนามัย&amp;nbsp; กทม.&amp;nbsp; โดยมีคนไร้บ้านศูนย์สุวิทย์&amp;nbsp; วัดหนู&amp;nbsp; คนไร้บ้านจากศูนย์รังสิต และชาวชุมชนในย่านใกล้เคียงเข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 120 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทพ.อรรถพร&amp;nbsp; ลิ้มปัญญาเลิศ&amp;nbsp; รองเลขาธิการ สปสช.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทพ.อรรถพร&amp;nbsp; ลิ้มปัญญาเลิศ&amp;nbsp; รองเลขาธิการ สปสช.&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; สปสช.เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพของประชาชนคนไทยทุกคนร่วมกับหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; โดยในวันนี้ได้นำเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาตรวจคัดกรองพี่น้องประชาชนกลุ่มเสี่ยง&amp;nbsp; แม้ว่าผลการตรวจอาจจะออกมาเป็นลบ&amp;nbsp; คือไม่มีผู้ที่ติดเชื้อโควิด&amp;nbsp; แต่พี่น้องก็จะต้องระมัดระวัง&amp;nbsp; ต้องหมั่นล้างมือ&amp;nbsp; สวมหน้ากากอนามัย&amp;nbsp; และต้องทำตัวให้ห่างกันเอาไว้ก่อน&amp;nbsp; แม้ว่าในช่วงนี้จะไม่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม&amp;nbsp; แต่เพื่อความปลอดภัย&amp;nbsp; ทุกคนจึงต้องร่วมมือกันป้องกัน&amp;nbsp; ปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสุขภาพอนามัย&amp;nbsp; จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น&amp;nbsp; ซึ่งตนคาดว่าน่าจะเป็นช่วงปลายปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ (ที่ 3 จากขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; &amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp; ประเทศไทยมีระบบสาธารณสุขที่ดี&amp;nbsp; มีเครือข่าย อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุข) ที่ทำงานเชิงลึกอยู่ทั่วประเทศ&amp;nbsp; จึงทำให้ควบคุมไวรัสโควิดได้ดี&amp;nbsp; ส่วนวันนี้ พอช.ซึ่งเป็นองค์การมหาชนที่ทำงานกับชาวบ้านได้ร่วมกับหน่วยงานภาคีตรวจวัดความเสี่ยงของกลุ่มคนไร้บ้าน&amp;nbsp; และขอนำความปรารถนาดีจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาส่งมอบให้แก่พี่น้องคนไร้บ้านที่นี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้แทนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพมอบเวชภัณฑ์ให้คนไร้บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางภรณี&amp;nbsp; ภู่ประเสริฐ&amp;nbsp; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)&amp;nbsp;&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; สสส.ทำงานเรื่องคนไร้บ้านมานานหลายปี&amp;nbsp; มีเป้าหมายเพื่อให้กลุ่มคนไร้บ้านได้ตั้งหลัก&amp;nbsp; ยืนหยัด&amp;nbsp; และคืนสู่สังคมได้&amp;nbsp; ส่วนวันนี้ สสส.ได้นำถุงผ้าบรรจุเวชภัณฑ์&amp;nbsp; ซึ่งประกอบด้วย&amp;nbsp; หน้ากากอนามัย&amp;nbsp; เจลล้างมือ&amp;nbsp; คู่มือดูแลสุขภาพ ฯลฯ&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 1,600 ถุงมามอบให้แก่พี่น้องคนไร้บ้าน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศจ. ดร.ฉัตรเฉลิม&amp;nbsp; อิศรางกูร&amp;nbsp; ณ อยุธยา&amp;nbsp; คณบดีคณะเทคนิคการแพทย์&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยมหิดล&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; วันนี้นำเจ้าหน้าที่มาตรวจคัดกรองไวรัสโควิด-19 ให้แก่กลุ่มคนไร้บ้านประมาณ 110 คน&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการเก็บสารคัดหลั่งในร่างกายไปตรวจหาเชื้อตามหลักการขององค์การอนามัยโลก&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังเจาะเลือดตรวจด้วย&amp;nbsp; เพื่อดูการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่าแพร่กระจายเข้าสู่ชุมชนหรือยัง&amp;nbsp; โดยผลจากการตรวจคัดกรองจะทราบในวันพรุ่งนี้ (15 พฤษภาคม)&amp;nbsp; ซึ่งตนหวังว่าผลตรวจจะออกมาเป็นลบ&amp;nbsp; คือไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้เรารวมพลังร่วมกันระหว่าง สปสช.&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; สสส.&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยมหิดล&amp;nbsp; และกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; เพื่อตรวจคัดกรองโรคและดูแลพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งหากเรารวมพลังกันแบบวันนี้ได้&amp;nbsp; เราจะปลอดภัยจากโควิดได้เร็ววัน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ศจ.ดร.ฉัตรเฉลิมกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่จาก ม.มหิดล ตรวจสารคัดหลั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธเนศ&amp;nbsp; จรโณทัย&amp;nbsp; ผู้แทนศูนย์คนไร้บ้านสุวิทย์&amp;nbsp; วัดหนู&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; &amp;lsquo;ศูนย์คนไร้บ้าน&amp;nbsp; สุวิทย์&amp;nbsp; วัดหนู&amp;rsquo; (สุวิทย์&amp;nbsp; วัดหนู&amp;nbsp; เป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิคนจน&amp;nbsp; โดยเฉพาะคนจนเมือง&amp;nbsp; คนไร้บ้าน&amp;nbsp; เสียชีวิตในปี 2550)&amp;nbsp; เกิดจากการรวมพลังของกลุ่มคนไร้บ้าน&amp;nbsp; ร่วมกับมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; (มพศ.)&amp;nbsp; ผลักดันให้การรถไฟแห่งประเทศไทยให้เช่าที่ดินแปลงนี้&amp;nbsp; เนื้อที่ประมาณ &amp;nbsp;1 ไร่เพื่อสร้างเป็นศูนย์พักพิงของคนไร้บ้าน&amp;nbsp; โดยรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณผ่านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2551 &amp;nbsp;และมีการปรับปรุงใหม่ในปี 2559&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันรองรับคนไร้บ้านได้ประมาณ 80 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พวกเราได้สร้างกฎระเบียบในการอยู่ร่วมกัน เช่น ห้ามดื่มเหล้า&amp;nbsp; &amp;nbsp;ห้ามยุ่งเกี่ยวยาเสพติด &amp;nbsp;ห้ามทะเลาะวิวาท &amp;nbsp;ลักขโมย ฯลฯ &amp;nbsp;ช่วยกันออกค่าน้ำ ค่าไฟ&amp;nbsp; เดือนละ 50 บาท &amp;nbsp;และค่าบำรุงห้องเดือนละ 600-1,000 บาท&amp;nbsp; ยกเว้นคนที่ไม่มีรายได้ &amp;nbsp;อยู่กันแบบพี่แบบน้อง &amp;nbsp;ช่วยกันปลูกผักสวนครัวเอามาทำอาหาร&amp;nbsp; พอเช้าก็จะแยกย้ายกันไปทำงาน &amp;nbsp;บางคนจะเก็บหาของเก่าตามถังขยะ &amp;nbsp;เพราะไม่ต้องใช้เงินลงทุน &amp;nbsp;คนที่แข็งแรงหรือมีฝีมือทางช่างก็จะไปรับจ้าง &amp;nbsp;เป็นกรรมกรก่อสร้าง หรือรับจ้างทั่วไป&amp;nbsp; บางคนมีฝีมือการทำเครื่องประดับ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สร้อย&amp;nbsp; กำไล&amp;nbsp; เพาะพันธุ์ไม้ประดับขาย&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ช่วงนี้ติดปัญหาเรื่องโควิด&amp;nbsp; ทำให้พี่น้องมีงานทำน้อยลง&amp;nbsp; ออกไปเก็บของเก่าช่วงเคอร์ฟิวส์ไม่ได้&amp;nbsp; ทำให้ไม่มีเงินมาจ่ายค่าบำรุง&amp;nbsp; เราก็ให้ค้างจ่ายเอาไว้ก่อน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้แทนคนไร้บ้านบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์คนไร้บ้าน&amp;nbsp; สุวิทย์&amp;nbsp; วัดหนู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการตรวจคัดกรองโรคโควิดในวันนี้&amp;nbsp; ตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก&amp;nbsp; ที่พี่น้องคนไร้บ้านจะได้ตรวจคัดกรอง&amp;nbsp; เพราะหากจะให้ไปตรวจเอง&amp;nbsp; พี่น้องคนไร้บ้านคงจะไม่มีโอกาส&amp;nbsp; เพราะค่าตรวจแพงมาก&amp;nbsp; คนไร้บ้านไม่มีเงินไปตรวจแน่ๆ&amp;nbsp; และอยากให้เรื่องโควิดและการประกาศเคอร์ฟิวส์จบลงเร็วๆ&amp;nbsp; คนไร้บ้านจะได้ออกไปทำมาหากินได้ตามปกติ&amp;nbsp; โดยเฉพาะการออกเก็บของเก่าในตอนกลางคืน&amp;nbsp; เพราะเป็นรายได้หลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;lsquo;จินตนา&amp;nbsp; มีชิน&amp;rsquo;&amp;nbsp; อายุ 48 ปี&amp;nbsp; สมาชิกรุ่นแรกของศูนย์ฯ&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ปัจจุบันทำอาหารตามสั่งขาย (ได้รับการสนับสนุนเรื่องอาชีพจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ-สสส.) ตั้งร้านอยู่ที่หน้าศูนย์คนไร้บ้าน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังช่วยงานในศูนย์ฯ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทำครัวกลางแจกจ่ายอาหารให้คนไร้บ้านในศูนย์&amp;nbsp; 80 คน&amp;nbsp; วันละ 2&amp;nbsp; มื้อ&amp;nbsp; และแบ่งอาหารให้ &amp;lsquo;ทีมเดินกาแฟ&amp;rsquo; ไปแจกจ่ายให้คนไร้บ้านย่านบางกอกน้อย-ตลิ่งชันวันละ 1 มื้อ&amp;nbsp; ประมาณ&amp;nbsp; 60&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่จะเป็นข้าวกล่อง&amp;nbsp; ข้าวผัดกะเพรา&amp;nbsp; เป็นน้ำใจที่คนไร้บ้านมีให้แก่กัน&amp;nbsp; โดยได้รับบริจาคข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารสด-แห้ง&amp;nbsp; จากห้างร้านบริษัทเอกชน&amp;nbsp; พี่น้องเครือข่ายชุมชนกลุ่ม&amp;nbsp; และองค์กรต่างๆ&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่และประธานบอร์ด พอช. สมทบเงินเพื่อจัดทำครัวกลางรวมเป็นเงินกว่า 20,000&amp;nbsp;&amp;nbsp; บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากคนไร้บ้านที่ศูนย์สุวิทย์&amp;nbsp; วัดหนู&amp;nbsp; แห่งนี้แล้ว&amp;nbsp; ปัจจุบันยังมีศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านที่ต่างจังหวัดอีก 2 &amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;lsquo;บ้านเตื่อมฝัน&amp;rsquo;&amp;nbsp; จ.เชียงใหม่ &amp;nbsp;และ &amp;lsquo;บ้านโฮมแสนสุข&amp;rsquo; จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; รองรับคนไร้บ้านได้ประมาณแห่งละ 55-60 &amp;nbsp;คน&amp;nbsp; และศูนย์ฯ ที่จังหวัดปทุมธานีกำลังก่อสร้าง&amp;nbsp; รองรับได้ประมาณ 100 คน &amp;nbsp;(ตอนนี้มีคนไร้บ้านปลูกเพิงอยู่ชั่วคราวประมาณ 30 คน) &amp;nbsp;โดยได้รับงบสนับสนุนการจัดซื้อที่ดินและก่อสร้างจากกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ&amp;nbsp; โดยคนไร้บ้านจะมีระบบบริหารจัดการและดูแลกันเอง&amp;nbsp; ต่างจากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ที่มีระเบียบบริหารแบบราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกคนไร้บ้านรวมกลุ่มกันรับจ้างทำงานก่อสร้าง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65898</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศูนย์คนไร้บ้านสุวิทย์  วัดหนู, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ ‘พอช.’, โควิด-19, ไมตรี  อินทุสุต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200514/image_big_5ebcd0d8ccd9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2020 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2020 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.ช่วยชุมชนสู้พิษเศรษฐกิจจากโควิด-19   อนุมัติพักชำระสินเชื่อ-หนี้บ้านมั่นคงทั่วประเทศ 3 เดือน ขณะที่ชาวชุมชนรวมพลังสร้างอาชีพ-สร้างแหล่งอาหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการบ้านมั่นคง (ริมคลองลาดพร้าว กรุงเทพฯ) ที่ พอช.สนับสนุนให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยเข้าถึงสินเชื่อในระบบและมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ / พอช. ช่วยชุมชนสู้พิษเศรษฐกิจจากไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; อนุมัติพักชำระสินเชื่อ - หนี้บ้านมั่นคงทั่วประเทศอย่างน้อย 3 เดือน &amp;nbsp;ครอบคลุมผู้ใช้สินเชื่อจาก พอช. 480 กลุ่ม/องค์กร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประมาณ 50,000&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังปรับลดงบประมาณโครงการบ้านมั่นคงเพื่อนำมาใช้ในโครงการ &amp;lsquo;บ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo; สนับสนุนการซ่อมแซมบ้านเรือนที่ยากจนในชนบท&amp;nbsp; 10,776 ครัวเรือน&amp;nbsp; ใช้งบ&amp;nbsp; 242.46 ล้านบาท&amp;nbsp; รวมทั้งใช้งบ 144 ล้านบาทพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยในสถานการณ์ไวรัสโควิดระบาด&amp;nbsp; รวม 300 เมือง&amp;nbsp; 1,500 ตำบล&amp;nbsp; ขณะที่ชาวชุมชนรวมพลังสร้างอาชีพ&amp;nbsp; สร้างแหล่งอาหารระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; ทั่วโลก&amp;nbsp; รวมทั้งในประเทศไทย&amp;nbsp; ทำให้เกิดผลกระทบด้านเศรษฐกิจต่อประชาชนทั่วไป&amp;nbsp; เนื่องจากมีการปิดห้างร้าน&amp;nbsp; สถานบริการต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งการประกาศเคอร์ฟิวส์ทั่วประเทศ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่งผลให้มีการจ้างงานน้อยลง&amp;nbsp; ประชาชนมีรายได้ลดลง&amp;nbsp; รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ จึงมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; เช่นเดียวกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; ที่มีมาตรการช่วยเหลือชาวชุมชนทั่วประเทศซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอร์ด พอช.อนุมัติพักชำระสินเชื่อ-หนี้บ้านมั่นคง 3 เดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อวันที่&amp;nbsp; 10 เมษายน &amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้เปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการสถาบันฯ เรื่องมาตรการบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนขององค์กรผู้ใช้สินเชื่อจากสถาบันฯ&amp;nbsp; โดยคณะกรรมการสถาบันฯ ได้ประชุมเมื่อวันที่ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมษายน&amp;nbsp; โดยวิธีการเสนอญัตติวาระเพื่อขอมติโดยวิธีเวียน&amp;nbsp; มีกรรมการที่ตอบรับจำนวน&amp;nbsp; 10 คน&amp;nbsp; ประกอบด้วย&amp;nbsp; นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันฯ&amp;nbsp; ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ เช่น&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กรมการพัฒนาชุมชน &amp;nbsp;ผู้แทนองค์กรชุมชนภาคเหนือ&amp;nbsp; ภาคใต้&amp;nbsp; ภาคกรุงเทพฯ ปริมณฑลและตะวันออก&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคณะกรรมการสถาบันฯ มีมติ&amp;nbsp; &amp;ldquo;เห็นชอบให้มีการพักชำระหนี้เพื่อช่วยเหลือองค์กรผู้ใช้สินเชื่อที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นระยะเวลา 3 เดือน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้คณะกรรมการสถาบันฯ ยังมีข้อเสนอให้ประเมินสถานการณ์ช่วง 3 เดือนแรก&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเสนอคณะกรรมการสถาบันฯ&amp;nbsp; พิจารณา&amp;nbsp; หากมีความจำเป็นต้องขยายเวลาพักชำระหนี้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้องค์กรชุมชนที่ขอใช้สินเชื่อจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; หรือ พอช. &amp;nbsp;ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อด้านการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; หรือโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo;&amp;nbsp; ซึ่งปัจจุบันมีโครงการบ้านมั่นคงที่ใช้สินเชื่อจาก พอช. กระจายอยู่ทั่วประเทศ ประมาณ&amp;nbsp; 480 กลุ่ม/องค์กร&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีสมาชิกที่เป็นผู้มีรายได้น้อยประมาณ 50,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; โดยขณะนี้มีข้อมูลเบื้องต้นว่ามีกลุ่ม/องค์กรชุมชนที่ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจทั่วประเทศ&amp;nbsp; จำนวน 299&amp;nbsp; องค์กรที่ต้องการขอพักชำระหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo;&amp;nbsp; เป็นโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศ&amp;nbsp; ทั้งในเมืองและชนบท&amp;nbsp; โดยชาวชุมชนที่มีความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ไม่มีความมั่นคงในที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เช่าที่ดิน&amp;nbsp; ปลูกสร้างบ้านในที่ดินของรัฐหรือเอกชน&amp;nbsp; รวมตัวกันแก้ไขปัญหาและบริหารงานในรูปแบบของสหกรณ์&amp;nbsp; โดยการซื้อที่ดินหรือเช่าอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; หรือปรับปรุงบ้านในที่ดินเดิม&amp;nbsp; เพื่อให้มีความมั่นคงในที่ดินและที่อยู่อาศัย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พอช. สนับสนุนงบประมาณและสินเชื่อระยะยาวให้แก่กลุ่ม&amp;nbsp; องค์กร&amp;nbsp; หรือสหกรณ์ที่ชาวชุมชนจัดตั้งขึ้นมา&amp;nbsp; แล้วผ่อนชำระคืนเป็นรายเดือนให้แก่ พอช.&amp;nbsp; เริ่มดำเนินโครงการบ้านมั่นคงตั้งแต่ปี 2546 &amp;nbsp;ปัจจุบันดำเนินการไปแล้วทั่วประเทศ รวม&amp;nbsp; 1,231 โครงการ&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 112,777 ครัวเรือน&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม&amp;nbsp; และมีการพัฒนาคุณภาพชีวิตต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; กิจกรรมเด็ก&amp;nbsp; การจัดการขยะ&amp;nbsp; บำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp; การดูแลสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการบ้านมั่นคงเมืองชุมแพ&amp;nbsp; อ.ชุมแพ&amp;nbsp; จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; สร้างเสร็จไปแล้วกว่า 1,000 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรับงบบ้านมั่นคง-พัฒนาคุณภาพชีวิตคนจน 300 เมือง&amp;nbsp; 1,500&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตำบล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2563 เห็นชอบมาตรการด้านงบประมาณเพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; ตามที่สำนักงบประมาณเสนอนั้น&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; จึงได้เสนอแผนการปรับจ่ายงบประมาณโครงการบ้านมั่นคงในปีงบประมาณ 2563 เพื่อนำมาสนับสนุนโครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; และปรับงบประมาณคงเหลือจากโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท&amp;nbsp; โดยเสนอต่อคณะอนุกรรมการบ้านมั่นคงและจัดการที่ดินของ พอช. &amp;nbsp;และคณะกรรมการสถาบันฯ มีมติเห็นชอบดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.เห็นชอบให้ปรับแผนการใช้จ่ายงบประมาณโครงการบ้านมั่นคงปีงบประมาณ 2563&amp;nbsp; จาก 5,500 ครัวเรือน&amp;nbsp; คงเหลือ&amp;nbsp; 2,800 ครัวเรือน&amp;nbsp; งบประมาณ 251.44 &amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp; นำมาสนับสนุนโครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; จำนวน 10,776&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; งบประมาณ 242.46 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.เห็นชอบปรับงบประมาณคงเหลือจากการดำเนินงานโครงการบ้านมั่นคงที่ไม่มีภาระผูกพัน&amp;nbsp; จำนวน 144.25 ล้านบาท&amp;nbsp; เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยในชุมชนเมือง&amp;nbsp; จำนวน 300&amp;nbsp; เมือง&amp;nbsp; และชนบท&amp;nbsp; 1,500 ตำบล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การปรับลดงบประมาณบ้านมั่นคงเพื่อนำมาสนับสนุนโครงการบ้านพอเพียงชนบทนั้น&amp;nbsp; คณะกรรมการสถาบันฯ มีความเห็นว่า&amp;nbsp; การขับเคลื่อนโครงการบ้านพอเพียงชนบทมีความคล่องตัวกว่าโครงการบ้านมั่นคงในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; เนื่องจากโครงการบ้านพอเพียงชนบทเป็นการซ่อมแซมบ้านที่ใช้เวลาและงบประมาณไม่มากนัก&amp;nbsp; สามารถช่วยเหลือผู้เดือดร้อนได้จำนวนมากและทันต่อสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านพอเพียงที่ จ.ระยอง&amp;nbsp; ใช้แรงงานจิตอาสา&amp;nbsp; รื้อและสร้างใหม่ใช้เวลาเพียง 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พอช.จะสนับสนุนงบประมาณให้ครัวเรือนที่มีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนทรุดโทรมได้ซ่อมแซมบ้านให้มั่นคงแข็งแรง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครัวเรือนหนึ่งไม่เกิน 19,000 บาท&amp;nbsp; เพื่อจัดซื้อวัสดุซ่อมแซมบ้าน&amp;nbsp; ส่วนแรงงานใช้แรงงานจิตอาสาในชุมชน&amp;nbsp; หน่วยทหาร&amp;nbsp; หรืออาจมีการจ้างแรงงานบางส่วนในชุมชน&amp;nbsp; ทำให้เกิดการจ้างงาน&amp;nbsp; ผู้ที่ตกงานหรือว่างงานมีรายได้ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอช.จับมือชุมชนสร้างฐานเศรษฐกิจสู้พิษโควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการปรับลดงบประมาณเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของชาวชุมชนในสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; ดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; พอช.ยังส่งเสริมให้กลุ่มอาชีพ&amp;nbsp; วิสาหกิจชุมชนที่ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใช้ช่องทางการสื่อสารออนไลน์ที่ พอช.มีอยู่กระจายข่าวสารไปยังเครือข่าย&amp;nbsp; ขบวนองค์กรชุมชนต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วประเทศ&amp;nbsp; เพื่อให้พี่น้องเหล่านี้ได้สั่งซื้อสินค้าจากกลุ่มเกษตรกรโดยตรง &amp;nbsp;เป็นการเพิ่มช่องทางการค้าในตลาดออนไลน์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น&amp;nbsp; &amp;lsquo;กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่มะม่วงวิสาหกิจชุมชนมะม่วงมหาชนก&amp;rsquo; &amp;nbsp;ต.หนองหิน &amp;nbsp;อ.หนองกุงศรี &amp;nbsp;จ.กาฬสินธุ์&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลิตมะม่วง &amp;lsquo;มหาชนก&amp;rsquo; ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิต GAP จากที่เคยผลิตมะม่วงส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น &amp;nbsp;จีน&amp;nbsp; มาเลเซีย &amp;nbsp;นำรายได้เข้าสู่ประเทศปีละหลายล้านบาท &amp;nbsp;แต่ปัจจุบันผลผลิตไม่สามารถออกสู่ตลาดได้ &amp;nbsp;เพราะมีปัญหาเรื่องการส่งออกไปต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มเกษตรกรปลูกมมะม่วง&amp;nbsp; อ.หนองกุงศรี&amp;nbsp; จ.กาฬสินธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวาร &amp;nbsp;สอนคำหาร&amp;nbsp; ประธานกลุ่มเกษตรกรฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;nbsp;กลุ่มปลูกมะม่วงมหาชนกมีสมาชิก 40 ราย&amp;nbsp; พื้นที่ปลูกรวมกันประมาณ&amp;nbsp; 600 ไร่&amp;nbsp; ผลผลิตประมาณปีละ 200-300 ตัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำรายได้รวมกันประมาณ 4-5 ล้านบาท&amp;nbsp; แต่ปีนี้ยังส่งออกไม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะสถานการณ์โควิดทำให้บริษัทรับซื้อขาดแรงงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากเป็นแรงงานต่างด้าว&amp;nbsp; และแรงงานเหล่านี้ได้กลับประเทศไปแล้ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้กลุ่มจึงต้องลองขายมะม่วงทางออนไลน์&amp;nbsp; โดยมีหน่วยงานต่างๆ ช่วยกระจายข่าวสาร&amp;nbsp; รวมทั้ง พอช.&amp;nbsp; ทำให้มียอดขายประมาณวันละ 400 กิโลฯ หรือประมาณ 40-50&amp;nbsp;&amp;nbsp; กล่อง&amp;nbsp; ราคาขายกิโลฯ ละ 35 บาทรวมค่าส่ง&amp;nbsp; แม้ว่ายอดซื้อจะไม่มาก&amp;nbsp; แต่ก็ทำให้กลุ่มมีช่องทางระบายมะม่วง&amp;nbsp; และได้ราคาดีกว่าขายในสวน&amp;nbsp; เพราะโดนกดราคา&amp;nbsp; กิโลฯ หนึ่งขายได้สิบกว่าบาทเท่านั้น&amp;nbsp; แต่ขายทางออนไลน์ได้ราคาดีกว่า&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานกลุ่มเกษตรกรปลูกมะม่วงกล่าว&amp;nbsp; และบอกว่า&amp;nbsp; ผู้ที่สนใจติดต่อสั่งซื้อได้ที่เบอร์โทร 080-7662040&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; ทั่วประเทศ&amp;nbsp; ขณะนี้ต่างร่วมมือกันเตรียมพร้อมรองรับกับสถานการณ์โควิดอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทำหน้ากากอนามัยป้องกันการแพร่เชื้อแจกจ่ายพี่น้องในชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคงนครสวรรค์นำข้าวสารอาหารแห้งที่ใช้งบจากกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; กองทุนภัยพิบัติ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; แจกจ่ายให้แก่พี่น้องในชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อช่วยเหลือกันเฉพาะหน้า&amp;nbsp; และยังมีแผนสร้างแหล่งอาหารระยะยาว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทำแปลงเกษตร&amp;nbsp; ปลูกผัก&amp;nbsp; เลี้ยงไก่&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายบ้านมั่นคงนครสวรรค์นำอาหารแห้งแจกจ่ายพี่น้องชุมชนต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหกรณ์บ้านมั่นคงหินเหล็กไฟ&amp;nbsp; จำกัด&amp;nbsp; อ.หัวหิน&amp;nbsp; จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; มีสมาชิก 70 ครัวเรือน&amp;nbsp; ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟรางคู่&amp;nbsp; จึงจัดทำโครงการบ้านมั่นคงโดยซื้อที่ดินแปลงใหม่เนื้อที่ 5 ไร่เศษ&amp;nbsp; ขณะนี้อยู่ในระหว่างเสนอโครงการใช้สินเชื่อจาก พอช.เพื่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; และได้รับผลกระทบจากการปิดสถานบริการต่างๆ ในหัวหิน&amp;nbsp; ชาวชุมชนส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง&amp;nbsp; นวดแผนไทย&amp;nbsp; กลายเป็นคนตกงาน&amp;nbsp; จึงรวมกลุ่มกันไปรับเหมาซื้อปลาจากบ่อ&amp;nbsp; เพื่อมาทำเป็นสินค้าชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปลานิลแดดเดียว&amp;nbsp; ปลาสลิดแดดเดียว&amp;nbsp; เพื่อสร้างอาชีพ&amp;nbsp; สร้างรายได้ในช่วงตกงาน&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนำปลามาทำอาหาร&amp;nbsp; รวมทั้งปลูกผักเพื่อลดรายจ่ายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกสหกรณ์บ้านมั่นคงหินเหล็กไฟจับปลาสร้างอาชีพสู้ภัยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62828</URL_LINK>
                <HASHTAG>สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ ‘พอช.’, โควิด-19, ไมตรี  อินทุสุต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200411/image_big_5e9186a1b7bd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2020 14:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2020 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวเกาะลิบงร่วมสร้างบ้านมั่นคง-ใช้โดรนดูแลพะยูน  เพาะพันธุ์ปลิงทะเลส่งขาย ก.ก.ละ 7,000   บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เกาะลิบง จ.ตรัง / ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ติดตามความคืบหน้าโครงการบ้านมั่นคงและการใช้อากาศยานไร้คนขับ &amp;lsquo;โดรน&amp;rsquo; เพื่อการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์พะยูน&amp;nbsp; โดยชาวเกาะลิบงใช้ข้อมูลจากการสำรวจชุมชนมาจัดทำแผนที่ตำบล&amp;nbsp; และใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาและแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ซ่อมสร้างบ้านตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; กว่า 1,400&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ใช้อากาศยานไร้คนขับหรือ &amp;lsquo;โดรน&amp;rsquo; ดูแลฝูงพะยูน และส่งเสริมการท่องเที่ยวและพัฒนาอาชีพ&amp;nbsp; รวมทั้งเตรียมแปรรูปปลิงทะเลส่งขายราคากิโลกรัมละ 7,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สภาพบ้านเรือนบนเกาะลิบง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วันนี้ (14&amp;nbsp; มี.ค.) ระหว่างเวลา 09.00-14.00 น.&amp;nbsp; นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; (อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง) ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; หรือ &amp;rsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; และคณะ&amp;nbsp; ได้เดินทางมาที่เกาะลิบง&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ.กันตัง&amp;nbsp; จ.ตรัง&amp;nbsp; เพื่อลงพื้นที่ติดตามโครงการบ้านมั่นคง &amp;nbsp;&amp;nbsp;และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์เกาะลิบง&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีนายก อบต.เกาะลิบง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้แทนโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; กลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวและพัฒนาอาชีพเกาะลิบง&amp;nbsp; ประมาณ&amp;nbsp; 50 คนให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;นางรมิดา สารสิทธิ์ &amp;nbsp;คณะทำงานเครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองลิบง&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การทำงานพัฒนาในเกาะลิบงเริ่มจากการจัดเก็บข้อมูลต่างๆ ในตำบลในปี 2555&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผู้เดือดร้อนด้านที่ดิน-ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; คนพิการ&amp;nbsp; อาชีพ&amp;nbsp; รายได้&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์&amp;nbsp; จัดทำแผนที่ทำมือ&amp;nbsp; ทำให้มองเห็นข้อมูลต่างๆ ในตำบล&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; บ้านเรือนมีสภาพทรุดโทรม&amp;nbsp; มีฐานะยากจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;จากนั้นจึงนำข้อมูลมาจัดทำโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; โดยเสนอขอรับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช. ในปี 2559จำนวน 1,400 ครัวเรือนเศษ&amp;nbsp; งบประมาณสนับสนุนครัวเรือนละ 25,000 บาท&amp;nbsp; และสร้างใหม่หลังละ 80,000 บาท (โดยชาวบ้านร่วมสมทบเงินเข้ากองทุนครัวเรือนละ 10 % ของเงินที่ได้รับการช่วยเหลือ&amp;nbsp; เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือผู้เดือดร้อนรายอื่นต่อไป)&amp;nbsp; เพื่อนำมาซ่อมแซมบ้านเรือนให้มั่นคงแข็งแรง&amp;nbsp; มีสภาพเหมาะสมแก่การอยู่อาศัย&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการในปี 2560&amp;nbsp; ขณะนี้ซ่อมสร้างเสร็จไปแล้วประมาณ&amp;nbsp; 40 %&amp;nbsp; อยู่ระหว่างดำเนินการประมาณ 60 %&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;ldquo;แผนที่ทำมือที่คณะทำงานช่วยกันทำเปรียบเสมือนกับเป็นลายแทงขุมทรัพย์&amp;nbsp; เพราะเราใช้ลายแทงนั้นมาแก้ไขปัญหาต่างๆ ของชุมชน&amp;nbsp; และเมื่อเรามีบ้านที่มั่นคงแล้ว&amp;nbsp; เราก็ต้องทำเรื่องอาชีพให้มั่นคง&amp;nbsp; โดยเอาข้อมูลและต้นทุนที่ชาวเกาะลิบงมีอยู่มาส่งเสริมอาชีพและรายได้ชาวบ้าน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทำโฮมสเตย์รองรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp; ทำเรื่องท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp; แปรรูปอาหารทะเล&amp;nbsp; ทำเรื่องสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ช่วยกันจัดการขยะในครัวเรือน&amp;nbsp; และมีเรือเก็บขยะในทะเล&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางรมิดายกตัวอย่างงานพัฒนาในตำบลเกาะลิบง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;นอกจากนี้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวและพัฒนาอาชีพเกาะลิบงยังได้ร่วมกันเลี้ยงปลิงขาว&amp;nbsp; ซึ่งเป็นปลิงทะเลขนาดใหญ่&amp;nbsp; มีสรรพคุณด้านบำรุงและซ่อมแซมร่างกาย&amp;nbsp; โดยเลี้ยงในบ่อซีเมนต์และบ่อกุ้งเก่า&amp;nbsp; มีพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ในขณะนี้ประมาณ&amp;nbsp; 2,000&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัว&amp;nbsp; เมื่อโตเต็มวัยจะนำมาทำเป็นปลิงแห้ง&amp;nbsp; และปลิงสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน&amp;nbsp; ราคาขายประมาณกิโลกรัมละ 7,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีบริษัทประชารัฐรักสามัคคีจังหวัดตรังช่วยสนับสนุนด้านการตลาด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ตลาดที่เยาวราช&amp;nbsp; ไต้หวัน&amp;nbsp; ฮ่องกง&amp;nbsp; และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ช่วยด้านความรู้ในการเลี้ยง&amp;nbsp; เพาะพันธุ์&amp;nbsp; และแปรรูป&amp;nbsp; รวมทั้งยังเลี้ยงกุ้งมังกรส่งขายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ปลิงทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กุ้งมังกร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ส่วนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp; โดยเฉพาะพะยูนนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากเกาะลิบงเป็นแหล่งอาศัยของฝูงพะยูนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย&amp;nbsp; เพราะมีหญ้าทะเลที่อุดมสมบูรณ์มีฝูงพะยูนอยู่อาศัยกว่า 200 ตัว&amp;nbsp; แต่ที่ผ่านมาพะยูนถูกล่า&amp;nbsp; ถูกเครื่อง มือประมงทำอันตราย&amp;nbsp; รวมทั้งเสียชีวิตจากการกลืนเศษพลาสติกในทะเลเข้าไป&amp;nbsp; เช่น &amp;lsquo;มาเรียม&amp;rsquo; ที่เสียชีวิตจากกรณีดังกล่าวจนกลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลกเมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ชาวเกาะลิบงได้ร่วมกันดูแลฝูงพะยูน&amp;nbsp; โดยการจัดตั้ง กลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์&amp;lsquo;ดุหยง&amp;rsquo; (พะยูน) รวมทั้งจัดทำโครงการ &amp;lsquo;การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์เกาะลิบง&amp;rsquo; ขึ้นมา&amp;nbsp; โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวฯ เกาะลิบง&amp;nbsp; เสนอโครงการไปยังสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตัล (depa)&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อใช้&amp;nbsp; โดรนในการถ่ายภาพทางอากาศเพื่อดูแลพะยูนและส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp; และได้รับการอนุมัติจาก depa ในปี 2562 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; จำนวน 1 เครื่อง&amp;nbsp; ในวงเงินงบประมาณ 240,000 บาทเศษ&amp;nbsp; โดยชุมชนร่วมออกเงินสมทบ 120,000 บาท (ใช้เงินจากกลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; 6 หมู่บ้านๆ ละ 20,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายอีสมาแอน&amp;nbsp; เบ็ญสอาด&amp;nbsp; ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวและพัฒนาอาชีพเกาะลิบง&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; คนเกาะลิบงมีความผูกพันกับพะยูนเหมือนกับเป็นญาติที่ต้องดูแลกัน&amp;nbsp; และดูแลกันมานานหลายสิบปีแล้ว&amp;nbsp; เพราะพะยูนเหมือนกับเป็นสัญลักษณ์ของเกาะลิบง&amp;nbsp; หากชาวลิบงเห็นพะยูนมาเกยตื้นก็จะช่วยกันนำไปปล่อย&amp;nbsp; หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้มาดูแล&amp;nbsp; รวมทั้งใช้เรือลาดตระเวนดูแลพะยูน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ถ้าไม่มีพะยูน&amp;nbsp; คนเกาะลิบงก็อยู่ไม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะถ้าที่ไหนมีพะยูน&amp;nbsp; ท้องทะเลตรงนั้นก็จะแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp; และคนเกาะลิบงส่วนใหญ่ก็หากินกับท้องทะเล&amp;nbsp; ทำประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; มีปลาอินทรีย์&amp;nbsp; มีหอยชักตีน&amp;nbsp; มีปลิงทะเล&amp;nbsp; เป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; สร้างอาชีพ&amp;nbsp; สร้างรายได้&amp;nbsp; และเป็นแหล่งอาหารของคนเกาะลิบง&amp;nbsp; พวกเราจึงต้องช่วยกันดูแลทรัพยากรต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งแหล่งหญ้าทะเลที่เป็นอาหารของพะยูนและสัตว์น้ำวัยอ่อนต่างๆ&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนด้วย&amp;nbsp; เพราะเมื่อมีพะยูนอยู่มาก&amp;nbsp; นักท่องเที่ยวก็อยากจะมาที่เกาะลิบง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานกลุ่มฯ หรือ &amp;lsquo;บังแอน&amp;rsquo; บอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อีสมาแอน&amp;nbsp; เบ็ญสอาด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;บังแอนบอกด้วยว่า&amp;nbsp; เมื่อก่อนใช้เรือลาดตระเวนดูแลพะยูนจะต้องมีค่าใช้จ่ายประมาณครั้งละ 3,000 บาท&amp;nbsp; สัปดาห์หนึ่งมีค่าใช้จ่ายมากกว่า 10,000 บาท&amp;nbsp; เมื่อใช้โดรนจะช่วยประหยัดงบประมาณ&amp;nbsp; และสามารถใช้โดรนบินตรวจในตอนกลางคืนได้&amp;nbsp; โดยจะขึ้นบินตรวจพื้นที่จุดเสี่ยงที่อาจจะมีเรือประมงลักลอบเข้ามาเพื่อจับพะยูน&amp;nbsp; หรือมาขโมยตัดไม้บนเกาะเพื่อเอาไปขาย&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังใช้โดรนบินถ่ายภาพฝูงพะยูนแล้วต่อสัญญาณภาพมาที่จอโทรทัศน์ขนาดใหญ่เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ดู&amp;nbsp; ไม่ต้องนั่งเรือลงไปดูใกล้ๆ&amp;nbsp; เป็นการรบกวนพะยูน&amp;nbsp; และอาจทำให้พะยูนได้รับอันตราย&amp;nbsp; เพราะเมื่อก่อนเคยมีเรือสปีดโบ๊ตพานักท่องเที่ยวมาดูแล้วชนพะยูนตาย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 8pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 8pt;&quot;&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; ตนเคยรับราชการเป็นผู้ว่าฯ จ.ตรังมาก่อน&amp;nbsp; ก่อนจะย้ายไปรับราชการที่จังหวัดอื่นในปี 2554&amp;nbsp; ซึ่งในช่วงนั้นมีพะยูนอยู่ที่เกาะลิบงประมาณ&amp;nbsp; 250&amp;nbsp; ตัว &amp;nbsp;จนถือว่าเกาะลิบงเป็นเมืองหลวงของพะยูน &amp;nbsp;แต่ปัจจุบันพะยูนมีจำนวนลดลงเรื่อยๆ &amp;nbsp;ปัจจุบันเหลือประมาณ 187 ตัว &amp;nbsp;ดังนั้นจึงเป็นเรื่องดีที่ชาวเกาะลิบงได้ร่วมกันดูแลรักษาพะยูนเอาไว้&amp;nbsp; และเป็นจุดขายที่นักท่องเที่ยวต้องการมาดูที่เกาะลิบง&amp;nbsp; โดยไม่ต้องไปแข่งกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 8pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;ไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต (ขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 8pt;&quot;&gt;ส่วนเรื่องการพัฒนาชุมชนบนเกาะลิบงให้เข้มแข็งนั้น&amp;nbsp; ตนมีข้อคิดมาฝาก 10 เรื่อง&amp;nbsp; &amp;lsquo;10 ก&amp;rsquo; &amp;nbsp;คือ&amp;nbsp; 1.ชุมชนต้องมีแกนนำที่เข้มแข็ง&amp;nbsp; 2.มีการกำหนดเป้าหมาย&amp;nbsp; 3.มีกลไกการจัดการ (มีกฎระเบียบชุมชน&amp;nbsp; มีข้อมูล)&amp;nbsp; 4.มีกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนและชาวบ้าน&amp;nbsp; 5.มีกองทุนเพื่อใช้พัฒนาชุมชน&amp;nbsp; 6.มีการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น พัฒนาอาชีพ&amp;nbsp; สิ่งแวดล้อม ฯลฯ 7.มีกลุ่มต่างๆ&amp;nbsp; ทำให้ชุมชนมีพลัง&amp;nbsp; 8.มีการเชื่อมประสานภาคีเครือข่ายต่างๆ เพื่อสนับสนุนชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; องค์กรปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp; 9.มีกัลยาณมิตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ 10.มีการเกษตรนำไปสู่การสร้างแหล่งอาหาร&amp;nbsp; อาชีพ&amp;nbsp; และรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากการติดติดตามความคืบหน้าโครงการบ้านมั่นคงและการใช้อากาศยานไร้คนขับ &amp;lsquo;โดรน&amp;rsquo; เพื่อการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์พะยูนแล้ว&amp;nbsp; นายไมตรียังได้ร่วมกับชาวเกาะลิบงปล่อยลูก (ไข่) ปูม้าจำนวน&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; ล้านฟองลงสู่ทะเลด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ร่วมกับเยาวชนและชาวเกาะลิบงปล่อยลูกปูม้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59742</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ตรัง, ชาวเกาะลิบง, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., เพาะพันธุ์ปลิงทะเล, ไมตรี  อินทุสุต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200314/image_big_5e6c87cfe1f11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54797</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2020 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2020 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.ร่วมกับภาคีเครือข่ายเปิดศูนย์ฟื้นฟูฯ คนไร้บ้าน ‘บ้านโฮมแสนสุข’ ที่ขอนแก่น เพื่อเป็นศูนย์ตั้งหลักชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอนแก่น /&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ร่วมกับภาคีเครือข่ายเปิดศูนย์ฟืนฟูฯ คนไร้บ้าน &amp;lsquo;บ้านโฮมแสนสุข&amp;rsquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;เพื่อให้เป็นศูนย์ตั้งหลักชีวิต&amp;nbsp; สร้างอนาคตและชีวิตใหม่เป็นแห่งที่ 2 ต่อจากเชียงใหม่ &amp;nbsp;โดยมีนายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เป็นประธาน&amp;nbsp; รองรับคนไร้บ้านได้ 68 ราย&amp;nbsp; ใช้งบประมาณ 24 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้านตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (17 มกราคม)&amp;nbsp; เวลา 9.00 น.&amp;nbsp; มีพิธีเปิด &amp;lsquo;ศูนย์ฟื้นฟูพัฒนาศักยภาพบุคคลและสร้างชุมชนคนไร้บ้าน&amp;nbsp; บ้านโฮมแสนสุข&amp;rsquo; จังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;โดยมีนายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เป็นประธานในพิธี&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีนายปานทอง สระคูพันธ์ &amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น &amp;nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ร่วมแสดงความยินดี &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีผู้แทนสมาคมคนไร้บ้าน&amp;nbsp; ภาคีเครือข่ายการพัฒนา&amp;nbsp; และประชาชนเข้าร่วมงานประมาณ 300 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;ศูนย์ฟื้นฟูพัฒนาศักยภาพบุคคลและสร้างชุมชนคนไร้บ้าน&amp;nbsp; บ้านโฮมแสนสุข&amp;rsquo; &amp;nbsp;ตั้งอยู่ที่ถนนเหล่านาดี &amp;nbsp;ตำบลในเมือง อำเภอเมือง&amp;nbsp; จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp; ขนาดเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่&amp;nbsp; ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จำนวน&amp;nbsp; 24.7 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; นอกจากพิธีเปิดในวันนี้แล้ว&amp;nbsp; ยังมีการลงนามบันทึกความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน&amp;nbsp; คนเปราะบาง&amp;nbsp; และคนจนผู้เข้าไม่ถึงสิทธิ์ในจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp; โดยมีผู้แทน&amp;nbsp; หน่วยงานต่างๆ ร่วมลงนาม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายคนไร้บ้าน&amp;nbsp; นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น&amp;nbsp; รองผู้ว่า จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ร่วมกันเปิดป้ายบ้านโฮมแสนสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; ความสำเร็จในการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูพัฒนาศักยภาพบุคคลและสร้างชุมชนคนไร้บ้าน&amp;nbsp; บ้านโฮมแสนสุขในวันนี้&amp;nbsp; มาจากปัจจัย 3 ประการ&amp;nbsp; คือ 1.ประชาร่วมใจ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; มีเครือข่ายคนไร้บ้าน และพี่น้องคนจน&amp;nbsp; คนไร้บ้านในจังหวัดขอนแก่นรวมกลุ่มกัน&amp;nbsp; ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน&amp;nbsp; จนผลักดันให้เกิดศูนย์ฯ แห่งนี้ขึ้นมา&amp;nbsp; 2.ราชการร่วมมือ&amp;nbsp; คือ จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp; เทศบาลนครขอนแก่น&amp;nbsp; ภาควิชาการ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มหาวิทยาลัย&amp;nbsp; รวมทั้งภาคประชาสังคม&amp;nbsp; และหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พมจ.ให้การสนับสนุน&amp;nbsp; และ 3.รัฐมีความมุ่งมั่น&amp;nbsp; โดย พอช.เป็นหน่วยปฏิบัติ&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เสนอโครงการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้าน&amp;nbsp; และคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณ&amp;nbsp; 118 ล้านบาท&amp;nbsp; เพื่อจัดตั้งศูนย์ที่เชียงใหม่&amp;nbsp; ขอนแก่น&amp;nbsp; และปทุมธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความสำเร็จในวันนี้&amp;nbsp; มาจากปัจจัย 3 ประการดังกล่าว&amp;nbsp; ไม่มีใครทำเพียงฝ่ายเดียวให้สำเร็จได้&amp;nbsp; ทำให้พี่น้องคนไร้บ้านได้มีที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ซึ่งเป็นบ้านที่มั่นของมนุษย์&amp;nbsp; ตรงตามเป้าหมายของสหประชาชาติที่ต้องการให้ทุกคนมีที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญ และสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญไทยมาตรา 4 &amp;nbsp;ที่ระบุว่า&amp;nbsp; ปวงชนชาวไทยย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญเท่าเทียมกัน&amp;nbsp; และมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เหมือนกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายไมตรีกล่าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชิน&amp;nbsp; เอี่ยมอินทร์&amp;nbsp; นายกสมาคมคนไร้บ้าน&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; กลุ่มคนไร้บ้านถือเป็นกลุ่มคนที่เปราะบางในสังคม&amp;nbsp; บางคนมีปัญหาครอบครัว&amp;nbsp; เจ็บป่วย&amp;nbsp; พิการ&amp;nbsp; ตกงาน&amp;nbsp; ไม่มีรายได้&amp;nbsp; หรือมีรายได้ไม่เพียงพอที่จะหาที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;บางคนเพิ่งพ้นโทษไม่มีที่ไป &amp;nbsp;บางคนชอบชีวิตอิสระ&amp;nbsp; จึงออกมาใช้ชีวิตในที่สาธารณะ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ใต้สะพาน&amp;nbsp; สวนหย่อม&amp;nbsp; สถานีรถไฟ&amp;nbsp; สถานีขนส่ง&amp;nbsp; หรือที่รกร้างว่างเปล่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนใหญ่จะมีอาชีพเก็บขยะรีไซเคิลขาย&amp;nbsp; หรือรับจ้างทั่วไป&amp;nbsp; มีรายได้ไม่แน่นอน&amp;nbsp; แต่ไม่อยากจะเข้าไปอยู่ในสถานสงเคราะห์ของทางราชการ&amp;nbsp; เพราะมีกฎระเบียบ&amp;nbsp; มีการกำหนดเวลาเข้า-ออก&amp;nbsp; ไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไร้บ้านที่ต้องออกเก็บขยะรีไซเคิลตั้งแต่เช้ามืด&amp;nbsp; และกลับตอนค่ำ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นการมีศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านจึงเป็นทางออกหรือเป็นแสงสว่างของกลุ่มคนไร้บ้าน&amp;nbsp; และถือเป็น &amp;lsquo;ศูนย์ตั้งหลักชีวิต&amp;rsquo; เพราะทำให้คนไร้บ้านมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง &amp;nbsp;เมื่อมีที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; มีรายได้ ก็จะทำให้คนไร้บ้านคิดถึงอนาคต &amp;nbsp;และสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาใหม่ &amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานต่างๆ เป็นพี่เลี้ยงและให้การสนับสนุน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายสลัมสี่ภาค&amp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; สมาคมคนไร้บ้าน&amp;nbsp; พมจ.&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้างศูนย์ฯ ผ่าน พอช.&amp;nbsp; มีทั้งหมด 3 แห่ง&amp;nbsp; คือ 1. เชียงใหม่&amp;nbsp; เปิดดำเนินการแล้ว&amp;nbsp; รองรับคนไร้บ้านได้ประมาณ&amp;nbsp; 70 คน&amp;nbsp; 2.ขอนแก่น&amp;nbsp; และ 3.ปทุมธานี&amp;nbsp; กำลังก่อสร้าง&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสุชินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวดวงใจ&amp;nbsp; หงษ์กา ในห้องพักกว้างประมาณ 2.50 X 3 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวดวงใจ&amp;nbsp; หงษ์กา &amp;nbsp;ผู้แทนศูนย์คนไร้บ้าน &amp;lsquo;บ้านโฮมแสนสุข&amp;rsquo; &amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp; ตอนนี้มีคนไร้บ้านเข้ามาอยู่ที่ศูนย์แห่งนี้จำนวน 17 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยคนไร้บ้านจะบริหารจัดการกันเอง&amp;nbsp; มีการตั้งกฎระเบียบในอยู่อาศัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ห้ามดื่มเหล้า&amp;nbsp; ห้ามสูบบุหรี่&amp;nbsp; ห้ามเล่นการพนัน&amp;nbsp; ห้ามลักขโมย&amp;nbsp; ห้ามส่งเสียงรบกวนคนอื่น&amp;nbsp; ต้องช่วยกันออกค่าน้ำ&amp;nbsp; ค่าไฟ&amp;nbsp; ค่าบำรุงที่พัก&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการทำกิจกรรมร่วมกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปลูกผัก&amp;nbsp; เลี้ยงเป็ด&amp;nbsp; ไก่&amp;nbsp; เลี้ยงปลาดุก&amp;nbsp; เพาะเห็ด&amp;nbsp; เพื่อเอามาทำอาหาร&amp;nbsp; มีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการช่วยเหลือดูแลกัน&amp;nbsp; ทำให้ชีวิตคนไร้บ้านดีขึ้นกว่าเดิม&amp;nbsp; เพราะมีที่พักเป็นหลักแหล่ง&amp;nbsp; ไม่ต้องเร่ร่อน&amp;nbsp; มีเพื่อนพูดคุยปรับทุกข์&amp;nbsp; มีรายได้จากการเก็บของเก่า&amp;nbsp; ขายซื้อผ้ามือสอง&amp;nbsp; และรับจ้างทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อก่อนหนูอาศัยอยู่แถวศาลหลักเมือง&amp;nbsp; ตอนนี้อยู่กับแฟนในศูนย์ฯ หนูมีอาชีพเก็บของเก่าขาย ส่วนแฟนมีอาชีพรับจ้างทั่วไป&amp;nbsp; เมื่อก่อนจะเก็บของเก่าเอาไปขาย 3-4 วันครั้งหนึ่งจะได้เงินประมาณ 1,000 บาท&amp;nbsp; แต่ตอนนี้ได้ไม่ถึง&amp;nbsp; เพราะของเก่าราคาตก&amp;nbsp; อยู่ในศูนย์ทุกคนก็ต้องช่วยกันออกค่าน้ำเดือนละ&amp;nbsp; 75 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ค่าไฟเฉลี่ยกันจ่ายตามมิเตอร์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ค่าที่พักถ้าอยู่เป็นห้องเป็นครอบครัวเดือนละ 500 บาท&amp;nbsp; คนโสดหรือไม่มีรายได้ไม่ต้องเสีย&amp;nbsp; หนูตั้งใจว่าจะอยู่ที่นี่อีกประมาณ 2 ปีก็จะออกไปใช้ชีวิตข้างนอกกับแฟน หรืออาจจะเข้าร่วมกับโครงการบ้านมั่นคงของ พอช. เพื่อจะได้มีบ้านเป็นของตัวเอง &amp;nbsp;ตอนนี้กำลังเก็บเงินฝากเอาไว้ในกลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; และถ้าหนูออกไปอยู่ข้างนอก&amp;nbsp; คนไร้บ้านคนอื่นก็จะได้เข้ามาอยู่แทน&amp;rdquo; นางสาวดวงใจบอกถึงชีวิตในวันข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพบ้านโฮมแสนสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์ฟื้นฟูพัฒนาศักยภาพบุคคลและสร้างชุมชนคนไร้บ้าน&amp;nbsp; &amp;lsquo;บ้านโฮมแสนสุข&amp;rsquo; จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp; ตั้งอยู่ที่ถนนเหล่านาดี&amp;nbsp; ตำบลในเมือง&amp;nbsp; อำเภอเมือง &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีเนื้อที่ประมาณ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไร่&amp;nbsp; เริ่มก่อสร้างในปี 2561&amp;nbsp; ใช้งบประมาณทั้งหมด 24.7 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; ภายในแบ่งเป็นห้องพัก&amp;nbsp; รองรับคนไร้บ้านได้ 68 ราย (หมุนเวียนกันเข้ามาอยู่อาศัย)&amp;nbsp; โดยแบ่งเป็น 1. ห้องชั่วคราว (พัก 1-2 สัปดาห์)&amp;nbsp; 2.ห้องประจำ (อยู่ 1 เดือนขึ้นไป)&amp;nbsp; และ 3. ห้องมั่นคง (อยู่ระยะยาวสำหรับคนที่มีเป้าหมายจะตั้งหลักชีวิต)&amp;nbsp; ปัจจุบันมีคนไร้บ้านอยู่ห้องมั่นคงแล้ว 17 ราย&amp;nbsp; และหมุนเวียนมาอาศัยต่อเดือนประมาณ 50 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ภายในศูนย์ฯ ยังมีพื้นที่ทำกิจกรรม&amp;nbsp; สันทนาการ&amp;nbsp; แปลงเกษตร&amp;nbsp; ปลูกผัก&amp;nbsp; บ่อเลี้ยงปลา&amp;nbsp; เลี้ยงเป็ด&amp;nbsp; ไก่&amp;nbsp; รวมทั้งยังมีการจัดตั้งกองทุนคนไร้บ้าน &amp;nbsp;คือ &amp;nbsp;1.ออมเพื่อที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; สร้างอนาคตใหม่&amp;nbsp; 2.ออมเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp; การรักษาพยาบาล&amp;nbsp; และ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.ออมเพื่ออาชีพ (ปัจจุบันมีเงินออมรวมกันประมาณ 30,000 บาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์ฟื้นฟูพัฒนาศักยภาพบุคคลและสร้างชุมชนคนไร้บ้าน&amp;nbsp; &amp;lsquo;บ้านโฮมแสนสุข&amp;rsquo;&amp;nbsp; เป็นการดำเนินงานตาม &amp;lsquo;แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี&amp;rsquo; (พ.ศ.2560-2579) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดำเนินการโดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายพัฒนาที่อยู่อาศัยทั้งหมดประมาณ 1,050,000 &amp;nbsp;ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ประกอบด้วย&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.โครงการบ้านมั่นคงเมืองและชนบท&amp;nbsp; 2.โครงการบ้านพอเพียง&amp;nbsp; 3.การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; คลองบางซื่อ&amp;nbsp; และคลองเปรมประชากร&amp;nbsp; และ 4.กลุ่มคนไร้บ้าน (จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp; ขอนแก่น&amp;nbsp; และปทุมธานี&amp;nbsp; รวม 698 ราย &amp;nbsp;งบประมาณรวม 118 ล้านบาทเศษ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; จากข้อมูลการสำรวจจำนวนคนไร้บ้านในปี 2562 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; พบคนไร้บ้านในเขตเทศบาล&amp;nbsp; และเมืองใหญ่ทั่วประเทศจำนวน&amp;nbsp; 2,774 คน&amp;nbsp; โดยในจังหวัดขอนแก่นพบจำนวน 137 ราย&amp;nbsp; โดยในวันที่ 24 มกราคมนี้&amp;nbsp; จะมีการจัดงานสัมมนาที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อนำข้อมูลการสำรวจคนไร้บ้านทั่วประเทศมาวางแผนแก้ไขปัญหาเชิงนโยบายต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาชีพขายเสื้อผ้ามือสอง (มีผู้บริจาค) นำรายได้ส่วนหนึ่งเข้ากองกลางของคนไร้บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานหัตถกรรมสร้างรายได้ให้คนไร้บ้าน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54797</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;ขอนแก่น&#039;, คนไร้บ้าน, บ้านโฮมแสนสุข’, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., ไมตรี  อินทุสุต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200117/image_big_5e215a6568908.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2019 19:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2019 17:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สร้างศูนย์ฟื้นฟูฯ คนไร้บ้านแห่งที่ 3 ที่ปทุมธานีเป็นแหล่งพักพิง-สร้างชีวิตใหม่ เผยผลสำรวจพบคนไร้บ้านทั่วประเทศ 2,669 คน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:2.25pt&quot;&gt;
ปทุมธานี/ นายไมตรี อินทุสุต ประธานบอร์ด พอช. เป็นประธานพิธียกเสาเอกศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านปทุมธานี&amp;nbsp; ถือเป็นแห่งที่ 3 หลังจากเปิดที่เชียงใหม่และขอนแก่นแล้ว&amp;nbsp; คาดกลางปีหน้าสามารถเปิดศูนย์ฯ ได้ &amp;nbsp;รองรับคนไร้บ้านได้ 100 คน&amp;nbsp; เพื่อเป็นแหล่งพักพิง&amp;nbsp; ฝึกอาชีพ ฯลฯ เป้าหมายเพื่อให้คนไร้บ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp; สามารถใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นๆ ในสังคมหรือกลับไปอยู่กับครอบครัวได้&amp;nbsp; ขณะที่ข้อมูลการสำรวจพบคนไร้บ้านทั่วประเทศ 2,669 คน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:2.25pt&quot;&gt;ตามที่รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) โดยมีสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ดำเนินการ&amp;nbsp; มีเป้าหมายครัวเรือนที่มีรายได้น้อยประมาณ 1 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ซึ่งในจำนวนนี้รวมกลุ่มคนไร้บ้านจำนวน&amp;nbsp; 689 ราย&amp;nbsp; โดยรัฐบาลอนุมัติงบประมาณรวม 118.6 ล้านบาท&amp;nbsp; เพื่อสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้าน&amp;nbsp; จำนวน 3 แห่ง (เชียงใหม่&amp;nbsp; ขอนแก่น&amp;nbsp; และกรุงเทพฯ-ปทุมธานี) ดำเนินการแล้วที่จังหวัดเชียงใหม่และขอนแก่น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:2.25pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:2.25pt&quot;&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต (กลาง) ประธานพิธียกเสาเอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:2.25pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:2.25pt&quot;&gt;ล่าสุดวันนี้ (1 ตุลาคม) ระหว่างเวลา 9.00-12.00 น.&amp;nbsp; มีพิธียกเสาเอกศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านปทุมธานี ซึ่งถือเป็นศูนย์ฟื้นฟูฯ แห่งที่ 3&amp;nbsp; ตั้งอยู่ที่ ต.บางพูน&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.ปทุมธานี&amp;nbsp; โดยมีนายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ผู้แทนสำนักงานงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp; นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางพูน&amp;nbsp; นายกสมาคมคนไร้บ้าน&amp;nbsp; เครือข่ายสลัมสี่ภาค&amp;nbsp; และสมาชิกเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนเข้าร่วมงานประมาณ 150 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:2.25pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:2.25pt&quot;&gt;ทั้งนี้ศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพปทุมธานี&amp;nbsp; มีพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ 2 งานเศษ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใช้งบจัดซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 1 หลัง&amp;nbsp; ราคา 19.5 ล้านบาท&amp;nbsp; งบก่อสร้างศูนย์ฟื้นฟูฯ จำนวน 10.61 ล้านบาท&amp;nbsp; และงบสนับสนุนการฟื้นฟูฯ&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 30 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; โดยใช้งบประมาณจากการสนับสนุนของรัฐบาลผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; สามารถรองรองรับคนไร้บ้านในย่านดอนเมือง&amp;nbsp; จตุจักร&amp;nbsp; ปทุมธานี&amp;nbsp; รังสิต&amp;nbsp; ฯลฯ ได้ประมาณ 100 คน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:2.25pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:2.25pt&quot;&gt;ภายในศูนย์จะมีห้องพัก&amp;nbsp; ห้องจัดกิจกรรม&amp;nbsp; ห้องประชุม&amp;nbsp; สถานที่ฝึกอาชีพ&amp;nbsp; สันทนาการ&amp;nbsp; มีแปลงปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; โรงเพาะเห็ด เพื่อใช้เป็นอาหารและขายเป็นรายได้&amp;nbsp; มีเป้าหมายเพื่อเป็นศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มคนไร้บ้าน&amp;nbsp; เพื่อให้คนไร้บ้านสามารถใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นๆ ในสังคม&amp;nbsp; รวมถึงกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวได้&amp;nbsp; ตามแผนงานจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ&amp;nbsp; 8 เดือน&amp;nbsp; หรือคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณกลางปี 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:2.25pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:2.25pt&quot;&gt;&amp;nbsp;โมเดลศูนย์ฟื้นฟูฯ คนไร้บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:2.25pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายไมตรี อินทุสุต ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะดูแลพี่น้องที่กระจัดกระจาย และไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ต้องอาศัยที่สาธารณะ ค่ำไหนนอนนั่น &amp;nbsp;โดยเมื่อ 3 ปีก่อนรัฐบาลได้ให้งบประมาณแก่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เพื่อสร้างศูนย์ฟื้นฟูฯ ให้กับคนไร้บ้านทั้งหมด 3 แห่ง&amp;nbsp; คือ 1.จังหวัดเชียงใหม่ 2.จังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;และ 3.จังหวัดปทุมธานี &amp;nbsp;คือที่ตำบลบางพูนแห่งนี้ คาดว่าหลังสงกรานต์ปีหน้าคงจะสำเร็จแล้วเข้าอยู่ได้ เพื่อเป็นแหล่งทำกิน &amp;nbsp;เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ทั้งนี้ขอให้พี่น้องที่จะมาอยู่ที่นี่&amp;nbsp; มีความพูนสุข&amp;nbsp; สุขเกษม&amp;nbsp; และเป็นคนดีของสังคม เกื้อกูล เอื้ออาทรกัน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เป็นสถาบันฯ ที่มาช่วยขับเคลื่อนการทำงานของพี่น้อง&amp;nbsp; โดยอาศัยหลักการ ก-ข-ค&amp;nbsp; &amp;lsquo;ก&amp;rsquo; คือ แกนนำ &amp;lsquo;ข&amp;rsquo; คือ ขบวนชุมชน &amp;lsquo;ค&amp;rsquo; &amp;nbsp;คือเครือข่าย เพื่อเกิดเป็นพลังที่แกร่ง &amp;nbsp;เข้มแข็ง &amp;nbsp;และเคลื่อนงาน&amp;rdquo; นายไมตรีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ ภาระสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; พี่น้องคนไร้บ้านถือว่าเป็นคนชายขอบของเมือง &amp;nbsp;สิ่งที่สำคัญคือว่า &amp;nbsp;แม้ว่าเราจะเป็นคนชายขอบของเมือง &amp;nbsp;แต่ความมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ &amp;nbsp;ทุกคนย่อมควรจะมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง &amp;nbsp;และจะต้องมีกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง &amp;nbsp;โดยมีหลักสำคัญ&amp;nbsp; คือ การช่วยตนเอง &amp;nbsp;การแก้ไขปัญหา &amp;nbsp;ทั้งระดับพื้นที่และนโยบาย &amp;nbsp;ดังนั้นสถานที่แห่งนี้ที่เราสร้างก็คือศูนย์เรียนรู้ อยากให้พวกเราทุกคนได้เรียนรู้ตลอดชีวิต เรียนรู้อย่างมีคุณภาพ และเป็นประโยชน์กับสังคมต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสุชิน&amp;nbsp; เอี่ยมอินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสุชินทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอี่ยมอินทร์&amp;nbsp; นายกสมาคมคนไร้บ้าน&amp;nbsp; กล่าวถึงที่มาของคนไร้บ้านว่า&amp;nbsp; มีที่มาจากหลายสาเหตุ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; บางคนมีปัญหากับครอบครัว&amp;nbsp; มีโรคประจำตัว&amp;nbsp; พิการ&amp;nbsp; ครอบครัวรังเกียจ&amp;nbsp; เป็นผู้สูงอายุไม่มีคนดูแล&amp;nbsp; ตกงาน&amp;nbsp; ไม่มีรายได้&amp;nbsp; ไม่มีเงินค่าเช่าบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางคนเพิ่งออกมาจากคุกไม่มีทางไป&amp;nbsp; บางคนชอบอิสระ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ชอบทำงาน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; จึงต้องออกมาใช้ชีวิตเร่ร่อน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามที่สาธารณะ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ริมถนน&amp;nbsp; สวนหย่อม&amp;nbsp; สถานีรถไฟ &amp;nbsp;ใต้สะพานลอย&amp;nbsp; สถานีขนส่ง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนใหญ่มีรายได้จากการเก็บขยะรีไซเคิลต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ขวด กระป๋องเครื่องดื่ม&amp;nbsp; เศษกระดาษ&amp;nbsp; และมีปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สุขภาพไม่ดี&amp;nbsp; ไม่มีบัตรประชาชนหรือบัตรหาย&amp;nbsp; เมื่อเจ็บป่วยไปหาหมอไม่ได้&amp;nbsp; ทำให้เข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูฯ คนไร้บ้านขึ้นมาถือว่าเป็นเรื่องที่ดี&amp;nbsp; เพราะจะทำให้คนไร้บ้านมีที่พักพิง ไม่ต้องร่อนเร่&amp;nbsp; หรือไปอาศัยหลับนอนตามใต้สะพานหรือตามที่สาธารณะ&amp;nbsp; ผมถือว่าที่นี่เป็นสถานที่ตั้งหลักชีวิต&amp;nbsp; ไม่ว่าเราจะล้มลุกคลุกคลานมาจากที่ไหน&amp;nbsp; แต่ที่ศูนย์ฟื้นฟูฯ จะทำให้เรามีที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; มีข้าวกิน เมื่อท้องอิ่ม&amp;nbsp; ได้หลับนอนอย่างเต็มที่&amp;nbsp; เราก็จะมีพลังความคิดที่จะแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; หรือทำมาหากินต่างๆ เพื่อให้มีรายได้มาเลี้ยงดูตัวเอง&amp;nbsp; ไม่ต้องเร่ร่อนอีกต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายกสมาคมคนไร้บ้านกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชินกล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; ยังมีกลุ่มคนไร้บ้านอีกจำนวนมากที่ยังขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามสถานที่สาธารณะ&amp;nbsp; กระจายอยู่ทั่วประเทศ&amp;nbsp; หลายคนไม่มีบัตรประชาชน&amp;nbsp; หรือบัตรประชาชนหาย&amp;nbsp; ทำให้เข้าไม่ถึงบริการจากรัฐ&amp;nbsp; โดยเฉพาะเรื่องการรักษาพยาบาล &amp;nbsp;ดังนั้นหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; 9 หน่วยงาน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กระทรวง พม.&amp;nbsp; กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp; สสส.&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; และสมาคมคนไร้บ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงได้ร่วมกันสำรวจข้อมูลประชากรคนไร้บ้านในเขตเทศบาลทั่วประเทศ&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 45 จังหวัด&amp;nbsp; ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงกรกฎาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; พบว่า&amp;nbsp; มีคนไร้บ้านทั่วประเทศจำนวน 2,669 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งข้อมูลที่ได้นี้จะนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหากลุ่มคนไร้บ้านต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่วมปลูกผักสวนครัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ปัจจุบันกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สนับสนุนการจัดสร้าง &amp;ldquo;ศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้าน&amp;rdquo; ขึ้นมา 3 แห่ง&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1.เชียงใหม่&amp;nbsp; ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อกลางปี 2561 สามารถรองรับคนไร้บ้านได้ประมาณ 50 คน&amp;nbsp; ทำให้คนไร้บ้านในจังหวัดเชียงใหม่มีที่พักพิง&amp;nbsp; มีทั้งห้องพักส่วนตัวและห้องพักรวม&amp;nbsp; มีการฝึกอาชีพต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำแปลงเกษตร&amp;nbsp; เลี้ยงไก่&amp;nbsp; การคัดแยกขยะขาย ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์และกองทุนสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือสมาชิก โดยสมาชิกจะต้องสมทบเงินเข้ากองทุนเดือนละ 50 บาท&amp;nbsp; ขณะที่คนไร้บ้านที่มีอาชีพ&amp;nbsp; มีรายได้จะต้องช่วยกันออกค่าน้ำค่าไฟ (เฉลี่ยจากมิเตอร์) และค่าบำรุงห้องพักเดือนละ 300 บาท&amp;nbsp; โดยมีกฎระเบียบในการอยู่อาศัยร่วมกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ห้ามเล่นการพนัน&amp;nbsp; ห้ามดื่มสุรา&amp;nbsp; ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ศูนย์ฟื้นฟูคนไร้บ้าน จ.เชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in&quot;&gt;2.ขอนแก่น เพิ่งก่อสร้างเสร็จ&amp;nbsp; แต่มีคนไร้บ้านส่วนหนึ่งเข้าอยู่อาศัยแล้ว&amp;nbsp; สามารถรองรับคนไร้บ้านได้ประมาณ 100&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; และ 3.กรุงเทพฯ (ปทุมธานี) กำลังดำเนินการก่อสร้าง &amp;nbsp;รองรับได้ประมาณ 100 คน &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีศูนย์พักคนไร้บ้าน&amp;nbsp; สุวิทย์&amp;nbsp; วัดหนู&amp;nbsp; เขตบางกอกน้อย, ศูนย์พักคนไร้บ้านตลิ่งชัน&amp;nbsp; และโครงการบ้านหลังแรกของคนไร้บ้าน&amp;nbsp; ที่ริมทางรถไฟย่านพุทธมณฑลสาย &amp;nbsp;2&amp;nbsp; ดำเนินงานโดยมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัยและเครือข่ายสลัม 4 ภาค &amp;nbsp;รองรับคนไร้บ้านได้ประมาณ 100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in&quot;&gt;ทั้งนี้แผนงานการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มคนไร้บ้าน&amp;nbsp; ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) &amp;nbsp;ของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เพื่อใช้เป็นกรอบในการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะยาว &amp;nbsp;และเสริมสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;และครอบคลุมในทุกมิติ&amp;nbsp; มีเป้าหมายทั้งหมดประมาณ 3 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ รับผิดชอบประมาณ 1 ล้านครัวเรือน (บ้านมั่นคง บ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; คนไร้บ้าน ฯลฯ) ส่วนการเคหะแห่งชาติรับผิดชอบ 2 ล้านครัวเรือน (บ้านเอื้ออาทร&amp;nbsp; บ้านการเคะฯ)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47064</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนไร้บ้าน, พอช., แหล่งพักพิง, ไมตรี อินทุสุต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191001/image_big_5d933f85e46a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2019 20:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2019 20:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ประชุมสัญจรที่นครนายก เผยแผนงาน 3   ปีสร้างความมั่นคงที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยกว่า 200,000 ครัวเรือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ.นครนายก/ คณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช.จัดประชุมสัญจรที่ จ.นครนายก&amp;nbsp; โดย ผวจ.ดึง พอช.เข้าร่วมพัฒนาจัดหวัด&amp;nbsp; เสนอจัดทำ &amp;lsquo;One Data&amp;nbsp; One&amp;nbsp; Plan&amp;rsquo; ร่วมกัน&amp;nbsp; เน้นผลประโยชน์ของประชาชน&amp;nbsp; ด้านคณะกรรมการสถาบันฯ เห็นชอบแผนงาน 3 ปี (2563-2565)&amp;nbsp; และแผนปี 2563 ของ พอช.&amp;nbsp; เผยแผน 3 ปีด้านความมั่นคงที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยมีเป้าหมายสนับสนุน 211,482&amp;nbsp; ครัวเรือนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (29 สิงหาคม) คณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และผู้บริหารสถาบันฯ จำนวน&amp;nbsp; 40 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้เดินทางมาประชุมสัญจรที่จังหวัดนครนายก&amp;nbsp; โดยในช่วงเช้านายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต &amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการสถาบันฯ &amp;nbsp;นำคณะเข้าเยี่ยมนายณัฐพงศ์&amp;nbsp; ศิริชนะ&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกที่ศาลากลางจังหวัด&amp;nbsp; มีการหารือการทำงานของ พอช.ในพื้นที่จังหวัดนครนายก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันฯ กล่าวว่า พอช.ทำงานสนับสนุนการพัฒนาของชุมชนหลายด้าน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เรื่องที่อยู่อาศัยมีโครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; ซึ่งสนับสนุนการซ่อมแซมบ้านเรือนที่ยากจน&amp;nbsp; งบประมาณหลังละ 18,000 บาท&amp;nbsp; ดำเนินการในจังหวัดนครนายกไปแล้ว 721 ครัวเรือน&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคงชนบท ดำเนินการไปแล้ว&amp;nbsp; 9 ชุมชน&amp;nbsp; 654&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคงฯ บางโครงการติดอุปสรรคการขอใช้ที่ดินของรัฐเพื่อแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; จึงขอให้ทางผู้ว่าฯ ช่วยแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรัฐพงศ์&amp;nbsp; ศิริชนะ&amp;nbsp; ผู้ว่า จ.นครนายก&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ที่ผ่านมาทาง พอช.ดำเนินโครงการต่างๆ ในจังหวัดนครนายกไปตามโครงการของ พอช.&amp;nbsp; ขณะที่จังหวัดนครนายกมีการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนระดับตำบล&amp;nbsp; อำเภอ&amp;nbsp; และจังหวัด&amp;nbsp; ซึ่งในส่วนของคณะกรรมการฯ ระดับจังหวัด (พชจ.) มีการดำเนินโครงการหลายด้าน&amp;nbsp; หลายมิติ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; คนพิการ&amp;nbsp; สตรี&amp;nbsp; รวมทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; โดยทำงานร่วมกับพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด&amp;nbsp; รวมทั้งสาธารณสุขจังหวัด&amp;nbsp; แต่ที่ผ่านมายังขาดการประสานการทำงานร่วมกัน&amp;nbsp; ต่างคนต่างทำ&amp;nbsp; ตนจึงอยากชวนผู้แทน พอช.เข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนระดับจังหวัด (พชจ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเสนอให้มีการทำงานร่วมกันแบบ One&amp;nbsp; Data&amp;nbsp; One&amp;nbsp; Plan&amp;nbsp; คือ มีการสำรวจข้อมูลต่างๆ ร่วมกัน&amp;nbsp; แล้วนำมาจัดทำแผนงานร่วมกัน&amp;nbsp; เพื่อไม่ให้การทำงานทับซ้อนกัน&amp;nbsp; โดยยึดเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง&amp;nbsp; จะทำให้การทำงานต่างๆ ง่ายขึ้น&amp;nbsp; นอกจากนี้ในส่วนของของบ้านพอเพียงชนบทซึ่งเป็นโครงการซ่อมสร้างที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนที่เดือดร้อนนั้น&amp;nbsp; ผมเสนอให้มีการจ้างนักเรียนอาชีวะมาเป็นช่าง&amp;nbsp; สร้างทีมช่างระดับตำบลขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อเป็นการสร้างอาชีพ&amp;nbsp; สร้างงานในพื้นที่&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผวจ.นครนายกกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรัฐพงศ์&amp;nbsp; ศิริชนะ&amp;nbsp; ผู้ว่า จ.นครนายก&amp;nbsp; (เสื้อชมพู) นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต (เสื้อฟ้า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นเวลา 9.00-12.30 น.&amp;nbsp; มีการประชุมคณะกรรมการสถาบันฯ&amp;nbsp; ณ ห้องประชุมขุนด่าน&amp;nbsp; โดยมีวาระการประชุมที่สำคัญ&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;การเสนอแผนปฏิบัติการระยะ 3 ปี (พ.ศ.2563-2565)&amp;nbsp; และแผนปฏิบัติการปีงบประมาณ 2563&amp;nbsp; เพื่อให้คณะกรรมการสถาบันฯ พิจารณาเห็นชอบ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กรอบแผนปฏิบัติการระยะ 3 ปี&amp;nbsp; (พ.ศ.2563-2565)&amp;nbsp; มี 4 ประเด็นการพัฒนา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1. การพัฒนาโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง&amp;nbsp; มีเป้าหมายสนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นมความเข้มแข็ง&amp;nbsp; มีระบบที่พัฒนาไปสู่การจัดการตนเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยการจัดทำแผนพัฒนาตำบล&amp;nbsp; รวม 3 ปี จำนวน &amp;nbsp;6,000 ตำบลทั่วประเทศ&amp;nbsp; การสนับสนุนให้ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยในเมืองและชนบทมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 3 ปี จำนวน &amp;nbsp;211,482 ครัวเรือน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การพัฒนาศักยภาพคนในขบวนองค์กรชุมชนและองค์กรชุมชน&amp;nbsp; มีเป้าหมายให้ผู้นำชุมชนมีศักยภาพ&amp;nbsp; องค์กรชุมชนสามารถบริหารจัดการตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาล&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีผู้นำที่เข้าสู่กระบวนการพัฒนาและได้รับการพัฒนา&amp;nbsp; รวม 3 ปี&amp;nbsp; จำนวน 30,000 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบลสามารถดำเนินงานได้ตามภารกิจ รวม 3 ปี จำนวน&amp;nbsp; 6,680 ตำบล&amp;nbsp; มีตำบลที่มีการจัดสวัสดิการพื้นฐานให้กับสมาชิกในชุมชน&amp;nbsp; รวม 3 ปี&amp;nbsp; จำนวน 6,700 ตำบล&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประชุมคณะกรรมการสถาบันฯ&amp;nbsp; ที่ศาลากลาง จ.นครนายก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแผนปฏิบัติการประจำปี 2563 มีโครงการที่สำคัญ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำนวน 20,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; โครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; จำนวน 43,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเปรมประชากร จำนวน 3,115 ครัวเรือน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้เห็นชอบแผนดังกล่าว&amp;nbsp; ส่วนงบประมาณที่จะใช้ในปี 2563 อยู่ในวงเงิน 8,681 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; แยกเป็นงบดำเนินงาน&amp;nbsp; 225 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; งบพัฒนาตามแผนงาน&amp;nbsp; 128&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล้านบาท&amp;nbsp; และงบประมาณอุดหนุนโครงการต่างๆ&amp;nbsp; รวม 8,328 ล้านบาท&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างกระบวนการดำเนินงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยต้องเสนอผ่านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp; และเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นในช่วงบ่ายคณะกรรมการสถาบันฯ และผู้บริหารสถาบันฯ ได้เดินทางไปที่วัดฝั่งคลอง&amp;nbsp; เทศบาลตำบลเกาะหวาย&amp;nbsp; อ.ปากพลี&amp;nbsp; จ.นครนายก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานของสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลเกาะหวาย&amp;nbsp; ซึ่งชาวชุมชนส่วนใหญ่มีเชื้อสายไทพวน&amp;nbsp; มีพิธีบายศรีสู่ขวัญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; และการแสดงศิลปวัฒนธรรมของชาวไทพวนต้อนรับคณะกรรมการสถาบันฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสกิด&amp;nbsp; ทางาม&amp;nbsp; ประธานสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลเกาะหวาย&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ตำบลเกาะหวายมีพื้นที่ประมาณ 2 ตารางกิโลเมตร&amp;nbsp; มี 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp; รวม 720 ครัวเรือน&amp;nbsp; ประชากรประมาณ 1,900 คน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา&amp;nbsp; และรับจ้างทั่วไป&amp;nbsp; ชาวบ้านส่วนใหญ่มีเชื้อสายไทพวนซึ่งอพยพมาจากเมืองเชียงขวาง&amp;nbsp; ประเทศลาว&amp;nbsp; ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์&amp;nbsp; ปัจจุบันชาวไทพวนตำบลเกาะหวายยังรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวไทพวนเอาไว้อย่างเหนียวแน่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การแต่งกาย&amp;nbsp; ภาษาพูด&amp;nbsp; ภาษาเขียน&amp;nbsp; อาหาร&amp;nbsp; การยึดถือ &amp;lsquo;ฮีต 12 คลอง 14&amp;rsquo; (คล้ายกับประเพณี 12 เดือนของไทย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลเกาะหวาย จัดตั้งขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2555&amp;nbsp; มีคณะทำงานสภาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ประมาณ 60 คน&amp;nbsp; มีกลุ่มที่ร่วมจดแจ้งจัดตั้งสภาฯ จำนวน 30 กลุ่ม&amp;nbsp; จากการวิเคราะห์ข้อมูลตำบลร่วมกันของคณะทำงานสภาฯ พบว่า&amp;nbsp; ในตำบลเกาะหวายยังไม่มีปัญหาที่เป็นประเด็นร้อน&amp;nbsp; แต่คณะทำงานสภาฯ เห็นว่า&amp;nbsp; ขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมประเพณีของชาวไทพวนหากไม่รักษาเอาไว้ในอนาคตอาจไม่มีผู้สืบทอด&amp;nbsp; โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนและคนรุ่นใหม่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นคณะทำงานสภาฯ จึงร่วมกันสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูวัฒนธรรมของชาวไทพวนเอาไว้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พิธีบายศรีสู่ขวัญ&amp;nbsp; การแต่งกาย&amp;nbsp; การทอผ้าลายโบราณ&amp;nbsp; ภาษาพูด&amp;nbsp; ภาษาเขียน&amp;nbsp; อาหาร&amp;nbsp; และการแสดงพื้นบ้านของชาวไทพวน&amp;nbsp; นอกจากนี้คณะทำงานฯ ยังสนับสนุนเรื่องการท่องเที่ยวชุมชนตำบลเกาะหวาย &amp;nbsp;โดยมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านไทพวน&amp;nbsp; เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวไทพวน&amp;nbsp; รวมทั้งมีการแสดงพื้นบ้านต่างๆ เอาไว้ต้อนรับผู้มาเยือน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ขบวนกลองยาว&amp;nbsp; เพลงเรือไทพวน&amp;nbsp; และมีขันโตกไทพวนเอาไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลเกาะหวายพูดถึงบทบาทของสภาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวไทพวนผูกผ้าขาวม้าต้อนรับนายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอรกัญญา&amp;nbsp; นิลบุตรดา&amp;nbsp; ผู้ประสานงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครนายก&amp;nbsp; กล่าวถึงผลการดำเนินงานของขบวนองค์กรชุมชน จ.นครนายกว่า&amp;nbsp; ปัจจุบันมีการจัดสภาองค์กรชุมชนตำบลเต็มพื้นที่แล้ว&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 45 ตำบล&amp;nbsp; มีสมาชิกสภาฯ 1,654 คน&amp;nbsp; มีองค์กรชุมชนที่เป็นสมาชิกรวม&amp;nbsp; 1,290 กลุ่ม&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีศูนย์ประสานงานขบวนองค์กรชุมชนตั้งอยู่ภายในศาลากลางจังหวัดนครนายก&amp;nbsp; เพื่อเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนงานและเชื่อมโยงการทำงานกับภาคีเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พัฒนาชุมชน&amp;nbsp; พมจ.จังหวัด&amp;nbsp; บริษัทประชารัฐรักสามัคคี&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อนำไปสู่เป้าหมายและทิศทางการพัฒนาที่ตรงกับความต้องการของชาวนครนายก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้สภาองค์กรชุมชนในแต่ละตำบลยังได้ขับเคลื่อนงานไปสู่การพัฒนาด้านต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล&amp;nbsp; ปัจจุบันมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนในจังหวัดนครนายกแล้ว 44 กองทุน&amp;nbsp; มีสมาชิกรวมประมาณ&amp;nbsp; 6,500 คน&amp;nbsp; เงินทุนสะสมกว่า 99 ล้านบาท&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังขับเคลื่อนเรื่องเศรษฐกิจและทุนชุมชน&amp;nbsp; รวม 15 ตำบล&amp;nbsp; ดำเนินการในลักษณะคลัสเตอร์หรือเครือข่าย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เกษตรอินทรีย์&amp;nbsp; ท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp; แปรรูปผลผลิต&amp;nbsp; รวมทั้งทำเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัยด้วย&amp;nbsp; โดยทำเรื่องบ้านพอเพียงชนบทแล้ว 41 ตำบล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีผู้ได้รับประโยชน์ 721 ครัวเรือน&amp;nbsp; ใช้งบประมาณ 12 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp;&amp;nbsp; และทำเรื่องบ้านมั่นคงเมือง 9 โครงการ&amp;nbsp; 9 ชุมชน จำนวน 654 ครัวเรือน&amp;nbsp; ใช้งบประมาณรวม 31 ล้านบาทเศษ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้ประสานงานขบวนองค์กรชุมชน จ.นครนายกกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; ร่วมรำวงกับชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันฯ กล่าวแก่ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครนายก&amp;nbsp; และคณะทำงานสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลเกาะหวายว่า&amp;nbsp; ตำบลเกาะหวายมีจุดแข็งของตนหลายอย่าง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เรื่องวัฒนธรรมประเพณีไทพวน&amp;nbsp; เป็นหมู่บ้านศีล 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีกลุ่มผู้สูงอายุร่วมกันขับเคลื่อน&amp;nbsp; จนได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; รางวัลจากสำนักงานพระพุทธศาสนา&amp;nbsp; กระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จุดเด่น&amp;nbsp; จุดขายของวัฒนธรรมไทพวนที่หลากหลาย&amp;nbsp; ทำให้เชื่อมโยงไปสู่เรื่องการท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp; โดยมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่กำลังจะยกระดับพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp; มีผลิตภัณฑ์ชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การทอผ้าไทพวน&amp;nbsp; มีกลุ่มอาชีพผลิตเสื้อผ้า&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ซึ่งการพัฒนาต่างๆ เหล่านี้ พอช.เป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามากระตุ้นให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง&amp;nbsp; เกิดการพัฒนาในด้านต่างๆ&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายไมตรียกตัวอย่าง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทอผ้าโบราณชาวไทพวน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44585</URL_LINK>
                <HASHTAG>การพัฒนาที่อยู่อาศัย, นครนายก, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช, ไมตรี  อินทุสุต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d67ce5604950.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2019 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2019 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนคนโคราชจับมือ พอช.จัดงานมอบบ้านพอเพียง 430 ครอบครัว ตั้งเป้าปี 2563 สนับสนุนการซ่อมแซมบ้านเรือนผู้เดือดร้อนทั่วประเทศอีก 40,000 หลัง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นครราชสีมา/&amp;nbsp; เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน จ.นครราชสีมา&amp;nbsp; จับมือ พอช. จัดงานมอบบ้านพอเพียงชนบท &amp;nbsp;ซ่อมแซมบ้านเรือนที่มีสภาพทรุดโทรม&amp;nbsp; ฐานะยากจน&amp;nbsp; ใน จ.นครราชสีมา&amp;nbsp; รวม 430 ครอบครัว&amp;nbsp; เผย 3 ปี พอช.สนับสนุนการซ่อมแซมบ้านพอเพียงทั่วประเทศแล้ว 352,000 หลัง&amp;nbsp; งบประมาณไม่เกินหลังละ 18,000&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; โดยใช้แรงงานจิตอาสาและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp; ตั้งเป้าปี 2563 สนับสนุนอีก 40,000 หลัง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;วันนี้ (31 กรกฎาคม) เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน จ.นครราชสีมา &amp;nbsp;ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; &amp;nbsp;และหน่วยงานภาคี&amp;nbsp; ร่วมกันจัดงาน &amp;lsquo;โครงการมอบบ้านพอเพียง&amp;nbsp; เพื่อคนพอเพียงจังหวัดนครราชสีมา&amp;rsquo; ที่โรงเรียนบ้านดอนชมพู (สังฆประชานุเคราะห์) ต.ดอนชมพู&amp;nbsp; อ.โนนสูง&amp;nbsp; จ.นครราชสีมา&amp;nbsp; เพื่อมอบบ้านพอเพียงให้แก่ประชาชนที่มีสภาพบ้านเรือนทรุดโทรมและมีฐานะยากจน&amp;nbsp; ดำเนินการซ่อมแซมบ้านในปี 2560-2562 &amp;nbsp;จำนวน 430 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในพื้นที่ 19 ตำบลใน จ.นครราชสีมา&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีนายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานกรรมการบริหาร &amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เป็นประธานพิธีมอบบ้านพอเพียง&amp;nbsp; มีนายอนันต์ศักดิ์ วุฒิสิงห์ชัย &amp;nbsp;นายอำเภอโนนสูง และสมาชิกเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลต่างๆ&amp;nbsp; เข้าร่วมงานประมาณ 600&amp;nbsp; คน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; (กลาง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายสมคิด&amp;nbsp; สิริวัฒนากุล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการบริหารขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp; กล่าวว่า เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนจังหวัดนครราชสีมาเป็นกลุ่มองค์กรที่รวมตัวกันจัดตั้งขึ้นมาตามพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชนตำบล พ.ศ.2551 เพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา &amp;nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิกเครือข่ายรวมกันจำนวน 289 ตำบล และกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการจดแจ้งสภาองค์กรชุมชนตำบลให้ครอบคลุมครบทุกพื้นที่ในเขตจังหวัดนครราชสีมา โดยได้รับการสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ปัจจุบันเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนจังหวัดนครราชสีมา ได้ดำเนินการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp; โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง &amp;nbsp;ภายใต้ยุทธศาสตร์ &amp;ldquo;โคราชหนึ่งเดียว&amp;rdquo; &amp;nbsp;คือ &amp;nbsp;การขับเคลื่อนงานพัฒนาในทุกมิติ &amp;nbsp;ทั้งด้านสังคม &amp;nbsp;เศรษฐกิจ &amp;nbsp;ทรัพยากร&amp;nbsp; สิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;ตลอดจนด้านสุขภาพ &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายเดียวกัน &amp;nbsp;ด้วยพลังของความเป็นหนึ่งเดียวในการร่วมมือเพื่อการแก้ไขปัญหาของพี่น้องชาวโคราช &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยในช่วงที่ผ่านมาได้จัดทำแผนพัฒนาเชิงพื้นที่จำนวน 88 &amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp; การเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชน 30 &amp;nbsp;พื้นที่ &amp;nbsp;การพัฒนาผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคง 48 &amp;nbsp;ชุมชน &amp;nbsp;รวม &amp;nbsp;4,881 ครอบครัว &amp;nbsp;&amp;nbsp;กองทุนสวัสดิการชุมชน 135 &amp;nbsp;พื้นที่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;และการจัดการทรัพยากรเกษตรยั่งยืน 50 พื้นที่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ส่วนโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยตามโครงการบ้านพอเพียง&amp;nbsp; เป็นการสนับสนุนการซ่อมแซมบ้านเรือนให้กับชาวบ้านที่มีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนทรุดโทรม &amp;nbsp;ดำเนินการในปี 2560-2562 &amp;nbsp;ซ่อมแซมบ้านไปแล้ว&amp;nbsp; 430 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ สนับสนุนงบประมาณไม่เกินครัวเรือนละ&amp;nbsp; 18,000 บาท&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการคัดเลือกครัวเรือนที่จะได้รับการซ่อมแซมบ้านนั้น&amp;nbsp; ดำเนินการโดยสภาองค์กรชุมชนตำบลในพื้นที่ร่วมกับผู้นำชุมชน&amp;nbsp; สำรวจข้อมูลครัวเรือนที่เดือดร้อน&amp;nbsp; และมีการจัดเวทีพิจารณารับรองสิทธิ์เพื่อให้ได้ครอบครัวที่มีความเดือดร้อนจริง&amp;nbsp; ซ่อมการซ่อมสร้างจะใช้แรงงานจิตอาสา&amp;nbsp; มีการสนับสนุนด้านวัสดุ&amp;nbsp; อุปกรณ์จากหน่วยงานในท้องถิ่น&amp;nbsp; และภาคเอกชนช่วยกันสมทบ&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสมคิดกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายไมตรี อินทุสุต ประธานกรรมการบริหาร&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.ทำงาน 4 เรื่องใหญ่&amp;nbsp; คือ 1.สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; ที่ขับเคลื่อนโดยผู้นำชุมชนในตำบลต่างๆ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในท้องถิ่น&amp;nbsp; และประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาร่วมกันพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง&amp;nbsp; 2.สวัสดิการชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยให้ชาวบ้านออมเงินกันวันละ 1 บาท เพื่อนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; ตั้งแต่เกิด&amp;nbsp; เจ็บป่วย&amp;nbsp; แก่&amp;nbsp; และตาย&amp;nbsp; รวมทั้งช่วยเรื่องภัยพิบัติ&amp;nbsp; อาชีพ&amp;nbsp; สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; และเยาวชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันมีกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศประมาณ 6,000 กองทุน&amp;nbsp; 3.เรื่องบ้าน&amp;nbsp; มี 5 ประเภท&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; บ้านมั่นคง&amp;nbsp; บ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; รวมทั้งบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; และ 4.เรื่องเศรษฐกิจและสิทธิชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งทั้ง 4 เรื่องนี้&amp;nbsp; พอช.ขับเคลื่อนโดยการสนับสนุนให้ชาวบ้านบริหารและจัดการตนเอง&amp;nbsp; เพื่อนำไปสู่ชุมชนเข้มแข็ง&amp;nbsp; ทำให้พี่น้องประชาชนมีความผาสุก&amp;nbsp; พูนสุข&amp;nbsp; และสุขเกษม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ส่วนโครงการบ้านพอเพียงชนบทนี้&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอช.ร่วมกับเครือข่ายสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่วมกันสำรวจผู้มีความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยของชาวบ้านในชนบทที่มีสภาพบ้านเรือนทรุดโทรม&amp;nbsp; ไม่มั่นคงแข็งแรง &amp;nbsp;และมีฐานะยากจน&amp;nbsp; โดย พอช. สนับสนุนการซ่อมแซมบ้านครัวเรือนหนึ่งไม่เกิน 18,000&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; และภาคประชาชน&amp;nbsp; รวมทั้งภาคเอกชน&amp;nbsp; ร่วมสนับสนุนงบประมาณและแรงงาน ดำเนินการไปแล้ว 76 จังหวัด 5,362 ตำบล &amp;nbsp;รวม&amp;nbsp; 352,000 ครัวเรือน &amp;nbsp;และในปี 2563 นี้&amp;nbsp; หากได้รับงบประมาณเพิ่มเติมจะดำเนินการสร้าง &amp;nbsp;&amp;nbsp;ซ่อมแซม ปรับปรุงที่อยู่อาศัยได้อีก 40,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายไมตรีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้โครงการบ้านพอเพียงชนบทเป็นส่วนหนึ่งของ&amp;nbsp; &amp;lsquo;แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี&amp;rsquo;&amp;nbsp; (พ.ศ.2560-2579) ดำเนินการโดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีเป้าหมายครัวเรือนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; ไม่มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 1,053,702 &amp;nbsp;ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; แยกเป็น&amp;nbsp; 1. ผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชุมชนแออัด&amp;nbsp; 701,702 ครัวเรือน&amp;nbsp; (ชุมชนริมคลอง 11,004 ครัวเรือน, บ้านมั่นคง 69,000 ครัวเรือน, คนไร้บ้าน&amp;nbsp; 698&amp;nbsp; ราย)&amp;nbsp; 2.ผู้มีรายได้น้อยในชนบท&amp;nbsp; 352,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; (บ้านพอเพียงชนบท 325,000 ครัวเรือน)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ในช่วงบ่าย &amp;nbsp;นายไมตรี อินทุสุต และคณะอนุกรรมการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ &amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้เยี่ยมเยียนให้กำลังครอบครัวที่ได้รับการซ่อมแซมบ้านพอเพียงในตำบลดอนชมพู&amp;nbsp; อ.โนนสูง&amp;nbsp; จำนวน 3 ครอบครัว&amp;nbsp; คือ &amp;nbsp;บ้านนางลัดดา ลาฝอย &amp;nbsp;&amp;nbsp;บ้านนางใจ คูณกลาง &amp;nbsp;&amp;nbsp;และบ้านนางสาวสาคร &amp;nbsp;คูณกลาง &amp;nbsp;จากเดิมที่มีสภาพบ้านเรือนทรุดโทรมได้รับการซ่อมแซมโดยแรงงานจิตอาสาในตำบล&amp;nbsp; ทำให้บ้านเรือนมีความมั่นคงแข็งแรงดีขึ้นกว่าสภาพเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42413</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนองค์กรชุมชนคนโคราช, ซ่อมแซมบ้านเรือน, นครราชสีมา, บ้าน, พอข, มอบบ้านพอเพียง, สมคิด  สิริวัฒนากุล, ไมตรี  อินทุสุต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190731/image_big_5d416735114aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
