<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107659</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 22:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 22:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหยื่อตึกถล่มที่ฟลอริดาเพิ่มเป็น4ศพ สูญหายพุ่ง159คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกเทศมนตรีไมอามีเดดเผย เหตุการณ์อาคารคอนโดมิเนียม 12 ชั้นใกล้ไมอามีบีชถล่มเมื่อเช้ามืดวันพฤหัสบดีว่า จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 4 คนแล้วในวันศุกร์ และมีคนสูญหายเพิ่มจาก 99 คนเป็น 159 คน ทำให้หวั่นว่ายอดสังเวยอาจสูงกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาคารคอนโดมิเนียมแชมเพลนทาวเวอร์สเซาท์ในเมืองเซิร์ฟไซด์ ใกล้กับเมืองไมอามี รัฐฟลอริดา พังถล่มลงฝั่งหนึ่งเมื่อเช้ามืดของวันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน หน่วยกู้ภัยสหรัฐพร้อมสุนัขดมกลิ่นยังคงเดินหน้าค้นหาต่อเนื่องเป็นคืนที่ 2 ท่ามกลางสายฝน ด้วยความหวังว่าจะพบผู้รอดชีวิตจากใต้ซากอาคารที่ถล่มราบคาบเป็นกองอิฐขนาดมหึมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเกิดเหตุนั้นผู้พักอาศัยยังนอนหลับ และไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่ามีคนพักอยู่ในอาคารส่วนที่พังถล่มจำนวนเท่าใด เจ้าหน้าที่กล่าวว่า มีอพาร์ตเมนต์ประมาณ 55 ห้องในตึกส่วนที่ถล่ม หน่วยกู้ภัยฉุกเฉินที่มาถึงที่เกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 01.30 น.ตามเวลาท้องถิ่นของวันพฤหัสบดี ช่วยอพยพคนออกจากอาคารนี้ได้ 35 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันศุกร์ แดเนียลลา เลวีน คาวา นายกเทศมนตรีไมอามีเดดเคาน์ตี แถลงข่าวคืบหน้า โดยกล่าวว่ามีข่าวดีมากว่าตามตัวเจอแล้ว 120 คน แต่จำนวนคนที่ยังหาไม่เจอนั้นเพิ่มเป็น 159 คนแล้ว ขณะเดียวกัน ก็มีรายงานน่าเศร้าว่าจำนวนผู้เสียชีวิตขณะนี้เพิ่มเป็น 4 ราย แต่จำนวนก็ยังไม่นิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวก่อนหน้านี้ นายกเทศมนตรีหญิงผู้นี้บอกภายหลังตึกถล่ม 18 ชั่วโมงว่า ตามตัวบุคคลที่ตอนแรกไม่รู้ชะตากรรมเจอแล้ว 102 คน และมีคนสูญหายอยู่ 99 คน ส่วนผู้เสียชีวิตในเวลานั้นมี 1 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107659</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนโดมิเนียมถล่ม, ตึกถล่มที่ฟลอริดา, เซิร์ฟไซด์, ไมอามี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d5ef48d5762.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104694</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 19:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 19:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก๊งมือปืนกราดยิงดะหน้าคอนเสิร์ตในไมอามี ดับ2เจ็บ20</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดเหตุกราดยิงในสหรัฐอเมริกาอีกครั้งเมื่อวันอาทิตย์ มือปืน 3 คนลงมาสาดกระสุนใส่ฝูงชนไม่เลือกหน้าด้านนอกสถานที่จัดคอนเสิร์ตในเมืองไมอามี รัฐฟลอริดา เบื้องต้นมีเหยื่อเสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 20 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า เหตุการณ์ยิงคนจำนวนมากครั้งล่าสุดนี้เกิดในช่วงเช้ามืดของวันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม ตามเวลาท้องถิ่นรัฐฟลอริดาของสหรัฐ ที่เกิดเหตุอยู่ด้านนอกสโมสรบิลเลียดใกล้กับไมอามีการ์เดนส์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของไมอามี ตำรวจไมอามีเดดกล่าวว่า สถานที่ดังกล่าวกำลังจัดคอนเสิร์ตและมีผู้ชมจำนวนมากยืนอยู่ด้านนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงกล่าวว่า เมื่อรถยนต์เอสยูวีนิสสันรุ่นพาธไฟน์เดอร์คันหนึ่งมาถึงที่เกิดเหตุ มีคน 3 คนลงจากรถแล้วเริ่มกราดยิงใส่ฝูงชนอย่างไม่เลือกหน้า จากนั้นทั้งสามก็กลับขึ้นรถหนีออกจากจุดเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุฉุกเฉินไปถึงที่เกิดเหตุก็พบว่ามีคนเสียชีวิต 2 คน และมีคนบาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 20 คนถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล โดยอย่างน้อย 1 คนอาการวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัลเฟรโด รามิเรซ เดอะเติร์ด ผู้กำกับการตำรวจไมอามีเดด ทวีตประณามเหตุการณ์นี้ว่าเป็นความรุนแรงจากอาวุธปืนที่ขี้ขลาด ฆาตกรเลือดเย็นกราดยิงใส่ฝูงชนอย่างไม่เลือกหน้า ตำรวจจะจับกุมคนก่อเหตุมาลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้เกิดเหตุการณ์นี้ยิงเหยื่อแบบหมู่หลายครั้งในสหรัฐ รวมถึงที่โรงงานของเฟดเอ็กซ์ในเมืองอินดีแอนาโพลิส, อาคารสำนักงานในแคลิฟอร์เนีย, ร้านค้าปลีกในโคโลราโด และสปาหลายแห่งในเมืองแอตแลนตา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104694</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิง, กราดยิงในสหรัฐ, ไมอามี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605dd301e689e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่อทรัมป์ต้องหลบเข้าบังเกอร์ ท่ามกลางมิคสัญญีมะกัน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมตื่นขึ้นมาเมื่อวานพร้อมข่าวว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศพร้อมจะส่งทหารอาวุธครบมือเข้าปราบผู้ประท้วงในรัฐไหนก็ตามที่ผู้ว่าการรัฐไม่จัดการอย่างเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ บางรัฐโต้กลับว่าการทำอย่างนั้นของทรัมป์ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะการที่รัฐบาลกลางจะส่งทหารเข้าไปในรัฐใดรัฐหนึ่งต้องได้รับอนุญาตหรือได้รับคำร้องขอจากรัฐนั้นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กำลังทำตัวเป็นผู้นำที่ไม่ยอมออกสื่อเพื่อระงับเหตุร้ายที่ลามไปทั่วประเทศอย่างน่ากลัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่กลายเป็นผู้ปลุกเร้าความเกลียดชังและสร้างความแบ่งแยกหนักหน่วงขึ้นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กับครอบครัวถูกอพยพเข้าไปในห้องบังเกอร์ใต้ดินฉุกเฉินในทำเนียบขาวเมื่อค่ำวันศุกร์ ขณะที่รอบๆ ทำเนียบขาวมีเหตุปะทะระหว่างผู้ประท้วงกับตำรวจ และมีเหตุจัดเพลิงเผาสถานที่รอบๆ บริเวณนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทรัมป์ก็ไม่หยุดที่จะส่งข้อความขึ้นทวิตเตอร์กล่าวหาว่ามิคสัญญีในประเทศขณะนี้ไม่ใช่เรื่องประท้วงการตายของชายผิวดำ George Floyd แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เป็นการ &amp;ldquo;ก่อการร้ายในประเทศ&amp;rdquo; โดยกลุ่มซ้ายจัดที่มีแผนการจะขจัดเขาออกจากการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวถึงกลุ่ม Antifa ว่าจะระบุให้เห็น &amp;ldquo;องค์กรก่อการร้าย&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มนี้เป็นการรวมตัวอย่างหลวมๆ ของผู้ต่อต้านฟาสซิสต์ ไม่ยอมรับกลุ่มขาวจัด และใช้วิธีการทั้งรุนแรงและไม่รุนแรงเพื่อแสดงจุดยืนของตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายสำนักโต้ว่าทรัมป์ไม่สามารถจะประกาศกลุ่มใดในประเทศเป็น &amp;ldquo;องค์กรก่อการร้าย&amp;rdquo; ด้วยตนเองได้ เพราะอาจเป็นการใช้ดุลยพินิจของฝ่ายบริหารแต่เพียงด้านเดียวโดยอาจมาจากอคติทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประท้วงลามไปกว่า 40 เมืองในทุกภาคของประเทศ เมื่อวานเป็นการกระจายตัวของการจลาจลและประท้วงอย่างสงบเป็นวันที่ 7&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุรุนแรงระหว่างการชุมนุมกับตำรวจมีขึ้นเป็นระยะๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประท้วงลามไปในเมืองใหญ่ๆ หลายประเทศ เช่น อังกฤษแลละนิวซีแลนด์ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายรัฐประกาศเคอร์ฟิว ห้ามการชุมนุมบนถนนหลังพลบค่ำในพื้นที่เกือบ 40 เมืองทั่วสหรัฐฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นลอสแองเจลิส นครชิคาโก ไมอามี ดีทรอยต์ และฟิลาเดลเฟีย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ในบางรัฐร้อนแรงกว่า เช่น เทกซัส และเวอร์จิเนีย มีคำประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วรัฐกันเลยทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะสถานการณ์ตกอยู่ในสภาพ &amp;ldquo;เอาไม่อยู่&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มต้นของวันเมื่อวานมีกิจกรรมประท้วงอย่างสันติ และค่อยๆ กลายเป็นการเผชิญหน้าที่รุนแรงขึ้นหลังพระอาทิตย์ตกดิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนทั้งโลกเห็นภาพตำรวจถือโล่และพลองพยายามผลักดันผู้ประท้วงให้ถอยออกจากพื้นที่การชุมนุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยางเพื่อสลายฝูงชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกหลายภาพเห็นผู้ประท้วงจุดไฟเผาร้านค้าและมีการบุกเข้าขโมยข้าวของอย่างจ้าละหวั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่เริ่มการประท้วง หน่วยปฏิบัติการสำรอง หรือ National Guards ถูกส่งเข้าไปกว่า 15 รัฐ เพราะตำรวจท้องที่ไม่อาจจะควบคุมสถานการณ์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงเมืองหลวงกรุงวอชิงตันก็กลายเป็นแดนกลียุคอย่างน่าหวาดหวั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในหลายๆ เมืองแยกไม่ออกว่าใครคือผู้ประท้วงกรณีการเสียชีวิตของผู้ต้องสงสัยผิวดำโดยฝีมือของตำรวจผิวขาว และใครคือผู้ฉวยโอกาสของความวุ่นวายมาก่อเหตุร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนอเมริกันรอคอยให้ทรัมป์ในฐานะผู้นำประเทศในยามวิกฤติออกมาปราศรัยเพื่อดับความเกลียดชังและสมานแผลแห่งความร้าวฉาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทรัมป์ไม่ยอมออกทีวี เพียงแถลงสั้นๆ ที่ทำเนียบขาวต่อนักข่าว...ด้วยประโยคที่ท้าทายและยั่วยุมากกว่าการสร้างบรรยากาศการฟื้นฟูบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดมีการเปิดเผยรายงานผลการพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตที่ทางครอบครัวเป็นผู้ร้องขอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งจะทำให้เกิดความโกรธแค้นสำหรับผู้ร้องเรียนความเป็นธรรมในสังคมอเมริกันระหว่างคนต่างผิว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการชันสูตรศพพบว่า George Floyd เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ (asphyxiation) เพราะถูกกดทับที่บริเวณคอโดยฝีมือของตำรวจผิวขาวอย่างน้อย 3 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลพิสูจน์ออกมาอย่างนี้ไปคนละทางกับรายงานประกอบคำฟ้องของตำรวจที่ทำการจับกุมก่อนหน้านี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานนั้นอ้างว่าที่เสียชีวิตเพราะถูก &amp;ldquo;พันธนาการ&amp;rdquo; และปัญหาสุขภาพที่มีอยู่เดิมของ George Floyd
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งอาจมีสารมึนเมาอยู่ภายในร่างกายของผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ติดตามข่าวและภาพของการประท้วงที่เมืองต่างๆ ในอเมริกาช่วงนี้ ก็ทำให้คิดถึงการประท้วงที่ฮ่องกงที่มีรูปแบบละม้ายกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสมือนอเมริกาเอาฮ่องกงมาทับซ้อนกัน 50 เมืองพร้อมๆ กันเลยทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นที่มาของคำเยาะเย้ย ถากถางจากนักวิเคราะห์จีนที่ถามทรัมป์ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทำไมท่านไม่ขอเจรจากับผู้ประท้วงที่ก่อเหตุรุนแรงที่อเมริกา เหมือนที่ท่านแนะนำประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ให้เจรจากับผู้ก่อเหตุที่ฮ่องกงล่ะ?&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และทำไมทรัมป์จึงประกาศจะส่งทหารเข้าปราบปรามในรัฐต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วไฉนทรัมป์จึงกล่าวหาว่าจีนจะส่งทหารเข้าไปปราบจลาจลที่ฮ่องกง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งวันโลกยิ่งเพี้ยนหนัก เอาหลักเอาการเดิมอะไรไม่ได้เลยจริงๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67666</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, ดีทรอยต์, นครชิคาโก, ฟิลาเดลเฟีย, ลอสแองเจลิส, ไมอามี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
