<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 22:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2020 22:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บลูมเบิร์ก&#039;พร้อมทุ่ม100ล้าน$ ช่วย&#039;ไบเดน&#039;คว้าชัยฟลอริดา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่อสหรัฐรายงานว่า ไมเคิล บลูมเบิร์ก อดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์ก จะทุ่มเงินไม่ต่ำกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3,127 ล้านบาท) เพื่อช่วยให้โจ ไบเดน ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต คว้าชัยในรัฐฟลอริดาที่อาจเป็นรัฐชี้ขาดการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของวอชิงตันโพต์อ้างที่ปรึกษาหลายรายของมหาเศรษฐีรายนี้เมื่อวันอาทิตย์ว่า บลูมเบิร์กตัดสินใจใช้เงินส่วนตัวช่วยหาเสียงให้อดีตรองประธานาธิบดีไบเดน ภายหลังทรัมป์ ซึ่งเคยชนะรัฐฟลอริดาเมื่อปี 2559 ประกาศเมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้วว่าเขาเตรียมจะใช้เงินส่วนตัวในการหาเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เควิน ชีคีย์ กล่าวกับวอชิงตันโพสต์ว่า การลงคะแนนที่ฟลอริดาเริ่มต้นวันที่ 24 กันยายน ฉะนั้นการอัดฉีดเงินทุนเข้าไปในรัฐนี้โดยเร็วจึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วน บลูมเบิร์กเชื่อว่าการลงทุนในฟลอริดาจะเปิดทางให้เดโมแครตทุ่มเทพทรัพยากรหาเสียงไปยังรัฐอื่นๆ โดยเฉพาะรัฐเพนซิลเวเนีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐสมรภูมิสำคัญๆ ที่จะเป็นตัวชี้ขาดผลการเลือกตั้งในปีนี้ทั้งหมด ตั้งแต่ฟลอริดา, เพนซิลเวเนีย, มิชิแกน, นอร์ทแคโรไลนา, วิสคอนซิน และแอริโซนา ล้วนตกเป็นของทรัมป์ในปี 2559 ซึ่งรวมถึง 4 รัฐที่เคยเลือกบารัค โอบามา เป็นประธานาธิบดีเมื่อปี 2555&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่าเฉลี่ยผลสำรวจล่าสุดโดยเรียลเคลียร์โพลิทิกส์ชี้ว่า ไบเดนมีคะแนนนำทรัมป์เพียงเล็กน้อยเท่านั้นในรัฐฟลอริดา ที่ 48.2% เมื่อเทียบกับทรัมป์ที่ได้ 47%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า นับแต่เริ่มต้นปี 2562 การหาเสียงของทรัมป์ใช้เงินไปแล้วราว 800 ล้านดอลลาร์ มากกว่าของไบเดนเกิน 2 เท่า แต่ไบเดนก็สร้างความประหลาดใจเมื่อเขาสามารถระดมทุนได้ถึง 365 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนสิงหาคม ทำลายสถิติเงินบริจาคที่โอบามาเคยได้รับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77454</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุ่มเงิน100ล้าน$, เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์, ไมเคิล บลูมเบิร์ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4d40c798c7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2020 21:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2020 21:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บลูมเบิร์ก&#039;ถอนตัว หันหนุน&#039;ไบเดน&#039;สู้&#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไมเคิล บลูมเบิร์ก มหาเศรษฐีเจ้าพ่อสื่อ ประกาศถอนตัวจากการสมัครเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐแล้วเมื่อวันพุธ โดยตัดสินใจสนับสนุนโจ ไบเดน แทน ภายหลังไม่ชนะรัฐใดเลยในการหยั่งเสียงซูเปอร์ทิวส์เดย์ทั้งที่ทุ่มเงินโฆษณาหาเสียงมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไมค์ บลูมเบิร์ก กล่าวกับผู้สนับสนุนและทีมงานหาเสียงเมื่อวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม กล่าวว่า บลูมเบิร์ก อดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กวัย 78 ปี เพิ่งเข้าสู่สนามแข่งขันการหยั่งเสียงของพรรคเดโมแครตได้เพียง 3 เดือน โดยไม่ได้เข้าร่วมการหยั่งเสียง 4 รัฐแรก และเทเดิมพันกับการหยั่งเสียงพร้อมกัน 14 รัฐของพรรคเดโมแครตในวันซูเปอร์ทิวส์เดย์ อังคารที่ผ่านมา แต่ผลคะแนนที่ออกมาปรากฏว่าเขาไม่สามารถชนะรัฐใดเลย ทำให้เขาตัดสินใจถอนตัวเมื่อวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สามเดือนที่แล้ว ผมเข้าสู่สนามแข่งขันประธานาธิบดีเพื่อโค่นโดนัลด์ ทรัมป์ วันนี้ผมกำลังออกจากการแข่งขันด้วยเหตุผลเดียวกัน คือเพื่อโค่นโดนัลด์ ทรัมป์ เพราะสำหรับผมชัดเจนแล้วว่าการแข่งต่อไปจะยิ่งทำให้การบรรลุเป้าหมายนี้ยากยิ่งขึ้น&amp;quot; บลูมเบิร์กกล่าวในแถลงการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อภิมหาเศรษฐีผู้นี้ใช้เงินไปมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนใหญ่หมดไปกับการโฆษณาหาเสียง ซึ่งได้ผลกับการหยั่งเสียงที่ดินแดนอเมริกันซามัวในมหาสมุทรแปซิฟิกเพียงแห่งเดียวเท่านั้น แต่กับ 14 มลรัฐที่ลงคะแนนในวันเดียวกัน อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน มีแนวโน้มชนะ 10 รัฐ ที่เหลือเป็นของ ส.ว.เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีซีบีเอสประเมินว่า บลูมเบิร์ก ซึ่งสมัครเข้าสู่สนามแข่งขันของพรรคเมื่อเดือนพฤศจิกายนด้วยการประกาศตนว่าคือแคนดิเดตคนเดียวที่สามารถเอาชนะทรัมป์ได้ ใช้เงินไปราว 18 ล้านดอลลาร์ต่อผู้แทนลงคะแนนแต่ละคนที่เขาได้คะแนนเสียงมา การจะชนะได้เป็นตัวแทนของพรรคลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีกับทรัมป์ในวันที่ 3 พฤศจิกายน ผู้สมัครต้องได้คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้ง 1,991 คนเป็นอย่างน้อย ในการลงคะแนนเลือกตั้งของเดโมแครตในที่ประชุมแห่งชาติของพรรคเดือนกรกฎาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บลูมเบิร์กยังคงปล่อยโฆษณาหาเสียงทางเครือข่ายโทรทัศน์ใหญ่ๆ ของสหรัฐต่อไปภายหลังเขาประกาศถอนตัวแล้ว และประกาศสนับสนุนไบเดน ที่กลับมาเป็นตัวเต็งแทนที่แซนเดอร์ส โดยเขากล่าวว่าไบเดนคือแคนดิเดตที่มีโอกาสมากที่สุดที่จะเอาชนะทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทรัมป์ทวีตเยาะเย้ยคู่ปรับของเขาทันทีว่า &amp;quot;มินิไมค์ บลูมเบิร์ก เพิ่งถอนตัวจากการแข่งขันลงชิงประธานาธิบดี&amp;quot; มินิไมค์คือคำเรียกที่ทรัมป์ใช้ล้อบลูมเบิร์กที่เป็นคนร่างเล็ก และว่า เขาเคยเตือนบลูมเบิร์กไว้เมื่อนานมาแล้วว่าลงทุนลงแรงไปก็เสียเปล่า และน่าจะประหยัดเงินพันล้านดอลลาร์ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่แท้จริงไว้ได้ แต่ตอนนี้บลูมเบิร์กจะทุ่มเงินช่วยหาเสียงให้โจซึมเซา (ฉายาที่ทรัมป์ตั้งให้ไบเดน) เพื่อรักษาหน้า แต่จะไม่ได้ผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์กล่าวว่า ในคำประกาศสนับสนุนไบเดนเป็นประธานาธิบดีนั้น บลูมเบิร์กไม่ได้บอกชัดว่าเขาจะใช้เงินส่วนตัวของเขาช่วยเหลือไบเดนหรือไม่ แต่การที่เขาถอนตัวก็นับว่าเป็นการช่วยเหลืออดีตรองประธานาธิบดีผู้นี้ในตัวอยู่แล้ว เนื่องจากทั้งสองมีฐานความนิยมจากกลุ่มสายกลางของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ส.ว.แซนเดอร์สวัย 78 ที่ประกาศตัวเป็นนักสังคมนิยมประชาธิปไตยและได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นหนุ่มสาว พยายามแบ่งแยกความแตกต่างชัดเจนระหว่างตัวเขากับไบเดน โดยโจมตีไบเดนว่าในอดีตเคยสนับสนุนข้อตกลงการค้าที่ทำลายเขตมิดเวสต์, ลงมติเห็นชอบการทำสงครามอิรักและกฎหมายล้มละลาย แซนเดอร์สกำลังลุ้นว่า ส.ว.เอลิซาเบธ วอร์เรน วัย 70 จะถอนตัวอีกคนหรือไม่ โดยหวังว่าฐานเสียงฝ่ายเสรีนิยมของเธอจะหันมาสนับสนุนเขาด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58993</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศถอนตัว, หยั่งเสียงพรรคเดโมแครต, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์, ไมเคิล บลูมเบิร์ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200305/image_big_5e6109f8c5148.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57660</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 21:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 20:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บลูมเบิร์ก&#039;พร้อมขายบริษัทหากชนะ&#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะหาเสียงของไมเคิล บลูมเบิร์ก มหาเศรษฐีเจ้าของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ย้ำว่าเขาพร้อมขายบริษัทที่สร้างผลกำไรเป็นกอบเป็นกำหากเอาชนะโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเดือนพฤศจิกายนนี้ ขณะโพลชี้คะแนนนิยมของเขาพุ่งพรวดแซงหน้าอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก 3 สมัยเพิ่งกระโดดลงสังเวียนชิงชัยของพรรคเดโมแครตเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ล้าหลังสมาชิกร่วมพรรคคนอื่นๆ เกือบ 1 ปี แต่เขาได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งมาจากอานิสงส์ของการทุ่มทุนส่วนตัวมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์ในการโฆษณาหาเสียง และในวันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ เขาจะขึ้นเวทีโต้อภิปรายเป็นครั้งแรกที่ลาสเวกัส ภายหลังคณะกรรมการแห่งชาติพรรคเดโมแครตยอมรับว่าเขามีคุณสมบัติในการท้าชิงตำแหน่งตัวแทนพรรค แม้เขาจะไม่ได้เข้าร่วมการหยั่งเสียงของพรรคใน 4 มลรัฐแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ อ้างคำกล่าวของโฆษกคณะหาเสียงของบลูมเบิร์กเมื่อวันอังคารว่า บลูมเบิร์กจะขายกิจการบริษัท บลูมเบิร์ก แอลพี ของเขาอย่างแน่นอน หากเขาชนะโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บลูมเบิร์ก แอลพี ซึ่งเขาก่อตั้งเมื่อปี 2524 เป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงินแก่บริษัทในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท เพิ่มเติมจากการขายข่าว โดยอดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์กรายนี้ถือหุ้นส่วนใหญ่ นักวิเคราะห์จากบริษัทให้คำปรึกษาระหว่างเบอร์ตัน-เทย์เลอร์ประเมินว่า บลูมเบิร์ก แอลพี สร้างรายได้มากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะหาเสียงของเขากล่าวว่า กระบวนการขายบริษัทจะเริ่มต้นด้วยการนำบริษัทเข้าบลายด์ทรัสต์ก่อน แล้วจากนั้นค่อยขายกิจการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสำรวจความคิดเห็นหลายสำนักชี้ว่าบลูมเบิร์กมีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โพลของเอ็นพีอาร์/พีบีเอสนิวส์อาวร์/มาริสต์ให้เขามีคะแนนอันดับ 2 ของพรรค ที่ 19% ตามหลัง ส.ว.ฝ่ายซ้าย เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส ที่ได้ 31% ส่วนไบเดนได้อันดับ 3 ที่ 15%, ส.ว.หัวก้าวหน้า เอลิซาเบธ วอร์เรน ได้ 12% และ ส.ว.นักปฏิบัตินิยม เอมี โคลบูชาร์ ได้ 9%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คะแนนที่เพิ่มขึ้นอย่างพรวดพราดของมหาเศรษฐีสายกลางวัย 78 ปีรายนี้เริ่มทำให้เขาตกเป็นเป้าโจมตีของคู่แข่งร่วมพรรค และรวมถึงประธานาธิบดีทรัมป์ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57660</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายบริษัท, บลูมเบิร์ก แอลพี, เดโมแครต, เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ, โดนัลด์ ทรัมป์, ไมเคิล บลูมเบิร์ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4d40c798c7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2020 21:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2020 21:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ว.แซนเดอร์ส&#039; เฉือนชนะหยั่งเสียงรัฐนิวแฮมป์เชียร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เดโมแครตจัดลงคะแนนหยั่งเสียงแบบไพรมารีที่รัฐนิวแฮมป์เชียร์เป็นรัฐที่ 2 เมื่อวันอังคาร เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส ส.ว.รุ่นเก๋าชนะอย่างฉิวเฉียด ส่วนพีต บูติเจิจ อดีตนายกเทศมนตรีชายรักชายตามมาอันดับ 2 ขณะที่อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ที่ 5 อย่างน่าผิดหวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส ส.ว.เวอร์มอนต์ บนเวทีปราศรัยที่เมืองแมนเชสเตอร์เมื่อคืนวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ กล่าวว่า ชัยชนะในการหยั่งเสียงที่รัฐนิวแฮมป์เชียร์ตอกย้ำสถานะหนึ่งในตัวเต็งของ ส.ว.วัย 78 ปีจากรัฐเวอร์มอนต์รายนี้ สัปดาห์ที่แล้วในการหยั่งเสียงแบบคอคัสที่รัฐไอโอวา ซึ่งการนับคะแนนยังวุ่นวายและไม่สามารถประกาศผู้ชนะได้ แซนเดอร์สขับเคี่ยวอย่างสูสีกับบูติเจิจ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองเซาท์เบนด์ รัฐอินดีแอนา วัย 38 ปี โดยผลคะแนนที่ยังต้องนับใหม่บางส่วนให้บูติเจิจเหนือกว่าแซนเดอร์สเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชัยชนะที่นี่เป็นการเริ่มต้นของจุดจบสำหรับโดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ส.ว.หัวก้าวหน้าที่ประกาศตนเป็นนักสังคมนิยมประชาธิปไตย กล่าวต่อผู้สนับสนุนเขาที่เมืองแมนเชสเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลคะแนนที่สถานีเอ็นบีซีและเอบีซีรายงานชี้ว่า แซนเดอร์สได้ 26% ส่วนบูติเจิจตามมาไม่ห่างที่ 24% ส.ว.เอมี โคลบูชาร์ ได้อันดับ 3 ด้วยคะแนนราว 20% หลังจากคะแนนนิยมของเธอพุ่งพรวดพราดจากการทำผลงานได้ดีในการโต้อภิปรายเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว และทำให้ ส.ว.เอลิซาเบธ วอร์เรน หล่นไปอยู่อันดับ 4 โดยได้คะแนนราว 9% อดีตรองประธานาธิบดีไบเดนได้อันดับ 5 จากคะแนนแค่ 8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตรองประธานาธิบดีวัย 77 ปีเคยเป็นตัวเก็งที่จะเป็นตัวแทนพรรคลงชิงชัยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์&amp;nbsp; ในการเลือกตั้งวันที่ 3 พฤศจิกายน แต่การหยั่งเสียงทั้ง 2 ครั้งเขายังทำได้ไม่ดีนัก ที่รัฐไอโอวานั้นไบเดนได้อันดับ 4 ซึ่งก่อคำถามว่าเขาจะต่อสู้ไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ และจะสามารถเรียกคะแนนของผู้สนับสนุนสายกลางมาจากบูติเจิจและโคลบูชาร์ได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการลงสมัคร 2 ครั้งก่อน ไบเดนก็ทำคะแนนได้ไม่ดีนักก่อนที่เขาจะชนะเลือกตั้งในปี 2561 ในฐานะคู่สมัครตำแหน่งรองประธานาธิบดีของบารัค โอบามา เขาหวังว่าจะยื้อไปได้จนถึงการหยั่งเสียงที่รัฐเซาท์แคโรไลนาวันที่ 29 กุมภาพันธ์ และการหยั่งเสียงในรัฐทางใต้อื่นๆ ในวันซูเปอร์ทิวส์เดย์ 3 มีนาคม โดยหวังพึ่งฐานเสียงสนับสนุนจากกลุ่มแอฟริกัน-อเมริกัน แต่หากยังไม่ได้เสียงสนับสนุนที่แข็งแรงมากพอ เส้นทางการต่อสู้ของเขาก็จบลงแค่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหมือนจะรู้ล่วงหน้าว่าพ่ายแพ้ ไบเดนไปฟังผลคะแนนที่เซาท์แคโรไลนาโดยกล่าวกับผู้สนับสนุนเขาว่า การต่อสู้ยังไม่จบ นี่เป็นเพียงการเริ่มต้น เป็นผลคะแนนแค่ 2 รัฐ จาก 50 รัฐ ซึ่งยังไม่ถึง 1 ใน 4 ของประเทศด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี การหยั่งเสียงที่นิวแฮมป์เชียร์เป็นจุดจบของผู้สมัครอีกอย่างน้อย 2 คน ได้แก่ แอนดรูว์ หยาง นักธุรกิจด้านเทคโนโลยี และ ส.ว.ไมเคิล เบนเน็ตต์ ที่ประกาศถอนตัวแล้ว ซีบีเอสนิวส์รายงานด้วยว่า เดวาล แพทริก อดีตผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ จะประกาศถอนตัวเช่นกันในวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัตรลงคะแนนที่นิวแฮมป์เชียร์นั้นปรากฏชื่อผู้สมัครถึง 33 ราย ซึ่งรวมถึงหลายคนที่ถอนตัวเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน แต่บัตรลงคะแนนยังไม่มีชื่อของไมเคิล บลูมเบิร์ก มหาเศรษฐีอดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์ก ที่ยังไม่มีชื่อชิงชัยจนกว่าจะถึงวันซูเปอร์ทิวส์เดย์ที่เดโมแครตหยั่งเสียงพร้อมกันวันเดียว 14 รัฐ โพลระดับประเทศชี้ว่า บลูมเบิร์กซึ่งใช้ทุนส่วนตัว 260 ล้านดอลลาร์ในการหาเสียง มีคะแนนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และน่าจะทำผลงานได้ดีในรัฐใหญ่ๆ เช่นแคลิฟอร์เนียและเทกซัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐต่อไปที่จะจัดหยั่งเสียงคือเนวาดา วันที่ 22 กุมภาพันธ์ โดยเป็นแบบคอคัส จากนั้นจะเป็นการหยั่งเสียงแบบไพรมารีที่เซาท์แคโรไลนา วันที่ 29 กุมภาพันธ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57033</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิวแฮมป์เชียร์, พีต บูติเจิจ, หยั่งเสียง, เดโมแครต, เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส, โจ ไบเดน, ไมเคิล บลูมเบิร์ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e44051ca6ae5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2019 21:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2019 20:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สื่อแฉทีมงาน &#039;บลูมเบิร์ก&#039; จ้างนักโทษช่วยหาเสียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไมเคิล บลูมเบิร์ก มหาเศรษฐีอันดับ 8 ของสหรัฐที่กระโดดลงสังเวียนเลือกตั้งปีหน้า ยอมรับว่าทีมงานหาเสียงของเขาว่าจ้างบริษัทตัวแทนโดยไม่รู้ว่ามีการจ้างแรงงานนักโทษโทรศัพท์หาเสียงให้เขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ไมเคิล บลูมเบิร์ก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์กที่นิตยสารฟอร์บส์ประเมินว่ามีทรัพย์สินมากกว่า 54,000 ล้านดอลลาร์ ประกาศตัวเมื่อเดือนที่แล้วว่าเขาจะลงสนามเลือกตั้งของพรรคเดโมแครต เพื่อชิงตำแหน่งผู้แทนพรรคแข่งกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในเดือนพฤศจิกายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ดิอินเตอร์เซ็ปต์ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ข่าวสืบสวน รายงานว่า ทีมหาเสียงของบลูมเบิร์กได้ทำสัญญาจ้างบริษัท โปรคอม ที่เป็นบริษัทคอลเซ็นเตอร์จากนิวเจอร์ซีย์ ช่วยในการหาเสียงทางโทรศัพท์ บริษัทนี้ตั้งศูนย์คอลเซ็นเตอร์ที่รัฐนิวเจอร์ซีย์และรัฐโอคลาโฮมา ที่มีศูนย์ 2 แห่งตั้งอยู่ในเรือนจำของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า นักโทษในเรือนจำอย่างน้อย 1 แห่งในโอคลาโฮมา ที่เป็นสถานที่คุมขังนักโทษหญิงแบบเข้มงวดน้อยที่สุด ได้รับมอบหมายให้โทรศัพท์หาเสียงให้บลูมเบิร์ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำแถลงชี้แจง บลูมเบิร์กกล่าวว่า ทีมงานของเขาเพิ่งรู้ข้อมูลดังกล่าวเมื่อนักข่าวสอบถามเรื่องนี้ เขาไม่สนับสนุนวิธีปฏิบัติดังกล่าวและได้ยกเลิกสัญญาว่าจ้างบริษัทนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา บลูมเบิร์กจะทุ่มเงินส่วนตัวโฆษณาหาเสียงมากกว่าที่คู่แข่งคนสำคัญร่วมพรรคใช้ตลอดทั้งปี แต่โพลของรอยเตอร์/อิปซอสจัดทำระหว่างวันที่ 18-19 ธันวาคม พบว่า มีผู้ออกเสียงที่มีแนวโน้มเลือกพรรคเดโมแครตแค่ราว 5% ที่สนับสนุนบลูมเบิร์ก โดยตัวเก็งยังคงเป็นอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน, ส.ว.เบอร์นี แซนเดอร์ และ ส.ว.เอลิซาเบธ วอร์เรน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53271</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอลเซ็นเตอร์, จ้างแรงงานนักโทษ, ดิอินเตอร์เซ็ปต์, หาเสียงเลือกตั้ง, โทรศัพท์หาเสียง, ไมเคิล บลูมเบิร์ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191225/image_big_5e036583a53d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2019 21:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2019 21:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไมเคิล บลูมเบิร์ก&#039; มหาเศรษฐีเจ้าพ่อสื่อ ลงชิงเก้าอี้ ปธน.สหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มหาเศรษฐีไมเคิล บลูมเบิร์ก เจ้าของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ประกาศลงแข่งขันเพื่อเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ไมเคิล บลูมเบิร์ก อดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์ก ตอบคำถามนักข่าวเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2562 ถึงความเป็นไปได้ที่จะลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไมเคิล บลูมเบิร์ก มหาเศรษฐีอายุ 77 ปีที่มีทรัพย์สินราว 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นเจ้าของสำนักข่าวบลูมเบิร์กและอดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก โพสต์ทางทวิตเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายนว่า เขาเริ่มแคมเปญหาเสียงอย่างเป็นทางการในการเป็นผู้สมัครคนที่ 18 เพื่อชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่จะมีขึ้นในปีหน้า โดยจะมีการเลือกตั้งตัวแทนพรรคเดโมแครตครั้งแรกที่รัฐไอโอวาในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บลูมเบิร์กระบุว่า เราต้องชนะเลือกตั้ง และเราจะเริ่มสร้างอเมริกาขึ้นใหม่ เราไม่สามารถทนไปอีก 4 ปีกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สะเพร่าและมีการกระทำที่ผิดศีลธรรมจรรยา ทรัมป์เป็นภัยที่คุกคามต่อประเทศของเราและคุณค่าของชาวอเมริกัน ถ้าเขาชนะเลือกตั้งอีกสมัย เราอาจไม่สามารถฟื้นฟูความเสียหายขึ้นมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประกาศลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐของบลูมเบิร์กครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังมีข่าวเรื่องนี้มาหลายสัปดาห์ โดยเขาเตรียมพร้อมที่จะลงแข่งขันเพื่อเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งแบบไพรมารีในหลายรัฐ รวมถึงยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งของรัฐบาลกลางสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลโพลผู้สมัครตัวแทนพรรคเดโมแครตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐก่อนที่บลูมเบิร์กจะประกาศลงสมัคร ผู้ที่มีคะแนนอันดับ 1 คือ โจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดี ตามมาด้วยผู้สมัครในปีกฝ่ายซ้ายคือ เอลิซาเบธ วอร์เรน และเบอร์นี แซนเดอร์ส และอันดับ 4 คือ พีต บูติเจิจ ผู้สมัครสายกลาง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51095</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเดโมแครต, ลงชิงประธานาธิบดี, สำนักข่าวบลูมเบิร์ก, โดนัลด์ ทรัมป์, ไมเคิล บลูมเบิร์ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191125/image_big_5ddbe4959a1b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2019 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2019 21:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บลูมเบิร์ก&#039; เล็งสมัครชิงประธานาธิบดีแข่ง &#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไมเคิล บลูมเบิร์ก อดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์กและเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 8 ของสหรัฐ อาจลงสังเวียนเลือกตั้งของพรรคเดโมแครตเพื่อเป็นตัวแทนพรรคลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีกับโดนัลด์ ทรัมป์ ปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ไมเคิล บลูมเบิร์ก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน อ้างรายงานข่าวของสื่ออเมริกันหลายแห่ง รวมถึงนิวยอร์กไทมส์ ว่าบลูมเบิร์กน่าจะยื่นเอกสารเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งเบื้องต้นของพรรคเดโมแครตในรัฐใดรัฐหนึ่งสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าจะเป็นที่รัฐแอละแบมา เพื่อเปิดทางเลือกไว้สำหรับการลงชิงชัยเก้าอี้ประธานาธิบดีปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บลูมเบิร์กเคยกล่าวไว้เมื่อเดือนมีนาคมว่าเขาจะไม่ลงชิงประธานาธิบดี แต่ที่ปรึกษาคนหนึ่งของเขาเผยว่า ช่วงหลายสัปดาห์มานี้ บลูมเบิร์กกลับมาคิดเรื่องนี้ แต่เขายังไม่ตัดสินใจแน่นอน กระนั้นข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีกล่าวว่า มหาเศรษฐีที่ฟอร์บส์จัดว่ารวยเป็นอันดับ 8 ของสหรัฐด้วยทรัพย์สิน 53,400 ล้านดอลลาร์รายนี้ ได้ส่งทีมงานไปรัฐแอละแบมาเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้สนับสนุนสำหรับการลงทะเบียนก่อนเส้นตายวันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮาวเวิร์ด วูล์ฟสัน โฆษกของเขากล่าวในแถลงการณ์ว่า บลูมเบิร์กกังวลมากขึ้นว่ารายชื่อผู้สมัครของพรรคเดโมแครตที่มีอยู่เวลานี้ไม่น่าจะเอาชนะทรัมป์ได้ในการเลือกตั้งปลายปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันสังเวียนชิงชัยภายในพรรคเดโมแครตมีผู้เสนอตัวแล้ว 17 คน แต่ผลสำรวจชี้ว่า มีเพียง 4 คนที่พอมีภาษีดีพอคือ ส.ว.เอลิซาเบธ วอร์เรน และ ส.ว.เบอร์นี แซนเดอร์ส ที่เป็นตัวแทนฝ่ายหัวก้าวหน้า และอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน และนายกเทศมนตรีพีต บุตติเจิจ จากรัฐอินดีแอนา ที่มีแนวทางสายกลางมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักการกุศลที่เป็นผู้บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท บลูมเบิร์ก รายนี้เคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก 3 สมัย ระหว่างปี 2545-2556 ด้วยวัย 77 ปีจะทำให้เขาเป็นผู้สมัครอายุมากอันดับ 2 ของพรรคเดโมแครต รองจากแซนเดอร์สที่อายุ 78 ปี ส่วนไบเดนนั้นอายุ 76 และวอร์เรนอายุ 70 ขณะที่ทรัมป์นั้นอายุ 73 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งที่แล้วนั้น บลูมเบิร์กก็เคยคิดจะลงสมัครในนามอิสระ แต่เขาเปลี่ยนใจ เพราะกลัวว่าจะดึงคะแนนจากพรรคเดโมแครต ซึ่งเลือกนางฮิลลารี คลินตัน เป็นตัวแทนพรรค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49850</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเดโมแครต, ลงสม้ัครประธานาธิบดี, โดนัลด์ ทรัมป์, ไมเคิล บลูมเบิร์ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191108/image_big_5dc571e8af695.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
