<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อุปทูตสหรัฐฯยันบริจาควัคซีนให้ไทย 2.5 ล้านโดสไม่มีเงื่อนไข หวังจัดสรรอย่างเท่าเทียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 ก.ค.64 - ที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร นายไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย แถลงข่าวผ่านระบบซูม ว่า ขอแจ้งข่าวดีแก่ทุกคนว่าวัคซีนของบริษัท ไฟเซอร์ จำนวน 1.5 ล้านโดส ที่สหรัฐฯบริจาคให้ ได้มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเช้าวันนี้ (30 ก.ค.) เวลา 04.00 น. ตนมีความยินดีที่จะยืนยันว่าสหรัฐฯมีเป้าหมายที่จะบริจาควัคซีนเพิ่มอีก 1 ล้านโดสให้กับประเทศไทยนอกจากวัคซีนที่มาถึงแล้วในวันนี้ รวมทั้งหมดเป็นจำนวน 2.5 ล้านโดส เนื่องจากเราได้เห็นถึงการระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตาแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในไทย รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ของไทยกำลังเผชิญความยากลำบากในขณะนี้&amp;nbsp; สำหรับวัคซีนที่เราจะให้เพิ่ม 1 ล้านโดสนั้น ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าจะเป็นของยี่ห้อใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไมเคิล ฮีธ กล่าวว่า เรามีความภูมิใจที่จะบริจาควัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ตามคำสัญญาของรัฐบาลของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่ต้องการช่วยพันธมิตรของเราต่อสู้กับโรคโควิด-19&amp;nbsp; รัฐบาลสหรัฐฯประกาศว่าจะแบ่งปันวัคซีน 80 ล้านโดสเพื่อช่วยหยุดโรคระบาดใหญ่ของโลกในครั้งนี้ ซึ่งรวมถึง 23 ล้านโดส ให้กับสำหรับประเทศในภูมิภาคเอเชีย&amp;nbsp; สำหรับสิ่งที่สหรัฐฯมอบให้กับประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านของไทยจะช่วยให้ประเทศไทยและภูมิภาคนี้เร่งฉีดวัคซีนเพื่อให้ประชาชนของตัวเองมีความปลอดภัย และฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การมอบวัคซีนของเราเป็นการให้เปล่า ไม่มีเงื่อนไข โดยมีวัตถุประสงค์หนึ่งเดียวเท่านั้น คือการช่วยชีวิตผู้คนและมีความตระหนักว่าไม่มีใครปลอดภัยจนกว่าทุกคนจะปลอดภัย&amp;nbsp; เราจึงยินดีแจ้งให้ทราบว่ารัฐบาลไทยมุ่งมั่นที่จะกระจายวัคซีนเหล่านี้อย่างเป็นธรรมให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยทุกคน รวมถึงมุ่งเน้นการจัดสรรวัคซีนให้กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุด ขอแสดงความชื่นชมบุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัครสาธารณสุขของไทยที่ทำงาน เพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp; สหรัฐฯเป็นหุ้นส่วนทางสาธารณสุขของไทยมานานมากกว่า 60 ปี&amp;nbsp; สหรัฐฯภูมิใจที่ได้ช่วยประเทศไทยต่อสู้กับโรคระบาดความร่วมมือระหว่างเราช่วยชีวิตคนไทยได้แล้วมากมาย&amp;nbsp; เราจะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับประเทศไทยและคนไทยตลอดไป&amp;nbsp; ส่วนการที่ประเทศไทยประกาศว่าได้ทำสัญญาซื้อวัคซีนของไฟเซอร์อีก 20 ล้านโดสนั้น จะเป็นประโยชน์อย่างมากกับระบบสาธารณสุขของไทย&amp;rdquo; อุปทูตสหรัฐฯ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจากกรณีที่มีกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ยื่นหนังสือแสดงความกังวลเรื่องการกระจายวัคซีนดังกล่าว ทางสหรัฐฯจะมีกลไกอะไรหรือไม่ ในการทำให้มั่นใจได้ว่าวัคซีนนี้จะได้รับการกระจายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายในการบริจาคของสหรัฐฯ&amp;nbsp; นายไมเคิล ฮีธ กล่าวว่า&amp;nbsp; การกระจายและจัดสรรวัคซีนเป็นหน้าที่หลักของรัฐบาลไทย&amp;nbsp; ส่วนรัฐบาลสหรัฐไม่มีบทบาทหรืออำนาจใดๆในการเข้าไปร่วมจัดการตรงนี้กับรัฐบาลท้องถิ่นของแต่ละประเทศ และสหรัฐฯไม่ได้มีเงื่อนไขใดๆในการบริจาควัคซีนแก่ไทย&amp;nbsp; แต่เราได้มีการประสานและรับทราบจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยแล้วว่ารัฐบาลไทยมุ่งเน้นการจัดสรรวัคซีนให้กับผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงจากโรคโควิด-19 รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้า ทั้งแพทย์ พยาบาล อาสาสมัครสาธารณสุข และบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆที่ต้องดูแลผู้ป่วยโรคโควิด-19 โดยตรง&amp;nbsp; นอกจากนี้ เรายังให้ความมุ่งเน้นแก่ผู้สูงอายุด้วย เพราะถือเป็นกลุ่มที่เปราะบางและได้รับผลกระทบมากที่สุดจากเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา&amp;nbsp; ทั้งนี้ ประชาชนในประเทศคงต้องติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานด้านสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราขอสนับสนุนหลักการที่ว่าทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะมีสัญชาติใด หรือมาจากประเทศใด ควรที่จะสามารถเข้าถึงวัคซีนดังกล่าวได้&amp;nbsp; มีคำกล่าวไว้ว่าไม่มีใครปลอดภัยจนกว่าเราทุกคนจะปลอดภัย&amp;nbsp; ไม่ว่าคนไทยหรือคนชาติไหนก็สามารถแพร่กระจายเชื้อนี้ได้เช่นกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมีการฉีดวัคซีนให้กับทุกคนให้ได้มากที่สุด เพื่อช่วยกันหยุดยั้งการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด&amp;nbsp; และเรายังอยากเห็นการลงทะเบียนและการจัดสรรวัคซีนให้กับประชาชนที่มีความยุติธรรม มีประสิทธิภาพ เท่าเทียมกัน ไม่มีการเลือกปฏิบัติ&amp;rdquo; อุปทูตสหรัฐฯ กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าหลังจากการส่งวัคซีนช่วยเหลือไทยแล้ว&amp;nbsp; สหรัฐฯมีการหารือร่วมกับรัฐบาลไทยในการให้ความช่วยเหลือในด้านอื่นที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 อีกหรือไม่&amp;nbsp; นายไมเคิล ฮีธ กล่าวว่า&amp;nbsp; รัฐบาลไทยและสหรัฐฯมีการประสานความร่วมมือมาอย่างต่อเนื่อง โดยเรายังมุ่งเน้นที่จะบริจาควัคซีนให้ต่อไปด้วย&amp;nbsp; ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเราได้ให้ความช่วยเหลือไปแล้วมูลค่าหลายสิบล้านเหรียญ ทั้งเครื่องช่วยหายใจ อุปกรณ์ป้องกันตัวส่วนบุคคล (PPE)&amp;nbsp; เอกสารสำหรับการฝึกอบรมในการป้องกันตัวและหลีกเลี่ยงการติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp; นอกจากนี้ เรายังได้ช่วยรัฐบาลไทยในการพัฒนาวัคซีนของตัวเอง โดยมีความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหารของสหรัฐฯ กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการพัฒนาวัคซีน mRNA ของตัวเอง&amp;nbsp; นอกจากนี้เรายังมีความร่วมมือกับไทย บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา โดยจัดการฝึกอบรมให้กับชุมชนแถบนั้นรู้จักการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว รวมถึงให้การสนับสนุนอุปกรณ์และเวชภัณฑ์ต่างๆ อาทิ หน้ากากอนามัย ชุดอุปกรณ์ช่วยเหลือป้องกันส่วนบุคคล ยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ถามอีกว่ารัฐบาลสหรัฐฯมีการรับมือกับการแสดงความคิดเห็นของประชาชนในประเทศที่พูดถึงเรื่องวัคซีนอย่างไรบ้าง&amp;nbsp; นายไมเคิล ฮีธ กล่าวว่า&amp;nbsp; รัฐบาลสหรัฐฯสนับสนุนสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็น แม้เป็นการวิพากษ์วิจารณ์หรือการติเตียน ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯเผชิญการวิพากษ์วิจารณ์มาตลอด&amp;nbsp; รัฐบาลสหรัฐฯ ยังสนับสนุนให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรีภาพต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่ารัฐบาลสหรัฐฯมีมาตรการรับมือต่อการระบาดของโรคนี้อย่างไร อาทิ การล็อกดาวน์ และรัฐบาลไทยสามารถถอดบทเรียนจากสหรัฐฯได้อย่างไรบ้าง&amp;nbsp; อุปทูตสหรัฐฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; เราไม่มีทางที่จะหามาตรการที่ครอบคลุมที่สุดหรือสมบูรณ์แบบที่สุด สำหรับสหรัฐฯ ในแต่ละรัฐมีมาตรการที่แตกต่างออกไป บางรัฐใช้การล็อกดาวน์เต็มขั้น แต่บางรัฐยังเปิด ขณะที่บางรัฐทำแบบลูกผสม&amp;nbsp; ตนจึงบอกไม่ได้ว่าควรใช้วิธีการใดที่ดีที่สุด&amp;nbsp; แต่สิ่งที่จำเป็นและต้องคำนึงถึง คือต้องมีการสื่อสารกับประชาชนให้ชัดเจนในเรื่องของความเสี่ยงต่างๆ และเรื่องข่าวลวง เฟคนิวส์&amp;nbsp; เพราะทุกวันนี้ในสหรัฐฯ ยังมีประชาชนที่เข้าใจว่าวัคซีนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยังต้องให้ความชัดเจนแก่ประชาชน ให้เขารู้ว่าเรื่องนั้นเป็นข่าวเท็จ&amp;nbsp; และประชากรของสหรัฐฯยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนทั้งหมด เราฉีดไปได้แค่ 50 เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp; เราจึงต้องฉีดวัคซีนเพิ่มต่อไป&amp;nbsp; อย่างไรก็ตามต้องให้รัฐบาลของแต่ละประเทศเป็นผู้ดูแลตรงนี้ โดยเรายังต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างรอบคอบ ตอนนี้เรื่องของโรคระบาดคาดเดาได้ยาก จึงไม่มีประเทศใดในโลกที่สามารถดูแลควบคุมเรื่องการระบาดได้อย่างดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111638</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนไฟเซอร์, สหรัฐบริจาควัคซีนให้ไทย, สายพันธุ์เดลตา, ไมเคิล ฮีธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_6103abec51e6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111515</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทูตสหรัฐ หารือ &#039;อนุทิน&#039; ก่อนส่งมอบไฟเซอร์ล็อตแรก 1.5 ล้านโดส จัดสรรให้คนทุกสัญชาติในไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก U.S. Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย&amp;nbsp;โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;เรากำลังจะส่งมอบวัคซีนโควิดอย่างน้อย 1.5 ล้านโดส จริงๆ เป้าหมายคือการบริจาครวม 2.5 ล้านโดส แต่การส่งมอบล็อตแรกคือ 1.5 ล้านโดส สายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของเราสำคัญเสมอมาและเสมอไป&amp;quot; วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ แทมมี่ ดักเวิร์ธ #FriendsPartnersAllies&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายไมเคิล ฮีท อุปทูตรักษาการเอกอัคราชทูตสหรัฐอเมริกา&amp;nbsp;ทวีตข้อความก่อนหน้านี้ว่า ได้หารือกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของไทยถึงแนวทางการแจกจ่ายวัคซีน ซึ่งเห็นพ้องต้องกันว่าต้องแจกจ่ายวัคซีนให้ทุกคนในประเทศไทยไม่ว่าจะสัญชาติใด เพื่อให้ทุกคนปลอดภัยจากเชื้อโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111515</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริจาควัคซีน, สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย, แทมมี่ ดักเวิร์ธ, ไมเคิล ฮีธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_610246c893e3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49112</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2019 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2019 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อุปทูตสหรัฐเข้าพบ&#039;สมคิด&#039;ปากหวานความสัมพันธ์ขาขึ้น ยันตัดGSPไม่เกี่ยวแบน3สารพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.62-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายไมเคิล ฮีธ &amp;nbsp;อุปทูตรักษาราชการสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้เดินทางเข้าพบ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ห้องทำงานภายในตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล คาดว่า เป็นการหารือกันถึงกรณีที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาสั่งระงับการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) กับสินค้าจากประเทศไทย โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายไมเคิล ฮีธ &amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังเข้าพบนายสมคิด ว่า ความสัมพันธ์ของไทยและสหรัฐฯ ช่วงนี้ถือว่าเป็นขาขึ้น จากการที่รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ซึ่งกระบวนการจีเอสพี เป็นเรื่องที่มีการตัดสินใจมานานแล้ว ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงนี้ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแบน 3 สารพิษของไทย นี่คือหัวใจที่สหรัฐได้คุยกับนายสมคิด ในวันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไมเคิล กล่าวว่า ยืนยันว่าการตัดจีเอสพีประเทศไทยนั้น มีการพูดคุยกันมานานแล้ว &amp;nbsp;และจีเอสพีเป็นสิทธิพิเศษที่ไทยได้รับมานานกว่า 30 ปี แม้จะถูกตัดสิทธิไปแล้ว แต่ประเทศไทยก็ยังคงได้รับสิทธิพิเศษสูงที่สุดมากกว่าประเทศใดในโลกในปัจจุบัน ดังนั้น จะมีการหารือกับทางรัฐบาลไทยในข้อกฎหมายต่าง ๆ ในเรื่องของแรงงานว่าจะมีการดำเนินการร่วมกันอย่างไร ทั้งนี้การตัดสิทธิจีเอสพี มีผลกระทบไม่มาก ตัวเลขไม่เยอะ และกระบวนการนี้ยังไม่ถือว่าสิ้นสุด ซึ่งต้องขอบคุณประเทศไทยในการจัดประชุมอาเซียนซึ่งคิดว่าจะเป็นไปด้วยดี โดยทางสหรัฐฯ จะส่งตัวแทนมาประชุมที่ประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมคิด ให้สัมภาษณ์ว่า คณะของสหรัฐฯจะมาร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ในระหว่างวันที่ 31 ต.ค. &amp;ndash; 4 พ.ย. จึงพยายามเตรียมการทุกอย่างให้สมบูรณ์ เพราะต้องการจะมาลงทุนในประเทศไทย และจะลงพื้นที่ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงเรื่องจีเอสพี ซึ่งนายไมเคิล ฮีธ ระบุว่า การตัดสิทธิจีเอสพียังไม่ถึงที่สุด ซึ่งจริงๆ แล้วมันมีมูลค่าไม่มากนักหรอก แต่ว่า สิ่งเหล่านี้น่าจะพูดคุยกันและสื่อสารกัน เราสองประเทศเป็นมิตรกันมานาน เราสามารถที่จะพูดคุยกันได้อย่างไร จึงอยากให้ใช้ช่วงเวลาที่ผู้ใหญ่ของสหรัฐฯมาประเทศไทยหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ว่าจะร่วมมือกันอย่างไรต่อไป โดยนายไมเคิล ฮีธ ระบุอีกว่า เรื่องจีเอสพีเกิดขึ้นในช่วงที่คณะของสหรัฐฯกำลังเดินทางมาประเทศไทย เป็นช่วงเวลาบังเอิญ และเมื่อยังไม่ถึงที่สุด อยู่ที่การพูดจากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด กล่าวว่า คณะที่จะมาไทยเป็นคณะใหญ่ และมีนักลงทุนสหรัฐฯมาจำนวนมาก เขาอยากให้บรรยากาศดี เขาบอกว่ามีอะไรขอให้พูดคุยกัน เรื่องต่างๆ ที่เขาขอร้อง เราพยายามเต็มที่แล้ว ในเรื่องแรงงานก็พยายามมาสมควรแล้ว เรื่องเกษตรพยายามดูแลอยู่ แต่ทุกอย่างต้องค่อยๆ เป็นค่อยไป เขาก็เข้าใจ อย่างไรก็ตาม เราคงไม่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อขอสิทธิคืน แต่อยากให้ใช้เวลาส่วนใหญ่พูดคุยกันถึงยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯกับไทย ไม่ใช่ไปดูเรื่องเป็นชิ้นๆ อยากให้ดูยุทธศาสตร์เลย เพราะขณะนี้ประเทศไทยเป็นจุดที่ทุกคนต้องการเข้ามา อยากให้มองเรื่องใหม่ๆ มองไปไกลๆ บนพื้นฐานของมิตรภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายไมเคิล ฮีธ ได้ถามผมว่า ศูนย์กลางความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (CLMVT) นั้น จีนกับญี่ปุ่นสนใจมากใช่มั้ย ผมตอบว่า ก็ใช่น่ะสิ แล้วสหรัฐฯไม่เข้ามาล่ะ เพราะเขากำลังให้ความสำคัญกับภูมิภาคนี้มากทีเดียว เพียงแต่ช่วงเวลาที่เขามา บังเอิญกับตอนที่ประกาศเรื่องจีเอสพีพอดี ไม่ได้คาดคิดว่ามันจะมาในจังหวะแบบนี้ ผมเลยถามเขาว่า ถ้ายังไม่ไฟนอลก็พูดกันใหม่ได้&amp;rdquo;นายสมคิด กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในเรื่องแรงงาน ทางสหรัฐฯได้ขอความร่วมมืออย่างไรบ้าง นายสมคิด กล่าวว่า เขาไม่ได้ขอ ไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ตนบอกว่า ใน 7 ข้อ เราให้ไปตั้ง 4 ข้อแล้ว อีก 3 ข้อค่อยคุยกัน เขาก็เข้าใจ ซึ่งเขาไม่ได้พูดถึงเรื่องเหล่านี้เลย พูดแต่ว่า อนาคตจะร่วมมือกันอย่างไร ส่วนเรื่องจีเอสพี กระทรวงพาณิชย์ต้องหารือกับตัวแทนผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) ซึ่งอยู่ที่การสื่อความให้เขาทราบ และบอกว่าเราเป็นมิตรที่ดี มีกลุ่มต่างๆ จำนวนมากตั้งใจไปลงทุนประเทศเขาด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาโดยรวม อย่าพิจารณาเป็นชิ้นๆ อย่างไรก็ตาม นายไมเคิล ฮีธ มีบรรยากาศที่เป็นมิตรภาพสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จริงๆ แล้วไทยเลยเวลาที่จะเป็นจีเอสพีมานานแล้ว จีเอสพีมีไว้สำหรับประเทศที่ด้อยพัฒนา เป็นความช่วยเหลือกันมาตั้งแต่ดั้งเดิม ส่วนไทยนั้นพัฒนาแล้ว เพียงแต่เราเป็นเพื่อนกัน ก็เก็บไว้ก่อนสิ จะรีบร้อนไปทำไม&amp;rdquo;นายสมคิด กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ระบุว่าต้องการให้เจรจาแบบคู่ค้าที่เท่าเทียมกัน ไม่ใช่ลูกไล่ นายสมคิด กล่าวว่า เรื่องมิตรภาพระหว่างประเทศเป็นเรื่องสำคัญ จะต้องไม่เอาสิ่งเหล่านี้มาเป็นประเด็นการเมือง อย่าลืมว่า ทั้งสหรัฐฯ จีน และญี่ปุ่น เป็นประเทศใหญ่ การที่เราสร้างสัมพันธ์ได้เป็นสิ่งที่ดี ส่วนอะไรที่ไม่เป็นธรรม เราต้องเจรจากับเขาว่าเราทำเต็มที่แล้ว ต้องเกื้อกูลกัน ต้องเป็นเหตุเป็นผล และการที่นายไมเคิล ฮีธมาเข้าพบตน เขาก็ให้เกียรติทุกอย่าง รวมถึงหวังอย่างยิ่งว่าคณะที่มาจากสหรัฐฯจะได้เข้าพบนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า มีการระบุหรือไม่ว่าเกี่ยวกับการที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติยกเลิกสารพิษ 3 ชนิด นายสมคิด กล่าวว่า เขาบอกว่ามันเป็นเรื่องความบังเอิญของเวลา ไม่ได้พูดถึงสารพิษเลย และไม่เกี่ยวกับการเมืองของประเทศ ตนว่า เรามีมิตรภาพต่อกัน ต้องดูแลซึ่งกันและกัน ถึงจะอยู่กันได้ สหรัฐฯกับไทยเป็นมิตรเก่าแก่ การจะทำอะไรก็แล้วแต่เขาจะนึกถึงมิตรภาพ อย่าไปหยิบเอาชิ้นซึ่งมันสร้างปัญหามาพูดคุยกันมากเกินไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49112</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, รองนายกฯ, สหรัฐตัดGSPไทย, ไทย-สหรัฐ, ไมเคิล ฮีธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191029/image_big_5db80656d8dfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
