<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 23:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไมโทคอนเดรียกับคดีบิลลี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลายเป็นปัญหาของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) &amp;nbsp;อีกครั้ง หลังจากอัยการสั่งไม่ฟ้องในคดีที่ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อายุ 56 ปี ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ผอ.ทสจ.) ปัตตานี อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ระหว่างปี 2551-2557 กับพวกตกเป็นผู้ต้องหา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้าย และร่วมกันฆ่าอำพรางศพ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ อายุ 31 ปี นักเคลื่อนไหวชาวกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย จ.เพชรบุรี ที่หายตัวไปตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งคณะทำงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1 มีคำสั่งฟ้องเพียงข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ถ้าเจาะลึกเหตุผลที่คณะพนักงานสอบสวนคดีมีความเห็นสั่งฟ้องนายชัยวัฒน์กับพวก เพราะในชั้นสอบสวนดีเอสไอได้สอบปากคำผู้เชี่ยวชาญทางสารพันธุกรรม คือ นพ.วรวีร์ ไวยวุฒิ ผอ.กองสารพันธุกรรม สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม อย่างละเอียด โดย นพ.วรวีร์ ได้อธิบายรายละเอียดของระบบการตรวจดีเอ็นเอแบบไมโทคอนเดรีย ว่าสารพันธุกรรมปกติ หรือดีเอ็นเอปกติ จะมีอยู่ในแกนกลางของเซลล์ หรือที่เรียกว่านิวเคลียสประมาณ 99.99 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลืออีก 0.01 เปอร์เซ็นต์ จะอยู่ในส่วนที่เป็นไซโตรพลาสซึมรอบนอก โดยบรรจุอยู่ในส่วนที่เรียกว่าไมโทคอนเดรีย ซึ่งภายในไมโทคอนเดรียจะมีสารพันธุกรรมที่เรียกว่าไมโทคอนเดรียดีเอ็นเอ โดยมีความยาวของสายพันธุกรรมประมาณ 16,500 รหัสพันธุกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไมโทคอนเดรียดีเอ็นเอจะมีส่วนที่คงที่ในการถ่ายทอดจากมารดาสู่บุตรกลับส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะพบการเปลี่ยนแปลงเมื่อมีการถ่ายทอด 2 รุ่นขึ้นไปเช่นจากยายสู่หลาน แต่การพิสูจน์ในคดีนี้พบว่าไมโทคอนเดรียดีเอ็นเอตรงกัน และยังไม่มีความเปลี่ยนแปลง ดังนั้นพยานปาก ผอ.สารพันธุกรรมจึงยืนยันตามรายงานการตรวจพิสูจน์ว่า ชิ้นส่วนกระดูกมีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตที่สืบทอดมาจากมารดาหรือยายคนเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในการให้ปากคำของผู้เชี่ยวชาญยังให้ความเห็นด้วยว่า&amp;nbsp; สารพันธุกรรมแบบปกติ หรือดีเอ็นเอปกติ แม้ว่าจะมีจำนวนมากกว่า แต่เนื่องจากลักษณะของดีเอ็นเอปกติเป็นสารพันธุกรรมที่มีความยาวประมาณ 3 พันล้านรหัสพันธุกรรม ทำให้มีการแตกหักและเสียหายได้ง่าย และมีเพียงจำนวนหนึ่งชุดรหัสพันธุกรรมต่อหนึ่งเซลล์เท่านั้น จึงทำให้ตรวจหาลำบาก กรณีที่วัตถุพยานเป็นวัตถุพยานที่มีการเน่าสลายหรือเสื่อมสลาย เนื่องจากถูกทิ้งไว้เป็นเวลานาน แต่ไมโทคอนเดรียดีเอ็นเอจะเป็นสายดีเอ็นเอที่สั้นกว่ามีความยาวประมาณ 16,000 รหัสพันธุกรรม และมีจำนวนชุดรหัสพันธุกรรมที่เหมือนกันอยู่ประมาณ 1,000 ถึง 10,000 ชุดต่อหนึ่งเซลล์ แม้ว่าวัตถุพยานจะมีการเน่าสลาย หรือเสื่อมสภาพก็ยังคงสามารถตรวจหาไมโทคอนเดรียดีเอ็นเอและนำมาเปรียบเทียบกันได้ โดยการตรวจพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคล ทั้งการตรวจดีเอ็นเอปกติและการตรวจไมโทคอนเดรียดีเอ็นเอมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือใกล้เคียงกัน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยฝั่งอัยการให้ความเห็นของการพิสูจน์ชิ้นกระดูกด้วยการใช้วิธีไมโทคอนเดรียว่าเป็นเพียงการตรวจเพื่อทราบถึงสื่อสัมพันธ์สายมารดาเท่านั้น โดยการตรวจวิธีนี้ไม่เพียงพอยืนยันตัวบุคคลที่ชี้ชัดว่ากระดูกของกลางเป็นของบุคคลใด จึงทำให้อัยการตีตกในเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม แม้ว่าดีเอสไอได้เห็นแย้งในหลายประเด็นนอกเหนือจากประเด็นไมโทคอนเดรียกับอัยการ ซึ่งถ้าอัยการสูงสุดไม่สั่งฟ้อง ด้านภรรยาบิลลี่ นางพิณนภา พฤกษาพรรณ คงไม่มีทางเลือกที่จะต้องฟ้องด้วยตัวเอง เพื่อรับความเป็นธรรมในคดีดังกล่าว จึงต้องติดตามทิศทางของอัยการสูงสุดในคดีนี้ต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วอชเชอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55920</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, คดีบิลลี่, วอชเชอร์, เกษมราษฎร์, ไมโทคอนเดรียกับคดีบิลลี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e330196a3531.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
