<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30853</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เงินเกลี้ยงเป๋า! ‘คลัง’ชงรบ.อุ้ม บัตรสวัสดิการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คลังโอดเงินอุ้มบัตรคนจนเกลี้ยง! จ่อชงรัฐบาลขอจัดสรรงบประมาณดูแลยาวถึง ก.ย.2562 &amp;nbsp; ยันงบดูแลคนจนปีละ 4 หมื่นล้านบาทไม่กระทบฐานะการคลัง พร้อมเสนอรัฐบาลใหม่สานต่อนโยบาย ก่อนเปิดรับลงทะเบียนรอบใหม่ ผุดเกณฑ์อิงรายได้ยกครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค.เตรียมเสนอรัฐบาลขอจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเข้ากองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก สำหรับใช้ในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากประเมินแล้วว่าจะมีงบประมาณเหลือเพียงพอใช้ในโครงการต่างๆ ผ่านบัตร ถึงช่วงเดือนเม.ย.นี้เท่านั้น แต่ยังมีบางโครงการที่จะต้องอุดหนุนดูแลประชาชนไปจนถึงเดือน ก.ย.2562 จึงทำให้งบประมาณไม่เพียงพอ ซึ่งขณะนี้มีการใช้งบผ่านบัตรคนจนเฉลี่ยเดือนละ 3-4 พันล้านบาท หรือปีละไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งจำนวนเงินดังกล่าวยังไม่มีผลต่อฐานะทางการคลัง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สศค.มั่นใจว่ารัฐบาลชุดใหม่สนใจที่จะเดินหน้าโครงการสวัสดิการแห่งรัฐต่อไป เพราะเท่าที่ดูจากนโยบายหลายๆ พรรคการเมือง ก็ไม่เคยเห็นพรรคการเมืองไหนบอกจะยกเลิก ซึ่งคาดว่าหลังจากการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.นี้ จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้แล้วเสร็จในช่วงเดือนปลาย พ.ค.-มิ.ย.2562 จากนั้น สศค.ก็เตรียมเสนอรัฐบาลใหม่พิจารณามาตรการต่างๆ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทันที เพราะจะต้องใช้งบประมาณปี 2563 รองรับการดำเนินการ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบการขึ้นทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบใหม่ให้มีความเหมาะสม และมีประสิทธิภาพมากที่สุด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แนวคิดการลงทะเบียนคนจนรอบใหม่ โดยให้ลงแบบครอบครัวนั้นทำได้ยาก ดังนั้น จำเป็นต้องลงทะเบียนเป็นรายบุคคล และให้สิทธิเป็นรายบุคคลต่อไป แต่จะต้องใช้ข้อมูลครอบครัวมาเป็นเกณฑ์ประกอบ ต้องมีการการจัดรุ่นอายุ เช่น ครอบครัวนี้มีผู้บรรลุนิติภาวะ หรืออายุเกิน 20 ปี ก็ต้องนำเกณฑ์รายได้มาพิจารณาประกอบด้วย&amp;rdquo; นายลวรณกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายลวรณกล่าวอีกว่า การยกเลิกนโยบายบัตรสวัสดิการไม่สามารถทำได้ เพราะขณะรัฐบาลได้ผ่านกฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ซึ่งมีโครงสร้างกองทุนชัดเจน มีกฎหมายรองรับ มีเงินกองทุนใช้จ่าย การยกเลิกก็จะเป็นการขัดต่อกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ทุกพรรคก็ไม่ได้บอกจะยกเลิก มีแต่จะปรับปรุงบัตรคนจนให้ดีขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี สศค.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมมือวิจัย เรื่องออกแบบ พัฒนา และเพิ่มประสิทธิภาพ ในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ กับคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยจะใช้เวลาวิจัยประมาณ 3-4 เดือน เพื่อเก็บเป็นข้อมูลการลงทะเบียนให้กับ สศค. ในการกำหนดมาตรการให้ความช่วยเหลือตรงจุด รายภูมิภาคมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้รัฐใช้จ่ายงบประมาณสำหรับดูแลผู้มีรายได้น้อยให้เกิดประโยชน์สูงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจในประเทศไทยปี 2562 มองว่าน่าจะดีขึ้น แต่อาจจะไม่ได้ขยายตัวมากเท่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเศรษฐกิจในต่างจังหวัด และประชาชนรากหญ้าที่จะได้รับโอกาสในการช่วยเหลือที่มากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลชุดใหม่ที่เข้ามาจะมีการดูแลเรื่องความเป็นอยู่ของประชาชนรากหญ้ามากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงในช่วงนี้เป็นช่วงการหาเสียง ทำให้พบว่ามีหลายพรรคการเมืองที่มีนโยบายดูแลเรื่องคุณภาพชีวิตของประชาชนฐานราก จึงมีหลายอย่างที่จะลงไปช่วยรากหญ้ามากขึ้น เพราะที่ผ่านมามีปัญหาจากรากหญ้าจนทำให้การพัฒนายังไม่มีความเสถียร และว่าสินค้าเกษตรจะมีราคาดีขึ้น เพราะมีหลายพรรคที่รับประกันราคาสินค้าเกษตรหลายชนิด ซึ่งมองว่าพรรคเหล่านั้นต้องทำให้ได้อย่างที่พูด เนื่องจากเป็นส่วนทำให้สินค้าเกษตรเกิดการปรับราคาดีขึ้น อาทิ ข้าว ยาง ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง แม้ว่าในขณะนี้ข้าวจะปรับราคาดีขึ้นแล้ว แต่ต้องปรับขึ้นอีก รวมถึงสินค้าเกษตรชนิดอื่นๆ ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพันธุ์มั่นใจว่า หากราคาสินค้าเกษตรและเกษตรกรมีรายได้เพิ่ม ทำให้คุณภาพชีวิตของรากหญ้าดีขึ้น แม้ว่าตัวเลขจีดีพีอาจจะไม่ได้ขยายตัวมากเท่าปีที่ผ่านมา แต่เศรษฐกิจในระดับภูมิภาคจะดีขึ้น และหนี้ครัวเรือนของประชาชนจะลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการขนาดใหญ่ของรัฐที่มีจำนวนหลายโครงการจะส่งผลทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศมากขึ้น รวมถึงโครงการอีอีซี ที่ไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาลก็ต้องเดินหน้าเพื่อสานต่อโครงการนี้ เพราะแผนดำเนินงานทุกอย่างทำไว้เสร็จสิ้นแล้ว ทำให้ถึงแม้จีดีพีรวมจะไม่ได้สูงเทียบเท่าปีที่ผ่านมา เงินเฟ้ออาจจะสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ความรู้สึกของประชาชนในด้านเศรษฐกิจจะดีขึ้น&amp;rdquo; นายสุพันธุ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30853</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดูแลคนจนปีละ 4 หมื่นล้าน, หนังสือพิมพ์, เงินอุ้มบัตรคนจนเกลี้ยง, เสนอรัฐบาลใหม่สานต่อ, ไม่กระทบฐานะการคลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190308/image_big_5c8287942bd00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
