<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตู่2ห้ามซักฟอกตู่1 เพิ่งทำงาน5เดือนอย่าเอาของเก่ามาพันกันมันจะเสียหาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ไม่กลัวปีชง แก้เคล็ดทำความดีไปวัดไหนก็ได้ เหน็บหมอดูทายผิดไปเท่าไหร่ ฝากไปถึงรัฐมนตรีใน ครม. ทำความดีเอาชนะทุกอย่าง เตือนฝ่ายค้านรัฐบาลนี้เพิ่งทำงาน 5 เดือนก็ซักฟอกเฉพาะรัฐบาลนี้ อย่าเอา ครม.เก่ามาพันกัน มันจะเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 มกราคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2563 โดยมีนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา คณะรัฐมนตรี (ครม.) ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป และทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 63 รูป หน้าบริเวณสนามหญ้า ข้างตึกไทยคู่ฟ้า เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2563 ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นการทำงานวันแรกของปีเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเริ่มการประชุมคณะรัฐมนตรีประจำสัปดาห์ ซึ่งถือเป็นการประชุมนัดแรกของปี 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายหลังตักบาตร?เสร็จ นายกรัฐมนตรีได้เดินสวัสดีปีใหม่คณะรัฐมนตรีทุกคน พร้อมกล่าวทักทายอย่างอารมณ์?ดี จากนั้นได้ขึ้นไปสักการะพระพรหมบนตึกไทยคู่ฟ้า โดยถวายผลไม้ ก่อนที่เวลา 09.09 น. นายกฯ ได้ลงมาสักการะศาลพระภูมิ?เจ้าที่ โดยได้ถวายอาหารคาวหวาน ประกอบด้วย ไข่ลูกเขย กระเพราเนื้อ ต้มกะทิสายบัว ข้าวสวย ลอดช่องน้ำกะทิ และน้ำแดง และสักการะศาลตายาย โดยถวายพะแนงหมู กระเพราเนื้อ ต้มกะทิสายบัว ข้าวสวย ซ่าหริ่มน้ำกะทิ น้ำแดง กล้วย อ้อย ข้าวตอกดอกไม้ และหมากพลู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนเป็นประธานการประชุม ครม. นายกรัฐมนตรีได้อวยพรสื่อมวลชนว่า &amp;quot;สวัสดีปีใหม่ ขอให้มีความสุข มีเงินใช้&amp;quot; เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าปีนี้เป็นปีชงของนายกรัฐมนตรี จะมีการแก้เคล็ดวัดไหนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า &amp;quot;ทำความดีไง ถ้าทำความไม่ดีก็แก้อะไรไม่ได้ ไม่จำเป็นต้องไปวัดไหน ถ้าทำความดีไปวัดไหนก็ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้หมอดูหลายสำนักได้ออกมาทำนาย?ดวงเมืองปี 2563 โดยเห็นตรงกันว่าปีนี้การเมืองจะขัดแย้งหนัก แต่ผู้นำอาจยังเป็นคนเดิม ที่สำคัญความเชื่อทางโหราศาสตร์จีนยังระบุว่าปีนี้เป็นปีชงของนายกรัฐมนตรี? เนื่องจากนายกฯ เกิดปีมะเมียซึ่งชง 100 เปอร์เซ็นต์
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.อีกครั้งว่า หมอดูก็คือหมอดู เขาก็นำสถิติมาดู ซึ่งตนไม่ดูถูก ตนเคารพอยู่แล้ว ทุกคนมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นตามศาสตร์ของท่าน แต่สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่ใจของพวกเราทุกคน ถ้าเราทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและโปร่งใสตรวจสอบได้ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่จะทำให้เกิดบ้านเมืองขัดแย้ง ซึ่งอาจจะพูดแรงไปหรือไม่ที่ว่าการเมืองขัดแย้งหนักอาจถึงขั้นยุบสภา ก็ลองมาดูว่าที่ทำนายไป หมอดูแต่ละเจ้าทำนายถูกเท่าไหร่ ผิดเท่าไหร่ ก็ให้ไปดูกันเอา ตนก็ไม่อยากเอาสิ่งเหล่านี้เป็นบรรทัดฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ถามว่าผมกังวลหรือไม่ ผมกังวลแล้วได้อะไรขึ้นมา ผมก็คือผม ผมเกิดมาแล้วก็เปลี่ยนวันเกิดไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งต่างๆ เหล่านี้ผมว่าไม่ใช่อยู่ที่ดวงอย่างเดียวหรอก คงเป็นเรื่องของการทำงาน เป็นเรื่องของการตั้งมั่นในการทำความดี และผมคิดว่าบุญกุศลก็อาจจะคุ้มครองเราได้บ้าง ทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน ซึ่งผมก็ฝากไปถึงรัฐมนตรีใน ครม.ของผมด้วย ผมก็ผ่านมาหลายรอบแล้วปีชง ถ้าเราทำความดีด้วยหัวใจ คิดดีทำดี ความดีจะชนะทุกอย่าง และมีสติ และไม่ประมาท ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชฯ ก็ได้ประทานพรมา วาจาอันไพเราะ ยังประโยชน์สู่ความสำเร็จ เพราะฉะนั้นผมจะใช้วาจาอันไพเราะของผมกับทุกคน บางทีคิดเร็ว พูดเร็ว ทำเร็ว บางทีก็มีอารมณ์บ้างให้อภัยผมบ้างเถอะ&amp;quot;
อย่าซักฟอกรัฐบาลก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในตอนท้ายด้วยว่า ขอให้มีความสุขในปีต่อๆ ไป เจอกันนานๆ ทุกวันนี้ตนได้เจอทุกคนอยู่แล้ว ทั้งในโทรทัศน์และหน้าหนังสือพิมพ์ ขอให้ช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบหน่อย ถ้าไปทำนายว่าหลังปีใหม่แล้วจะตีกัน ก็คือคิดอย่างไร พูดอย่างไร ก็จะเป็นอย่างนั้น แต่ถ้าไม่คิดอย่างนี้ พูดอย่างนี้ ไม่ชี้นำทุกอย่างก็ไม่เกิดก็เท่านั้นเอง จึงขอฝากทุกคนด้วย สวัสดีและขอบคุณทุกคน ลาทีไม่ใช่ลาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ยังให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯและ ครม. 5 คน ว่าตนไม่ได้มองว่ามีปัญหาในการทำงาน เพราะเพิ่งทำมา 5 เดือนเองใช่หรือไม่ รัฐบาลนี้ 5 เดือนนะจำไว้ รัฐบาลที่แล้วก็รัฐบาลที่แล้วสิ รัฐบาลนี้ 5 เดือน ฉะนั้นการอภิปรายครั้งนี้เป็นการอภิปรายนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีใน ครม.ชุดนี้ อย่าเอามาพันกันไปหมด มันจะเสียหายไปหมด ซึ่งจะทำให้สิ่งที่ทำไว้เสียไปด้วย ที่ทำดีๆ ไว้ก็เสียหายหมดเพราะไม่เข้าใจกัน แล้วจะทำงานกันอย่างไรต่อไป หลายอย่างรัฐบาลนี้ได้ทำในส่วนที่รัฐบาลก่อนๆ ทำไว้ดีตนก็ทำต่อ ตนไม่เคยไปว่าอะไรเขา เว้นแต่เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นไปตามกฎหมาย เป็นเรื่องของกลไกกระบวนการยุติธรรมว่ากันไป จะมาเกี่ยวอะไรกับตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดังนั้นอย่าเอาความไม่ชอบส่วนตัวมาว่า ประเทศชาติสำคัญกว่าอย่างอื่น ผมไม่ได้วิตกกังวลอะไรทั้งสิ้น ก็ชี้แจงไป สุดแล้วแต่ว่าวัตถุประสงค์นั้นทำไปเพื่ออะไร เราตอบได้ก็คือตอบ ก็ฟังกันบ้างในคำตอบ อย่าถามอย่างเดียวแล้วไม่ฟังคำตอบ ขอฝากประชาชนช่วยฟังคำตอบด้วย&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวกรณีไม่มีชื่ออยู่ในบุคคลที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ยังไม่รู้ว่าจะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ แต่หลักการหากฝ่ายค้านจะอภิปราย ก็ควรอภิปรายเฉพาะการทำงานของรัฐบาลตลอดช่วง 5 เดือนกว่าที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้ออกมาระบุว่ารัฐบาลไม่ได้มีการดูแลกลุ่มชาติพันธุ์ รองนายกฯ ตอบว่า เป็นความคิดของนายธนาธร แล้วรัฐบาลจะทำอย่างไรได้ เพราะรัฐบาลยังดูแลอยู่ อีกทั้งในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงดูแลมาโดยตลอดจนมีที่ทำกิน พืชผักผลไม้มีมากมาย อย่างไรก็ตาม มุมมองของรัฐบาลมองว่ารัชกาลที่ 9 ทรงทำงานตั้งแต่ท่านยังเป็นหนุ่ม ทำให้กลุ่มชาติพันธุ์มีที่อยู่ที่อาศัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มองว่าการลงพื้นที่ดังกล่าวเป็นการโจมตีรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะโจมตีได้อย่างไร เพราะทำงานมาแค่ 5 เดือน ก็พูดอย่างนี้แล้วกลุ่มชาติพันธุ์ก็คงเข้าใจแล้วมั้ง เพราะอธิบายไปหมดแล้ว
มท.1 พร้อมตอบคำถาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องดี ซึ่งถือว่าเป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านที่จะมีการทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลรัฐบาล ก็ต้องใช้วิธีในสภาในการดำเนินการเพื่อที่จะสอบถาม ซึ่งถือว่าเป็นตามขั้นตอนตามระเบียบ ทั้งนี้ ยืนยันว่าตนมีหน้าที่ที่จะตอบข้อซักถามของฝ่ายค้าน ให้ได้เข้าใจ ถึงประเด็นที่ฝ่ายค้านได้สอบถาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์? สนธิจิรวงศ์? รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน? กล่าวว่า ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ?(พปชร.)? พร้อมทำหน้าที่แกนนำรัฐบาล? เพื่อตอบทุกข้อซักถามของพรรคฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาลจึงต้องช่วยกันและจะมีการหารือร่วมกัน ตนยอมรับว่าฟากฝั่งของรัฐบาลมีความหลากหลาย แต่มีความแข็งแรงที่จะร่วมกันคิดร่วมกันทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองในปี 2563 ว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของรัฐบาล ภายในปี 2563 น่าจะเกิดจากเหตุการณ์ทางการเมืองที่สั่งสมกันมา จนมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จากปรากฏการณ์ดังต่อไปนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.การอภิปรายพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี 2563 ในวาระ 2 และวาระ 3 ซึ่งจะนำเข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 8-9 ม.ค.2563 นี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีการอภิปรายแปรญัตติ ถล่มงบประมาณของกระทรวงกลาโหม เพื่อดิสเครดิตกองทัพและรัฐบาล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแบบรายบุคคลของพรรคฝ่ายค้านในเดือนกุมภาพันธ์นี้ หากสามารถเปิดแผลการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐบาลได้ หรือมีใบเสร็จแสดงหลักฐานการทุจริตได้ชัดเจน ก็จะมีการเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแน่นอน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.การปรับคณะรัฐมนตรีของรัฐบาล อาจจะเกิดขึ้นก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อลดกระแสหรือตัดหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อน หรืออาจจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี หลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้านแล้ว เพื่อใช้โอกาสนี้ปรับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจออกไปบ้าง แต่ทางการเมือง ถ้ารัฐบาลชุดใดปรับคณะรัฐมนตรีเกิดขึ้น ก็จะเป็นสัญญาณการนับถอยหลังทางการเมืองทันที
รัฐบาลอาจจะง่อนแง่น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;4.จับตาท่าทีและความเคลื่อนไหวทางการเมืองของพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มพรรคเล็กที่รวมตัวกันมีจำนวน ส.ส.มากพอที่จะต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีได้ เช่น กลุ่มกิจสังคมใหม่ หรือพรรคเศรษฐกิจใหม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.เหตุการณ์การพิจารณาพิพากษาคดียุบพรรคอนาคตใหม่ และคดีอื่นๆ อีกหลายคดี หากพรรคอนาคตใหม่ถูกศาลตัดสินยุบพรรค จะต้องจับตา กลุ่มงูเห่า หรือการช้อนซื้อตัว ส.ส.เพื่อเข้าสังกัดพรรคร่วมรัฐบาล หรือพรรคขนาดเล็กเพื่อเพิ่มจำนวน ส.ส.ให้เท่ากับโควตารัฐมนตรี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.การนัดชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือแฟลชม็อบ และการเคลื่อนไหวทางการเมืองนอกสภาของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กับกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ ว่าจะมีพลัง หรือสร้างแรงกดดันทางการเมืองได้หรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 จะได้ข้อสรุปภายใน 180 วันตามกำหนด จะมีการแก้ไขในประเด็นใดบ้าง และจะมีแรงต่อต้านหรือสนับสนุนของมวลชนของแต่ละฝ่ายหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;8.การแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาปากท้องของประชาชน ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ในรอบครึ่งปี หรือในไตรมาสที่ 2 จะมีผลสำเร็จมากน้อยเพียงใด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;9.การเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจในกองทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะปีนี้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 ก.ย.2563 การแต่งตั้งผู้มาดำรงตำแหน่งแทนจะมีการจัดสรรดุลอำนาจได้ลงตัวหรือไม่หรือจะเกิดแตกแยก เกิดแรงกระเพื่อมในกองทัพหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;10.การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้านครั้งที่ 2 ในรอบหนึ่งปี เมื่อถึงวันนั้นเสถียรภาพรัฐบาล อาจจะง่อนแง่น มีสภาพทางการเมืองบอบช้ำมาตลอดหนึ่งปี ก็จะเป็นโอกาสสุดท้ายที่พรรคฝ่ายค้านจะเผด็จศึกรัฐบาลลงได้ในการส่งท้ายปี 2563 &amp;quot;ตลอดปี 2563 สถานการณ์ทางการเมืองจะร้อนแรงขึ้นเป็นลำดับ รัฐบาลจะได้รับแรงเสียดทานจากปัญหาการเมืองต่างๆนานา ถ้ารัฐบาลไม่สามารถแก้เกมการเมือง หรือปลดล็อกปัญหาทางการเมืองออกไปได้ อาจจะมีความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เพราะอายุของสภาผู้แทนราษฎรอยู่มาได้เกือบครบ 2 ปี ถ้าไม่มีการยุบสภาเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีก็ต้องลาออก เพื่อให้รัฐสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ จัดตั้งรัฐบาลใหม่ เพื่อบริหารประเทศต่อไป&amp;quot; นายเทพไทกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53715</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตู่2ห้ามซักฟอกตู่1, ทำบุญตักบาตร, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2563, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไม่กลัวปีชง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200102/image_big_5e0df84df20fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
