<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.ฟันนิพนธ์ ผิดอาญาม.157 มท.2ลั่นไม่ออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ป.ป.ช.&amp;rdquo; ชี้มูล &amp;ldquo;นิพนธ์&amp;rdquo; ผิดอาญามาตรา 157 และกฎหมาย อบจ.มาตรา 79 ครั้งนั่งเก้าอี้นายก อบจ.สงขลา&amp;nbsp; กรณีไม่จ่ายเงินให้เอกชนที่ชนะประมูลรถซ่อมบำรุงทาง 2 คัน มูลค่า 50.8 ล้านบาท เจ้าตัวแจงเหตุเพราะมีร้องเรียนเรื่องฮั้ว คดีไม่ถึงที่สุด ลั่นไม่ลาออก เพราะไม่ใช่ทุจริต แต่เป็นการรักษาผลประโยชน์ชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 7 ตุลาคม นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงถึงการชี้มูลกล่าวหานายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ.สงขลา) ละเว้นไม่เบิกจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ 2 คัน มูลค่า 50.8 ล้านบาท ให้กับบริษัท พลวิศว์ เทค พลัส จำกัด ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูล
ทั้งนี้ นายนิวัติไชยได้ไล่เรียงข้อมูลตั้งแต่เหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย.2556 ที่ อบจ.สงขลาได้ประกาศเรื่องจัดซื้อรถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ 2 คัน ซึ่งนายอุทิศ ชูช่วย นายก อบจ.สงขลาในขณะนั้นได้ทำสัญญาซื้อขายรถซ่อมบำรุงฯ แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 28 ส.ค.2556 นายนิพนธ์ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา และในวันที่ 8 ต.ค.2556 บริษัท พลวิศว์ฯ ได้ส่งมอบรถ โดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับรถ และแจ้งผลการตรวจรับรถต่อนายนิพนธ์ แต่นายนิพนธ์กลับละเว้นไม่ลงนามในหนังสือดังกล่าว ทั้งยังได้เขียนสั่งการในด้านหลังของรายงานผลการตรวจรับรถทั้งสองคันว่าเห็นควรให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้มีการทดลองระบบต่างๆ ของรถดังกล่าวอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อวันที่ 7 ม.ค.2557 บริษัท พลวิศว์ฯ ได้นำรถทั้งสองคันไปทดสอบตามที่นายนิพนธ์สั่งการ และหลังจากนั้น วันที่ 5 ก.พ.2557 นายนิพนธ์จึงได้มอบอำนาจให้บริษัท พลวิศว์ฯ ไปจดทะเบียนรถทั้ง 2 คันให้แก่ อบจ.สงขลา โดยภายหลัง อบจ.สงขลาได้รับรถทั้ง 2 คันไปใช้งานแล้ว วันที่ 17 ก.พ.2557 เจ้าหน้าที่ได้เสนอเรื่องให้นายนิพนธ์เบิกจ่ายเงินค่ารถแก่บริษัท พลวิศว์ฯ แต่นายนิพนธ์กลับละเว้นไม่จ่ายเงินตามสัญญา ทำให้บริษัท พลวิศว์ฯ ได้ร้องเรียนสำนักตรวจสอบพิเศษภาค 15 (สตง.) และ จ.สงขลา รวมถึงศาลปกครอง โดยศาลปกครองสงขลามีคำพิพากษาให้ อบจ.สงขลาผู้ถูกฟ้องคดี ชำระเงินค่ารถทั้งสองคันพร้อมด้วยดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี รวมเป็นเงิน 52,062,041 บาท ให้แก่บริษัท พลวิศว์ฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิวัติไชยกล่าวว่า ป.ป.ช.ได้พิจารณาสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วจึงมีมติว่า การกระทำของนายนิพนธ์เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา มีมูลความผิดฐานเป็นความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมีพฤติการณ์การกระทำการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 มาตรา 79 ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐานไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลที่มีเขตอำนาจ และไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนพิจารณาดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิวัติไชยยังกล่าวว่า ขณะนี้ได้มีบุคคลที่เคยร้องเรียนไปยัง อบจ.สงขลามาร้องที่ ป.ป.ช. เรื่องการฮั้วเกิดขึ้นในกรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2561 ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกันกับที่ร้อง อบจ.สงขลาเมื่อปี 2556 โดยการร้องเรียนเรื่องฮั้วนั้นความจริงเมื่อมีการกระทำการเกิดขึ้นต้องร้องเรียนทันที แต่ปรากฏว่าเพิ่งจะมาแจ้งความหรือร้องให้ดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายนิพนธ์ จะส่งผลกระทบต่อตำแหน่ง รมช.มหาดไทยหรือไม่ นายนิวัติไชยกล่าวว่า นายนิพนธ์กระทำผิดขณะดำรงตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา ป.ป.ช.จึงส่งเรื่องไปยังอัยการเพื่อให้สั่งฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ หากศาลประทับฟ้องแล้วสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ประเด็นจะเกิดขึ้นว่าให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่กระทำผิดหรือตำแหน่งอื่นด้วย ซึ่งตรงนี้เป็นประเด็นข้อกฎหมายที่ยังตอบไม่ได้
&amp;ldquo;กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ แต่เป็นเรื่องของความเหมาะสมที่ผู้ถูกกล่าวหาจะต้องพิจารณาเอง ป.ป.ช.ไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว&amp;rdquo; นายนิวัติไชยย้ำ และว่า เรื่องนี้ต้องแยกกัน ที่ ป.ป.ช.ชี้มูลนายนิพนธ์คือประเด็นการไม่ปฏิบัติตามสัญญา ส่วนประเด็นเรื่องฮั้วประมูลเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ด้านนายนิพนธ์กล่าวถึงกรณีการไม่จ่ายเงินให้บริษัท พลวิศว์ฯ ว่า เพราะมีเอกสารสำคัญจากผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ลงชื่อโดยรองผู้ว่าฯ ที่ปฏิบัติหน้าที่แทน ซึ่งหนังสือดังกล่าวตามขั้นตอนกว่าจะมาถึงใช้เวลา 3-5 วันทำการ โดยระบุให้จ่ายเงิน แต่ลงท้ายว่าให้ระงับการจ่ายเงินไว้ก่อน เพราะมีข้อร้องเรียนเข้ามา ซึ่งเป็นสาเหตุที่ไม่สามารถจ่ายเงินให้ได้ และมีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งของจังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 5 มี.ค.2557
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์ยังกล่าวถึงกรณีศาลปกครองได้พิจารณาให้ อบจ.ชำระเงินดังกล่าวว่า ขณะนี้ อบจ.ใช้สิทธิ์อุทธรณ์ ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด ฉะนั้นจึงต้องรอให้คดีถึงที่สุดจึงจะปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล และเนื่องจากสัญญาเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 จึงไม่ผูกพันกับ อบจ.สงขลา ซึ่งถือว่าสัญญาไม่สมบูรณ์ จึงไม่ต้องปฏิบัติต่อกัน และบริษัท พลวิศว์ฯ ก็ไม่ได้โต้แย้งแต่อย่างใด และเชื่อว่าระหว่างบริษัท พลวิศว์ฯ และ อบจ.สงขลา ไม่มีผลต่อกันหลังเป็นโมฆกรรม ไม่ต้องเบิกจ่ายตามสัญญา เพราะมันไม่มีผลตามกฎหมายตั้งแต่ต้น ดังนั้นทาง อบจ.จึงไม่ได้ฟ้องร้องเรื่องนี้ เพราะ อบจ.ไม่มีอะไรเสียหาย และเงินจำนวน 51 ล้านบาทก็ยังอยู่ในคลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์ยังตั้งคำถามกรณีที่ ป.ป.ช.ระบุว่าการไม่จ่ายเงินกับการฮั้วประมูลต้องแยกคดีกัน ว่ารู้สึกแปลกใจว่าทำไมต้องแยกส่วนกัน ทั้งที่เกี่ยวเนื่องกัน เพราะหากจ่ายไปแล้วสืบทราบในภายหลังว่าบริษัทมีการฮั้วกันจริงจะทำอย่างไร ป.ป.ช.ควรตรวจสอบในเรื่องเหล่านี้ด้วย เพราะเรื่องทั้งหมดอยู่ใน ป.ป.ช.แล้ว และอยู่ในศาลปกครองสูงสุด จะมาด่วนสรุปได้อย่างไรว่าเรื่องนี้ผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรค ปชป.เสนอให้แสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่ง เพื่อรักษามาตรฐานและอุดมการณ์ของพรรค นายนิพนธ์กล่าวว่า ขอขอบคุณนายอลงกรณ์ แต่มาตรฐานครั้งนี้กับครั้งก่อนๆ เป็นคนละกรณีกัน ครั้งนี้เกิดขึ้นขณะเป็นนายก อบจ.สงขลา ไม่ได้เกิดขึ้นในตำแหน่งที่พรรคมอบหมาย จึงไม่ได้ทำให้พรรคเสียหายหรือเสียชื่อเสียง แต่ตนเองรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน ส่วนกรณีก่อนๆ ทำหน้าที่ตามที่พรรคมอบหมาย และอาจทำให้แผ่นดินเสียผลประโยชน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเคยเป็นทั้ง ส.จ., นายก อบจ. และ ส.ส.มาหลายสมัย ยืนยันว่าผมมีเกียรติและศักดิ์ศรี สิ่งที่ผมชี้แจงไปทั้งหมดก็เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของผมเองและของพรรค ผมไม่ได้ทำอะไรที่ทุจริต และไม่ได้มีข้อกล่าวหานี้จาก ป.ป.ช.ด้วย&amp;rdquo; นายนิพนธ์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79804</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิพนธ์ บุญญามณี, ป.ป.ช., มาตรา 157, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อบจ.สงขลา, ไม่จ่ายเงินให้เอกชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201007/image_big_5f7dce68ecdeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
