<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเดย์1ส.ค.ฉีด‘บุคคลทั่วไป’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ดีเดย์ 7 มิ.ย.กระจายวัคซีน 3 ช่องทาง ยันไม่ทอดทิ้งใคร ทุกกลุ่มจะได้รับวัคซีนแน่นอน &amp;ldquo;อนุทิน&amp;rdquo; ตรวจพื้นที่ศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ เตรียมประเดิมฉีดบุคลากรเสี่ยงด้านคมนาคมขนส่ง เริ่ม 24 พ.ค.-6 มิ.ย.นี้ รองรับได้วันละ 1 หมื่นคน พร้อมจัดชัตเติลบัสรับ-ส่ง 3 เส้นทาง สธ.เห็นชอบเปิดช่องให้คนทั่วไปลงทะเบียนหมอพร้อมฉีดวัคซีน 31 พ.ค.นี้ เริ่มฉีดจริง 1 ส.ค. แก้ระบบหมอพร้อมแล้วรองรับได้ 2 หมื่นคนต่อวินาที &amp;ldquo;สาธิต&amp;rdquo; ยันจัดสรรวัคซีนใช้การแพทย์นำการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 21 พฤษภาคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงผลการประชุม ศบค.ครั้งที่ 7/2564 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. เป็นประธานการประชุมว่า นายกฯ ได้สรุปถึงแผนวัคซีนว่าการที่ประเทศไทยประกาศแผนการกระจายวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ จะดีเดย์วันที่ 7 มิ.ย. ผ่าน 3 ช่องทาง คือ 1.ระบบหมอพร้อม ที่ดำเนินการอยู่ 2.การลงทะเบียน ณ จุดฉีด ที่จะเข้ามาเสริม จุดไหนมีวัคซีนเพียงพอจะได้ฉีด หากไม่เพียงพอให้รอคิว 3.การกระจายวัคซีนให้กลุ่มเฉพาะที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และหากประชาชนกลุ่มไหนคิดว่ามีความจำเป็นสามารถเสนอเหตุผลความจำเป็นไปยังกระทรวงสาธารณสุขเพื่อขอรับการจัดสรรและสถานที่ฉีดได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเดินหน้าฉีดวัคซีนขณะนี้เราอยู่ในระยะที่ 1 ที่มีการทดสอบระบบต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมถึงวันที่ 6 มิ.ย. และระยะที่ 2 คือวันที่ 7 มิ.ย.จะเริ่มการฉีดวัคซีนทั้งระบบให้กับกลุ่มต่างๆ ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีโรคประจำตัว นักกีฬาและนักเรียนที่ต้องไปต่างประเทศ ผู้ประกันตน รวมถึงผู้ที่มีอาชีพซึ่งจำเป็นต่อการดำรงชีพของประชาชน เช่น สาธารณูปโภค อาหาร ตลอดจนบุคคลทั่วไป กลุ่มนี้ไม่สามารถหยิบยกขึ้นมาพูดได้หมด แต่นายกฯ ยืนยันจะไม่มีการทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทุกกลุ่มตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.จะได้รับวัคซีนแน่นอน&amp;rdquo; นพ.ทวีศิลป์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน? ชาญวีรกูล? รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข? (สธ.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจความพร้อมในการจัดตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 นอกโรงพยาบาลว่า? ตามที่นายศักดิ์สยาม? ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้ทำหนังสือเพื่อขอให้ สธ.พิจารณาเร่งฉีดวัคซีนแก่พนักงานที่ปฏิบัติงานด่านหน้าในระบบคมนาคมขนส่ง ทั้งทางบก น้ำ ราง และอากาศ เนื่องจากเป็นบุคลากรกลุ่มเสี่ยงซึ่งมีโอกาสเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และอาจจะแพร่ระบาดไปสู่ผู้ใช้บริการอื่นได้?นั้น กระทรวงคมนาคมได้ส่งรายชื่อมาทั้งหมดประมาณ 3?00,000 คน โดยจะดำเนินการฉีดวัคซีน จำนวน 6?0,000 คน ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ? (สถานีกลางบางซื่อ) ซึ่งในจำนวนดังกล่าวรวมผู้ให้บริการรถแท็กซี่? รถจักรยานยนต์สาธารณะ (มอเตอร์ไซค์วิน) รถตุ๊กๆ รถโดยสารประจำทาง ผู้ให้บริการผ่านแอปพลิเคชันแล้ว ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค.2564 ช่วงเวลา? 09.00-20.00 น. เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถรองรับให้บริการการฉีดวัคซีนได้วันละประมาณ 10,000 คน อย่างไรก็ตาม สถานีกลางบางซื่อถือเป็นสถานที่ที่มีความพร้อม มีขนาดใหญ่ ช่วยลดความแออัดจากสถานพยาบาลต่างๆ ได้ ทั้งยังช่วยแก้ปัญหาการจราจรติดขัดด้วย และเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;?หลังจากนี้มีแผนที่จะใช้สถานีกลางบางซื่อเป็นสถานที่ฉีดวัคซีน โดยในระยะแรกจะเน้นกลุ่มองค์กร?ส่วนราชการของกระทรวงต่างๆ ก่อน หากครบทั้งหมดแล้วจึงจะพิจารณาจัดสรรฉีดวัคซีนให้ประชาชนทั่วไปในอนาคต หากหน่วยงานใดมีสถานที่ขนาดใหญ่และสามารถรองรับประชาชนได้ ขอให้นำเสนอมายัง สธ.เพื่อพิจารณาจัดเป็นพื้นที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลให้กับประชาชนต่อไป ในส่วนของวัคซีนโควิด-19 ที่นำมาฉีดนั้น ยืนยันว่าเพียงพอต่อผู้ที่จะรับการฉีดอย่างแน่นอน&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว
ศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อพร้อม 100%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศักดิ์สยามกล่าวยืนยันว่า สถานที่ที่สถานีกลางบางซื่อมีความพร้อม 100% แล้ว ทั้งขั้นตอนการคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิ การลงทะเบียนแบบ Qr Code รวมถึงพื้นที่รับวัคซีน ซึ่งสามารถรองรับได้ชั่วโมงละ 900 คน และบริเวณจุดพักรอสังเกตอาการ รองรับได้ชั่วโมงละ 1,800 คน โดยเฉลี่ยอัตราการรองรับได้วันละประมาณ 10,000 คน ในแต่ละคนนั้นจะใช้เวลาในการฉีดประมาณ 15 นาที และเวลาพักรอสังเกตอาการอีก 30 นาที รวมเป็น 45 นาทีต่อคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ? &amp;ldquo;ศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ&amp;rdquo;&amp;nbsp;จะใช้พื้นที่ 14,294 ตร.ม. หรือประมาณ 80% ของพื้นที่ชั้นล่างสถานี กับบางส่วนของพื้นที่ชั้นลอย แบ่งเป็น 4 จุดบริการ ได้แก่ จุดชั่งน้ำหนัก วัดความดัน รองรับได้ 1,400 ที่นั่ง, จุดลงทะเบียน เซ็นใบยินยอม จำนวน 179 โต๊ะ, จุดฉีดวัคซีน จำนวน 100 จุด, จุดพักรอสังเกตอาการ 30 นาที จำนวน 800 ที่นั่ง และจะมีการติดสติกเกอร์แสดงสัญลักษณ์ให้ผู้ที่ฉีดแล้ว ยังมีการตั้งจุดบริการครบวงจรให้ผู้ป่วยเปราะบางที่ต้องนั่งรถเข็นและมีสุขภาพไม่แข็งแรง ขณะเดียวกัน? กระทรวงคมนาคมยังได้จัดเตรียมความพร้อมของระบบขนส่งรองรับการเดินทางด้วย อาทิ รถชัตเติลบัส 3 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางที่ 1 ท่าเรือบางโพ-สถานีเตาปูน-ศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ, เส้นทางที่ 2 อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-ศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ และเส้นทางที่ 3 เซ็นทรัลลาดพร้าว-รถไฟฟ้า BTS หมอชิต-ตลาด อตก.-ศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ-หมอชิต 2 (เป็นวงรอบ)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวภายหลังประชุมชี้แจงการบริหารจัดการการให้วัคซีนโควิด-19 สำหรับกลุ่มประชาชนทั่วไปว่า ที่ประชุมมีมติเปิดเพิ่มการลงทะเบียนวัคซีนให้มากขึ้น โดยในกลุ่มประชาชนทั่วไปสามารถเริ่มลงทะเบียนจองการฉีดวัคซีนในวันที่ 31 พ.ค.นี้ และเริ่มฉีดในเดือน 1 ส.ค.เป็นต้นไป ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่ม 7 โรคเรื้อรังที่จะสิ้นสุดการลงทะเบียนในวันที่ 31 พ.ค. สามารถลงทะเบียนต่อได้ และจะไปฉีดตามคิวที่ลงทะเบียนเช่นเดียวกับกลุ่มคนทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการลงทะเบียนเหมือนกันทุกจังหวัด ยกเว้น กทม.ที่จัดรูปแบบการลงทะเบียนเองผ่าน Web Based และร้านสะดวกซื้อ ซึ่งจะเชื่อมโยงข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันหมอพร้อม ไลน์หมอพร้อมอยู่แล้ว และไม่ต้องกังวลเรื่องข้อมูล เนื่องจากมีระบบหลังบ้านเชื่อมต่อหมอพร้อมอยู่แล้ว โดยหมอพร้อมจะเป็นที่รวบรวมข้อมูลการฉีด ติดตามอาการ และการออกใบรับรองการฉีด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิตกล่าวว่า ส่วนเรื่องการออนไซต์ (On Site) ขึ้นอยู่กับแต่ละจังหวัดและพื้นที่ในการบริหารจัดการว่าจะมีหรือไม่ ส่วนการจัดการวัคซีนเป็นกลุ่มให้ทางจังหวัดดำเนินการจัดวิธีการฉีดเอง อาจเป็นความร่วมมือกันระหว่าง รพ.รัฐและ รพ.เอกชน โดยให้ รพ.รัฐรับรองความปลอดภัยในสถานที่ ต้องมีมาตรฐาน ทั้งแพทย์ พยาบาลประจำ อุปกรณ์ช่วยชีวิต และสามารถนำส่งหากมีอาการข้างเคียงรุนแรง การฉีดวัคซีนแบบกลุ่มต้องทำในสถานพยาบาลขนาดใหญ่ ระดับชุมชนขึ้น รพ.สต.ไม่สามารถฉีดได้ เนื่องจากวัคซีนเป็นวัคซีนที่ใช้ในภาวะฉุกเฉิน ต้องมีการสังเกตอาการตามมาตรฐานและติดตามอาการ 30 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมช.สาธารณสุขกล่าวว่า การจัดสรรวัคซีนเป็นไปตามคณะอนุกรรมการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 โดยยึดหลักพื้นที่ระบาด พื้นที่เศรษฐกิจท่องเที่ยว และกลุ่มอาชีพเสี่ยง โดยแต่ละจังหวัดจะได้สัดส่วนของวัคซีนไม่เท่ากัน เนื่องจากขึ้นกับสถานการณ์การระบาดโรคในแต่ละจังหวัด หลังจากเกิดกระแสวิจารณ์การจัดสรรวัคซีนที่ไม่เท่าเทียม เช่น ในจังหวัดภูเก็ต และบุรีรัมย์ พร้อมยืนยันการจัดสรรวัคซีน เอาหลักการแพทย์มานำการเมือง เช่น กทม.เป็นพื้นที่ระบาดหนักต้องได้รับการจัดสรรวัคซีน โดยวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่จะมาถึงก่อนปลายเดือนนี้ 1.7 ล้านโดส จะให้ กทม.เป็นหลักเพื่อฉีดให้เร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การชี้แจงเพิ่มช่องทางการฉีดวัคซีนไม่ต้องการให้ประชาชนสับสน เพราะมีระบบหมอพร้อมรองรับไว้ กรณีมีประชาชนมาลงทะเบียนจำนวนมาก ที่ผ่านมาระบบไม่เคยล่ม แต่ยอมรับว่าการประสานร่วมกับ รพ.เอกชน ทำให้เกิดปัญหาการลงทะเบียน ที่ รพ.เอกชนเปิดรับจองฉีดวัคซีน แต่รายชื่อถูกดีดออกและไม่สามารถลงทะเบียนได้ ขณะนี้ได้พยายามแก้ไขปัญหาไปละขั้นตอน มั่นใจการเปิดลงทะเบียน 31 พ.ค.จะไม่เกิดปัญหา สามารถรองรับได้ 20,000 คนต่อวินาที&amp;rdquo; นายสาธิตกล่าว
ส.ส.ขอวัคซีนลงพื้นที่ตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยังกล่าวถึงเรื่องแผนการกระจายวัคซีนโควิด-19 นั้น จะเริ่มในเดือน มิ.ย.64 โดยมีวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเป็นวัคซีนหลักร่วมกับวัคซีนอื่นๆ ที่กำลังจัดหาเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมามีสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ต่างๆ หลายจังหวัดทั่วประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ดำเนินการจัดหาวัคซีนมาเพิ่มเติมและได้กระจายไปยังจังหวัดต่างๆ ทั้งหมด 2.6 ล้านโดส และมีการฉีดวัคซีนไปแล้ว 2.5 ล้านเข็ม ซึ่งเป็นการสำรอง แต่เมื่อมีการดำเนินการตามแผนหลักในเดือน มิ.ย.จะสามารถฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า รพ.ตำรวจให้บริการฉีดวัคซีนแก่ข้าราชการตำรวจวันละ 1,000 นาย โดยให้มีการลงทะเบียนล่วงหน้าและให้เข้ารับวัคซีนตามวัน-เวลากำหนด การดำเนินการของ รพ.ตำรวจทุกขั้นตอนเป็นไปตามมาตรการด้านสาธารณสุข โดยเว้นระยะห่าง แบ่งพื้นที่พักคอยและให้บริการเป็นสัดส่วน และได้มีภาคเอกชนสนับสนุนอาหาร น้ำดื่มให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้มารับบริการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการฉีดวัคซีนแบบวอล์กอินที่ทำให้ ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาลขัดแย้งกันเองว่า ส่วนตัวเห็นใจและเข้าใจพรรคภูมิใจไทยที่ถูกนายกฯ เบรก เมื่อวิเคราะห์ปัญหานี้อย่างละเอียดแล้ว คิดว่าวัคซีนเพิ่งเข้ามาเพียงนิดเดียว ทำให้ประเทศจำเป็นต้องฉีดวัคซีนตามความจำเป็นและตามแผนยุทธศาสตร์ก่อน จะทำสะเปะสะปะไม่ได้ ในสงครามชีวภาพกับโควิด-19 ขณะนี้ไทยเรากำลังเป็นฝ่ายตั้งรับ วัคซีนเป็นอาวุธสำคัญที่เราจะใช้รบกับเชื้อโควิด เปรียบเสมือนเรามีกระสุนจำนวนน้อย การยิงกระสุนทุกนัดของเราตรงเข้าเป้าจึงจะชนะในสงครามชีวภาพนี้ได้ หลังเดือนสิงหาคมถ้าเราฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้ครบตามเป้าหมายแล้ว การฉีดแบบวอล์กอินก็คงจะเป็นไปได้ จึงขอเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลยุติการตอบโต้กันและหันมาร่วมกันสู้กับวิกฤติโควิดจะดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี รองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทราบข่าวว่าทางจังหวัดชลบุรีได้รับการจัดสรรโควิดในเดือนมิถุนายน 2564 จำนวน 54,000 โดสเท่านั้น ทั้งที่จังหวัดชลบุรีเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับคนทั้งประเทศ เนื่องจากมีโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งสร้างรายได้ให้กับประเทศทางด้านการท่องเที่ยวอีกจำนวนมหาศาล มีความสำคัญต่อประเทศไทย โดยมีประชากรที่ถูกต้องตามทะเบียนราษฎรและประชากรแฝงรวมแล้วประมาณ 3 ล้านคนเศษ แต่หากได้รับวัคซีนเพียง 54,000 โดส จะเกิดผลกระทบอย่างหนัก ทั้งความมั่นใจของนักลงทุน นักท่องเที่ยว รวมทั้งประชาชนภายในจังหวัดชลบุรีอีกด้วย การที่จัดสรรวัคซีนมาให้ 54,000 โดสนั้น ถือว่าไม่ยุติธรรมกับคนทั้งประเทศ และถือว่าเป็นความเสี่ยงของประเทศไทยที่จะฟื้นฟูทางด้านเศรษฐกิจอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรชาติ เทียนทอง อดีต ส.ส.เขตหลักสี่ กทม. พรรคเพื่อไทย โพสเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ตนและทีมงานลงพื้นที่ชุมชนคลัสเตอร์แคมป์คนงานหลักสี่ติดต่อกันหลายวัน เจอคนติดเชื้อเพิ่มหลายครอบครัว มีทั้งเด็กเล็ก คนแก่ คนหนุ่มสาว บางครอบครัวอยู่รวมกัน 17 คนบ้าง 9 คนบ้าง ไม่แปลกที่จำนวนคนติดเชื้อมันจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ตอนนี้ทั้งสภาพความเป็นอยู่และสภาพจิตใจของคนตรงนั้นเปราะบางมากๆ ซ้ำวันนี้ยังมีข่าวว่าพบเชื้อสายพันธุ์อินเดียในแคมป์อีก ขอเถอะครับ ผมไม่ด่า ไม่ดรามาอะไรทั้งนั้น ขอส่งเสียงในนามประชาชนหนึ่งคน แทนคนอีกเป็นหมื่นคนว่า ให้รัฐช่วยอนุมัติวัคซีนฉุกเฉินมาฉีดให้คนหลักสี่ที่อยู่ในโซนสีแดงเข้ม เหมือนที่ท่านทำให้พี่น้องชาวคลองเตยเถอะครับ ก่อนที่อะไรมันจะสายไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103742</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กระจายวัคซีน, ฉีดวัคซีน, ทุกกลุ่มจะได้รับวัคซีน, บุคลากรเสี่ยงด้านคมนาคมขนส่ง, วัคซีนโควิด, ศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19, ไม่ทอดทิ้งใคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a7bbef92bda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
