<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2021 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2021 17:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ช่วยเหลือชุมชน-ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; ช่วยเหลือชาวชุมชนในสถานการณ์โควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ/ เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ &amp;ldquo;ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ให้ความช่วยเหลือชุมชนและชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ นำอาหารช่วยชาวชุมชนและสมาชิก 7 ครอบครัวที่กักตัวดูอาการ&amp;nbsp; ชาวเกาะลิบง จ.ตรัง ปิดเกาะหนีโควิด เตรียม &amp;lsquo;ปลาแลกข้าว&amp;rsquo; ช่วยเหลือพี่น้อง&amp;nbsp; สุราษฎร์ธานีช่วยสมาชิกบ้านมั่นคงที่เกาะสมุยขาดรายได้เพราะไม่มีนักท่องเที่ยว อำนาจเจริญเปิดตลาดสินค้าชุมชนสร้างช่องทางการตลาดให้ชาวบ้านในช่วงโควิด ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกที่ 3 &amp;nbsp;แพร่ขยายไปทั่วประเทศ&amp;nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อมีเพิ่มมากขึ้นทุกวัน&amp;nbsp; ขณะเดียวกันเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลที่มีการจัดตั้งทั่วประเทศ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยได้เตรียมพร้อมรับมือกับโควิด- 19 มาตั้งแต่การแพร่ระบาดช่วงแรกเมื่อต้นปี 2563&amp;nbsp; เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่นี้&amp;nbsp; เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนเหล่านี้ได้ให้ความช่วยเหลือพี่น้องชุมชนและสมาชิกมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางช่วย 7 ครอบครัวกักตัวโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นุชจรี&amp;nbsp; พันธุ์โสม &amp;nbsp;เลขานุการสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp; ในชุมชนเขตวังทองหลางในขณะนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีสมาชิกบางชุมชนที่ติดเชื้อโควิดแล้ว&amp;nbsp; 1 ราย&amp;nbsp; ตรวจพบเชื้อโควิดเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; ตอนนี้อยู่ในระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาล&amp;nbsp; และมีครอบครัวกลุ่มเสี่ยงรวม&amp;nbsp; 7 ครอบครัวที่ใกล้ชิดผู้ติดเชื้ออยู่ใน 3 ชุมชน&amp;nbsp; คือ ชุมชนเก้าพัฒนา&amp;nbsp; ชุมชนร่วมสามัคคี&amp;nbsp; และชุมชนทรัพย์สินเก่า&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ขณะนี้สมาชิกทั้ง 7 ครอบครัวทางชุมชนให้กักตัวเองอยู่ในบ้านเป็นเวลา 14 วัน&amp;nbsp; ไม่ให้ออกจากชุมชน&amp;nbsp; โดยทางชุมชนร่วมกับสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางนำอาหารสดและอาหารแห้ง&amp;nbsp; รวมทั้งเจลล้างมือเอาไปให้ที่บ้าน&amp;nbsp; และให้คำแนะนำในการกักตัวเองอยู่ในบ้าน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ต้องใส่หน้ากาก&amp;nbsp; ไม่ให้ใช้เสื้อผ้าและสิ่งของร่วมกัน&amp;nbsp; ต้องล้างมือบ่อยๆ&amp;rdquo; &amp;nbsp;นุชจรีบอกถึงการเฝ้าระวังและสังเกตอาการที่ได้รับความรู้จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาให้คำแนะนำแก่ครอบครัวกลุ่มเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางมีสมาชิก 20 ชุมชน&amp;nbsp; ประชากรประมาณ 20,000 คน&amp;nbsp; อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยรามคำแหง&amp;nbsp; มีร้านค้า&amp;nbsp; ร้านอาหาร&amp;nbsp; และสถานบริการต่างๆ&amp;nbsp; ใกล้ชุมชน&amp;nbsp; ชาวชุมชนส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง&amp;nbsp; ค้าขายเล็กๆ น้อย&amp;nbsp; ขับมอเตอร์ไซต์รับจ้าง&amp;nbsp; แท็กซี่&amp;nbsp; ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจตั้งแต่ช่วงปี 2563&amp;nbsp; ชุมชนได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ศูนย์บริการสาธารณสุข 15&amp;nbsp; สำนักอนามัย กทม. และสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; จัดทำโครงการป้องกันโควิด&amp;nbsp; ตรวจคัดกรอง&amp;nbsp; แจกหน้ากาก เจลล้างมือ&amp;nbsp; และการพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ่อเลี้ยงปลาดุกและแปลงผักที่ชุมชนเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นุชจรีบอกว่า&amp;nbsp; ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 &amp;nbsp;สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางขอใช้พื้นที่ว่างเปล่าของสำนักงานทรัพย์สิน&amp;nbsp; พระมหากษัตริย์ใกล้ชุมชน&amp;nbsp; เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่&amp;nbsp;ใช้งบประมาณจากกองทุนชุมชน (กองทุนสวัสดิการชุมชนเขตวังทองหลาง)&amp;nbsp; และงบสนับสนุนจาก พอช.&amp;nbsp; ปลูกผักสวนครัวต่างๆ&amp;nbsp; และเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ 6 บ่อ&amp;nbsp; เพื่อแจกจ่ายชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบให้นำไปทำอาหาร&amp;nbsp; โดยปลาดุกจะเลี้ยงรอบละประมาณ 600&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัว ใช้เวลาเลี้ยงรอบละ 3 เดือน ปัจจุบันเลี้ยงและแจกไปแล้ว 9 รอบ&amp;nbsp; มีชาวบ้านได้รับแจกไปแล้วเกือบ 100 ครอบครัว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนผักก็จะช่วยกันปลูกและดูแล&amp;nbsp; ใครต้องการก็มาเก็บไปทำอาหาร&amp;nbsp; ช่วยลดรายจ่าย&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีผัก&amp;nbsp; และอาหารจากมูลนิธิ Thai SOS&amp;nbsp;โครงการรักษ์อาหาร นำผักและอาหารที่ได้รับบริจาคจากร้านค้า ห้างสรรพสินค้า&amp;nbsp; โรงแรม&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; นำมาแจกชาวบ้านสัปดาห์ละ 1 ครั้งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มูลนิธิรักษ์อาหารนำผักและอาหารมาสนับสนุนชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เราจะให้ครอบครัวที่เดือดร้อนขาดรายได้ มาเอาปลาดุกและผักที่ปลูกไปทำอาหารกินเพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาผลกระทบทุกอาทิตย์ &amp;nbsp;และเราจะสอนให้ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายในครัวเรือน&amp;nbsp; เพื่อฝึกการทำบัญชีควบคุมรายจ่าย&amp;nbsp; เวลาจะมาเอาปลาดุกก็จะต้องเอาบัญชีครัวเรือนมาให้ดูด้วย&amp;nbsp; นอกจากนี้เรายังซื้อข้าวสารจากชาวนานำมาขายราคาถูกให้แก่ชาวชุมชนเพื่อช่วยกันในช่วงโควิดด้วย&amp;rdquo; &amp;nbsp;เลขานุการสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางบอก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชาวเกาะลิบงปิดเกาะหนีโควิด&amp;nbsp; เตรียม &amp;lsquo;ปลาแลกข้าว&amp;rsquo; ช่วยเหลือพี่น้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำบลเกาะลิบง&amp;nbsp; อ.กันตรัง&amp;nbsp; จ.ตรัง&amp;nbsp; เป็นชุมชนประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดตรัง&amp;nbsp; ในช่วงวัดหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา&amp;nbsp; มีนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งที่มาท่องเที่ยวแล้วตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด 2 ราย&amp;nbsp; ชุมชนจึงลงมติร่วมกันให้ปิดเกาะลิบงตั้งแต่วันที่ 17-30 เมษายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อิสมาแอน&amp;nbsp; เบญสะอาด&amp;nbsp; ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลเกาะลิบง&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; สถานการณ์โควิดในปีนี้&amp;nbsp; ถือว่ามีผลกระทบต่อชาวชุมชน&amp;nbsp; เพราะอาหารทะเลต่างๆ ที่เคยขายได้&amp;nbsp; เมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาที่ภาคใต้&amp;nbsp; รวมทั้งการปิดเกาะลิบงในช่วงนี้&amp;nbsp; รายได้จากการขายอาหารและการท่องเที่ยวจึงลดน้อยลง&amp;nbsp; ขณะที่ชาวบ้านต้องซื้อข้าวกินทุกวัน&amp;nbsp; เพราะบนเกาะทำนาไม่ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้แกนนำในตำบลกำลังปรึกษากันเพื่อทำโครงการ &amp;lsquo;ปลาแลกข้าว&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยจะนำอาหารทะเลแห้งของชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปลาอินทรีย์&amp;nbsp; ปลาสีเสียด&amp;nbsp; กุ้ง&amp;nbsp; กะปิ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ไปแลกข้าวกับพี่น้องที่ทำนาที่อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนี้กำลังสำรวจว่ามีกี่ครอบครัวที่จะเข้าร่วม&amp;nbsp; ต้องการข้าวสารเท่าไหร่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;และจะเอาอะไรไปแลก&amp;nbsp; นอกจากนี้ข้าวที่ได้ก็จะเอามาช่วยคนที่ยากลำบาก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; คนแก่&amp;nbsp; คนป่วย&amp;nbsp; เพราะช่วงนี้อยู่ในช่วงถือศีลอดของชาวมุสลิม&amp;nbsp; รวมทั้งพี่น้องภาคต่างๆ ที่มีข้าวเพียงพอ&amp;nbsp; หากสนใจก็มาแลกเปลี่ยนกันได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; บังแอนบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำบลเกาะลิบง&amp;nbsp; มี 4 หมู่บ้าน&amp;nbsp; ประชากรประมาณ 4,000 คน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม&amp;nbsp; ในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตำบลได้รับงบประมาณสนับสนุนโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตจาก พอช.ในช่วงสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; จึงนำมาส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกผัก&amp;nbsp; เลี้ยงเป็ด&amp;nbsp; ไก่&amp;nbsp; เป็นอาหาร&amp;nbsp; เพื่อลดผลกระทบด้านเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขบวนองค์กรชุมชน จ.สุราษฎร์ธานีช่วยพี่น้องบ้านมั่นคงเกาะสมุย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากที่เกาะลิบงแล้ว&amp;nbsp; สมาชิกเครือข่ายสภาองค์องค์กรชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ยังรวบรวมน้ำใจนำข้าวสารอาหารแห้ง&amp;nbsp; สิ่งของจำเป็น&amp;nbsp; ไปมอบให้แก่พี่น้องชาวชุมชนบ้านมั่นคง อ.เกาะสมุยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดด้วย&amp;nbsp; เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ซึ่งเป็นชาวต่างชาติไม่เดินทางเข้ามาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 ทำให้สมาชิกชาวชุมชนบ้านมั่นคงเกาะสมุยโครงการ 1 ประมาณ 300 ครอบครัว&amp;nbsp; ประชากรประมาณ 1,000 คน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่ทำงานรับจ้างในโรงแรม&amp;nbsp; รีสอร์ท&amp;nbsp; ร้านอาหาร&amp;nbsp; และบริการต่างๆ ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตกงาน&amp;nbsp; ถูกเลิกจ้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขาดรายได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อภิชิต จันทร์เดช &amp;nbsp;ประธานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; พี่น้องขบวนองค์กรชุมชนมองเห็นความเดือดร้อนของพี่น้องบ้านมั่นคงเกาะสมุยจึงได้ทำเสื้อสกรีนข้อความ &amp;lsquo;สภาองค์กรชุมชนสุราษฎร์ธานี&amp;rsquo; นำมาขายราคาตัวละ 300 บาท &amp;nbsp;เพื่อนำรายได้ระดมทุนกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน &amp;nbsp;เครือข่ายพี่น้องคุณภาพชีวิต &amp;nbsp;รวมเป็นเงินกว่า 25,000 บาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;ซื้อข้าวสาร &amp;nbsp;อาหารแห้ง &amp;nbsp;น้ำมัน &amp;nbsp;ปลากระป๋อง &amp;nbsp;&amp;nbsp;ของยังชีพต่างๆ &amp;nbsp;รวมทั้งพี่น้องชาวเลยังมอบปลาเค็ม&amp;nbsp; เพื่อไปช่วยเหลือพี่น้องบ้านมั่นคงโครงการ 1 อ.เกาะสมุย &amp;nbsp;โดยมอบไปแล้วเมื่อเร็วๆ นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มอบสิ่งของจำเป็นช่วยเหลือพี่น้องบ้านมั่นคงเกาะสมุย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากนี้เรายังสำรวจข้อมูลผู้ที่มีความเดือดร้อนเร่งด่วน พบว่ามี 50 ครัวเรือน &amp;nbsp;จึงได้นำเคสทั้งหมดส่งต่อ พมจ.สุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแล้ว&amp;nbsp; และต่อไปเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนสุราษฎร์ธานีจะมีแผนให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนด้านอาชีพแก่พี่น้องที่เกาะสมุย&amp;nbsp; โดยอยู่ระหว่างการประสานงานกับทาง พมจ.สุราษฎร์ธานี&amp;rdquo; &amp;nbsp;แกนนำขบวนองค์กรชุมชน จ.สุราษฎร์ธานีบอก &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีน้ำใจจากพี่น้องขบวนองค์กรชุมชนในภาคต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ภาคเหนือ จังหวัดน่าน เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดน่าน &amp;nbsp;ช่วยเหลือผู้ติดเชื้อโควิด-19 และได้รับผลกระทบในพื้นที่ตำบลของตน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลป่าคา อ.ท่าวังผา &amp;nbsp;มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวผู้ประสบปัญหาติดเชื้อโควิดในพื้นที่ตำบลป่าคาช่วงกักตัว 14 วัน&amp;nbsp;โดยขณะนี้ในจังหวัดน่าน &amp;nbsp;มีผู้ป่วยติดเชื้อครอบคลุม 10 อำเภอ&amp;nbsp;มีผู้ป่วยสะสมจำนวน 66 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลป่าคา&amp;nbsp; อ.ท่าวังผา จ.น่าน&amp;nbsp; ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาคอีสาน&amp;nbsp; จ.อำนาจเจริญ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา &amp;nbsp;สภาองค์กรชุมชนตำบลเสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้เปิดตลาดสินค้าชุมชน&amp;nbsp; เพื่อจำหน่ายและแสดงสินค้าเพื่อช่วยเหลือสมาชิกกลุ่มอาชีพต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; โดยให้กลุ่มอาชีพในตำบลนำสินค้าในชุมชนมากกว่า 15 กลุ่ม&amp;nbsp; มาจำหน่ายให้หน่วยงานต่างๆ และประชาชนที่ต้องการอาหารสด​ สะอาด​ ปลอดภัย​ ไร้สารเคมี&amp;nbsp; เป็นการช่วยเหลือพี่น้องสมาชิกกลุ่มอาชีพให้มีรายได้ในช่วงโควิดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลาดสินค้าชุมชนสร้างอาชีพ&amp;nbsp; รายได้&amp;nbsp; ช่วงโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างของการช่วยเหลือกันในช่วงสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; ของขวนองค์กรชุมชนในจังหวัดต่างๆ เพื่อผ่านวิกฤตร้ายนี้ไปด้วยกัน&amp;nbsp; โดยจะ &amp;ldquo;ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;rdquo;&amp;nbsp; และจะก้าวไปสู่การพัฒนาหลังสถานการณ์โควิดพร้อมๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ :&amp;nbsp; เรื่องและภาพ&amp;nbsp; โดยสำนักพัฒนานวัตกรรมชุมชน&amp;nbsp; สื่อสารและจัดการความรู้&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และขบวนองค์กรชุมชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100571</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลป่าคา, ขบวนองค์กรชุมชน, ชาวเกาะลิบง, นุชจรี  พันธุ์โสม, บ่อเลี้ยงปลาดุก, ปลาแลกข้าว, มูลนิธิรักษ์, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน, สภาองค์กรชุมชนตำบลเกาะลิบง, สภาองค์กรชุมชนตำบลเสนางคนิคม, สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง, สำนักพัฒนานวัตกรรมชุมชน, องค์กรชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี, อภิชิต จันทร์เดช, อิสมาแอน  เบญสะอาด, เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ, แปลงผัก, โควิด-19, ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210424/image_big_6083f70f384ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73696</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2020 11:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2020 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง!นายกฯเปิดร้านกาแฟคนพิการในทำเนียบฯยันดูแลอาชีพ-รายได้ทุกกลุ่ม​</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 ส.ค.53 - เมื่อเวลา 09.30 น ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม​ เป็นประธานในพิธีเปิดร้านกาแฟ APCD 60+Plus Bakery &amp;amp; Chocolate Cafe @ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังของตึกนารีสโมสร ซึ่งคณะกรรมการสวัสดิการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีอนุญาตให้เปิดร้านกาแฟคนพิการเพื่อเป็นการส่งเสริมกิจกรรมคนพิการที่เป็นรูปธรรมและแปรเปลี่ยนคนพิการจากกลุ่มเปาะบางให้กลายเป็นพลังในสังคม มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการสร้างงานสร้างรายได้ให้คนพิการ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลไทยที่จะ &amp;quot;ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;quot; (leave no one behind) และเป็นการอนุวัติการตามอนุสัญญาแห่งสหประชาติว่าด้วยสิทธิคนพิการ (United Nations Convention on the Rights of Persons with Disabilities : UNCRPD) ร้านกาแฟดังกล่าวเป็นร้านต้นแบบธุรกิจของคนพิการที่มีคนพิการทุกประเภททำงานร่วมกันและมีการออกแบบ Universal Design Cafe เพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนพิการและผู้สูงวัย โดยได้รับเงินบริจาคเพื่อปรับปรุงร้านกาแฟจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และบริษัท เจ เอส วิชั่น จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ เลขาธิการคณะกรรมธิการเศรษฐกิจและสังคมภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกแห่งองค์การสหประชาชาติ (UNESCAP) เป็นตัวแทนองค์การสหประชาชาติเข้าร่วมเป็นพยานพิธีเปิดร้านกาแฟคนพิการเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพคนพิการของรัฐบาลไทยในกรอบเวทีระหว่างประเทศด้วย รวมทั้งในงานดังกล่าว นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กลุ่มสี่กุมาร ได้มาร่วมงานและร่วมเสิร์ฟโกโก้ให้กับนายก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายกรัฐมนตรีตัดริบบิ้นเปิดร้านก่อนจะร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และกล่าวตอนหนึ่งว่า ยืนยันนโยบายรัฐบาลดูแลด้านอาชีพและรายได้ให้กับคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ถือว่าเป็นคนสำคัญในสังคมไทย โดยเราต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งอยากเชิญชวนให้ทุกคนมาอุดหนุนกันเยอะๆ โดยเฉพาะสื่อ มวลชน และคิดว่าถ้าทุกจังหสดมีร้านกาแฟแบบนี้ จะสามารถช่วยเหลือกลุ่มคนเหล่านี้ได้ วันนี้หลายอย่างต้องพัฒนาและบูรณาการร่วมกัน เพื่อเป้าหมายในอนาคต ย้ำว่าวันนี้สิ่งดีๆ เกิดขึ้นเยอะ ส่วนสิ่งไม่ดีแก้ไขกันไป ขอทุกคนช่วยกัน ซึ่งวันนี้ถือว่าเป็นวันมงคล ฝนตกถือเป็นน้ำมนต์ วันนี้ขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันนำพาประเทศไทยไปด้วยกัน โดยเฉะาะโลกหลังโควิด-19 รัฐบาลนิวนอร์มอล ดังนั้นขอให้เป็นผลสำเร็จร่วมกัน ทั้งรัฐบาลและทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม​ร้านนี้เป็นโครงการในพระราชูปถัมภ์ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ส่วนชื่อร้าน 60 พลัสจะพลัสไปได้ท่าไหร่ก็ต้องทำต่อ วันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องร่วมมือกันสร้างประทศ ทุกกลุ่มทุกฝ่ายที่ต้องช่วยรัฐบาลด้วย ต้องช่วยกันสร้างสะสมความดีต่อไปเรื่อยๆ พร้อมสร้างหลักคิด ส่วนเรื่องอื่นๆ เบาๆ กันบ้างวันนี้ยังไม่ใช่เวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายกฯ ได้อุดหนุนเครื่องดื่มและขนมภายในร้าน และดื่มเครื่องดื่มคาปูชิโน่ร้อน พร้อมชิมเกือบทุกเมนูภายในร้าน พร้อมโชว์ผลโกโก้ที่ปลูกในไทยให้สื่อดู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับร้านกาแฟแห่งนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตที่ผลิตโดยคนพิการ ซึ่งใช้วัตถุดิบที่ทำในไทยทั้งสิ้น โดยเป็นต้นโกโก้พันธุ์ IM1 ที่ปลูกในประเทศไทยโดยกลุ่มธุรกิจ Mark Rin Chocolate ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งการปลูกต้นโกโก้พันธ์ไทยจะช่วยลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันได้อยางยั่งยืน โดยเฉพาะการลดมลภาวะฝุ่นละอองเป็นพิษ PM 2.5 ตามนโยบายของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้​ ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APCD) ได้จัดตั้งขึ้นโดยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2544 โดยเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย-ญี่ปุ่นเพื่อจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพคนพิการระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ปัจจุบันเป็นหน่วยงานภายใต้มูลนิธิในกำกับของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และอยู่ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมี ดร.เตช บุนนาค เป็นประธานมูลนิธิ ซึ่งในช่วง 19 ปีที่ผ่านมา APCD มีผลงานจัดการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพคนพิการและผู้เกี่ยวข้องในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกกว่า 3,000 คน และช่วยสร้างเครือข่ายและหุ้นส่วนในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;APCD มีภารกิจพัฒนาศักยภาพคนพิการไทยโดยจัดการฝึกอาชีพภาคธุรกิจอาหารตามแนวทางธุรกิจที่คนพิการมีส่วนร่วม เพื่อสนองนโยบายรัฐบาลไทยที่จะช่วยลดความยากจนและสร้างงานให้ผู้พิการไทยมีรายได้และอยู่ในสังคมได้อย่างอิสระมีศักดิ์ศรี ซึ่งในวโรกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 60 พรรษาของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อปี 2558 มูลนิธิฯ ได้ริเริ่มโครงการ APCD 60+ Plus เพื่อฝึกอาชีพคนพิการไทยเป็นการเทิดพระเกียรติองค์ราชูปถัมภ์ โดยจัดโครงการฝึกอาชีพคนพิการไทยทำขนมยามาซากิ ต่อมาได้จัดฝึกอาชีพทำช็อกโกแลต การบริการโรงแรม และการชงเครื่องดื่ม Barista ซึ่งได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายการฝึกอบรมจากกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คนพิการที่ผ่านการฝึกอาชีพจากโครงการ APCD 60+Plus ช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีจำนวน 160 คน และร้อยละ 90 ได้งานทำแล้วและปัจจุบันยังทำงานกับภาคธุรกิจเอกชน นับเป็นความภูมิใจของคนพิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายกฯ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเปิดร้านกาแฟ APCD 60+Plus Bakery &amp;amp; Chocolate Cafe ว่า ยินดีได้มาเปิดร้าน ซึ่งถือเป็นนโยบายของรัฐบาลในการดูแลทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ ทุกช่วงวัย และตนได้ปรารภไปว่าจะทำอย่างไรให้พื้นที่ตรงนี้เป็นเหมือนฌ็องเซลิเซ่เมืองไทย​ มีร่มสีสดใส มีโต๊ะเล็ก ๆให้นั่งคุยกันแล้วประชาสัมพันธ์ให้คนภาบนอกเข้ามา วันหน้าอาจจะขยายเพิ่มเติม แต่ต้องดูแลความปลอดภัยกันหน่อย เวลานี้ตนคิดว่าสิ่งดีๆ เกิดขึ้นเยอะในประเทศไทย อยากให้กลับมาทบทวนกันให้ดีว่าได้อะไรแล้วบ้าง แล้ววันหน้าจะได้อะไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73696</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ร้านกาแฟ APCD 60+Plus Bakery, สิทธิคนพิการ, ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2cda903f114.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2020 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2020 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตส.ว.ประสาร ชี้โอกาสที่นายกฯจะ &#039;ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&#039; มาถึงแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย.63 - นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสนอนายกฯ พบปะรับฟังคนยากคนจนและปราชญ์ ชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอแสดงความเห็นด้วยอย่างยิ่งที่นายกรัฐมนตรี จะออกจดหมายเปิดผนึกเชิญชวนมหาเศรษฐีเมืองไทยเข้ามาร่วมแรงร่วมใจต้านภัยโควิด-19และยินดีที่สัปดาห์หน้า นายกจะไปพบกับธุรกิจภาคเอกชนทั้งระดับใหญ่กลางเล็กเพื่อรับฟังปัญหาและร่วมกันหาทางออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เดือนที่ผ่านมา พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า&amp;rdquo;เมล็ดพันธุ์แห่งความเอื้ออาทร&amp;rdquo;มีอยู่ทั่วแผ่นดินไทยไม่เฉพาะคนมีฐานะเท่านั้นที่ร่วมด้วยช่วยกัน แต่คนเล็กคนน้อยจำนวนมากก็ออกเหงื่อออกแรงร่วมด้วยอย่างแข็งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การต้อนรับทุกภาคส่วนเป็นเรื่องดีต่อส่วนรวม จึงขอเสนอให้นายกรัฐมนตรี เปิดพื้นที่พบปะและรับฟังกลุ่มคนยากคนจน คนระดับล่างที่เสียเปรียบในการเข้าถึงโอกาส เช่นกลุ่มผู้ใช้แรงงาน กลุ่มสลัม 4 ภาค กลุ่มสมัชชาคนจน กลุ่มพีมูฟ กลุ่มคนชายขอบ กลุ่มหาบเร่แผงลอย กลุ่มคนไร้บ้าน กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน รวมทั้งปราชญ์ชาวบ้าน ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มบุคคลเหล่านี้ คือกลุ่มที่ประสบความเดือดร้อนมากที่สุดเป็นกำลังฐานรากทางเศรษฐกิจที่อยู่ไกลจากประโยชน์ที่พึงได้จากรัฐ และขาดโอกาสในการเข้าถึงและไร้อำนาจต่อรอง สำหรับกลุ่มปราชญ์ชาวบ้านนั้นเป็นสติปัญญาที่เป็นตัวจริงเสียงจริงที่อยู่แนบชิดกับปัญหาทั่วประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่เรียกว่า &amp;quot;เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; หรือ &amp;rdquo;เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;rdquo; นั้น โอกาสมาถึงนายกฯแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63517</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, นายกฯ, บิ๊กตู่, ประสาร, ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190609/image_big_5cfbf9a8ac34c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2019 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2019 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง! กองทัพมอบบ้านหลังใหม่ให้พลทหารยากจนในโครงการครอบครัวเดียวกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทัพภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มอบบ้านหลังใหม่ในโครงการ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ครอบครัวเดียวกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp;ให้แก่พลทหาร จ.บุรีรัมย์ ที่ครอบครัวมีฐานะยากจน สภาพบ้านชำรุดทรุดโทรมล้อมรอบด้วยสังกะสี&amp;nbsp;ไม่มีประตูหน้าต่าง&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจแก่พลทหารที่เสียสละเข้ารับราชการทหารกองประจำการ&amp;nbsp;ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6&amp;nbsp;มิ.ย.62 -&amp;nbsp;พล.ท.ธัญญา&amp;nbsp;เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เป็นประธานมอบบ้านหลังใหม่ให้แก่ พลทหารสนติกรณ์&amp;nbsp;อุดมผุย&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ปี ที่บ้านโคกใหม่&amp;nbsp;ต.แสลงพัน&amp;nbsp;อ.ลำปลายมาศ&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;ในโครงการ &amp;quot;ครอบครัวเดียวกัน&amp;quot;&amp;nbsp;ตามนโยบายผู้บัญชาการทหารบกที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสวัสดิการกำลังพลชั้นผู้น้อย โดยเฉพาะพลทหารกองประจำการ ซึ่งเป็นหนึ่งในครอบครัวของกองทัพบก&amp;nbsp;เพื่อให้ได้รับสิทธิสวัสดิการในการด้านความเป็นอยู่และพัฒนาคุณภาพชีวิต สมกับที่ได้เสียสละเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ตามคำกล่าวที่ว่า เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพิธีมอบบ้านในครั้งนี้ได้มีนายอำเภอ&amp;nbsp;ส่วนราชการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;และชาวบ้านในพื้นที่ตำบลแสลงพัน ร่วมในพิธีมอบบ้านและแสดงความยินดีกับพลทหารสันติกรณ์&amp;nbsp;และครอบครัวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ พลทหารสันติกรณ์&amp;nbsp;อุดมผุย&amp;nbsp;เข้ารับราชการทหารกองประจำการ ผลัดที่&amp;nbsp;1/62&amp;nbsp;กองร้อยสนับสนุนการช่วยรบ&amp;nbsp;กองพันทหารราบที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กรมทหารราบที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ซึ่งกองทัพภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โดยกองกำลังสุรนารี ได้มีโครงการ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ครอบครัวเดียวกัน&amp;rdquo;โดยให้หน่วยทหารในพื้นที่เข้าไปพบปะเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจครอบครัวทหารกองประจำการ&amp;nbsp;ทุกเหล่าทัพ&amp;nbsp;และสืบสภาพความเป็นอยู่ครอบครัวพลทหารที่ขาดโอกาส&amp;nbsp;ขาดทุนทรัพย์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง&amp;nbsp;ซึ่งพบว่าครอบครัวของพลทหารสันติกรณ์&amp;nbsp;มีความเป็นอยู่ลำบาก&amp;nbsp;บ้านอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม&amp;nbsp;คับแคบ&amp;nbsp;ไม่มีประตูหน้าต่าง&amp;nbsp;จึงได้สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการก่อสร้างบ้านหลังใหม่เป็นเงิน&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และประสานขอความร่วมมือจากภายในหน่วยทหาร ส่วนราชการและประชาชน ตลอดทั้งจัดชุดช่างร่วมกับจิตอาสาดำเนินการก่อสร้างจนมาตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;พ.ค.2562&amp;nbsp;แล้วเสร็จเมื่อวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มิ.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37848</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพภาคที่2, จังหวัดบุรีรัมย์, พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร, มอบบ้านหลังใหม่ให้พลทหาร, โครงการครอบครัวเดียวกัน, ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190606/image_big_5cf8e02b1952f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
