<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46779</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลั่นไม่ปกป้อง‘ธรรมนัส’หากผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; โยน &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; รับผิดชอบตัวเอง เพราะเงื่อนไขกรอกประวัติระบุชัด &amp;quot;ข้าพเจ้าจะขอรับผิดชอบรับรองในประวัติที่กรอกทุกประการ&amp;quot; ท้าเอาหลักฐานมา ถ้าผิดก็ไปร้อง ป.ป.ช. หากพบผิดปกป้องไม่ได้ ขณะที่สภาส่งเรื่องให้ กกต.ฟัน &amp;quot;นวัธ&amp;quot; แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ระหว่างเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ถึงกรณีรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลพัวพันเรื่องยาเสพติด ว่าถ้าเขาผิด ถ้าเขาฟ้องมา แล้ว ป.ป.ช.สรุปแล้วว่าผิด ผิดก็คือผิด ปกป้องให้ไม่ได้ เพราะเขารับรองในประวัติเขาอยู่แล้ว และยินยอมที่จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ก็จบแค่นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมพอสมควร ในส่วนของรัฐบาลเอง ในเรื่องการคัดกรองคนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี เรามีการตรวจสอบอยู่แล้ว เป็นการตรวจสอบในชั้นต้นโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะทุกคนต้องกรอกข้อมูลของตัวเอง แล้วก็ส่งไปให้หน่วยงานต่างๆ ตรวจสอบตามข้อมูลที่มีอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะทำผิดที่ไหนก็ตาม เขาจะลงท้ายว่า ข้าพเจ้าจะขอรับผิดชอบรับรองในประวัติที่กรอกทุกประการ ตัวนี้ล่ะถ้าผิด และไปร้อง ป.ป.ช. เขาก็ต้องยอมรับผิดตัวนี้ ผมเองก็ต้องกรอก กฎหมายเป็นอย่างนี้ แต่ถ้าจะเอากฎหมายต่างประเทศมา ก็มาสิครับ เอาข้อมูลมา ก็ฟ้อง ป.ป.ช.ไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การคัดกรองคนเป็นรัฐมนตรี ไม่ใช่ผมคนเดียว หลายคนก็ต้องมาดู พรรคการเมืองก็เสนอเข้ามา ก็ต้องตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ตัวนี้ ที่ใช้มาทุกรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าเขาผิด ถ้าเขาฟ้องมา แล้ว ป.ป.ช.สรุปแล้วว่าผิด ผิดก็คือผิด ผมปกป้องให้ไม่ได้ เพราะเขารับรองในประวัติเขาอยู่แล้ว และยินยอมที่จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ก็จบแค่นี้... เพราะฉะนั้นมันเป็นประเด็นทางการเมืองไปด้วย&amp;quot; นายกฯ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่าเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ลงนามส่งความเห็นกรณีของนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว ว่าสภาไม่มีอำนาจชี้ขาดวินิจฉัยสมาชิกภาพของนายนวัช จึงได้เสนอแนะไปว่า กกต.สามารถทำเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญได้ เหมือนที่ตนพูดไปแล้วว่าถ้าไม่แน่ใจก็ให้องค์กรที่เขามีอำนาจตัดสิน แต่ถ้าแน่ใจก็ตัดสินเองได้ ซึ่งกรณีนี้มีความเห็นไม่ตรงกันอยู่ ฉะนั้น กกต.สามารถดำเนินการเองได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มี ส.ส.ติดต่อว่าจะเข้าชื่อ 1 ใน 10 เพื่อยื่นเรื่องมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่า เรื่องนี้ กกต.มีอำนาจที่จะชี้ขาดได้เลยหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า เป็นอำนาจของ กกต.เช่นเดียวกันในการที่จะวินิจฉัย และสามารถเสนอรัฐบาลเพื่อออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งซ่อมได้ แต่หาก กกต.ไม่มั่นใจ แล้วจะขอให้องค์กรที่เขามีอำนาจวินิจฉัยก็สามารถทำได้
กกต.ยังมึนเลือกตั้งซ่อมขอนแก่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ว่า สำนักงานจะเสนอเรื่องให้กับที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งได้พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะต้องพิจารณาข้อกฎหมายอย่างละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าการนับเงื่อนเวลาจัดการเลือกตั้งซ่อมนครปฐม ให้นับจากวันที่มีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ไม่ได้นับจากวันที่ ส.ส.พ้นสมาชิกภาพนั้น ฝ่ายกฎหมายกำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบ เพราะในกฎหมายไม่ได้ระบุชัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดการเลือกตั้งใหม่ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 105 บัญญัติว่า เมื่อตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงเพราะเหตุอื่นใดนอกจากถึงคราวออกตามอายุของสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกาเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างลง โดยให้นำความตามมาตรา 102 มาบังคับใช้โดยอนุโลม ซึ่งมาตรา 102 ระบุว่า เมื่ออายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง พระมหากษัตริย์จะได้ทรงตราพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปภายใน 45 วัน นับแต่วันที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นายวิษณุให้สัมภาษณ์ว่า ความจริงไม่ได้มีปัญหาถ้าเข้าใจขั้นตอน เขาบอกไว้แล้วว่าจะต้องออก พ.ร.ฎ.ภายใน 45 วันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่าง ซึ่งเวลานี้ยังไม่ครบ 45 วัน ดังนั้น หาก พ.ร.ฎ.ออก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องประกาศวันเลือกตั้งภายใน 5 วัน และวันเลือกตั้งจะเป็นวันไหนก็ได้ แต่ต้องอยู่ใน 45 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.ฎ.ประกาศใช้ ก็จะถือเป็นการเริ่มนับ 45 วันใหม่ เวลาจึงยังอีกยาว จะเลื่อนไปเมื่อไรก็ได้ และเข้าใจว่าในอีก 1-2 วัน พ.ร.ฎ.จะประกาศใช้ ถึงเวลานั้นเราจะเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ ซึ่งกรณีนี้ก็จะเหมือนกับการเลือกตั้งซ่อมในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดอื่นๆ ฉะนั้นไม่ต้องห่วงอะไร แต่ พ.ร.ฎ.ต้องออกมาให้ได้ภายใน 45 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่นและ ส.ส.นครปฐม ว่า เราพร้อมอยู่แล้ว และทั้งสองพื้นที่มีคนอยู่แล้ว แต่ในส่วนบุคคลที่จะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.นั้น ยังไม่มี ซึ่งคนที่จะลงสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม.นั้น จะต้องมีคุณสมบัติเป็นที่ชื่นชอบของประชาชน ดังนั้นเราต้องฟังเสียงของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายนั้นได้หมด แต่ขึ้นอยู่กับว่าประชาชนจะชอบใคร ผมยังไม่ได้พิจารณา และไม่จำเป็นต้องไปทาบทามคนนอก เพราะเอาคนภายในพรรค เนื่องจากต้องดูคนภายในพรรคก่อน และต้องเป็นคนที่รู้วิธีการทำงาน เมื่อเข้ามาแล้วต้องมีนโยบายเป็นของตนเอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความคืบหน้ากรณีที่จะมี ส.ส.จากพรรคอื่นย้ายมาอยู่พรรคพลังประชารัฐนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มี และเรายังไม่ได้คุยกัน ซึ่งไม่ได้เป็นยุทธศาสตร์ของพลังประชารัฐ เอาแค่รักษาคนของตนเองเอาไว้ให้ได้ก่อน
&amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot;ร้องฟัน&amp;quot;นวัธ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ นำโดยนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมฯ เข้ายื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพการเป็น ส.ส.ของนายนวัธ โดยเห็นว่าประเด็นดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าสถานภาพ ส.ส.ของนายนวัธ สิ้นสุดตามคำพิพากษาของศาล จ.ขอนแก่นแล้วหรือไม่ เพราะเรื่องนี้มีความเห็นแตกต่างออกเป็น 2 ฝ่าย มุมแรกมองว่าสถานภาพ ส.ส.สิ้นสุดไปแล้ว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (6) เพราะต้องคำพิพากษาโดยคำสั่งของศาล แต่ก็ยังมีผู้แย้งว่า คดีนี้เป็นเพียงคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเท่านั้น นายนวัธยังมีสิทธิอุทธรณ์คดีต่อศาล คดีดังกล่าวจึงยังถือว่าไม่สิ้นสุด นายนวัธจึงยังคงมีสิทธิและไม่สิ้นสุดการเป็นส.ส.ตามมาตรา 101 (13) &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ความขัดแย้งใน 2 มุมมองนี้ ทางที่ดีที่สุดคือต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย และช่องทางที่จะไปสู่ศาลมี 2 ช่องทาง คือ ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 50 คนเข้าชื่อเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก็เข้าใจว่า ส.ส.เองจะมีความเกรงอกเกรงใจกัน แม้ว่าจะต่างพรรคการเมืองกัน เพราะนายนวัธก็เป็น ส.ส. ซึ่งการที่เป็น ส.ส.ด้วยกันก็ยังมีความเป็นเพื่อนฝูง ส่วนอีกช่องทางหนึ่งก็คือยื่นเรื่องให้ กกต.ในฐานะผู้ควบคุมการเลือกตั้งและดูแลพรรคการเมืองส่งเรื่องนี้ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้จึงน่าจะเป็นข้อยุติ หาก กกต.ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อเป็นที่สุดต่อไป&amp;rdquo; นายศรีสุวรรณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) กล่าวถึงเหตุผลที่แท้จริงของการลาออกจากพรรค ชพน. ของนายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา และนายชนภัทท์ จันทรุเบกษา บุตรชาย รวมถึงสมาชิกบางส่วนว่า นายชลิตรัตน์อยู่กับพรรคมานาน ซึ่งได้พูดมานานแล้วว่าอยากไปทำธุรกิจการบินที่ จ.ร้อยเอ็ด เพราะทิ้งมานานแล้ว จึงอยากกลับไปดูแล้ว ตนยังอวยพรขอให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ยังบอกเลยว่าถ้าธุรกิจดีแล้วจะได้มาช่วยการเมืองต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายืนยันว่า การออกจากพรรคของนายชลิตรัตน์และสมาชิกบางส่วนไม่ได้มีการโกรธกัน ตนยังบอกขอให้โชคดี ให้ลองไปทำธุรกิจดูสักพักหนึ่ง แล้วค่อยกลับมาช่วยกัน ส่วนนายชนภัทท์ ที่ผ่านมาช่วยตนทำงานมาโดยตลอด แต่เขาอาจจะอยากไปช่วยบิดาทำงานมากกว่า ไม่เป็นไร ซึ่งนายชลิตรัตน์ก็พูดว่าไม่ได้ไปไหน คงเป็นห่วงว่าหากไปทำธุรกิจส่วนตัวอาจจะเกิดปัญหาทับซ้อน จึงลาออกก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยขับนายนวัธ เนื่องจากนายนวัธถูกคุมขังหลังศาลจังหวัดขอนแก่นพิพากษาประหารชีวิตจากคดีจ้างวานฆ่า และไม่อนุญาตให้ประกันตัวออกมาสู้คดี ซึ่งตามข้อบังคับพรรคเพื่อไทย พ.ศ.2561 ข้อ 12 (8) กำหนดบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามไม่ให้สมัครเป็นสมาชิกไว้ว่า &amp;quot;ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังโดยหมายศาล&amp;quot; ดังนั้น นายนวัธจึงเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เมื่อไม่สามารถเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยได้ ก็เท่ากับนายนวัธขาดจากการเป็น ส.ส.ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่าพรรคเพื่อไทยควรเป็นผู้ทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง ด้วยการปฏิบัติตามข้อบังคับพรรคของตัวเองเสีย ให้เป็นตัวอย่างว่ายังเป็นพรรคการเมืองที่เคารพกฎหมายและยึดหลักจริยธรรม โดยจัดประชุมกรรมการบริหารพรรคพิจารณาคุณสมบัติของนายนวัธที่เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามให้พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรค แล้วแจ้งเรื่องไปยัง กกต.ถึงการสิ้นสมาชิกภาพของการเป็นสมาชิกพรรค นายนวัธก็จะหลุดจากการเป็น ส.ส.ไปโดยปริยาย ไม่ต้องรอให้มี ส.ส.ไปเข้าชื่อ 1 ใน 5 เพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้เสียเวลา เพราะ กกต.ต้องรีบจัดเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน นับจากวันที่ตำแหน่งว่างลง&amp;quot; นายบุญยอดกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46779</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรรมนัส  พรหมเผ่า, นวัธ เตาะเจริญสุข, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รับผิดชอบตัวเอง, สถานภาพส.ส., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไม่ปกป้องคนผิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190927/image_big_5d8e1527c5848.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
