<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104106</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 13:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 13:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผ่านแล้ว ครม.ไฟเขียวเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันไม่ผิดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25พ.ค.2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มติอนุมัติร่างกฎกระทรวงว่าด้วยรถรับจ้างบรรทุกผู้โดยสารไม่เกินเจ็ดคนผ่านระบบอิเล็กทรอนิสก์ พ.ศ. .... โดยเป็นการอนุญาตให้รถยนต์ส่วนบุคคลมาจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทเป็นรถยนต์รับจ้าง โดยการรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เป็นทางเลือกสำหรับประชาชนในการให้บริการ และส่งเสริมให้ผู้ขับรถยนต์ดังกล่าว สามารถประกอบอาชีพได้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ เหตุผลและความจำเป็นในการออกร่างกฎกระทรวงดังกล่าวนั้น เนื่องจากปัจจุบันการให้บริการการเดินทางโดยการเรียกใช้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็นที่นิยมของประชาชน ซึ่งรถยนต์ที่นำมาให้บริการบางส่วนยังไม่สามารถนำมาจดทะเบียนได้ตามประเภทที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น จึงเห็นสมควรกำหนดให้มีรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นอีกแบบหนึ่งของรถยนต์รับจ้าง

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) จะต้องออกประกาศกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข การรับรองผู้ให้บริการ และแอปพลิเคชัน ที่จะนํามาให้บริการตามฐานอํานาจที่กําหนดในร่างกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว โดยจะรับฟังความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้องและออกประกาศ โดยใช้เวลาประมาณ 1 เดือน (30 วัน) หลังจากที่กฎกระทรวงมีผลใช้บังคับ ซึ่งกฎกระทรวงมีผลใช้บังคับนั้น จะต้องรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา

อย่างไรก็ตามจากนั้นเมื่อผ่านขั้นตอน ขบ. ออกประกาศฯ แล้ว ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน จะต้องยื่นเอกสารการทำงานของแอปพลิเคชัน ก่อนที่คณะกรรมการ ขบ. จะพิจารณาคุณสมบัติผู้ให้บริการ และรายละเอียดทางเทคนิคของแอปพลิเคชัน เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว จะออกหนังสือรับรอง หลังจากนั้นจะเปิดลงทะเบียนของทั้งผู้ขับรถ และผู้โดยสาร ก่อนจะเริ่มเปิดให้บริการต่อไป ส่วนจะสามารถเปิดให้บริการได้เมื่อไหร่นั้น จะขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้ประกอบการ

สำหรับรายละเอียดในการดำเนินการของรถยนต์ส่วนบุคคลมาจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทเป็นรถยนต์รับจ้างนั้น จะใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคลเดิม โดยให้นายทะเบียนเปลี่ยนประเภทการจดทะเบียน เป็นรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ในใบคู่มือจดทะเบียนรถ ขณะที่ ตัวรถ จะต้องมีอายุใช้งานได้ไม่เกิน 9 ปี แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1.ขนาดเล็ก (เครื่องยนต์ 50-90 kW) เช่น March, Vios, City, Mirrage เป็นต้น 2.ขนาดกลาง (เครื่องยนต์ 90-120 kW) เช่น Altis, Civicเป็นต้น และ 3.ขoาดใหญ่ (เครื่องยนต์มากกว่า 120 kW) เช่น Accord, Fortuner เป็นต้น ทั้งนี้ จะมีลักษณะเป็นรถเก๋ง, แวน สองตอน หรือสามตอนก็ได้ โดยจะต้องมีการทำประกันภัยเพิ่มเติมคุ้มครองสวัสดิภาพของผู้โดยสาร และติดเครื่องหมายแสดงการใช้แอปพลิเคชันด้วย

ทั้งนี้ในส่วนของคนขับรถนั้น กำหนดให้จะต้องมีใบขับขี่สาธารณะ และผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และใช้แอปพลิเคชันของผู้ให้บริการแอปพลิเคชันที่ผ่านการรับรองจาก ขบ. ขณะที่ อัตราค่าโดยสาร จะแบ่งเป็น รถขนาดเล็ก, กลาง มีค่าโดยสารไม่เกินอัตราของรถแท็กซี่ในปัจจุบัน ด้านรถขนาดใหญ่ มีค่าโดยสารไม่เกินอัตราของรถแท็กซี่&amp;nbsp; VIP ในปัจจุบัน โดยสามารถมีค่าบริการเพิ่มเติมกรณีอื่นได้ แต่ต้องไม่เกิน 200 บาท ทั้งนี้ รัฐมนตรีฯ จะเป็นผู้ประกาศกำหนดอัตราค่าโดยสาร

นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า สำหรับรายละเอียดของแอปพลิเคชันนั้น จะต้องเป็นแอปพลิเคชันสําหรับเรียกใช้บริการรถยนต์รับจ้างฯ ในส่วนของผู้ขับรถ (Driver Application) จะต้องมีระบบยืนยันตัวตน เช่น Pin Code, Fingerprint, Face Scan เป็นต้น อีกทั้งมีระบบคํานวณเส้นทาง ระยะเวลา และค่าโดยสารโดยประมาณ มีระบบรับส่งข้อความ/โทรศัพท์กับผู้โดยสาร ในส่วนของผู้โดยสาร (Passenger Application) จะมีระบบลงทะเบียนผู้โดยสาร ระบบเรียกใช้งานรถยนต์รับจ้างแบบทันทีและแบบจองล่วงหน้า รวมถึงมีระบบคํานวณเส้นทาง ระยะเวลา และค่าโดยสารโดยประมาณ ระบบประเมินความพึงพอใจต่อผู้ขับรถ และระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน

สำหรับคุณสมบัติของผู้ให้บริการแอปพลิเคชันนั้น จะต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย มีทุนจดทะเบียนตามที่กำหนดในประกาศ (ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท) และต้องมีสถานที่ประกอบการในประเทศไทย รวมถึงมีความพร้อมในการให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และต้องไม่เคยถูกเพิกถอนในการได้รับอนุญาตเป็นผู้ให้บริการระบบ GPS ตามกฎหมายของ ขบ.

ทั้งนี้ จากข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า บริษัทผู้ให้บริการแอปพลิเคชันในประเทศไทย เช่น บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด (Grab) มีทุนจดทะเบียน 2.87 พันล้านบาท, บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด (Robinhood) มีทุนจดทะเบียน 900 ล้านบาท, บริษัท เดลิเวอรี่ ฮีโร่ (ประเทศไทย) จำกัด (Food Panda) มีทุนจดทะเบียน 204 ล้านบาท, บริษัท เวล็อคซ์ จำกัด (Gojek) มีทุนจดทะเบียน 104 ล้านบาท, บริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด มีทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104106</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ครม., แอปเรียกรถ, ไม่ผิดกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210525/image_big_60ac97fec8fed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 21:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 21:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐขวางโลก ชี้ที่ตั้งถิ่นฐานชาวยิวในเวสต์แบงก์ไม่ผิดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ละทิ้งนโยบายที่ยึดถือมานาน 4 ทศวรรษที่ว่า ที่ตั้งถิ่นฐานของชาวยิวในดินแดนที่ยึดครองมาจากชาวปาเลสไตน์นั้นไม่เป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรืออีกนัยหนึ่งคือการหนุนหลังชาวอิสราเอลสร้างนิคมยิวในเขตยึดครองเวสต์แบงก์ ทั้งที่นานาชาติคัดค้านหวั่นบั่นทอนกระบวนการสร้างสันติภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายจากหมู่บ้านคิฟิ ฮาเรส ของปาเลสไตน์ เผยให้เห็นที่ตั้งถิ่นฐานชาวยิวเรวาวา ในเขตเวสต์แบงก์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน กล่าวว่า ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐ ประกาศที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ภายหลังทำการศึกษาการโต้แย้งทางกฎหมายจากทุกฝ่ายอย่างรอบคอบแล้ว รัฐบาลสหรัฐได้ข้อสรุปว่า การสถาปนาที่ตั้งถิ่นฐานของพลเรือนชาวอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์นั้นโดยตัวของมันเองไม่ได้เป็นการขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของเขาทำให้สหรัฐมีจุดยืนขัดแย้งกับทุกประเทศบนโลกนี้ รวมถึงข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ แต่ถือเป็นชัยชนะของเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลที่กำลังดิ้นรนรักษาอำนาจไว้ หลังจากไม่สามารถรวบรวมที่นั่งตั้งรัฐบาลข้างมากได้ แม้จะจัดการเลือกตั้ง 2 รอบแล้วในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปอมเปโอกล่าวด้วยว่า การตัดสินใจของสหรัฐไม่ได้หมายความว่าสหรัฐพิจารณาว่าที่ตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลในเวสต์แบงก์เป็นสิ่งถูกกฎหมายเช่นกัน แต่สหรัฐจะมีจุดยืนคล้อยตามการตัดสินของศาลอิสราเอลแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการปาเลสไตน์ ซึ่งปฏิเสธจะเข้าสู่กระบวนการพูดคุยสันติภาพภายใต้การไกล่เกลี่ยของรัฐบาลของทรัมป์ ซึ่งพวกเขาเห็นว่าลำเอียงเข้าข้างอิสราเอล ประณามการตัดสินใจของสหรัฐครั้งนี้ นาบิล อาบู รูไดนาห์ โฆษกประธานาธิบดีมะห์มูด อับบาส ของปาเลสไตน์ กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐไม่มีคุณสมบัติหรือมีอำนาจที่จะยกเลิกข้อมติของกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งยังไม่มีสิทธิ์ที่จะยกความชอบธรรมตามกฎหมายให้แก่ที่ตั้งถิ่นฐานของอิสราเอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกฯ เนทันยาฮู ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของทรัมป์ กล่าวว่า การตัดสินใจของสหรัฐเป็นการ &amp;quot;แก้สิ่งที่ผิดในประวัติศาสตร์ให้ถูกต้อง&amp;quot; สำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอล 600,000 คน ที่อาศัยอยู่ในเขตเวสต์แบงก์และเยรูซาเลมตะวันออก ท่ามกลางชาวปาเลสไตน์ราว 2.9 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แน่นอนว่าคำประกาศของรัฐบาลทรัมป์ต้องถูกตีความว่าเป็นการโอบอุ้มเนทันยาฮู ซึ่งกำลังลุ้นให้เบนนี แกนตซ์ คู่แข่งของเขาที่มีแนวคิดสายกลาง จัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จตามที่ได้รับมอบหมายภายใน 2 วันนี้ แต่ปอมเปโอปฏิเสธทัศนะดังกล่าว โดยอ้างว่า ช่วงเวลาของการประกาศนั้นไม่ได้ผูกโยงกับการเมืองภายในประเทศไม่ว่าในอิสราเอลหรือที่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา นโยบายของสหรัฐอิง อย่างน้อยในทางทฤษฎี กับทัศนะทางกฎหมายของกระทรวงการต่างประเทศเมื่อปี 2521 ที่ระบุว่าการตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลในดินแดนของชาวปาเลสไตน์ที่อิสราเอลยึดไว้เมื่อทศวรรษก่อนหน้านั้น เป็นเรื่องที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 4 ที่ว่าด้วยกฎหมายสงครามนั้น ห้ามไว้อย่างชัดเจนไม่ให้เคลื่อนย้ายพลเรือนเข้าไปในดินแดนยึดครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ที่ผ่านมา โดยทั่วไปรัฐบาลสหรัฐมักจะใช้อำนาจยับยั้งข้อมติที่วิจารณ์อิสราเอล แต่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา เคยหักหน้าเนทันยาฮูช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่โอบามาจะพ้นตำแหน่ง ด้วยการสนับสนุนข้อมติ 2334 ที่กล่าวถึงการตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลทรัมป์เคยขวางโลกกรณีอิสราเอลมาแล้วหลายครั้ง เมื่อปี 2560 ทรัมป์รับรองนครเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล และปีถัดมาก็ย้ายสถานทูตสหรัฐไปประจำที่นั่นอย่างเป็นทางการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50686</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายระหว่างประเทศ, ที่ตั้งถิ่นฐานชาวยิว, ปาเลสไตน์, สหรัฐ, อิสราเอล, เขตยึดครอง, เวสต์แบงก์, ไม่ผิดกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd3ffe20f09a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2018 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2018 09:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์การันตี ร้านสะดวกซื้อขายจานด่วน 24 ชม.ไม่ผิดกฎหมาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำนักงานแข่งขันฯ ระบุ ร้านสะดวกซื้อขายจานด่วน 24 ชม.ไม่ผิดกฎหมาย แต่ให้ใช้จรรยาบรรณทางสังคมทบทวนทำธุรกิจ แต่หากใช้อำนาจเหนือตลาดกลั่นแกล้งมีความผิดแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย โภชนกิจ &amp;nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน &amp;nbsp;ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า &amp;nbsp;เปิดเผยว่า กรณีที่ร้านสะดวกซื้อรายหนึ่งมีแผนจะเปิดขายอาหารตามสั่งตลอด 24 ชม. นั้น อยากแนะนำให้ผู้ประกอบการที่จะทำธุรกิจควรคำนึงถึงจริยธรรมควบคู่กับการดำเนินธุรกิจไปด้วย เพราะบางกรณีแม้ว่าจะไม่ผิดต่อพ.ร.บ.การแข่งขันการค้า พศ. 2560 สามารถประกอบธุรกิจได้ แต่การทำธุรกิจต้องคำนึงถึงสังคม ซึ่งเป็นเรื่องของจรรยาบรรณหรือจริยธรรมทางสังคมในการประกอบธุรกิจด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในแง่ของการประธุรกิจแม้จะไม่ผิดกฎหมายแข่งขันทางการค้า สามารถประกอบธุรกิจได้ตามปกติ แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ไม่ควรมองแค่ในด้านกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงจรรยาบรรณทางสังคมควบคู่ไปด้วย เพื่อให้ทุกรายอยู่ร่วมกันได้ ไม่ได้รับความเดือดร้อน และไม่ใช้อำนาจเหนือตลาดในทางที่ไม่เป็นธรรม หรือกลั่นแกล้งรายอื่น&amp;rdquo; นายวิชัย กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการประกอบธุรกิจขายอาหารตามสั่งของร้านสะดวกซื้อจะไม่ผิดกฎหมายแข่งขันทางการค้า แต่หากมีการเปิดจริง จะต้องมีการลงไปดูถึงพฤติกรรมว่ามีการใช้อำนาจเหนือตลาดในลักษณะของการกลั่นแกล้งรายอื่น หรือเอาเปรียบรายอื่นหรือไม่ เช่น กำหนดราคาขายต่ำกว่ารายอื่นมาก เพื่อกำจัดคู่แข่งขันในตลาด หากพบกรณีดังกล่าวสามารถร้องเรียนมายังสำนักงานแข่งขันทางการค้า เพราะจะเข้าข่ายเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 50 ของพ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มีโทษอาญาคือจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 10% ของรายได้ในปีที่กระทำผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สำนักงานแข่งขันทางการค้ายังสามารถใช้อำนาจทางปกครองสั่งให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว หากไม่หยุดจะมีโทษปรับ 6 ล้านบาท และสั่งปรับรายวันอีกวันละ 3 แสนบาทกรณีที่ไม่หยุดพฤติกรรมดังกล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรมช.พาณิชย์ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงภาคเอกชนรายใหญ่แห่งหนึ่ง ว่า การทำธุรกิจการค้าต้องคิดเอื้ออาทร และแบ่งปัน ไม่ใช่คิดแต่กำไร คิดใหญ่คิดโต หวังกินรวบผูกขาด ตายไปบาทเดียวก็เอาไปไม่ได้ &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ยังระบุว่า การขยายร้านสะดวกซื้อ เป็นหมื่นสาขา และเปิดขายอาหารตามสั่ง ขายกาแฟ จะทำให้กิจการโชห่วยร้านชำ หาบเร่แผงลอย ร้านขายกับข้าว ร้านกาแฟ &amp;nbsp;ตามห้องแถวตามท้องถนนต้องเจ๊ง ต้องหมดอาชีพ ซึ่ง เงินในท้องถิ่นชุมชนที่เคยหมุนเวียนเลี้ยงดูรากหญ้า ก็ถูกดูดไปหมดจนฝืดเคืองโดยทั่วไป
อย่างไรก็ดี นายอลงกรณ์ ยังระบุด้วยว่า การทำธุรกิจการค้าในประเทศ ต้องเห็นอกเห็นใจผู้ค้ารายเล็ก ให้พวกเขาพออยู่พอกินเลี้ยงครอบครัวได้บ้าง ดำเนินธุรกิจการค้าในรูปแบบที่เหมาะสม พอดีพอควร เพราะเราคือคนไทยด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมทิ้งท้ายว่า &amp;quot;แต่ถ้ายังไม่เปลี่ยนแปลง วันใดผมมีอำนาจคุณจะไม่มีโอกาสแม้แต่จะพูดคำว่าเสียใจ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21429</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าภายใน, ขายอาหารตามสั่ง 24 ช.ม., ร้านสะดวกซื้อ, วิชัย โภชนกิจ, ไม่ผิดกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180706/image_big_5b3f2773079f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2018 12:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2018 12:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กิตติรัตน์ไวท์ไล&#039; ยุเรียกร้องเลือกตั้งไม่ผิดกฎหมาย ใครเอาผิดคือศัตรูประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.61- นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Kittiratt Na Ranong ว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเรียกร้องให้มีเลือกตั้ง ไม่ผิดกฎหมาย ใครจะพยายามเอาผิดพวกเขาคือศัตรูของประชาชน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เขายังโพสต์ว่า... ผมอยากเรียนเชิญ พี่ๆ น้องๆ ที่ร่ำเรียนมาทางเศรษฐศาสตร์... ไม่จะลึก ไม่ว่าจะกว้าง... ไม่ว่าจะสำนักสามย่าน(เหมือนผม)หรือสำนักอื่นใด... ไม่ว่าจะไทย ไม่ว่าจะเทศ... มอบความรู้ความคิด ที่โพสต์นี้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทำอย่างไร ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และสังคมจะทุเลาลง&amp;quot; เพื่อคุณภาพชีวิตของเพื่อนร่วมชาติ ร่วมชะตากรรมของเรา ด้วยเถิดครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18389</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเรียกร้อง, การเลือกตั้ง, กิตติรัตน์ ณ ระนอง, ความเหลื่อมล้ำ, พรรคเพื่อไทย, เศรษฐศาสตร์, ไม่ผิดกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180925/image_big_5ba9c9ffbee44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
