<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2019 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2019 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ฟังไว้!&#039;วิษณุ&#039;ย้ำหากงบประมาณไม่ผ่าน&#039;บิ๊กตู่&#039;มีแค่2ทางเลือก&#039;ยุบสภา-ลาออก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.62-นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ชี้แจงในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ว่ารัฐมนตรีที่เป็นส.ส.สามารถลงมติร่าง​ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ได้ ว่า มีการสงสัยกันในเรื่องดังกล่าว เพราะรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับเขียนไว้ไม่เหมือนกัน แต่เราได้ทำความเข้าใจแล้วว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันสามารถลงมติได้ ทั้งนี้ เกิดจากความเคยชินเนื่องจากรัฐธรรมนูญ 2540 ระบุว่าเมื่อ ส.ส.มาเป็นรัฐมนตรีจะต้องลาออกจากส.ส.ภายใน 30 วัน ฉะนั้น จะเหลือแต่ความเป็นรัฐมนตรี ซึ่งไม่สามารถไปโหวตอะไรในสภาฯได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมารัฐธรรมนูญปี 2550 เขียนอีกแบบหนึ่งว่า ส.ส.เป็นรัฐมนตรีได้โดยไม่ต้องลาออก แต่รัฐมนตรีจะลงมติในเรื่องที่ตนมีส่วนได้เสียไม่ได้ จึงทำให้รัฐมนตรีหลายคนที่เป็นส.ส.ไม่กล้าโหวตในเรื่องงบประมาณ และไม่กล้าโหวตในเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจตัวเอง แต่เมื่อมาถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ส.ส.เป็นรัฐมนตรีในเวลาเดียวกันได้ และไม่ได้ระบุเหมือนแต่ก่อนว่าจะลงมติในเรื่องที่ตนมีส่วนได้เสียไม่ได้ ประเด็นนี้ถูกตัดออกไปแล้ว ซึ่งแปลว่าสามารถลงมติได้ แต่โดยมารยาทแล้วในการลงมติไม่ไว้วางใจตัวเอง ไม่ควรจะลงมติ แต่ในเรื่องการเสนอกฎหมาย จะเป็นเรื่องงบประมาณหรือกฎหมายอะไรก็แล้วแต่ ไม่ใช่เป็นเรื่องมีส่วนได้เสียส่วนตัว เป็นส่วนได้เสียส่วนรวม ดังนั้นรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้าม และโดยสรุปมีรัฐมนตรีที่เป็นส.ส. มีความสงสัยอยู่ 19 คน สามารถลงมติในเรื่องงบประมาณเช่นเดียวกับลงมติในเรื่องอื่นๆได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับรัฐมนตรีอย่างไรบ้าง นายวิษณุกล่าวว่า นายกฯบอกให้รัฐมนตรีที่เป็นส.ส.เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน ด้วยเหตุว่าในฐานะที่เป็นรัฐมนตรี จะเป็นส.ส.หรือไม่เป็นส.ส.ก็ตามต้องเข้าประชุม เพราะเป็นเรื่องงบประมาณ หากมีการสอบถามเรื่องของกระทรวงใดก็สามารถที่จะช่วยอธิบายได้ โดยเฉพาะในวาระที่หนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน นายกฯยังกำชับว่า จะต้องมีการตั้งกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เอาไว้พิจารณาในชั้นแปรญัตติ จึงขอให้ผู้แทนรัฐบาลที่มีอยู่ 15 คนที่จะไปเป็นกมธ. ควรเป็นคนที่มีเวลาว่างเป็นหลัก ไม่ใช่ไปเป็นโก้ๆ หลายคนคิดว่าการไปเป็นกมธ.งบประมาณ เป็นเกียรติยศ แต่ความจริงต้องนั่งประชุมตลอดเวลาถึง 60 วัน เพราะจะต้องพิจารณากฎหมายยาวนานที่สุด และแม้จะไม่ได้ทำหน้าที่ประธานหรือรองประธานก็ถือเป็นกมธ. ซึ่งที่ประชุมจะต้องดูไปทีละมาตรา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนรายชื่อรัฐมนตรีที่จะมาเป็นกมธ.ในส่วนรัฐบาล ยังได้รายชื่อไม่ครบ แต่ได้ 3 รายชื่อที่จะเป็นตัวแทนหลัก ได้แก่ รมว.คลัง รมช.คลัง และปลัดกระทรวงการคลัง ในส่วนที่เหลือจะให้แต่ละพรรคการเมืองไปหาและนำมาเสนอโดยไม่ต้องนำรายชื่อเข้าครม.อีก แต่ให้แจ้งไปที่รมว.คลังและสำนักงบประมาณเพื่อประสานกับคณะกรรมการประสานงานพนสภาผู้แทนราษฎร​ (วิปรัฐบาล) โดยรายชื่อไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐมนตรี เพราะมีจุดอ่อนที่อาจจะไม่มีเวลาไปนั่งเป็นกมธ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ สภาฯได้แจ้งมาหรือไม่ว่าจะใช้เวลากี่วัน นายวิษณุกล่าวว่า เรื่องนี้รัฐบาลเป็นฝ่ายเปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภาในวันที่ 17 ต.ค. และปิดประชุมวิสามัญฯในวันใดวันหนึ่ง ซึ่งคาดว่าจะมีเวลารวมกันทั้งหมดประมาณ 3-4 วัน ซึ่งก็ต้องไปแบ่งกันเอง ถ้าส.ว.ไม่เอา ส.ส.ก็ได้ไปทั้งหมด แต่ถ้าส.ว.เอา ก็ต้องเหลือให้ส.ว.สัก 1 วันหรือครึ่งวัน ขอให้วิปรัฐบาลไปตกลงกันเอง แต่ส.ว.ขอเวลาไว้แล้ว เพราะเขามีเรื่องที่จะต้องทำเหมือนกันไม่มีปัญหาอะไร แต่อย่างน้อยเบื้องต้น 2 วันอยู่แล้ว ซึ่งตรงกับวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ ถ้าเลยจากนั้นจะเป็นวันเสาร์และวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ถ้าหากไม่ผ่านสภาฯ จะมีผลอย่างไรกับความรับผิดชอบทางการเมืองและทางกฎหมาย นายวิษณุกล่าวว่า หลักของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา มีอยู่แล้วว่าอะไรก็ตามที่สภาฯเสียงข้างมากไม่ไว้วางใจรัฐบาล รัฐบาลนั้นก็ไม่พึงจะอยู่ต่อไป ซึ่งการไม่ไว้วางใจนั้นแสดงออกได้ 2 อย่าง คือ 1.ไม่ไว้วางใจโดยเปิดเผย ตรงนี้ทำโดยการลงมติไม่ไว้วางใจ 2.ไม่ไว้วางใจโดยปริยาย จะแสดงออกจากการที่รัฐบาลเสนอร่างกฎหมายสำคัญเข้าสภาฯ แล้วสภาฯลงมติให้ไม่ผ่าน ซึ่งแปลว่าสภาฯไม่ยอมให้เครื่องมือรัฐบาลไปทำงาน รัฐบาลก็ไม่ควรจะต้องอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;วิธีที่จะไม่อยู่นั้น สามารถทำได้ 2 อย่าง คือ 1.ทำโดยรัฐบาลลาออก หรือ 2.ทำโดยออกด้วยกันทั้งคู่ เพราะการที่สภาฯไม่เห็นชอบนั้น ไม่รู้ว่าประชาชนเขาคิดอย่างไร จึงยุบสภาแล้วไปเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ ดังนั้น ทางออกสามารถทำได้ 2 อย่าง ซึ่งเป็นเรื่องทั่วไป ไม่ใช่เรื่องแปลก และเราปฏิบัติอย่างนี้ตลอดมา โดยในอดีตเคยมีรัฐบาลที่ลาออกเพราะสภาฯลงมติไม่ผ่านกฎหมาย แต่ก็มีรัฐบาลที่ไม่ลาออกแม้สภาฯลงมติไม่ผ่านกฎหมายเช่นกัน เพราะถือว่าไม่ใช่กฎหมายสำคัญ แต่สำหรับกฎหมายงบประมาณนั้นเป็นกฎหมายสำคัญ&amp;quot;นายวิษณุกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47585</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.วิษณุ เครืองาม, ยุบสภา-ลาออก, รองนายกฯ., ร่างพ.ร.บ.งบประมาณ, ไม่ผ่านสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191008/image_big_5d9c32c1d07cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2018 21:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2018 21:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการฟิลิปปินส์ยื่นฟ้องอดีต ปธน. &#039;อากีโน&#039; ใช้งบฯ ไม่ผ่านสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เบนิกโน อากีโน อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ โดนกฎหมายเล่นงานหลังพ้นตำแหน่ง อัยการยื่นฟ้องร้องกล่าวโทษคดีอาญา ฐานสั่งรัฐมนตรีดูแลงบประมาณจัดสรรงบกว่า 4.4 หมื่นล้านบาท ให้โครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลโดยไม่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อดีตประธานาธิบดีเบนิกโน อากีโน เปล่งคำสาบานระหว่างการไต่สวนในสภาเมื่อเดือนธ้นวาคมปีที่แล้ว กรณีวัคซีนไข้เลือดออกเดงกี &amp;quot;เดงวาเซีย&amp;quot; ของบริษัทซาโนฟี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีกล่าวว่า งบประมาณก้อนนี้ซึ่งคิดเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 1,300 ล้านดอลลาร์ เคยเป็นประเด็นขัดแย้งในช่วงที่อากีโนดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีระหว่างปี 2553-2559 โดยเขาถูกวิจารณ์ว่าใช้งบส่วนนี้เพื่อแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ต่างตอบแทนจากสมาชิกรัฐสภา อากีโนยืนกรานปฏิเสธคำกล่าวหานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเมื่อวันพุธที่ 20 มิถุนายน 2561 กล่าวว่า อัยการพิเศษด้านการต่อต้านคอร์รัปชันยื่นฟ้องอดีตประธานาธิบดีรายนี้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่ข่าวเพิ่งเปิดเผยต่อสาธารณะในวันพุธ คำฟ้องกล่าวว่าอากีโนละเมิดหลักแห่งการแบ่งแยกอำนาจที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการคอนชีตา โมราเลส กล่าวในคำฟ้องว่า อากีโนเขียนบันทึกคำสั่งหลายฉบับถึงรัฐมนตรีดูแลด้านงบประมาณของรัฐบาล ให้จัดสรรเงิน 72,000 ล้านเปโซ (44,233 ล้านบาท) แก่โครงการความริเริ่มพิเศษของรัฐบาลเมื่อเดือนมิถุนายน 2555&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อากีโนริเริ่มโครงการจัดสรรการจ่ายเงินนี้ขึ้น เพื่อเร่งให้การใช้จ่ายงบประมาณในโครงการสาธารณะกระทำได้เร็วขึ้น เพื่อกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศที่ระบบราชการขึ้นชื่อเรื่องความล่าช้าอย่างฟิลิปปินส์ โครงการนี้นำเงินงบประมาณคงเหลือของหลายหน่วยงานที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ไปจัดสรรแก่หน่วยงานส่วนอื่นของรัฐบาลที่ต้องการใช้งบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการนี้เริ่มต้นในปี 2555 แต่อากีโนถูกบีบให้ยุติโครงการภายใน 2 ปีต่อมา เมื่อศาลฎีกาตัดสินว่าการอนุมัติใช้จ่ายเงินงบประมาณโดยไม่ผ่านรัฐสภานั้นละเมิดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านอาบีเกล บาลเต โฆษกของอากีโน เผยกับเอเอฟพีว่า อดีตประธานาธิบดียังไม่ได้รับสำเนาเอกสารคำฟ้องร้องกล่าวโทษ และฝ่ายตนใคร่รู้ว่าเหตุใดอัยการจึงตัดสินใจโดยขัดแย้งกับผลคำตัดสินก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าอดีตประธานาธิบดีอากีโนไม่ต้องรับผิดทางกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการฟิลิปปินส์ผู้นี้เคยยุติการฟ้องร้องคดีนี้เมื่อปี 2558 แต่ก็เปลี่ยนใจภายหลังสมาชิกรัฐสภากลุ่มหนึ่งและนักเคลื่อนไหวต่อต้านคอร์รัปชันยื่นอุทธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากอากีโนถูกตัดสินว่ามีความผิด เขาอาจถูกลงโทษจำคุก 2 ปี 4 เดือน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11789</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณ, ยื่นฟ้อง, อดีตประธานาธิบดีอากีโน, เบนิกโน อากีโน, ไม่ผ่านสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b2a62e023644.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
