<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวา‘โควิด’ระลอก2 สธ.เตือนไทยการ์ดห้ามตก/ทั่วโลกยังอ่วมติดเชื้อจ่อ12ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ไทยไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งในประเทศและสถานที่กักตัวของรัฐ สธ.วอนเคร่งครัดมาตรการคุมโควิดป้องระบาดระลอกสอง จับตา &amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; แจงปมร้อน &amp;quot;ผบ.ทบ.สหรัฐ&amp;quot; เยือนไทยไม่ตรวจโควิด &amp;quot;จตุพร&amp;quot; แนะเลื่อนเดินทางไปก่อน ลดแรงกระเพื่อม &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; จ่อร้อง ป.ป.ช.ฟัน ศบค.ทุจริตหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งในประเทศและในสถานที่กักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,195 ราย หายป่วยสะสม 3,072 ราย ซึ่งไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดสะสมคงที่ 58 ราย และไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อภายในประเทศติดต่อกัน 43 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อ 11,739,171 ราย และเสียชีวิต 540,660 ราย ส่วนคนไทยที่ตกค้างในต่างประเทศและจะเดินทางถึงประเทศไทยในวันเดียวกันนี้ 3 เที่ยวบิน จำนวน 209 ราย ในวันที่ 8 ก.ค. มี 4 เที่ยวบิน จำนวน 600 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลกยังมีแนวโน้มมีผู้ติดเชื้อสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีผู้ติดเชื้อสะสม 11,739,171 ราย ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา บราซิล อินเดีย ตามลำดับ ส่วนประเทศเพื่อนบ้านยังคงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ นอกจากนี้ยังมีหลายประเทศที่มีการกลับมาระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในระลอก 2 เช่น ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย โครเอเชีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประเทศไทย การที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศต่อเนื่องเป็นวันที่ 43 และจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ในอันดับที่ 99 ของโลก มาจากความร่วมมือร่วมใจของประชาชนที่ช่วยกันป้องกันตัวเองจากโรคโควิด-19 ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ อย่างไรก็ตาม โรคโควิด-19 อาจกลับมาระบาดระลอกใหม่ได้อีกครั้งหากคนไทยประมาท โดยผลสำรวจของสวนดุสิตโพล เมื่อวันที่ 1-4 ก.ค.63 พบว่า หลังผ่อนคลายมาตรการ ประชาชนมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ลดลงถึงร้อยละ 52.93 กระทรวงสาธารณสุขจึงขอความร่วมมือห้างร้านผู้ประกอบการ ยังคงต้องเคร่งครัดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ เช่น ทำความสะอาดสถานที่ พื้นผิวที่มีผู้สัมผัสบ่อย จัดพื้นที่ลดความแออัด จัดจุดคัดกรองอุณหภูมิร่างกาย จุดบริการล้างมือ มีระบบระบายอากาศถ่ายเท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประชาชน ขอให้สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ร่วมกับการเว้นระยะห่างระหว่างผู้อื่น ล้างมือบ่อยๆ งดการนำมือมาสัมผัสใบหน้า ตา จมูก ปาก เลี่ยงการไปสถานที่แออัดคนอยู่รวมกันมาก และลงทะเบียนเข้า-ออก พร้อมประเมินกิจการ สถานที่ในแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;ไทยชนะ&amp;rdquo; ทุกครั้งที่เข้าใช้บริการในสถานที่ต่างๆ หากพบผู้ติดเชื้อ กรมควบคุมโรคจะใช้เป็นข้อมูลในการติดตามผู้สัมผัสเพื่อนำเข้าสู่ระบบการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคต่อไป โรคโควิด-19 จะกลับมาอีกหรือไม่ขึ้นอยู่กับความร่วมมือร่วมใจของคนไทยทุกคน
&amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; แจงปมร้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในวันที่ 8 ก.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จัดการประชุมผู้นำเหล่าทัพ ครั้งที่ 5/2563 โดยมี พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน มี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ, พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งในช่วงเช้าจะมีการประชุมผู้บัญชาการทหาร ที่มี พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ซึ่งผู้มาร่วมประชุมทุกคนจะต้องลงทะเบียน คัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 หลังจากนั้นจะมีการแถลงผลการประชุม ผบ.เหล่าทัพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในช่วงบ่าย พล.อ.อภิรัชต์เดินทางไปเป็นประธานในพิธีรับอากาศยาน Cessna 182T เข้าประจำการในกองทัพบก ณ หมวดบิน C หน่วยบินเดโชชัย 3 ภายในพื้นที่กองบิน 6 (บน.6 ดอนเมือง) ซึ่งเป็นเครื่องบินใช้ในการลาดตระเวนและทำแผนที่ทหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเสร็จพิธี พล.อ.อภิรัชต์จะชี้แจงกรณีการเดินทางมาเยือนประเทศไทยของ พล.อ.เจมส์ ซี แมคคอนวิลล์ ผบ.ทบ.สหรัฐอเมริกา และคณะ ซึ่งยังยืนยันกำหนดการเดิม คือระหว่างวันที่ 9-10 ก.ค. โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน ตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข ท่ามกลางกระแสต่อต้านของคนที่ไม่เห็นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ มีข่าวว่า พล.อ.อภิรัชต์ไม่พอใจต่อการนำเสนอข่าวที่คลาดเคลื่อน ผบ.ทบ.สหรัฐและคณะปฏิเสธเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจโรคโควิด-19 ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จนกลายเป็นประเด็นถูกวิจารณ์ต่อเนื่อง เพราะเกรงจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกำหนดการ พล.อ.เจมส์ ซี แมคคอนวิลล์ และคณะ จะเดินทางเข้าพบ พล.อ.อภิรัชต์ ที่กองบัญชาการกองทัพบก ในวันที่ 10 ก.ค. โดยจะไม่เปิดให้สื่อมวลชนทำข่าวและบันทึกภาพ แต่จะเผยแพร่ข่าวและภาพให้สื่อมวลชนภายหลังเสร็จพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองตามช่องทางธรรมชาติต่างๆ ภายหลังจากที่มีประกาศผ่อนปรนมาตรการป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ให้ความสำคัญและความห่วงใยถึงสถานการณ์การป้องกันการแพร่ระบาดและลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดโควิด-19 จากต่างประเทศเข้ามา โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ซึ่งกำกับดูแลงานด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ กำชับ กวดขันสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ในการประสานกับหน่วยร่วมปฏิบัติด้านความมั่นคง เพิ่มความเข้มในการตรวจตราตามจุดผ่านแดน จุดผ่อนปรน หรือทางช่องทางธรรมชาติ เพื่อสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวที่มีความพยายามลักลอบเข้าราชอาณาจักรอย่างเข้มงวด ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนดำเนินการผลักดันกลับประเทศต้นทางทุกราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า แม้ ศบค.จะพยายามออกมาชี้แจงว่า ผบ.ทบ.สหรัฐและคณะจะเดินทางมาเยือนประเทศไทย ตามข้อตกลงพิเศษ ในฐานะแขกทางการ ที่เข้าเงื่อนไขไม่ต้องกักตัว 14 วัน แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการ 6 ข้อ ของ ศบค.อย่างเคร่งครัดก็ตาม แต่มาตรการดังกล่าวไม่ได้เป็นสิ่งบ่งชี้ว่าการเดินทางมาเยือนประเทศไทยครั้งนี้ของ ผบ.ทบ.สหรัฐและคณะ จะไม่ทำให้เชื้อไวรัสโควิด-19 ที่อาจแฝงจากสหรัฐมาสู่คนไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากผลสำรวจของศูนย์ควบคุมโรคติดต่อ (ซีดีซี) ของสหรัฐอเมริกา ล่าสุดยังพบว่ามากกว่าครึ่งของผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือ 54% ไม่รู้ตัวว่าพวกเขาไปติดโรคมาจากไหน สะท้อนแนวโน้มการแพร่ระบาดในกลุ่มผู้เป็นพาหะที่ไม่แสดงอาการ ซึ่งมักจะเป็นคนใกล้ชิด ผู้ร่วมงานหรือสมาชิกในครอบครัว ดังนั้น ผบ.ทบ.สหรัฐและคณะซึ่งมาจากประเทศที่มีสถิติของผู้ที่ติดเชื้อมากที่สุดในโลกเกือบ 3 ล้านคนแล้ว จึงไม่อาจจะเชื่อใจได้ว่าเขาเหล่านั้นจะไม่เป็นพาหะที่ไม่แสดงอาการ อีกทั้งมาตรการ 6 ข้อเป็นข้อกำหนดที่ ศบค.คิดกันขึ้นมาเอง เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อ ผบ.ทบ.สหรัฐเป็นการเฉพาะเท่านั้น และมิได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ร้อง ปปช.ฟัน &amp;quot;ศบค.&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น นายกรัฐมนตรี และโฆษก ศบค.พยายามพร่ำบอกให้คนไทยการ์ดอย่าตกๆ แบบแผ่นเสียงตกร่องมาโดยตลอด แต่ทว่าคนของรัฐบาลกลับมีอภิสิทธิ์ชน อาทิ เมื่อคืนวันที่ 4 ก.ค.2563 ที่ผ่านมาในวันระลึกวันชาติสหรัฐ ที่สถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ซึ่งมีนักการเมืองไทยไปร่วมงานมากมาย โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข และ พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก ศบค.ไปร่วมงานด้วย กลับไม่มีใครใส่หน้ากากอนามัยและไม่มีระยะห่างกันเลย ซึ่งชี้ให้เห็นว่าคนของรัฐบาล และ ศบค.ไม่เป็นต้นแบบที่ดีในการป้องกันโควิด-19 แต่กับประชาชนกลับบังคับให้ต้องทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ไม่อาจปล่อยให้กรณีดังกล่าวเป็นการเอื้อประโยชน์แบบไม่มีมาตรฐานของ ศบค.ต่อไปได้ จึงจะนำความไปร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบการใช้อำนาจของ ศบค.ว่าเป็นไปแบบไร้มาตรฐานและทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่ โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันพฤหัสฯ ที่ 9 ก.ค.2563 เวลา 10.30 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ช.นนทบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ PEACETALK ว่า ผบ.ทบ.สหรัฐ และคณะ ควรเลื่อนการเดินทางมาประเทศไทยออกไปสักระยะหนึ่งก่อน เพราะช่วงเกิดภัยโควิดนั้น คงไม่เหมาะจะมาเจรจาในเรื่องศึกสงคราม หรือความร่วมมือระหว่างกองทัพบกทั้งสองประเทศ รวมทั้งขณะนี้คนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศต้องถูกกักตัวและพบติดเชื้อโควิด ส่วนคนไทยในประเทศไม่พบการติดเชื้อสักรายมาเป็นเดือนแล้ว ดังนั้นอาการหวั่นวิตกคนไทยจึงแสดงออกค่อนข้างตึงเครียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในสหรัฐไม่มีใครกล้ายืนยันว่าเป็น ผบ.ทบ.แล้วจะไม่ติดเชื้อโควิด เนื่องจากลูกเขยของประธานาธิบดีทรัมป์ยังติดเชื้อโควิด ดังนั้นเพื่อความสบายใจกันทุกฝ่าย หากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในช่วงศึกสงครามต้องมาเจรจากัน ควรเจรจากันโดยไม่พบตัวกันย่อมเป็นสัมพันธภาพที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อสถานการณ์สร้างความยุ่งยากลำบากใจ และไม่มีใครกล้าการันตีว่าคณะที่มานั้นไม่มีใครติดเชื้อ แต่เชื้อไม่ปรากฏอาการในสหรัฐก็มีมาก ผมว่า ผบ.ทบ.ไทยลองปรึกษาหารือกันเพื่อลดแรงเสียดทานโดยไม่จำเป็น ถ้ามีข้อยกเว้นไม่ต้องถูกกักตัว 15 วัน และไม่มีความจำเป็นชนิดที่ขัดเสียไม่ได้แล้ว ควรเลื่อนกันไปก่อน และรอสถานการณ์ปกติค่อยมาเยือนก็ได้ ไม่น่ามีปัญหาใดๆ จึงหวังว่าในช่วงเวลาอีก 2 วันนี้ ผบ.ทบ.ไทยจะเลือกหนทางที่ดีที่สุด ซึ่งจะตัดสินใจอย่างไรก็แล้วแต่ ผมเสนอแนะเพียงไม่ควรให้สร้างแรงกระเพื่อมใดๆ จากการคัดค้านมากมาย เพราะ ผบ.ทบ.สหรัฐมาจากประเทศที่คนติดเชื้อมากที่สุด&amp;quot; นายจตุพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่นายอนุทิน และ พญ.พรรณประภาไปร่วมงานวันชาติสหรัฐ แล้วมีภาพที่เรียกว่าการ์ดตกนั้น ตนเห็นใจจริงๆ เนื่องจากสังคมไทยอยู่ในช่วงวิตกในหลายเรื่องราว และบางเรื่องกลับตึงจนเกินเหตุ โดยปกติแล้วตนเมื่อเข้าร่วมงานใดจะใส่หน้ากาก แต่มีคนมาถ่ายรูปด้วยจะถอดออกเพื่อจะได้เห็นหน้าตากัน ทันทีที่ภาพของนายอนุทินถูกเผยแพร่ ทุกกระแสกระหน่ำใส่นายอนุทิน ซึ่งทั้ง 2 กรณีคือ ผบ.ทบ.สหรัฐและคณะเยือนไทย รวมทั้งนายอนุทินถ่ายรูปไม่ใส่หน้ากากนั้น สะท้อนถึงบรรยากาศของไทยขณะนี้มีความตึงเครียดพร้อมจะแตกหักกันตลอดเวลา ไม่พร้อมอะลุ่มอล่วยกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70803</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, การ์ดห้ามตก, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200707/image_big_5f047e681bde9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2020 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2020 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูเก็ตเฮต่อ! ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อเนื่อง17วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค. 63 - คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ขอแจ้งสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดภูเก็ต ข้อมูล&amp;nbsp; ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม &amp;ndash; 17 พฤษภาคม 2563 จังหวัดภูเก็ตมีผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 224 ราย (ไม่พบรายใหม่)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ติดเชื้อได้รับอนุญาต&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้กลับบ้าน 202 ราย (ไม่มีกลับบ้านเพิ่ม)&amp;nbsp; เสียชีวิต 3 ราย (ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม) จำหน่าย 1 ราย (ไม่มีจำหน่ายเพิ่ม) กำลังรักษาพยาบาลอยู่&amp;nbsp; 18 ราย ทุกรายอาการอยู่ในเกณฑ์ที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้มีอาการเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 6,322 ราย (รายใหม่ 44 ราย) โดยยังคงรักษาพยาบาล&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 53 ราย&amp;nbsp; (เป็นผู้ติดเชื้อยืนยัน 18 ราย อยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 35 ราย) กลับบ้านแล้ว&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 6,269 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำนวนผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อทางห้องปฎิบัติการทั้งหมด&amp;nbsp; 10,357 ราย (พบเชื้อ 224 ราย) เป็นผู้มีอาการเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังสะสม 6,322 ราย&amp;nbsp; (พบเชิ้อ 186 ราย) และ เป็นผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อจากการคัดกรองเชิงรุก 4,035 ราย&amp;nbsp; (พบเชิ้อ 38 ราย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 ทั้งหมดที่รายงานมาข้างต้นนั้น ยังคงรับการรักษาที่โรงพยาบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในระยะนี้ จังหวัดภูเก็ตได้มีการผ่อนปรนเปิดกิจการ ร้านอาหารทั่วไป ร้านเครื่องดื่ม ขนมหวาน ไอศกรีม&amp;nbsp;(นอกห้างสรรพสินค้า) ร้านอาหารริมทาง/ รถเข็น/หาบเร่/ ซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านสะดวกซื้อในบริเวณพื้นที่นั่งหรือยืนรับประทานอาหาร กิจการสถานที่ ค้าขาย รวมทั้งร้านค้า หาบเร่ และแผงลอยที่ขายอาหารในตลาดสด ตลาดนัด ตลาดน้ำ ตลาดชุมชน&amp;nbsp; ทั้งนี้ ต้องมีพื้นที่จำหน่ายอาหารไม่เกินสองร้อยตารางเมตร และต้องมีการระบายอากาศเพียงพอโดยงดเว้นบริการที่ต้องใช้อุปกรณ์ร่วมกันที่ไม่สามารถทำความสะอาดทันทีหลังการใช้งานของลูกค้าแต่ละคนได้ เช่น อุปกรณ์คีบจับอาหาร ทั้งนี้ เปิดให้บริการเฉพาะสั่งทาน ไม่รวมบุฟเฟ่ต์ หรือถือภาชนะตักอาหารเองและงดให้มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในสถานที่จำหน่ายอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ขอเน้นย้ำให้ประชาชนที่ไปใช้บริการ ให้ใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา ยืนห่างจากคนอื่นอย่างน้อย 1 - 2 เมตร ไม่ให้สัมผัสอาหารสดโดยตรง เช่น เนื้อสัตว์ อาหารทะเล&amp;nbsp; หากชำระเงินด้วยเงินสดต้องไม่สัมผัสมือกับผู้ค้าโดยตรง เช่น ให้ใส่เงินในตะกร้า และต้องมีการล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์บ่อยครั้ง รวมทั้งห้ามนำบุตร-หลานมาเดินตลาดโดยเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภูเก็ตไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ติดต่อกัน 17 วันแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66212</URL_LINK>
                <HASHTAG>17วัน, ภูเก็ต, โควิด-19, ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200518/image_big_5ec1f6fd683a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
