<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอลำแบงค์เฮ!ประกันแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไผ่ ดาวดิน-สมยศ&amp;quot; นอนคุกต่อ ศาลอาญาปล่อยตัว &amp;ldquo;หมอลำแบงค์&amp;rdquo; คนเดียว หลังร้องขอทำข้อตกลง หากได้ประกันตัวจะไม่พูดจาพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ จำเลยคดีชุมนุม 19 กันยาฯ จับมือกันไม่ลงลายมือชื่อในกระบวนพิจารณาและถอนทนายความ ศาลชี้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินคดีในศาล ทีมทนายแจงถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ละเมิดสิทธิฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 เม.ย.2564 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราว คดีหมายเลขดำ อ.287/2564 ที่นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ จำเลยที่ 3, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข จำเลยที่ 4 และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน จำเลยที่ 7 จำเลยคดีร่วมกันชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร กรณีชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.2563 ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์-สนามหลวง เกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ตาม ป.อาญา ม.112, ยุยงปลุกปั่นฯ ม.116 และอื่นๆ ซึ่งจำเลยได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยเสนอเงื่อนไขหากได้รับการประกันตัว จะไม่ปราศรัยพูดจาพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลเบิกตัวจำเลยทั้งสามจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาฟังคำสั่ง ขณะที่นายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา หรือทนายอู๊ด บิดาของไผ่ ดาวดิน, นางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ มารดาของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน รวมถึงนายประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เดินทางมาศาลด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งในส่วนของนางสุรีย์รัตน์ เดินทางมาเตรียมยื่นประกันตัวบุตรชายที่อดอาหารประท้วง เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เดินทางไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อหวังว่าจะได้เข้าเยี่ยมลูกชายก่อนที่จะต้องหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ แต่ก็ไม่ได้รับอนุญาต ช่วงเวลาอีก 1 สัปดาห์ กว่าที่ทนายจะได้เข้าเยี่ยม เพนกวินไม่รู้ว่าจะอยู่ในสภาพไหน ในขณะที่คนอื่นๆ กำลังจะได้ไปหยุดอยู่กับครอบครัวฉลองเทศกาล แต่ชีวิตนี้กำลังจะสูญเสียไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อวานนี้เพนกวินได้บอกว่า หากได้รับการประกันตัวก็จะกลับมาเจอกับครอบครัว แต่ถ้าหากไม่ได้ประกันก็ขอลาแม่และครอบครัวรวมทั้งเพื่อนๆ ทั้งนี้ ในส่วนของแนวทางการประกันตัว ต้องขึ้นอยู่ที่เพนกวินว่าจะยอมรับในเงื่อนไขแบบไหน ปกติแล้วนิสัยของลูกจะเป็นคนมั่นคงและยืนหยัดในอุดมการณ์ที่ตัวเองเชื่อ และจะทำสิ่งนั้นตามที่เคยได้สัญญาไว้ เพราะฉะนั้นแล้วในเรื่องนี้ จึงปล่อยให้ลูกเป็นคนตัดสินใจ เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่เพนกวินเลือกคือสิ่งที่เพนกวินจะต้องรับผิดชอบ&amp;rdquo; มารดาของเพนกวินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประจักษ์เปิดเผยว่า ตอนนี้คนที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือเพนกวิน เพราะร่างกายทรุดลงเรื่อยๆ จากคำบอกเล่าของแม่ที่ได้พบเมื่อวานนี้ระยะเวลาสั้นๆ เพนกวินไม่สามารถเดินได้ด้วยตัวเองแล้ว สำหรับการพิจารณาคดีนี้ อาจกินระยะเวลายาวนาน และไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไรด้วย ระยะเวลาขนาดนี้อาจทำให้นักศึกษาที่ถูกกักขังชั่วคราวจะพ้นสภาพจากการเป็นนักศึกษา ส่วนกรณีที่จำเลยขอถอนทนายในการทำคดีออกทั้งหมด ยกเว้นนายปติวัฒน์นั้น&amp;nbsp; เพื่อเป็นการสื่อสารไปให้สังคมได้รับรู้ว่าขณะนี้คดีขาดความยุติธรรมในทุกกระบวนการ ตั้งแต่ทนายไม่สามารถปรึกษาการสู้คดีกับจำเลยได้ ผู้ปกครองหรือผู้สังเกตการณ์ไม่สามารถเข้าห้องพิจารณาคดีได้ จำเลยจึงมีสถานะเหมือนผู้ที่ถูกพรากสิทธิ์ เมื่อทุกคนได้ร่วมลงความเห็นแล้ว ว่าหลังจากนี้จะไม่ขอมีส่วนร่วมในกระบวนการที่ไม่ยุติธรรมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ศาลอ่านคำสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราวคดีดังกล่าว โดยศาลอาญาได้ไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราวแล้ว มีคำสั่งว่า พิเคราะห์จากคำแถลงและการไต่สวนตามคำร้องของนายปติวัฒน์ หรือหมอลำแบงค์ สาหร่ายแย้ม จำเลยที่ 3 ประกอบกับคำรับรองของผู้ที่เกี่ยวข้องกับจำเลยที่ 3 แล้ว น่าเชื่อว่าจำเลยที่ 3 จะไม่ไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นได้อีก จึงอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ตีราคาประกัน 2 แสนบาท โดยมีเงื่อนไขห้ามมิให้จำเลยที่ 3 กระทำการในลักษณะเช่นเดียวกับที่จำเลยที่ 3 ถูกกล่าวหาตามฟ้องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ซ้ำอีก หรือไปร่วมกิจกรรมที่อาจทำให้เสื่อมเสียแก่สถาบันพระมหากษัตริย์ ห้ามจำเลยที่ 3 เดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากศาล และให้จำเลยที่ 3 มาศาลตามกำหนดนัดโดยเคร่งครัด ก่อนปล่อยตัวจำเลยที่ 3 แจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในส่วนของนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข จำเลยที่ 4 และนายจตุภัทร์ หรือไผ่ ดาวดิน บุญภัทรรักษา จำเลยที่ 7 แม้จะให้ถ้อยคำในชั้นไต่สวนขอปล่อยชั่วคราวเช่นเดียวกับจำเลยที่ 3 แต่กลับปรากฏข้อเท็จจริงในภายหลัง ว่าเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564 ศาลนัดสอบคำให้การตรวจพยานหลักฐาน และกำหนดวันนัดสืบพยานคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ 287/2564 จำเลยที่ 4 และที่ 7 และทนายจำเลยที่ 4 และที่ 7 ไม่ยอมลงลายมือชื่อในรายงานกระบวนพิจารณาโดยไม่มีเหตุอันสมควร มีเพียงจำเลยที่ 3 และทนายความจำเลยที่ 3 เท่านั้นที่ลงลายมือชื่อในรายงานกระบวนพิจารณา ปรากฏตามรายงานเจ้าหน้าที่ และรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 8 เมษายน 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งทนายจำเลยที่ 4 และที่ 7 นำรายงานกระบวนพิจารณาไปเขียนข้อความเพิ่มเติมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล ระบุว่า &amp;quot;ทนายความจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ถึงที่ 22 ไม่ขอลงชื่อในรายงานกระบวนพิจารณา เนื่องจากไม่ยอมรับกระบวนพิจารณา&amp;quot; กับมีพฤติการณ์จะไม่ยอมไปกำหนดวันนัดสืบพยานที่ศูนย์นัดความ และยื่นคำร้องขอถอนทนายความ ทำให้การกำหนดวันนัดสืบพยานเป็นด้วยความยากลำบาก ซึ่งเป็นอุปสรรคและก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินคดีในศาล ข้อความและคำแถลงของจำเลยที่ 4 และที่ 7 ว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่แถลงไว้ต่อศาล จึงไม่น่าเชื่อถือว่าสามารถปฏิบัติตามที่แถลงไว้ต่อศาลได้ ในชั้นนี้ไม่อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 4 และที่ 7 ชั่วคราว ให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 4 และที่ 7
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.เยาวลักษณ์ อนุพันธุ์ หัวหน้าศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่จำเลยคดีชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ไม่ลงลายมือชื่อในกระบวนพิจารณาและถอนทนายความ ว่าสาเหตุมาจากบรรยากาศกระบวนการในห้องพิจารณาคดี ตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา เกิดความผิดปกติ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จำนวนมากเข้ามาในห้องพิจารณาคดี คอยประกบตัวจำเลยห้ามมิให้จำเลยพูดคุยกับทนายความและญาติ เมื่อทนายความจดข้อความลงในกระดาษ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็ดึงกระดาษไปดู โดยไม่ขออนุญาตก่อน ส่งผลให้ทางทนายมีการหารือกันว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายการละเมิด และทำให้บรรยากาศในห้องพิจารณาคดีไม่เป็นมิตร หลังจากการพูดคุยกัน ทางทนายความจึงตัดสินใจถอนทีมทนายออกจากคดีนี้ทั้งหมด และจะทำหนังสือชี้แจงเรื่องดังกล่าวต่ออธิบดีศาลอาญาภายในวันที่ 19 เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มารดาและญาติของจำเลยคดีร่วมกันชุมนุม 19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร กรณีชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.2563 ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน จำเลยที่ 1, นายอานนท์ นำภา จำเลยที่ 2, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง จำเลยที่ 5, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ จำเลยที่ 6 และนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธ์ หรือแอมมี่ จำเลยที่ 17 รวม 5 คน ซึ่งศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้ศาลอาญาและศาลอุทธรณ์เคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้ง 5 คนมาแล้ว โดยอธิบายเหตุผลไว้อย่างชัดเจนในชั้นนี้ จึงไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ได้นำสำนวนคดีพร้อมความเห็นสมควรฟ้อง นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ แกนนำกลุ่มวีโว่ (Wevo) กับพวก Wevo รวม 45 คน นัดส่งตัวให้อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 พิจารณาสั่งคดี ในความผิดฐานเป็นอั้งยี่ซ่องโจร, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และข้อหาอื่น โดยผู้ต้องหาได้ทยอยมารายงานตัวกับพนักงานอัยการ ยกเว้นนายปิยรัฐ ผู้ต้องหาที่ 1 ซึ่งถูกคุมขังที่ จ.กาฬสินธุ์ เนื่องจากไม่ได้รับการประกันตัวคดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ตาม ป.อาญา ม.112
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังการส่งตัวพร้อมสำนวนแล้ว พนักงานอัยการได้รับไว้เพื่อพิจารณา นัดให้ผู้ต้องหามาฟังคำสั่งอัยการต่อไป ในวันที่ 22&amp;nbsp; เม.ย.นี้ เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98985</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอทำข้อตกลง, พาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์, ศาลอาญา, ศาลอาญาปล่อยตัว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมอลำแบงค์, ไม่พูดจาพาดพิงสถาบัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_6070657410f94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
