<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อยื่นศาลสั่งเพิกถอนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ระบุรัฐบาลประนีประนอมการชุมนุมมากที่สุดแล้ว ยันยังไม่ยกระดับใช้เคอร์ฟิวควบคุม &amp;quot;ผบ.ทบ.&amp;quot; ประชุมหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน. ย้ำเทิดทูนสถาบันฯ &amp;quot;กอร.ฉ.&amp;quot; แจงประกาศฉบับ 4 ไม่มีการสั่งปิดสื่อ &amp;quot;รมว.ดีอีเอส&amp;quot; ปัดจอดำ 4 สื่อ-1 เพจ บอกแค่เชิญคุย &amp;quot;ตร.&amp;quot; เล็งออกหมายจับม็อบทุบป้อมแยกบางนา &amp;quot;สมาคมทนายความ-เพื่อไทย&amp;quot; ยื่นศาลสั่งเพิกถอน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน &amp;quot;ศาลอุทธรณ์&amp;quot; ให้ประกันตัวเพนกวิน-รุ้ง-ณัฐชนน &amp;quot;หมอทศพร&amp;quot; ก็เฮ &amp;quot;ไมค์-เอกชัย&amp;quot; ไม่ได้ประกันนอนคุกต่อ &amp;quot;ม็อบดาวกระจาย&amp;quot; ย้ายวิกไป 3 จุดย่านเกษตรฯ-หน้าเรือนจำ-นนทบุรี มวลชนร่วมคึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมว่า รัฐบาลประนีประนอมมากที่สุดแล้ว โดยขอไม่กี่อย่างเอง คืออย่ากระทำความผิด ทำลายทรัพย์สินราชการ ทรัพย์สินประชาชน สิ่งสำคัญที่สุดต้องระมัดระวังการกระทบกระทั่งกันในกลุ่มผู้ชุมนุม และเมื่อวันที่ 18 ต.ค.จะเห็นว่ามีเหตุขึ้นมาแล้ว ทะเลาะกันตีกันเอง เหล่านี้ก็ขอให้ระมัดระวังให้มากที่สุด แต่ประเด็นที่รัฐบาลจำเป็นต้องทำคือในเรื่องการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ อันนั้นเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่ต้องดำเนินการในเรื่องเหล่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รัฐบาลขอร้องกันไม่กี่เรื่อง ฉะนั้นขอให้ชุมนุมกันโดยสงบ รัฐบาลก็ผ่อนคลายไปบ้างแล้ว การใช้กำลังต่างๆ ก็พยายามหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด แต่ขออย่าให้มีการสร้างสถานการณ์ให้นำไปสู่จุดนั้นก็แล้วกัน ซึ่งการปฏิบัติงานเป็นเรื่องของฝ่ายกำกับการปฏิบัติงานตามประกาศพิจารณาอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ามีการพูดถึงการประกาศใช้เคอร์ฟิวแล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;ยังไม่ได้พูดถึงอะไรเลยสักอย่าง ถามกันไปตลอด บอกแล้วว่ายังไม่มีก็จะถามให้มันมีอยู่ได้ เข้าใจตรงนี้เสียบ้าง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้&amp;nbsp; ผบ.ทบ. ในฐานะรอง ผอ.รมน. จัดประชุมหน่วยขึ้นตรงต่อ กอ.รมน. (นขต.กอ.รมน.) วาระพิเศษ เพื่อรับฟัง ชี้แจง สั่งการ และรับแนวทางการปฏิบัติงาน ในโอกาสที่ พล.อ.ณรงค์พันธ์เข้ารับตำแหน่งใหม่ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม ได้แก่ ผบ.นขต.กอ.รมน. (ส่วนกลาง), กอ.รมน.ภาค และรอง ผอ.รมน.จังหวัดทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. กล่าวว่า พล.อ.ณรงค์พันธ์มีข้อเน้นย้ำประเด็นที่สำคัญหลายเรื่อง โดยเฉพาะการให้ความสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงสถาบันหลักของชาติ สถาบันพระมหากษัตริย์ที่สร้างคุณูปการและความสำคัญยิ่งต่อประเทศ ด้วยการเสริมสร้างให้ประชาชนได้ตระหนักและเทิดทูนพิทักษ์รักษาพระบรมเดชานุภาพด้วยความจงรักภักดี ขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ตลอดทั้งวันจันทร์ที่ผ่านมา มีการส่งต่อคำสั่งหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงฉบับที่ 4 ที่ให้ตรวจสอบและระงับการนำเสนอข่าวของ Voice TV,&amp;nbsp; ประชาไท, The Reporters, THE STANDARD, เยาวชนปลดแอก Free YOUTH ซึ่งคำสั่งลงนามโดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.)&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. แถลงชี้แจงถึงคำสั่งหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ฉบับที่ 4 ที่ให้ตรวจสอบและระงับการออกอากาศรายการที่มีลักษณะตามข้อ 2 ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 ประกอบมาตรา 11 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&amp;nbsp; 2548 ที่มีการเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า เหตุผลที่ออกประกาศฉบับที่ 4 เนื่องจากได้รับการแจ้งจากหน่วยข่าวว่าได้มีการนำเสนอข้อมูลอันจะเกิดสับสนและปลุกปั่นก่อให้เกิดความไม่สงบได้ จึงประกาศออกมา
แจง 4 สื่อ-1 เพจแค่เชิญคุย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.จารุวัฒน์กล่าวว่า การประกาศนั้นเป็นประกาศที่ต้องให้ทั้ง กสทช.และกระทรวงดีอีเอสไปพิจารณาในเรื่องข้อมูลข่าวสารที่ได้รับว่าทำผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าทำผิดกฎหมายก็ให้หน่วยงานนั้นๆ ไปดำเนินการพิจารณาตามการบังคับใช้กฎหมายในสภาวะปกติ ถ้าต้องการถอดข้อความออกบางช่วงหรือระงับการออกอากาศต้องไปขออำนาจศาล ประกาศฉบับนี้ยังไม่ได้บังคับใช้ เพราะจำเป็นต้องมีการกำหนดขั้นตอน หลักเกณฑ์ วิธีการปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานเดียวกันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กอร.ฉ.ยังไม่มีนโยบายหรือคำสั่งที่จะกำจัดสิทธิเสรีภาพของสื่อ ไม่มีการสั่งปิดสื่อ เป็นเพียงการจัดการข้อมูลข่าวสารที่มีปัญหาเป็นชิ้นๆ หรือเป็นช่วงๆ เวลาไป ซึ่งเป็นข้อมูลข่าวสารที่อาจจะก่อให้เกิดความสับสนสถานการณ์รุนแรงขึ้นได้ เพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ จึงจำเป็นต้องออกมาในลักษณะนี้ก่อน&amp;quot; ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนก่อความวุ่นวายบริเวณสี่แยกบางนา โดยขว้างปาสิ่งของและทุบตีป้อมควบคุมสัญญาณไฟจราจรว่า สน.บางนาได้รับคำร้องทุกข์และวันนี้ (19 ต.ค.) จะขอศาลออกหมายจับผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงการตรวจสอบเพื่อระงับการเผยแพร่-ลบข้อมูลบางส่วนของ 4 สื่อและ 1 เพจว่า คำสั่งที่ออกมาเป็นคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ&amp;nbsp; (กสทช.) ก็คงต้องไปเชิญสถานีต่างๆ มาหารือ ซึ่งบางคนอาจจะยังไม่ได้เห็นคำสั่งครบถ้วนก็คิดว่าจะไปปิดจอดำ ซึ่งความจริงยังไม่ถึงขนาดนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เบื้องต้น กสทช.หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คงเชิญมาคุย ว่าเนื้อหาอะไรที่ไม่เหมาะสมก็ควรจะระมัดระวัง ข้อความไหนที่ขึ้นไปแล้วยังค้างอยู่ก็ลบไป อย่าให้ไปเป็นรูปแบบของการยุยง ปลุกปั่นหรือทำอะไรที่มันผิดกฎหมาย แต่เนื้อหาอะไรที่สามารถทำได้ การสื่อสารปกติ การรายงานข่าวปกติ ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร ทั้งนี้ในเบื้องต้นช่องที่เป็นสำนักงานข่าวต่างๆ ที่รายงานข่าว ถ้าระมัดระวังเนื้อหาที่ออกมา เพราะที่ผ่านมาเราก็อะลุ่มอล่วยเยอะมาก อะไรที่พอไปได้เราก็ไม่ได้ไปลบหรือไม่ได้ไปขอความร่วมมือ เนื่องจากมีคำสั่งมาแล้วก็อยากให้ดำเนินการให้รอบคอบ จะนำเสนออะไรก็ขอให้ระมัดระวังอย่าให้ไปเข้าข้อกฎหมาย ไม่เช่นนั้นผู้ที่รับปฏิบัติเขาก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ถ้าพิจารณาแล้วก็ระมัดระวังหน่อย ซึ่งก็สามารถดำเนินการต่อไปได้ในบางส่วน ก็ดูเนื้อหาหน่อย&amp;quot; นายพุทธิพงษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าในโซเชียลมีเดียอย่าง The Reporters หรือ THE STANDARD ที่บอกว่าจะมีการปิดเว็บเหล่านี้สามารถทำได้หรือไม่ นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ตนคิดว่าก็ต้องดูตามคำสั่ง เพราะทุกอย่างเราก็ทำตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินและตามกฎหมาย ซึ่งในส่วนของดีอีเอสก็รับปฏิบัติพิจารณาดูตามสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.ดีอีเอสกล่าวว่า ขณะนี้มีประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&amp;nbsp; พ.ศ.2548 ซึ่งในวันนี้ (19 ต.ค.) จะมอบหมายให้รองปลัดกระทรวงดีอีเอสไปแจ้งความดำเนินคดีผู้ที่ใช้โซเชียลมีเดียที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย อาจจะมีทั้งคนที่แชร์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเราได้ทยอยดูว่าจะสามารถระบุได้ว่าเป็นใครบ้าง ถือเป็นวันแรกที่จะไปแจ้งความ และหลังจากนี้จะทยอยแจ้งความ จึงอยากเตือนประชาชนว่าการใช้โซเชียลมีเดียใช้ได้ แต่ต้องระมัดระวังเพราะขณะนี้มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีข้อจำกัดมากขึ้นในเรื่องการยุยงปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยก
ยื่นศาลเพิกถอนฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน 6 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ประกอบด้วย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ, สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย, สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ และสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย ออกแถลงการณ์ร่วมคัดค้านคำสั่งการตรวจสอบ-ระงับสื่อมวลชนในการสถานการณ์การชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เครือข่ายองค์กรกฎหมายสิทธิมนุษยชน ได้แก่ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน, มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม, มูลนิธิผสานวัฒนธรรม, โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์), สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน, มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม และสมาคมนักกฎหมายคุ้มครองสิทธิและสิ่งแวดล้อม ร่วมกันออกแถลงการณ์ต่อการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง เรียกร้องให้รัฐบาลเพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่ กทม. เนื่องจากไม่มีเหตุผลเพียงพอ ขอให้ปล่อยตัวและยุติการดำเนินคดีผู้ที่ถูกควบคุมตัวจากการใช้เสรีภาพในการแสดงออกทันที เนื่องจากผู้ถูกควบคุมตัวดังกล่าวใช้เสรีภาพชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในวันที่ 20 ต.ค.63 เวลา 10.00 น. ตนพร้อมด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว และนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย จะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนประกาศคำสั่งและข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เนื่องจากเห็นว่าการที่นายกฯ ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากหลักเกณฑ์ในการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะต้องมีสถานการณ์บ้านเมืองที่เกี่ยวกับความร้ายแรงทางความมั่นคง แต่การชุมนุมของเด็กนักเรียนนักศึกษาสุจริต อ้างนำเอา พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกมาใช้แล้วนำมาสลายการชุมนุม โดยใช้รถฉีดน้ำที่มีสารเคมี มีต้นตออาศัยอำนาจจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉินดังกล่าวทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลแขวงปทุมวัน พนักงานสอบสวนนำตัว นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.แพร่ มายื่นผัดฟ้องฝากขังคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กรณีร่วมชุมนุมที่แยกปทุมวันเมื่อวันที่ 16 ต.ค.63
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ กล่าวว่า ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผัดฟ้องและฝากขังผู้ต้องหา ส่วนที่ผู้ต้องหาขอปล่อยชั่วคราวนั้น ศาลพิจารณาแล้วก็อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยให้ทำสัญญาประกันวงเงิน 2 หมื่นบาท โดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ แต่หากผู้ต้องหาผิดสัญญาประกันดังกล่าวจะถูกปรับตามวงเงิน 2 หมื่นบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม คุมตัวนายภาณุพงศ์ จาดนอก&amp;nbsp; หรือไมค์ แกนนำคณะราษฎร 2563 อายุ 23 ปี ชาวจังหวัดระยอง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา 2&amp;nbsp; สำนวน มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกต่อศาลอาญาเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 19-30 ต.ค.63 โดยผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาทั้ง 2 สำนวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลอาญาได้พิเคราะห์คำร้องขอปล่อยชั่วคราวของนายภาณุพงศ์แล้ว เห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง อีกทั้งยังกระทบต่อความมั่นคงและความสงบสุขของสังคมโดยรวม ประกอบกับพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว จึงน่าเชื่อว่าหากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวแล้ว ผู้ต้องหาอาจไปชุมนุมก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง หรือยุยงส่งเสริมให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง หรือก่อเหตุร้ายประการอื่นอีก ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้องของผู้ต้องหา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยภายหลังที่ศาลมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวนายภาณุพงศ์ทั้งสองสำนวน เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะได้นำตัวนายภาณุพงศ์ไปคุมขังยังเรือนจำในชั้นฝากขังต่อไป
ให้ประกัน &amp;#39;เพนกวิน-รุ้ง&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีผู้รับมอบอำนาจจากนายเอกชัย หงส์กังวาน ผู้ต้องหาคดีร่วมกันพยายามกระทำการประทุษร้ายต่อเสรีภาพพระราชินี ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวเป็นสลากออมสิน มูลค่า 1 ล้านบาท ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง คดีมีอัตราโทษสูง อีกทั้งยังกระทบต่อความมั่นคงและสังคมโดยรวม ประกอบกับพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการให้ประกันตัว&amp;nbsp; กรณีน่าเชื่อว่าหากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาแล้ว อาจไปก่อให้เกิดความไม่สงบ ยุยงส่งเสริมให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง หรือก่อเหตุร้ายประการอื่น ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้องของผู้ต้องหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลแขวงดุสิต กรณีพนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ยื่นคำร้องฝากขังผู้ต้องหา 19 รายเมื่อวันที่ 14 ต.ค.63 จากกรณีร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยวันที่ 13 ต.ค.63 อาทิ นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ ซึ่งต่อมาผู้ต้องหาทั้ง 19 รายได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่ให้ประกันตัวดังกล่าว ซึ่งวันนี้ (19 ต.ค.) ศาลแขวงดุสิตได้อ่านคำสั่งของศาลอุทธรณ์ พิเคราะห์แล้วเห็นว่าผู้ต้องหาทั้ง 19 คนมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งหมดในระหว่างสอบสวน โดยตีราคาประกันคนละ 2 หมื่นบาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามผู้ต้องหาทั้ง 19 คนไปกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นายบุญเลิศ? วิเศษปรีชา? คณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา พร้อมด้วย นายประจักษ์? ก้องกีรติ? ผศ.ดร.คณะรัฐศาสตร์ และนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ได้เดินทางมาเพื่อขอเข้าเยี่ยมนางสาวปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล, นายณัฐชนน หรือณัฐช ไพโรจน์ และนายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ ที่ถูกควบคุมตัวเข้าเรือนจำตั้งแต่เมื่อวันที่ 15&amp;nbsp; ต.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลจังหวัดธัญบุรีอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ในคำร้องฝากขัง คดีหมายเลขดำที่ ฝ500/2563 ที่คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนยื่นคำร้องฝากขัง น.ส.ปนัสยา, นายณัฐชนน และนายพริษฐ์ ในความผิดฐานยุยงปลุกปั่นฯ และข้อหาอื่น กรณีชุมนุมที่ลานพญานาค ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 ต.ค.63 ศาลธัญบุรีมีคำสั่งไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายความผู้ต้องหาทั้งสามยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัว ต่อมาเวลาประมาณ 14.20 น. ศาลธัญบุรีส่งคำร้องขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างสอบสวนหรือไม่ ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งว่า พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ผู้ต้องหาทั้งสามเป็นนักศึกษา ผู้ขอประกันผู้ต้องหาทั้งสามเป็นอาจารย์ ผู้ต้องหาทั้งสามระบุในอุทธรณ์ว่า ขอให้คำมั่นจะไม่หลบหนีและจะปฏิบัติตามนัดของศาลโดยเคร่งครัด น่าเชื่อว่าหากปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสามจะไม่หลบหนี อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสามในระหว่างสอบสวน ตีราคาประกันคนละ 200,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ภายหลังศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวแล้ว ยังไม่มีการยื่นหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราวในวันนี้ จึงคาดว่าจะมีการยื่นวางหลักทรัพย์ต่อศาลในวันที่ 20 ต.ค.63
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบประมาณ 9&amp;nbsp; นายเข้าไปที่สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน พร้อมแสดงหมายศาลตรวจยึดหนังสือชุดกษัตริย์ศึกษา เพื่อนำไปตรวจสอบทั้งหมด 3 ปก คือ 1.ประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์อยู่เหนือการเมือง-ธงชัย วินิจจะกูล 2.ขุนศึก ศักดินา และพญาอินทรี-ณัฐพล ใจจริง 3.ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ-ณัฐพล ใจจริง
ม็อบดาวกระจาย 3 จุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กลุ่มเราคือราษฎรยังคงจัดชุมนุมแบบดาวกระจายตามจุดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้ (19 ต.ค.) ในพื้นที่ กทม.และนนทบุรีมีการชุมนุม 3 จุด คือ 1.นนทบุรี MRT กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; 2.หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และ 3.แยกเกษตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดแรก บริเวณหน้ากระทรวงสาธารณสุข ฝั่งสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; กลุ่มมวลชนนำโดยเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี และนนทบุรีปลดแอก เริ่มทยอยเดินทางมาปักหลักตั้งแต่เวลา 15.00 น.ที่ผ่านมา โดยในเวลา 16.50 น. บริเวณถนนติวานนท์ขาเข้ามุ่งหน้าแยกติวานนท์&amp;nbsp; ก่อนถึงกระทรวงสาธารณสุข กลุ่มแกนนำได้นำรถมอเตอร์ไซค์และแผงเหล็กมากั้นเส้นทางการจราจร 2&amp;nbsp; ช่องทางเป็นระยะทาง 500 เมตร หนึ่งช่วงสถานีรถไฟฟ้า โดยเปิดให้ประชาชนสัญจรได้เพียง 1 ช่องทาง&amp;nbsp; ขณะที่ถนนติวานนท์ขาเข้า มุ่งหน้าแยกแครายยังเปิดให้สัญจรได้ตามปกติ ขณะที่แกนนำเองก็ได้เริ่มขึ้นปราศรัย พร้อมขอให้มวลชนที่มาร่วมการชุมนุมนั่งลงบนพื้นเพื่อฟังการปราศรัยด้วยความเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.30 น. มวลชนเริ่มทยอยเดินเท้าจากหน้ากระทรวงสาธารณสุขไปที่ สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภายหลังมีการแจ้งข้อกล่าวหาและจับกุมนายชินวัตร จันทร์กระจ่าง อายุ 28 ปี แกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่และนนทบุรีปลดแอก และส่งไปที่ ตชด.ภ.1 จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยเวลา 18.25 น. แกนนำสั่งให้มวลชนนั่งปักหลักอยู่บนถนนราชพฤกษ์?-?นนทบุรี 1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดที่สอง บริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เวลา 17.00 น. คณะราษฎรทยอยเดินทางมาร่วมกิจกรรม &amp;quot;กินลาบ กินก้อย กับผองลาบฎร&amp;quot; บริเวณหน้าทางเข้าเรือนจำ โดยระบุว่าที่ต้องเป็นลาบก้อย เนื่องจากเป็นอาหารที่เพื่อนแกนนำซึ่งถูกจับกุมตัวไปชอบทาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บริเวณหน้าประตูมีการแสดงสัญลักษณ์เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำ พร้อมย้ำ 3 ข้อเรียกร้อง คือ 1.ปล่อยตัวแกนนำ 2.หยุดคุกคามผู้ชุมนุม 3.เลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะมีการใช้อำนาจไปในทางมิชอบ ทั้งนี้ระหว่างทำกิจกรรมมีนายสมบัติ บุญงามอนงค์ มาร่วมสังเกตการณ์และให้กำลังใจผู้ทำกิจกรรมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเสร็จสิ้นกิจกรรม กลุ่มนักศึกษาและมวลชนได้วางดอกกุหลาบที่หน้าเรือนจำเพื่อเป็นกำลังใจส่งต่อไปให้เพื่อนที่ถูกจับกุม โดยเวลา 18.00 น.ได้ร่วมกันร้องเพลงชาติพร้อมชู 3 นิ้ว จากนั้นจึงถือว่าเสร็จสิ้นกิจกรรมและเดินทางไปร่วมชุมนุมบริเวณแยกเกษตรต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดที่สาม บริเวณสี่แยกเกษตร เวลา 17.30 น. แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมได้นัดหมายให้มวลชนรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำที่ถูกจับ โดยมีนักเรียน นักศึกษา ประชาชนเข้าร่วมชุมนุมหนาตา&amp;nbsp; บริเวณนี้มีนักเรียนและนักศึกษาผลัดกันขึ้นปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาล พร้อมตะโกนด่า นายกฯ ด้วยถ้อยคำหยาบคาย ขณะที่การจราจรถนนพหลโยธินถูกปิดทั้งขาเข้าและขาออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนภายในบริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ซึ่งอยู่ติดกับสถานที่ชุมนุม พบว่านักศึกษาได้ตั้งเต็นท์ให้บริการผู้มาชุมนุม โดยเฉพาะนักเรียนมัธยมที่เข้าร่วมชุมนุมมีบริการเทปกาวปิดชื่อ ปิดสถาบัน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังแจกน้ำดื่ม หน้ากากอนามัย ยาดม และนมเกษตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 18.30 น. กลุ่มมวลชน นักเรียน นักศึกษาได้เข้ามาจนล้นพื้นที่ จากบริเวณใจกลางผู้ชุมนุมแยกเกษตร ถนนพหลโยธิน กลุ่มผู้ชุมนุมขยายไปจนถึงสถานีบีทีเอสหน้ากรมที่ดิน มุ่งหน้าบางเขนท้ายขบวนยาวถึงเกือบกรมป่าไม้ ส่วนการจราจรมุ่งหน้าถนนประดิษฐ์มนูธรรมและมุ่งหน้างามวงศ์วานยังสามารถใช้ได้โดยการลอดอุโมงค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มวลชนสลับกันขึ้นกล่าวโจมตี แต่สามารถสื่อสารกันได้ในวงแคบเพราะมีเพียงโทรโข่งเท่านั้น แต่เมื่อมีการชู 3 นิ้วหรือตะโกนด่านายกฯ จะตะโกนเป็นคลื่นกันอย่างพร้อมเพรียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 19.10 น. แกนนำแยกเกษตรได้ประกาศยุติชุมนุม จากนั้นผู้ชุมนุมต่างทยอยเดินทางกลับโดยไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีรายงานข่าวจากบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส แจ้งว่าบริษัทมีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำสั่ง โดยจะปิดบริการชั่วคราว 3 สถานี ได้แก่ สายสุขุมวิท-สถานีเสนานิคม สถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถานีกรมป่าไม้ ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp; 17.30 น.เป็นต้นไป ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จนกว่าจะมีประกาศการเปลี่ยนแปลง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81180</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน., ประนีประนอมการชุมนุม, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทิดทูนสถาบัน, ไม่มีการสั่งปิดสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201019/image_big_5f8dafa2cb0f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
