<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54759</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สุทิน’รับพท.จิบไวน์กับรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สุทินรับผู้ใหญ่ในพรรคจิบไวน์ร่วมกับรัฐบาล แต่ต่างมีจุดยืนไม่ซูเอี๋ยแน่ ชี้จะอภิปราย &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ต้องมีข้อมูล ไม่ใช่ใช้ความรู้สึกพ่นน้ำลายแบบจั่วลม เพราะตอนนี้ไม่มีหลักฐานน็อกได้ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ลั่นไม่มียุบสภาหนีอภิปรายแน่ &amp;ldquo;แรมโบ้&amp;rdquo; ดีดปากอนุสรณ์มีหัวไว้ให้แค่ผมงอก ปูดข่าวไม่รู้จักคิดทำลายการค้า-การลงทุนประเทศ กกต.คาดเลือกตั้งซ่อมแทนไวพจน์อาทิตย์ 23 ก.พ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม ยังคงมีความต่อเนื่องในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ระบุว่า สัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจน โดยคงไม่ต่างจากเดิม แต่อาจมีรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายขึ้นมา 1-2 คน ซึ่งสาเหตุที่ยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากข้อมูลไหลเข้ามาเรื่อยๆ บางอย่างมีเงื่อนเวลาต้องรอข้อมูล คาดว่าจะมีรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายประมาณ 5-7 คน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะถูกอภิปรายด้วยหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการพิจารณา และต้องแยกแยะว่าจะมีหลักฐานมัดตัวเอาผิดได้หรือเป็นแค่ความรู้สึก ถ้าพูดถึงความรู้สึกหลายคนอยากอภิปราย พล.อ.ประวิตร แต่ถ้าดูหลักฐานอาจไม่เหมือนความรู้สึก ฝ่ายค้านไม่อยากให้การอภิปรายเป็นแบบจั่วลม จึงต้องให้มีหลักฐานมากที่สุด แม้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยอยากอภิปราย พล.อ.ประวิตร แต่ต้องเอาข้อมูลมาพิจารณาร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน ไม่ใช่มีแต่ความรู้สึก แต่ไม่มีหลักฐาน ทั้งนี้ กรณี พล.อ.ประวิตรยังไม่มีหลักฐานชัดเจนถึงขนาดที่จะน็อกได้ แต่เราก็พยายามหาข้อมูลกันอยู่&amp;rdquo;นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกระแสข่าวว่ามีการล็อบบี้ผู้ใหญ่ในพรรค พท.ไม่ให้อภิปราย พล.อ.ประวิตร นายสุทินกล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มี เป็นแค่ข้อสันนิษฐาน และระแวงกันไปเอง เพราะผู้ใหญ่ของพรรคคุยกันได้ทุกฝ่าย แต่ทุกคนก็ต้องมีจุดยืนของตัวเอง ซึ่งฝ่ายรัฐบาลเราก็คุย มีการดื่มไวน์ร่วมกัน แต่ไม่ใช่ว่ากินแล้วจะซูเอี๋ยกันทุกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันอภิปรายนั้น กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องกี่วัน แต่ฝ่ายค้านเห็นว่าอย่างน้อยต้อง 3 วัน ถ้าไม่จบก็ต่อไปจนจบ โดยในวันที่ 20 ม.ค. ฝ่ายค้านจะประชุมสรุปครั้งสุดท้ายว่าจะยื่นอภิปรายใครบ้าง โดยคาดว่าจะยื่นได้ในวันที่ 21-22 ม.ค.นี้ ซึ่งฝ่ายค้านอยากอภิปรายช่วงต้นเดือน ก.พ. แต่รัฐบาลบอกว่าสะดวกในช่วงหลังวันที่ 10 ก.พ.&amp;rdquo; นายสุทินระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อาจเข้าใจผิดว่าปัญหาวิกฤติศรัทธาของรัฐบาลมาจากการไม่สามารถสื่อสารนโยบายของรัฐบาลไปสู่ประชาชนได้ จนมีกระแสข่าวเปลี่ยนตัวโฆษกรัฐบาล ซึ่งหากปลดจริงก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาไม่มีผลงานของรัฐบาลได้ แนวทางแก้ไขที่ควรเร่งดำเนินการคือ เร่งผลักดันนโยบายที่หาเสียงไว้มาดำเนินการให้เป็นรูปธรรม จึงเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด&amp;nbsp;
นายอนุสรณ์กล่าวอีกว่า ความกลัวทำให้เสื่อม สัญญาณความเสื่อมถอยของรัฐบาลและพรรคร่วมเริ่มออกอาการเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ อาการเลือดไหลไม่หยุด สมาชิกพรรคทยอยลาออกแทบทุกวันเพื่อไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ รองรับการเลือกตั้งที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ปัญหาเกาเหลาระหว่างรัฐมนตรีต่างพรรค ต่างจองกฐินรอเวลาเอาคืนซึ่งกันและกัน การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะมีชื่อ พล.อ.ประวิตรหรือไม่ ไม่ใช่ปัญหา เพราะถ้า พล.อ.ประยุทธ์เป้าใหญ่อยู่ไม่ได้ เครือข่ายระบอบประยุทธ์ก็ต้องพ้นไปทั้งหมด นาทีนี้ พล.อ.ประวิตรไม่น่าจะมีบารมีพอในการไปล็อบบี้พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม เพราะแม้แต่ในพรรคร่วมรัฐบาลเอง ยังไม่รู้ว่าสามารถคุยกับใครแล้วมีเครดิตน่าเชื่อถืออยู่หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์จะยุบสภาหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ ไม่ใช่ปัญหา แค่คิดว่าจะอยู่ได้อย่างไรถ้าประชาชนเห็นแผลทุจริตของรัฐบาลเต็มไปหมด&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว
ลั่นไม่มียุบสภา
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเช้า พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธตอบคำถามถึงกระแสข่าวยุบสภาเพื่อเลี่ยงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ในช่วงบ่าย หลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวปฏิเสธสั้นๆ ว่า &amp;quot;ไม่มี ไม่มียุบเยิบอะไรทั้งนั้น ใครไปพูดล่ะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งในงานวันครู ว่าการทำอะไรก็ตามต้องไม่เกิดผลกระทบกับคนอื่น นั่นคือกฎหมายที่สำคัญรองลงมาจากรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญใช้เพื่ออะไร ทำเพื่ออะไร ถ้าไม่มีรัฐธรรมนูญก็ทะเลาะขัดแย้งกัน เปลี่ยนไปเปลี่ยนมากันอยู่อย่างนี้ ตนเองไม่ได้ขัดแย้ง ถ้าจะเปลี่ยนหรือจะแก้ ก็ไปว่ากัน แต่ถามว่าเราได้ทำตามกฎหมายที่รองลงมาแล้วหรือยัง นั่นคือประเด็นสำคัญ การทำอะไรก็ตามในระบอบประชาธิปไตยจะต้องไม่เดือดร้อนผู้อื่น เพราะมันทำลายโอกาสของคนอื่น เป็นสิ่งที่อยากจะเน้นย้ำให้ครูได้ถ่ายทอดด้วย จะได้ไม่เกิดปัญหากระทบกระทั่งซึ่งกันและกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรยิ้มและถามกลับถึงกระแสยุบสภาว่า ใครคิด ถ้าเขาคิดคนเดียวก็ว่าไปคนเดียว จะไปยุบสภาเรื่องอะไร ไม่มีหรอก และคนที่พูดเรื่องนี้เขาไม่มีอำนาจในการยุบสภาอยู่แล้ว คนยุบสภาคือนายกฯ คนเดียว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการเตรียมความพร้อมรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีอะไร เราทำงานด้วยความโปร่งใส ตามกฎหมายทุกอย่าง ก็ตอบไปตามนั้น เราไม่ได้ทำอะไรให้เสียหาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า ยังไม่เห็นได้ข่าวอะไร ซึ่งข่าวลือขณะนี้เยอะมาก พรรคไม่ค่อยฟังข่าวลือ เราเอาสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้ให้ออกมาเป็นข่าวดีกว่า เราไม่ถนัดเรื่องข่าวลือ ใครจะไปลืออย่างไรก็แล้วแต่ สำหรับตนเองทำงานเหมือนกับว่าพรุ่งนี้จะไม่มีสภาอยู่ ดังนั้นจะยุบสภาหรือจะอะไรก็แล้วแต่ ไม่สนใจ สนใจแค่ว่าวันนี้เหลือเวลาทำงานอะไรให้ได้มากเท่าไหร่ &amp;nbsp;เวลาที่เหลืออยู่เราสามารถทำงานให้รัฐบาลได้มากน้อยแค่ไหน เพราะหากจะพะวงกันแค่เรื่องยุบสภา หรือจะปรับ ครม.หรือไม่นั้น &amp;nbsp;เชื่อว่ารัฐมนตรีแต่ละคนคงไม่มีกะจิตกะใจทำงาน สู้เอาเวลามาทำงานดีกว่า จะยุบก็ยุบไม่เป็นไร หรือถ้าไม่ยุบเราก็ทำงานต่อ ดังนั้นไม่เอามาเป็นประเด็นเพราะเห็นว่าเป็นข่าวลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีนายอนุสรณ์อ้าง พล.อ.ประยุทธ์จะชิงยุบสภาเพื่อหนีการอภิปราย ว่าไม่เป็นความจริง นายกฯ ไม่มีความคิดเช่นนั้น และไม่เคยกลัวหรือคิดหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจแต่อย่างใด เพราะตลอดเวลาของการเป็นผู้นำบริหารงานบ้านเมืองที่ผ่านมา นายกฯ ไม่มีประวัติด่างพร้อยในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน หรือทำให้เกิดความเสียหายต่อราชการแผ่นดิน มีแต่นโยบายที่ดีๆ สู่พี่น้องประชาชน ปกป้องคุ้มครองผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน จึงมีภาพพจน์ประวัติมือขาวสะอาด ไม่ด่างพร้อยเลอะเทอะเปรอะเปื้อนเหมือนผู้นำบางคนบางพรรคในอดีต ที่คนไทยเรียกว่ากินมูมมามจนล้นปากหกเลอะเทอะเปรอะเปื้อนจนต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย พี่น้องคนไทยทั้งประเทศทราบกันดี&amp;nbsp;
แรมโบ้โต้เดือดอนุสรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่พรรคฝ่ายค้านสร้างวาทกรรมอ้างว่ายุบสภาหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นสิ่งที่พูดไม่รู้จักคิดว่าจะเกิดความเสียหายตามมาต่อภาพพจน์การลงทุนและทำลายความเชื่อมั่นต่อภาวะการลงทุน ทำให้นักลงทุนไม่กล้าตัดสินใจลงทุนได้ ยิ่งซ้ำเติมทำความเสียหายต่อเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น พฤติกรรมที่ให้ข่าวโดยไม่รักบ้านรักเมือง มีสมองไม่รู้จักคิดเช่นนี้ สุภาษิตบอกว่ามีสมองเอาไว้เพียงแค่ให้ผมงอก คิดเป็นอย่างเดียวว่าจะทำลายล้าง เตะตัดหน้าแข้งฝ่ายตรงข้ามอย่างไร บ้านเมือง เศรษฐกิจ ประเทศชาติ ประชาชนจะเดือดร้อน จะเสียหายพังพินาศย่อยยับอย่างไร ช่างหัวมันอย่างนั้นใช่ไหม&amp;rdquo; นายสุภรณ์กล่าว
นายสุภรณ์กล่าวอีกว่า กว่า 10 ปีที่ผ่านมามีการชุมนุม มีพรรคการเมืองที่อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังเหล่านี้ก็เคยทำให้ประเทศชาติเศรษฐกิจพังย่อยยับมาแล้ว คิดได้อย่างเดียวประเทศไม่ใช่ของฝ่ายตนคนเดียว จะพังพินาศฉิบหายช่างมันอย่างนั้นไหม ดังนั้น ขอเตือนสติคนที่ไปกุข่าวปล่อยข่าวว่านายกฯ ชิงยุบสภาหนีการอภิปรายนั้น เอาสมองส่วนไหนมาคิด และนายกฯ ไม่มีความคิดเช่นนั้นแน่นอน เพราะเชื่อมั่นว่านายกฯ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ได้ทุ่มเททำงานรับใช้บ้านเมืองประเทศชาติประชาชน ด้วยความมุ่งมั่นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาด้วยความจริงใจและบริสุทธิ์ใจต่อชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร หลังเปิดให้สมาชิกหารือปัญหาความเดือดร้อนแล้ว ที่ประชุมได้แจ้งถึงการสิ้นสภาพ ส.ส.ของนายกรณ์ จาติกวณิช ที่ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ซึ่งศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก 4 ปี ปรับ 200 บาท โดยไม่รอลงอาญา ทำให้ในขณะนี้มี ส.ส. 497 คน องค์ประชุมกึ่งหนึ่งไม่น้อยกว่า 249 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประสานไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้รัฐบาลเสนอทูลเกล้าฯ ถวายให้ทรงตราพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้เลือกตั้งเลือกตั้ง ส.ส.เขต 2 กำแพงเพชรแทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งคาดว่าจะเข้าพิจารณาในการประชุม ครม.สัปดาห์หน้า โดยเมื่อ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งใช้บังคับแล้ว ภายใน 5 วัน กกต.จะประชุมและประกาศวันเลือกตั้ง วันสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งคาดว่าจะมีการกำหนดเปิดรับสมัครในวันที่ 29 ม.ค.-2 ก.พ. และกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 23 ก.พ.เป็นวันเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า พรรค พปชร.เตรียมบุคคลที่จะลงสมัครแล้ว โดยเป็นนายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ลูกของ พ.ต.ท.ไวพจน์ ซึ่งคิดว่าจะเก็บเสียงกลับมาเป็นของพรรค พปชร.ได้
&amp;ldquo;ทั่นโรม&amp;rdquo;สุดยิ่งใหญ่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะโฆษกกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน แถลงถึงกรณี กมธ.ได้ออกหนังสือเชิญ พล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร อดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.), พล.อ.ธีรชัย นาควานิช อดีต ผบ.ทบ. และ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. มาให้ข้อมูลกรณีละเมิดสิทธินักศึกษาและนักกิจกรรมการเมือง แต่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ทำหนังสือเพื่อให้ ผบ.ทบ.ชี้แจงแทน และได้ส่งเป็นหนังสือ ว่าทำโดยถูกต้องตามกฎหมายและทำตามหน้าที่ กมธ.เห็นว่าเอกสารที่ส่งมาไม่เพียงพอต่อการชี้แจง เพราะส่งมาเพียง 1 หน้ากระดาษเท่านั้น กมธ.จึงสรุปว่าในคราวต่อไปจะเชิญทั้ง 4 มาชี้แจงอีกครั้ง และหากไม่มา กมธ.จำเป็นที่จะต้องใช้พระราชบัญญัติคำสั่งเรียก เราหวังว่าจะไม่ต้องถึงขั้นนั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ยังกล่าวถึงกรณีกิจกรรมวิ่งไล่ลุงว่า กมธ.พบว่ามีการคุกคามนักศึกษาและประชาชนทั่วประเทศ กมธ.จึงมีความเห็นว่าต้องมีการสอบสวนและซักถามเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.พะเยาและ จ.นครศรีธรรมราช โดยมี 3 คนที่จะเชิญมาซักถาม คือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร., อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และ ผกก.เมืองพะเยา โดยจะเชิญมาซักถามในวันที่ 22 ม.ค.เวลา 09.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สำนักงานอัยการสูงสุด พนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญานัดฟังคำสั่งคดีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และพวก ตกเป็นผู้ต้องหาในข้อหาเฟซบุ๊กไลฟ์วิจารณ์กระแสข่าวกรณีพลังดูดของ คสช. และคดีที่พนักงานอัยการนัดฟังคำสั่งในคดีที่พนักงานสอบสวน บก.ปอท. นำสำนวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรค อนค.พิจารณาสั่งฟ้องในความผิดฐานดูหมิ่นศาล กรณีวิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญหลังมีคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ โดยมีนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของนายธนาธรและนายปิยบุตร เดินทางมารับทราบคำสั่งคดี ซึ่งอัยการได้เลื่อนการฟังคำสั่งออกไปก่อนทั้ง 2 คดี และนัดฟังคำสั่งคดีอีกครั้งวันที่ 20 ก.พ.2563 เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54759</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วิปฝ่ายค้าน, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, ไม่มียุบสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200116/image_big_5e2067d7bf3eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
