<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79028</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบข่าวรัฐบาลแห่งชาติ หึ่งเขยแม้วลงการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; ชี้รัฐบาลแห่งชาติไม่มีในรัฐธรรมนูญ &amp;ldquo;หญิงหน่อย&amp;rdquo; เปิดปากครั้งแรก เผยเหตุลาออกเพื่อให้พรรคปรับโครงสร้าง ยันไม่กลับมารับเก้าอี้บริหารอีก พร้อมตอกฝาโลงเลิกฝันสังฆกรรมตั้ง รบ.แห่งชาติ หึ่ง! ดึง &amp;ldquo;ชัชชาติ&amp;rdquo; กลับ พท.หวังปั้นเป็นแคนดิเดตนายกฯ พ่วงดัน &amp;ldquo;ลูกเขยแม้ว&amp;rdquo; ลงสนามการเมือง &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ส่งสัญญาณแก้รัฐธรรมนูญ ไฟเขียวให้โหวตรับญัตติแก้ของพรรคร่วมและฝ่ายค้านฉบับไม่แตะหมวด 1 และ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอังคารที่ 29 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกระแสข่าวว่านักการเมือง 2 ป. สั่งให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยตั้งพรรคการเมืองสำรองไว้ โดยเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ได้ยินถึงกับขมวดคิ้วแสดงสีหน้า ก่อนย้อนถามกลับว่า &amp;ldquo;ป.ไหน&amp;rdquo; เมื่อผู้สื่อข่าวระบุว่าเป็น ป.ประยุทธ์กับ ป.ป๊อก พล.อ.ประยุทธ์ตัดบทตอบเสียงเข้มว่า &amp;ldquo;สวัสดี&amp;rdquo; พร้อมเดินออกจากโพเดียมการให้สัมภาษณ์ทันที
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์บ่นว่า &amp;ldquo;แค่พรรคเดียวก็ปวดหัวแย่อยู่แล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงกระแสข่าวรัฐบาลแห่งชาติที่ยังคงมีต่อเนื่อง ว่าที่ไหน คุณต้องไปถามกับคนที่ให้ข่าว มาถามตนเองไม่ได้ให้ข่าว จะไปรู้ได้อย่างไร
เมื่อถามย้ำว่า อนาคตข้างหน้ามีโอกาสเป็นไปได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรเมินหน้าหนี และไม่ตอบคำถามดังกล่าว พร้อมเดินออกจากวงผู้สื่อข่าวทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวในประเด็นนี้ว่า ไม่น่าเป็นไปได้ แต่ก็ไม่รู้นะ ต้องฟังจาก พล.อ.ประยุทธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าสถานการณ์ขณะนี้ควรมีรัฐบาลแห่งชาติเข้ามาช่วยกู้วิกฤติเศรษฐกิจและบ้านเมืองหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ต้องคุยกันหลายๆ ฝ่าย โดยเฉพาะผู้ใหญ่ต้องพูดคุยกัน แต่มองว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะยังไม่เห็นมีการคุยอะไรกัน ตอนนี้ต่างคนต่างทำงาน ซึ่งความจริงบ้านเมืองเราควรหันหน้าพูดคุยกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างเดิน ต้องคุยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า ในฐานะที่เคยเป็นอดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) ยังสามารถพูดคุยกับคนในพรรค พท.ได้อยู่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ส่วนใหญ่ก็เป็นพรรค พท.ทั้งนั้นที่เคยอยู่ด้วยกันมา ส่วนกรณีพรรค พท.ปรับโครงสร้างใหม่แล้วจะทำให้การทำงานในสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงการทำงานกับรัฐบาลราบรื่นหรือไม่นั้น ยังไม่เห็นเลยว่าใครจะมาเป็นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค แต่ปกติตนเองกับนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตหัวหน้าพรรค พท. ก็พูดคุยกันอยู่แล้ว ถ้าทุกฝ่ายเห็นแก่ประเทศชาติก็ต้องพูดคุยกัน ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก พูดคุยกับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ ซึ่งเคยออกมาพูดเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ ถือเป็นสัญญาณอะไรหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ทราบในเรื่องนี้เลย เพราะ 4-5 วันที่ผ่านมาไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ปฏิเสธแสดงความเห็นถึงเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ โดยระบุว่า ไม่ขอวิจารณ์ เพราะไม่อยู่ในฐานะที่จะแสดงความคิดเห็น ไม่เกี่ยวกับสภา เป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร แต่ในรัฐธรรมนูญไม่มีเรื่องของรัฐบาลแห่งชาติ ดังนั้นหากจะตั้งก็ถือเป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร
เลิกฝันรัฐบาลแห่งชาติ
ด้านความความเคลื่อนไหวในการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค พท.นั้น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการลาออกจากตำแหน่งเป็นครั้งแรกว่า เพราะจะมีการปรับโครงสร้าง จึงลาออกเพื่อเปิดโอกาสให้ปรับโครงสร้าง ไม่ได้ลาออกจากสมาชิกพรรค โดยพร้อมยืนหยัดทำงานเพื่อดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน นอกจากนี้ยังจะร่วมต่อสู้กับประชาชนเพื่อให้ได้ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ โดยเฉพาะการผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนจะกลับมารับตำแหน่งอีกครั้งหรือไม่ เมื่อปรับโครงสร้างจะมีคนเข้ามาช่วยทำงานอีก การเป็นสมาชิกพรรคยังเป็นอยู่ แต่ตำแหน่งบริหารคงไม่ได้รับตำแหน่งแล้ว
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวเรื่องการลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เรื่องของทีม กทม. เป็นสิ่งที่ตนเองรับผิดชอบ จะช่วยในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำ ขณะนี้กำลังแสวงหาทีมคนอยากเปลี่ยน กทม. ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าฯ ทีมงาน ส.ก. ทั้งนี้คงไม่ลงสมัครเอง แต่จะทำหน้าที่ในการสรรหา
ถามถึงกระแสข่าวเรื่องจะไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบทันทีว่า &amp;ldquo;โอ๊ย ว่าไปเรื่อย&amp;rdquo;
ถามถึงกระแสคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะเข้ามาคุมพรรค จึงตัดสินใจลดบทบาทหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ไม่เกี่ยว ยังไม่ทราบว่าเป็นข้อเท็จจริงอย่างไร เป็นเพียงกระแสข่าว แต่ถ้าคุณหญิงพจมานมาไม่ใช่เป็นประเด็นปัญหา เพราะหากมาก็น่าจะดีด้วยซ้ำไป ไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งนี้ไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่าการลาออกเพื่อเข้าร่วมรัฐบาลแห่งชาติ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ตั้งแต่ตอนที่เป็นประธานยุทธศาสตร์เราพูดหลายครั้งว่าเรื่องรัฐบาลแห่งชาติไม่มีทางเกิดขึ้นได้ เราไม่ไปร่วมสังฆกรรมแน่นอน ที่ลาออกก็ไปร่วมรัฐบาลไม่ได้ และพาคนไปร่วมไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็น ส.ส.หรือเป็นอะไร สมัยที่เป็นประธานยุทธศาสตร์ก็เกิดข่าวลือ ซึ่งการมีรัฐบาลแห่งชาติก็เป็นเพียงการซื้อเวลาต่อเวลาให้ผู้มีอำนาจ แต่ไม่ได้ต่ออายุของประชาชน เราจึงเห็นว่าไม่มีประโยชน์ ให้ลืมไปเลยในเรื่องนี้
รายงานข่าวจากพรรค พท.แจ้งว่า เมื่อวันที่ 29 ก.ย. แกนนำคนสำคัญของพรรค อาทิ นายสมพงษ์, พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ อดีตหัวหน้าพรรค, นายชูศักดิ์ ศิรินิล รักษาการหัวหน้าพรรค, นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตเลขาธิการพรรค และแกนนำพรรคอีกจำนวนหนึ่งได้ร่วมหารือที่ห้องประชุมชั้น 4 ที่ทำการพรรคเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเสนอแนะรูปแบบคณะ กก.บห.พรรค และคณะทำงานด้านอื่นๆ ก่อนประชุมใหญ่เพื่อเลือก กก.บห.ชุดใหม่ วันที่ 1 ต.ค. โดยรูปแบบโครงสร้าง กก.บห.พรรคจะมีเพียง 20-24 คน ในรูปแบบตัดไขมันส่วนเกิน รวมถึงลดโควตาสัดส่วนตำแหน่งที่ไม่จำเป็นลง เช่น ตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคเดิมที่มีมากถึง 15 คน แต่ในรูปแบบใหม่จะคงเหลือตามโควตาภาคเหนือ กลาง อีสาน กทม. และตัวแทนมุ้งเป็นหลัก ตำแหน่งรองเลขาธิการพรรคจะลดจำนวนไม่มีถึง 7 คนเหมือนอดีต
ดึง &amp;ldquo;ชัชชาติ&amp;rdquo; กลับเพื่อไทย
มีรายงานว่า หลังจากได้ กก.บห.ชุดใหม่แล้วจะตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนพรรคแยกย่อยออกอีก 5 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจ ด้านงานสภาผู้แทนราษฎร ด้านข่าวกรอง และด้านการบริหารพื้นที่ ซึ่งมีการติดต่อทาบทามหัวหน้าคณะบางคนที่เป็นสมาชิกพรรคไว้บ้างแล้ว นอกจากนี้หลังปรับปรุงโครงสร้างใหม่คณะทำงานที่เคยมีความคิดเห็นระหองระแหง เช่น กลุ่มแคร์, กลุ่มไทยรักษาชาติ, กลุ่มสายตรงจันทร์ส่องหล้า จะกลับมาช่วยงานที่พรรคทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นนายภูมิธรรม, นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช, นายพิชัย นริพทะพันธุ์ และนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล เป็นต้น ขณะที่กลุ่มที่มีความใกล้ชิดขั้วอำนาจเก่า เหลืออัตราส่วนในกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น
รายงานว่าในแผนการดำเนินงานยังมีความพยายามจากแกนนำพรรคบางคนจะดึงตัวนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม ที่มีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กับนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวนายทักษิณ เพื่อนำมาเป็นแคนดิเดตนายกฯ สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า และอาจเป็นหัวหน้าพรรคในอนาคตได้ แม้ก่อนหน้านี้นายชัชชาติประกาศตัวลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในนามอิสระ แต่ล่าสุดชัดเจนแล้วว่าจะถอนตัว เพื่อเปิดทางสะดวกให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่จะมาลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.เช่นกัน ด้วยสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นมาตั้งแต่รุ่นพ่อ คือ พล.ต.อ.เสน่ห์ สิทธิพันธุ์ อดีต ผบช.น. โดยมีการดีลประสานงานจาก พล.อ.ประวิตร ซึ่งเข้าทางพรรคพอดีที่จะดึงตัวกลับไปเป็นแคนดิเดตนายกฯ นอกจากนี้ยังมีสัญญาณจากนายทักษิณ จะให้ลูกเขยนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามี น.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรสาวนายทักษิณ เปิดหน้าลงเล่นการเมือง เป็นแคนดิเดตนายกฯ ขายภาพคนรุ่นใหม่อีกคนหนึ่งด้วย
สำหรับความเคลื่อนไหวของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น นายชวนกล่าวถึงการประชุมคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมก่อนรับหลักการ จำนวน 6 ฉบับ ในวันที่ 30 ก.ย. เป็นนัดแรก ซึ่งอาจทำงานไม่ทันตามกรอบที่กำหนดไว้ 30 วัน ว่า สามารถขอขยายเวลาได้ และการที่ไม่มี ส.ส.ฝ่ายค้านร่วมเป็น กมธ.ก็ไม่ถือเป็นการพิจารณาที่ไม่เป็นธรรม เพราะในอดีตเคยมีกรณีที่ฝ่ายค้านไม่ขอร่วมพิจารณาแล้ว
นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาฯ ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีร่างแก้รัฐธรรมนูญฉบับใดตกแม้แต่ฉบับเดียว โดยเฉพาะญัตติร่างแก้รัฐธรรมนูญทั้ง 6 ฉบับ ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์อยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อ ที่ต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน ขณะนี้รัฐสภาเร่งรัดการทำงานให้เสร็จโดยเร็วที่สุด ยังบอกไม่ได้ว่าร่างฉบับไอลอว์จะนำกลับเข้าสู่สภาได้เมื่อไหร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเรื่องนี้ว่า ต้องรอคณะ กมธ. ศึกษา 30 วันตามที่การประชุมวาระแรกมีมติ ซึ่งเมื่อมีความเห็นอย่างไรก็สรุปออกมา อันนี้จะเป็นการทำให้ทุกอย่างเกิดการพิจารณาร่วมกันของสองสภา ซึ่งไปกำกับดูแลฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สั่งไม่ได้ จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาทุกคนได้แสดงความคิดเห็นของตัวเองอย่างอิสระ เราก็ยึดมั่นในผลประโยชน์ชาติ ประชาชน มันก็มีหลายร่างด้วยกัน ซึ่งก็แล้วแต่ กมธ. ก็ขอให้ทุกคนมองผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลักก็แล้วกันว่าอะไรมันได้หรือไม่ได้ สิ่งไหนควรทำหรือไม่ควรทำ ตรงนี้เป็นหน้าที่ของคณะ กมธ.ที่ตั้งขึ้นมา
ไฟเขียวโหวตแก้ รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ก่อนการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ได้เชิญแกนนำรัฐบาล หัวหน้าพรรค และแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเข้าไปนั่งดื่มกาแฟและหารือ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ทำให้การประชุม ครม.ต้องเริ่มขึ้นล่าช้าไปเล็กน้อย โดยมีการหารือหลายเรื่อง รวมถึงสอบถามความคืบหน้างานในความรับผิดชอบแต่ละพรรค อาทิ เรื่องงบประมาณ, ความคืบหน้าการผลิตวัคซีนโควิด-19 และเรื่องไทยแลนด์ลองสเตย์, การแก้ปัญหาไฟป่า รวมถึงเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้กำชับพรรคร่วมรัฐบาลให้รับญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ญัตติที่มีหลักการเดียวกัน คือ ญัตติของพรรคร่วมรัฐบาลกับญัตติของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ให้แก้ไขมาตรา 256 เพื่อเปิดทางให้มีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ไม่แตะต้องหมวด 1 และหมวด 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในช่วงท้ายการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ยังได้กล่าวขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาลที่ทำงานในสภาโดยที่ไม่มีความขัดแย้ง ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นปล่อยให้เป็นเรื่องของรัฐสภาไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงความคืบหน้าการยกร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ว่า กฤษฎีกากำลังเร่งดำเนินการ ซึ่งคืบหน้าไปมาก เชื่อว่าจะสามารถเสนอ ครม.และนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาได้ในวันที่ 1 พ.ย. เมื่อเปิดสมัยประชุมสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ยอมรับว่ามีความเป็นไปได้ว่าญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคฝ่ายค้านคงถูกตีตก หรือคว่ำญัตตินี้ในที่ประชุมรัฐสภาในสมัยประชุมหน้า ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ไม่ได้เลย แม้ ส.ว.บางส่วนอภิปรายว่าเห็นด้วยที่จะแก้ แต่พอลงมติเสียง ส.ว.ไม่แตกแถว อาจมีผู้มีอำนาจสั่งการให้ ส.ว.ลงมติไปในทิศทางเดียวกัน สุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์ไม่ต้องการผู้แทนที่มาจากประชาชน ต้องการได้ผู้แทนที่มาจากการแต่งตั้ง ดังนั้นผลที่ตามมาคือประเทศก็จะวุ่นวายต่อไปไม่รู้จบ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79028</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, ปรับโครงสร้างพรรค, รัฐบาลแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไม่มีในรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200929/image_big_5f73362aa3101.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
