<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่รอดนักพนันภูเก็ต ศาลสั่งจำคุกทุกราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่รอด ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกกลุ่มนักพนัน 28 คนที่ลักลอบเล่นในโรงแรมหรูริมทะเลทุกรายโดยไม่รอลงอาญา เจ้าหน้าที่ตำรวจเตือนหากผู้ใดฝ่าฝืนกระทำผิดละเมิด แอบนัดหมายเล่นในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 โดนจับติดคุกแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามเข้าทำการจับกลุ่มนักพนันทั้งชายและหญิงจำนวนหลายคน กำลังนั่งเล่นการพนันบาคาร่าอย่างเมามัน โดยนั่งอยู่ใกล้ชิดกันและไม่สวมหน้ากากอนามัย อีกทั้งไม่สนใจว่าอยู่ในสถานการณ์โควิด-19 ภายในโรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาและติดริมทะเล ต.รัษฎา อ.เมืองฯ จ.ภูเก็ต &amp;nbsp;สามารถรวบนักพนันได้รวม 28 คน โดยมีนักการเมืองท้องถิ่นรวมอยู่ด้วย 1 คน &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด เมื่อวันที่ &amp;nbsp;21 กรกฎาคม 2564 พล.ต.ต ภรศักดิ์ นวนหนู ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ได้เปิดเผยความคืบหน้าในเรื่องนี้ว่า จากการที่ตำรวจกองปราบปรามร่วมกับ สภ.เมืองภูเก็ต นำกำลังเข้าจับกุมบ่อนการพนันในโรงแรมหรูริมทะเล เกาะสิเหร่ ต.รัษฎา อ.เมืองฯ จ.ภูเก็ต มีการลักลอบเล่นการพนันบาคาร่า จับกุมนักพนันได้ 28 คน พร้อมของกลาง เหตุเกิดเมื่อค่ำวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจับกุมครั้งนี้ เป็นการจับกุมการพนันรายสำคัญในจังหวัดภูเก็ต มีผู้ต้องหาจำนวน 28 คน กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ลักลอบวิ่งเล่นในหลายจุดหลายพื้นที่ในจังหวัดภูเก็ต ตำรวจได้มีการติดตามตรวจสอบ มีการตรวจยึดอุปกรณ์ได้ก่อนหน้านี้ 2 ครั้ง และยังมีการนัดหมายมาแอบเล่นกันอีก สุดท้ายศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกผู้ต้องหาทุกราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตจึงขอเน้นย้ำเตือนผู้มีพฤติกรรมแอบลักลอบรวมตัวจัดกิจกรรมต่างๆ อันเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพนัน ปาร์ตี้ ตั้งวงดื่มสุรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอเรียนว่า ในขณะนี้ศาลมีคำพิพากษา ถ้าทำผิดละเมิดลงโทษจำคุกไม่มีการรอลงอาญา ขอแจ้งเตือน ขอความร่วมมือ ขอร้องว่า งด ละ เลิก หยุด ส่วนถ้ามีการจับกุมมาเป็นกลุ่มก้อน ทางตำรวจมีมาตรฐานการปฏิบัติงานในการคัดกรองโรคโควิด-19 ตรวจสอบตรวจหลักฐานการรับวัคซีนต่างๆ ทุกราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110614</URL_LINK>
                <HASHTAG>28 คน, จำคุกทุกราย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, โรงแรมหรูริมทะเล, ไม่รอดนักพนันภูเก็ต, ไม่รอลงอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f807d9699ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โทษหนักจำคุกพรานพ่อลูก2ปี29เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลสั่งจำคุกนายพรานสองพ่อลูก 2 ปี 29 เดือน ไม่รอลงอาญา ปมล่าเลียงผา ทำร้าย จนท.พิทักษ์ป่าเขตฯ สลักพระบาดเจ็บ ยกคดีเป็นอุทาหรณ์เตือนใจกลุ่มลักลอบล่าสัตว์ต้องรับโทษตามกฎหมายถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีนายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า สลักพระ นำกำลังเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนไปถึงบริเวณกลางป่าหุบข่อย หมู่ 1 ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ พบกลุ่มนายพรานจำนวน 4 คน กำลังแบกซากสัตว์ออกมาจากป่า เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น ระหว่างเข้าทำการจับกุม กลุ่มนายพรานทั้ง 4 คนได้พยายามวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงวิ่งไล่ติดตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างนั้นนายพราน 1 ใน 4 คน ได้ใช้อาวุธมีดที่นำติดตัวมา ฟันนายอัฐพล เฉียบแหลม พนักงานพิทักษ์ป่า จนได้รับบาดเจ็บที่แขนขวา โดย จนท.จับกุมตัวได้ จำนวน 1 คน คือ นายวศิน กากี อายุ 28 ปี ชาวตำบลหนองเป็ด อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี พร้อมของกลาง ซากเลียงผา หนัก 14 กิโลกรัม ซากตะกวด 1 ซาก น้ำผึ้งป่า หนัก 1 กิโลกรัม และอุปกรณ์เดินป่าหลายรายการ โดยกลุ่มนายพรานวิ่งหลบหนีไปได้ จำนวน 3 คน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อวันที่ 10 เม.ย.2563 นายสมเดช กากี อายุ 57 ปี พ่อของนายวศิน 1 ใน 3 นายพราน ที่หลบหนีการจับกุม และเป็นผู้ใช้อาวุธมีดก่อเหตุทำร้าย นายอัฐพล เฉียบแหลม พนักงานพิทักษ์ป่า ได้รับบาดเจ็บ ได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.ด่านแม่แฉลบ โดยมี พล.ต.ต.วรณัน สุขเจริญ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เดินทางไปติดตามความคืบหน้าคดีด้วยตนเอง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด วันที่ 4 พ.ค. นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า คดีนี้เกิดขึ้นมานาน 1 ปีแล้ว นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. และนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้ให้ความสนใจในคดีพรานล่าสัตว์ป่า และมีการทำร้ายเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระจนได้รับบาดเจ็บ จึงได้สั่งการให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ติดตาม ความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด โดยคดีเข้าสู่กระบวนการของชั้นศาล มีพนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นโจทก์ มีนายวศิน กากี และนายสมเดช กากี สองพ่อลูกเป็นจำเลยที่ 1 และ 2 ตามลำดับ&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งศาลจังหวัดกาญจนบุรีได้ประทับรับฟ้อง ในข้อหา &amp;ldquo;ความผิดต่อเจ้าพนักงาน ความผิดต่อรางกาย ความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ความผิดต่อพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ลหุโทษ&amp;rdquo; สำหรับคดีดังกล่าวมีผู้ร่วมก่อเหตุ จำนวน 4 คน โดยนายนิติกรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) และนายวิทวัส (ขอสงวนนามสกุล) เยาวชน 2 ใน 4 ไม่ได้เข้ามอบตัว และอยู่ระหว่างการหลบหนีอยู่ในเวลานี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลจังหวัดกาญจนบุรีได้มีคำพิพากษาให้จำคุกนายวศิน กากี จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี 23 เดือน แต่ปรากฏว่า นายวศินเคยก่อเหตุและถูกดำเนินคดีในลักษณะเดียวกันมาก่อน ซึ่งครั้งนั้นศาลพิพากษาจำคุก เป็นเวลา 6 เดือน โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี แต่ระหว่างรอลงอาญา นายวศิน กากี จำเลยที่ 1 ก็ได้กระทำความผิดซ้ำอีก ศาลจึงเพิ่มโทษจำคุกอีก 6 เดือน เป็นจำคุก 2 ปี 29 เดือน ส่วนนายสมเดช กากี จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพ่อของนายวศิน จำเลยที่ 1 ศาลได้พิพากษา จำคุกเป็นเวลา 2 ปี 29 เดือน (4 ปี 5 เดือน) โดยไม่รอลงอาญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สำหรับคดีและบทลงโทษในกรณีนี้ ขอให้เป็นอุทาหรณ์กับประชาชนทั่วไป รวมทั้งกลุ่มนายพรานที่ชอบเข้าป่าเพื่อล่าสัตว์ป่า หากถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดดังเรื่องพราน 2 พ่อลูกนี้&amp;ldquo; นายนิพนธ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101773</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพรานสองพ่อลูก, ยกคดีเป็นอุทาหรณ์, ล่าเลียงผา, ศาลสั่งจำคุก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไม่รอลงอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_60915061c0995.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98235</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตอก‘เพื่อไทย’ ล้างผิดคนโกง ‘ปู’นารีหนีคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; ยันอุทธรณ์คดี &amp;quot;ยิ่งลักษณ์&amp;quot; ต้องติดตามต่อไป ด้าน &amp;quot;เชาว์&amp;quot; ลั่น ศาลฎีกาพิพากษาสั่งจำคุก 5 ปีโดยไม่รอลงอาญา คือข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ว่านารีขี่ม้าขาวไม่มี มีแต่นารีหนีคุก&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ &amp;quot;ธนกร&amp;quot; อบรมโฆษกเพื่อไทย อย่าปั้นหน้าเศร้าเล่าความเท็จเพื่อกลบเกลื่อนความผิดให้ &amp;quot;ปู&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2564 หลังศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลัง ที่ 1351/2559 ลงวันที่ 13 ต.ค.2559 ที่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว จำนวน 20 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท ของความเสียหายทั้งหมด 1.78 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ถือว่ายังไม่ถึงที่สุด จะต้องมีการไปอุทธรณ์ ซึ่งจะต้องติดตามต่อไป แต่มีอีกกรณีหนึ่งที่เกี่ยวพันกับกระทรวงพาณิชย์ คือ คดีขายข้าวจีทูจี ที่ศาลมีการตัดสินไปแล้ว ซึ่งกระทรวงการคลังต้องไปดำเนินการว่าจะต้องชดใช้ค่าเสียหายเท่าไหร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกัน ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดฯ ซึ่งกระทรวงการคลังชี้ไปแล้วว่าขายต้องชดใช้เท่าไหร่ ทั้งหมดประมาณ 2 หมื่นล้านบาท และโดยเหตุที่กระทรวงพาณิชย์เป็นผู้เสียหาย ในคดีจีทูจี ให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการบังคับคดีให้ผู้เสียหายได้ชดใช้ แต่ผู้ที่ต้องชดใช้ก็ไปร้องศาลปกครอง ซึ่งศาลปกครองก็วินิจฉัยแล้วว่าเป็นคำสั่งที่ชอบ ดังนั้นจึงต้องไปตามบังคับคดีต่อไป ส่วนคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือว่าคดียังไม่ถึงที่สุด ก็ต้องรอการอุทธรณ์ของศาลต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าฝ่ายที่สนับสนุน น.ส.ยิ่งลักษณ์ หยิบเอาไปเป็นประเด็นทางการเมืองว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ผิด แถมไปไกลถึงขั้นขอให้คืนความเป็นธรรมให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ด้วย โดยลืมไปว่าความจริงแล้วกรณีเดียวกันนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมืองได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก น.ส.ยิ่งลักษณ์ 5 ปี แต่เนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้หลบหนีออกนอกประเทศก่อนวันอ่านคำพิพากษา ดังนั้นผลของคำพิพากษาคดีนี้ยังผูกพันติดตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปตลอดอายุความ ซึ่งตามกฎหมายถือว่าไม่มีอายุความ คือหมายความว่าต้องหลบหนีไปตลอดทั้งชีวิต และไม่มีคำพิพากษาใดที่จะมาหักล้างหรือกลับคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมืองที่ถึงที่สุดแล้วนี้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเชาว์ระบุอีกว่า ส่วนคำพิพากษาของศาลปกครองกลางยังไม่ถึงที่สุด คู่ความยังสามารถอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้ภายใน 30 วัน แต่สามารถยื่นขยายเวลาออกไปได้ถ้ายื่นไม่ทัน ดังนั้นคำพิพากษาศาลปกครองกลางอาจถูกกลับหรือยกโดยคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องรอดูต่อไปว่าเมื่อมีการยื่นอุทธรณ์แล้ว ศาลปกครองสูงสุดจะมีคำพิพากษาว่าอย่างไร ทั้งสองฝ่ายก็อย่าเพิ่งตีโพยตีพาย เอะอะโวยวาย หรือดีใจกันออกนอกหน้า คำพิพากษาศาลชั้นต้นถูกกลับโดยคำพิพากษาศาลสูงมีให้เห็นอยู่บ่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญคือคำพิพากษาศาลปกครองกลางไม่สามารถลบล้าง ความผิดที่คุณยิ่งลักษณ์ก่อความเสียหายให้กับประเทศ ฐานไม่ระงับยับยั้งความเสียหายจากโครงการจำนำข้าวได้ โดยข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนว่าโครงการนี้ใช้กรอบวงเงินเกิน 5 แสนล้านบาท ที่ครม.มีมติอนุมัติเป็นกรอบเอาไว้ นอกจากนี้ยังเกิดปัญหาขาดสภาพคล่อง ระบายข้าวไม่ได้ ทำให้รัฐขาดทุน ไม่มีเงินจ่ายชาวนา จนมีชาวนาหลายสิบคนต้องผูกคอตาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเชาว์ชี้ว่า คำพิพากษาศาลฎีกายังระบุด้วยว่า ปรากฏข้อเท็จจริงว่านโยบายดังกล่าวขาดประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีการทุจริตเกิดขึ้นในทุกขั้นตอน แม้ว่าบางขั้นตอนอยู่ในฝ่ายปฏิบัติ แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรีและประธาน กขช. กลับไม่รับฟังข้อท้วงติงของหลายฝ่าย จนเกิดความเสียหายต่อรัฐ และยังมีกรณีระบายข้าวแบบจีทูจีโดยทุจริต แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กลับไม่ดำเนินการสั่งตรวจสอบอย่างจริงจัง หรือเข้มข้นเหมือนตอนตรวจสอบกรณีจำหน่ายข้าวถุงราคาถูกแก่ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศาลฎีกาจึงมีคำพิพากษาสั่งจำคุก น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นเวลา 5 ปีโดยไม่รอลงอาญา นี่คือข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ว่านารีขี่ม้าขาวไม่มี&amp;nbsp; มีแต่นารีหนีคุก&amp;quot; อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า มีการใช้วาทกรรมว่ามีการทุจริตจำนำข้าวแล้วนำมาเป็นเหตุผลหลอกลวงประชาชนทำการรัฐประหารว่า การทุจริตโครงการรับจำนำข้าวไม่ได้เป็นวาทกรรมเหมือนที่โฆษกนกแก้วนกขุนทองพูด แต่สมัยที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวจริงๆ จนศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินจำคุก มีรัฐมนตรีและข้าราชการผู้ใหญ่ติดคุกหลายคน ส่วนบางคนก็หนีออกนอกประเทศไป น.ส.อรุณีไม่ควรปั้นหน้าเศร้าเล่าความเท็จเพื่อมากลบเกลื่อนความผิดใคร เพราะพี่น้องประชาชนทั่วประเทศทราบเรื่องนี้ดี ที่สำคัญไม่ควรมีใครก้าวล่วงกระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ศาลปกครองกลางเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังที่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ชดให้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 35,000 ล้านบาท และให้ระงับยับยั้งการยึดทรัพย์เพื่อการขายทอดตลาดนำเงินมาเป็นสินไหมทดแทนค่าเสียหายจากโครงการจำนำข้าวนั้น ก็เป็นไปตามกระบวนการปกติ ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลางก็ได้ตัดสินคดีของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้สั่งให้มีการยึดทรัพย์ แต่ก็มีการยื่นอุทธรณ์ไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ต้องรอการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุดว่าจะตัดสินออกมาอย่างไร โดยกระทรวงการคลังจะยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน อย่างไรก็ตาม ตนเห็น ส.ส.เพื่อไทยหลายคนออกมากล่าวหานายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ว่าลุแก่อำนาจ ใช้คำสั่งกระทรวงการคลังดำเนินการเรื่องนี้นั้น ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งคดีทุจริต ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินจบไปแล้ว ติดคุกไปหลายคน ส่วนคดีที่ศาลปกครองก็ต้องรอศาลปกครองสูงสุด ซึ่งที่ผ่านมาหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้กระทำความผิด ก็ไม่ควรหนีไปต่างประเทศ ควรสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมใช่หรือไม่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98235</URL_LINK>
                <HASHTAG>นารีขี่ม้าขาว, นารีหนีคุก, พิพากษาสั่งจำคุก 5 ปี, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ศาลฎีกา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุทธรณ์, ไม่รอลงอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605de697c7a59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95678</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจสอบ3นิ้วละเมิดศาล คุกหนุ่มบ่อนทำลายสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศาลอาญาธนบุรีสั่งคุก 54 เดือนหนุ่มโพสต์รูปตัดต่อพระมหากษัตริย์ ผิด พ.ร.บ.คอมพ์ ชี้บ่อนทำลายสถาบันฯ ไม่รอลงอาญา ขณะที่ ตร.เร่งสอบผู้ชุมนุมผิดฐานละเมิดอำนาจศาลอีกข้อหา ย้ำทุกการชุมนุมมีแกนนำ &amp;quot;สมศักดิ์&amp;quot; ถอยคุกนักการเมือง อ้างแค่เข้าใจผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 10 มี.ค.2564 ที่ศาลอาญาธนบุรี ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.1228/2563 ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง นายศุภากร พินิจบุตร์ เป็นจำเลย กรณีจำเลยโพสต์ข้อความและรูปภาพตัดต่อเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ลงในเฟซบุ๊ก ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (2) (5) พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 มาตรา 8 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2526 มาตรา 4
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 10-23 เม.ย.2563 จำเลยได้นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยการส่งข้อมูลรูปภาพและตัวอักษรในสภาพที่ระบบคอมพิวเตอร์ อาจประมวลผลได้เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ผ่านทางผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ทางเว็บไซต์เฟซบุ๊ก ดอทคอม (www.facebook.com) หรือแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก (Facebook) ในชื่อเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;เมี่ยงปร้ะ ขจมพรื้อ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;Dumrong Konrakchat&amp;rdquo; ซึ่งเปิดเป็นแบบสาธารณะ โดยจำเลยโพสต์เผยแพร่รูปภาพตัดต่อพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 และโพสต์เผยแพร่ภาพพระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 9 และโพสต์เผยแพร่รูปภาพตัดต่อใบหน้าบุคคลสวมเครื่องทรงพระมหากษัตริย์ไทย ประกอบข้อความ โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าข้อความดังกล่าวเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จำเลยโพสต์ข้อความและรูปภาพดังกล่าวโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ รวม 9 ครั้ง จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ และศาลให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะและพินิจจำเลยก่อนมีคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์รายงานสืบเสาะของจำเลยแล้ว พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (2) (5) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 9 กระทง ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 9 กระทง รวมจำคุก 54 เดือน&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยแล้วเห็นว่า จำเลยรู้อยู่แล้วว่าข้อความดังกล่าวเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ เนื่องจากจำเลยรู้สึกสนุกที่ประชาชนพบเห็นโพสต์ดังกล่าวแล้ววิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ไปในทางให้ได้รับความเสียหาย แม้จำเลยกระทำไปเพื่อเรียกร้องความสนใจจากบุคคลทั่วไปเท่านั้น ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับการว่าจ้างหรือค่าตอบแทน แต่การกระทำของจำเลยดังกล่าวถือเป็นการบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ลดทอนความเลื่อมใสศรัทธาของประชาชนที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันหลักของชาติ และก่อให้เกิดความขัดแย้งของประชาชน เกิดภาวะหรือสถานการณ์ที่บั่นทอนความมั่นคงขึ้นภายในประเทศ รวมทั้งเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ พฤติการณ์แห่งคดีนับว่าเป็นเรื่องร้ายแรง กรณียังไม่สมควรรอการลงโทษให้จำเลย ริบของกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ภายหลังพิพากษา นายศุภากร จำเลย ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ โดยศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นควรส่งศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาว่าจะอนุญาตปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดีหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เข้ายื่นคำร้องขอให้ศาลออกคำสั่งให้นำตัวนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ แกนนำกลุ่ม Wevo, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ แกนนำกลุ่มราษฎรซึ่งไม่ได้รับการประกันตัวถูกคุมขัง ย้ายจากเรือนจำพิเศษธนบุรีมาคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ให้ตรงกับหมายขังระหว่างสอบสวนและพิจารณาคดี เนื่องจากหมายขังจะต้องจัดการให้เป็นไปตามเขตของศาล อีกทั้งการนำตัวไปขังในเรือนจำที่ห่างไกลนั้นกระทบกระเทือนต่อสิทธิในการต่อสู้คดีของผู้ต้องหาและสิทธิอื่นๆ เนื่องจากทนายความและญาติเข้าเยี่ยมไม่สะดวก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่าย ศาลอาญาได้ทำการไต่สวนทั้งสามและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ แต่การไต่สวนยังไม่เสร็จสิ้น จึงได้นัดไต่สวนต่อในวันที่ 11 มี.ค. ก่อนมีคำสั่งต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มราษฎรและแนวร่วมหลายแห่งในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลว่า สถานการณ์เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ที่เรือนพิเศษจำกรุงเทพฯ และเรือนจำพิเศษธนบุรี สถานการณ์เรียบร้อย มีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนมาทำการชุมนุม ได้ให้ตำรวจพื้นที่พิสูจน์ทราบตัวผู้ชุมนุมและจะออกหมายเรียกมาดำเนินการตามกฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินและ พ.ร.บ.ควบคุมโรค ส่วนการชุมนุมที่หน้าศาลอาญามีการทำกิจกรรมบางอย่างที่มีผลกระทบต่อศาลอาญา ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับศาลอาญาว่าการกระทำดังกล่าวละเมิดอำนาจศาลหรือไม่อย่างไร ถ้ามีการละเมิดอำนาจศาล ก็ต้องมีการดำเนินคดีในข้อหาละเมิดอำนาจศาลด้วยอีกส่วนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่ของศาลเป็นพื้นที่หวงห้ามสำคัญ การกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดที่มีผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นการบุกรุกเข้าไปยังพื้นที่ศาล หรือการกระทำใดๆ รบกวนการปฏิบัติหน้าที่ เช่น การใช้เครื่องเสียง การใช้แสงสีเสียงหรืออื่นที่มีผลกระทบต่อหน้าที่ของการปฏิบัติงานของศาล ตลอดจนการกระทำใดๆ ที่กระทบต่อศักดิ์ศรี จะอยู่ในข่ายการละเมิดอำนาจศาล จะเข้าข่ายหรือไม่ เป็นการหารือร่วมกันระหว่างพนักงานสอบสวนกับเจ้าหน้าที่ศาล ส่วนกรณีมีการยิงปืนใส่รถเจ้าหน้าที่ตำรวจระหว่างเดินทางกลับขณะผ่านกลุ่มผู้ชุมนุมหน้า สน.พหลโยธิน ขณะนี้คืบหน้าไปมาก พอรู้กลุ่มตัวบุคคลแล้วขอพยานหลักฐานเพิ่มเติมอีกนิด แล้วจะมีการออกหมายจับในเร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะกล่าวต่อว่า การแบ่งการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมหน้าศาล และการชิงตัวประกันแบ่งการดำเนินคดีได้ 5 กลุ่ม อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการทุกมติ อย่างที่เรียน การกระทำผิดใดๆ กองบัญชาการตำรวจนครบาลมีการเตือนตลอดว่าการกระทำของท่านเป็นการกระทำผิด แต่ยังฝืนที่จะกระทำเช่นนั้น อ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ทำอย่างจริงจัง ไม่มีการกลั่นแกล้ง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา สิ่งที่ทำมีพยานหลักฐานปรากฏเราต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการชุมนุมที่ไม่มีแกนนำเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการปรับกลยุทธ์อย่างไร พล.ต.ต.ปิยะเผยว่า การชุมนุมทุกครั้งมีแกนนำแน่นอน ผู้ชักชวนคือแกนนำ แต่จะเปิดเผยตัวหรือแอบอยู่เบื้องหลังเท่านั้นเอง ไม่มีการชุมนุมครั้งไหนไม่มีแกนนำ ทุกครั้งมีแกนนำ แต่มาโดยเปิดหน้าหรือไม่เปิดหน้าแค่นั้นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการชุมนุมในวันเสาร์ ที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะเดินจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปยังทำเนียบรัฐบาล จะมีการเตรียมกำลังตามการข่าวและลักษณะการชุมนุม ถ้าสถานการณ์การข่าวจะมีอันตรายต่อสถานที่ราชการสำคัญ เรามีความจำเป็นที่จะต้องรักษาสมบัติของชาติ รักษาสถานที่สำคัญ และรักษาความสงบเรียบร้อยในเขตกรุงเทพฯ ผู้ชุมนุมมามากเราไม่ห่วง ห่วงแต่การใช้ความรุนแรง อย่างที่เห็นผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทุบทำลายสถานที่ราชการ ทุบทำลายทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน มีการใช้พลุเพลิง พลุไฟ ดอกไม้ไฟ มีความเสี่ยงจะเกิดอันตรายที่จะลุกลามใหญ่โต บางครั้งถ้าเกิดในสถานที่โบราณสถาน ถ้าเกิดแล้วเราไม่สามารถฟื้นฟูหรือซ่อมแซมกลับมาเหมือนเดิมได้ บางอย่างสร้างมากว่า 100 ปี ถ้าเกิดเหตุขึ้นจะสร้างความเสียหายใหญ่หลวงต่อประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เพจ &amp;quot;UNME of Anarchy&amp;quot; ผู้จัดกิจกรรมเดินทะลุฟ้า V.2 ประกาศนัดหมายชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในวันเสาร์ที่ 13 มีนาคม 2564 เวลา 14.00 น. โดยระบุว่า เราจะเริ่มเดินจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย?ไปทำเนียบรัฐบาล? เดินไปสร้างหมู่บ้านทะลุฟ้า เขียนรัฐธรรมนูญประชาชน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังเปิดพื้นที่เปิดรับความหลากหลายของปัญหา? ใครมีปัญหาหรือเรื่องอะไรอยากบอกต่อ หรือสร้างกิจกรรม ก็สามารถมาเข้าร่วมกับเราได้ ส่วนการเตรียมตัวสำหรับค้างคืนกับเรา? เราแนะนำให้เตรียมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาด้วย? เช่น? เต็นท์? หมอน? ผ้าห่ม? เสื้อผ้า? และอุปกรณ์ของใช้ส่วนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าจะสร้างเรือนจำใหม่สำหรับนักโทษการเมืองว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด เพราะตอนสัมภาษณ์ต้องรีบไปเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงเดินคุยกันเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น อาจจะตีความกันผิดพลาด และไม่ขอโทษใคร แต่ขอชี้แจงอีกครั้งว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีแนวทางการสร้างเรือนจำสำหรับผู้ต้องขังทางการเมือง เพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามสิทธิมนุษยชน ทุกคนต้องเท่าเทียมกันหมด เวลานี้ต้องยอมรับว่าเรือนจำกลางคลองเปรมและเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ที่มีผู้ต้องขังคดีการเมืองมากขึ้น ทำให้มีญาติพี่น้องและกลุ่มผู้สนับสนุนมาเยี่ยมจำนวนมาก ทำให้เกิดความแออัด จึงได้หารือแล้วเพื่อย้ายไปยังเรือนจำที่มีพื้นที่กว้าง เพื่อความสะดวกของทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต้องยอมรับเวลานี้ประชาชนที่สัญจรบนถนนงามวงศ์วานได้รับความเดือดร้อนต่อการชุมนุมมาก การมาหนึ่งครั้งทำให้การจราจรติดขัดหรือต้องปิดเส้นทาง ทุกคนได้รับความเดือดร้อน จึงต้องพยายามย้ายนักโทษที่เคลื่อนไหวทางการเมืองออกไปเพื่อลดปัญหาช่วยประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่อำนาจในการย้ายผู้ต้องขังที่เคลื่อนไหวทางการเมืองส่วนนี้ เป็นหน้าที่ของ ผบ.เรือนจำจะตัดสินใจ ไม่มีการพูดถึงการสร้างเรือนจำนักโทษการเมืองแห่งใหม่แต่อย่างใด&amp;quot; นายสมศักดิ์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95678</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ่อนทำลายสถาบัน, พ.ร.บ.คอมพ์, ละเมิดศาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โพสต์รูปตัดต่อพระมหากษัตริย์, ไม่รอลงอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210310/image_big_6048d60db81d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คุก2ปีไม่รออาญา 2พี่น้อง‘เสนพงศ์’ ลุ้นคุณสมบัติส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศาลนครศรีฯ พิพากษา 2 พี่น้องตระกูลเสนพงศ์ คุก 2 ปี และตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปีโดยไม่รอลงอาญา &amp;ldquo;เทพไท&amp;rdquo; ได้ประกันตัวสู้คดี ปชป.เชื่อยังไม่หลุด ส.ส. แต่คงต้องมีการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2563 ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาในคดีที่นายพิชัย บุณยเกียรติ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครศรีธรรมราช เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายมาโนช เสนพงศ์ จำเลยที่ 1 และนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จำเลยที่ 2 ในคดีอาญาฐานร่วมกันกระทำความผิดในการทุจริตการเลือกตั้งนายก อบจ. เมื่อปี 2557 ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545
ทั้งนี้ นายพิชัย, นายมาโนช และนายเทพไท พร้อมทีมทนายความ และคนสนิท รวมทั้งนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ปชป. เดินทางมาให้ฟังคำพิพากษาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษาที่มีความยาวประมาณ 20 หน้าในเวลา 30 นาทีก่อนพิพากษาว่า ศาลเชื่อในพยานหลักฐานของโจทก์และปราศจากข้อสงสัย เชื่อว่าจำเลยกระทำความผิดจริงตามฟ้อง และพยานฝ่ายจำเลยฟังไม่ขึ้น ศาลจึงตัดสินพิพากษาให้จำคุกจำเลยทั้งสองในสถานเบาจาก 3 ปี ลดเหลือจำคุกคนละ 2 ปี และตัดสิทธิ์ทางการเมืองคนละ 10 ปี โดยไม่รอลงอาญา
ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษา นายพิชัยเดินทางออกจากศาลทันที และกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ขอขอบคุณศาลที่ให้ความยุติธรรมตนในครั้งนี้ พอใจในคำพิพากษามาก เพราะต่อสู้คดีมาตามขั้นตอนอย่างยาวนาน และมีความรู้สึกในกระบวนการการต่อสู้หลายจุดไม่ได้รับความเป็นธรรมมากนัก&amp;nbsp; เพราะจำเลยเป็นผู้มากบารมี ใช้กลยุทธ์ต่างๆ ในการยื้อคดีให้ล่าช้า จนสำนวนไปอยู่ที่อัยการสูงสุดเพื่อรอการสั่งฟ้อง แต่อัยการไม่สั่งฟ้อง จึงใช้สิทธิ์ยื่นฟ้องส่วนตัวเมื่อปลายปี 2562 จนศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันนี้
&amp;ldquo;ศาลยังเป็นที่พึ่งของประชาชนได้เป็นอย่างดี และได้พิสูจน์สัจธรรมการเป็นนักการเมืองให้สังคมได้เห็นแล้ว แม้จะถูกกดดัน ถูกกระแสสังคมส่วนหนึ่งโจมตีว่าขี้แพ้ชวนตี ทำให้ต้องหวานอมขมกลืนมาตลอด 6 ปี แต่ผมเห็นความสำคัญและคุณค่าของประชาชนที่ลงคะแนนเลือกผมกว่า 2 แสนคะแนน ผมจึงต้องต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับคนเมืองกว่า 2 แสนคน&amp;rdquo;
ขณะที่นายเทพไทและนายมาโนชได้เซ็นรับทราบคำพิพากษาก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจศาลใส่กุญแจมือไปยังห้องควบคุมผู้ต้องขังด้านล่าง เพื่อรอการประกันตัวในชั้นศาลอุทธรณ์ ซึ่งต่อมาศาลได้ให้ประกันตัวโดยตีราคาประกันคนละ 150,000 บาท &amp;nbsp;
นายเทพไทโพสต์เฟซบุ๊กหลังได้รับการประกันตัวว่า ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้แสดงความห่วงใยและให้กำลังใจ ซึ่งเป็นคดีความที่เกิดจากมูลเหตุการแข่งขันทางการเมืองในระดับท้องถิ่น ที่มีการแข่งขันตามปกติของการเลือกตั้ง เมื่อเกิดคดีความฟ้องร้องกันก็ต้องต่อสู้ตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมต่อไป แต่ขอแสดงจุดยืนดังนี้ 1.เคารพในคำพิพากษาของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช 2.ขอยืนยันในความบริสุทธิ์ มั่นใจว่าไม่ได้กระทำผิดแต่อย่างใด 3.จะขอต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม พร้อมจะยื่นต่อสู้คดีในชั้นศาลอุทธรณ์ต่อไป 4.มุ่งมั่นในการทำหน้าที่ของ ส.ส.จังหวัดนครศรีธรรมราช รับใช้พี่น้องชาวเขต 3 (อ.พระพรหม, เฉลิมพระเกียรติ,จุฬาภรณ์ และชะอวด) อย่างเข้มแข็งเหมือนเดิม 5.ขอยืนหยัดในอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์และอุดมการณ์ประชาธิปไตย จะต่อสู้ให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง&amp;nbsp; และ 6.ยังมีภารกิจต้องติดตามผลักดันให้สำเร็จตามที่ได้เริ่มต้นไว้ คือการปลดล็อกพืชกระท่อม การตั้งค่าตอบแทนให้ อสม.เดือนละ 1,500 บาท ในทุกปีงบประมาณ และงานพัฒนาในพื้นที่อีกหลายโครงการ ทั้งนี้ ยังมีกำลังใจเต็มร้อย จะไม่ย่อท้อในการทำหน้าที่รับใช้ประชาชนและประเทศชาติต่อไป
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงผลของคำตัดสินศาลว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด ส่วนที่ให้พิพากษาจำคุกแล้วไม่รอลงอาญานั้น ขอดูกฎหมายก่อน จากนั้นนายวิษณุได้เปิดดูรัฐธรรมนูญ พร้อมอธิบายว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 98 เกี่ยวกับลักษณะต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ต้องเป็นผู้ที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังโดยหมายศาล ซึ่งประเด็นนี้จะถือว่าหลุด แต่หากได้รับประกันก็ไม่เข้าเงื่อนไขนี้ ก็จะไม่พ้น หากเขายังไม่ถูกคุมขังโดยหมายศาลก็ไม่เข้าเงื่อนไขนี้ และเรื่องนี้ไม่ใช่การชิงไหวชิงพริบเกี่ยวกับการประกัน จุดสำคัญที่ต้องดูคือเป็นการจำคุกโดยหมายศาลหรือไม่ เพราะหากจำคุก ศาลต้องเป็นผู้ออกหมาย ซึ่งคนที่ถูกจำคุกก็เป็นเพราะศาลออกหมายทั้งนั้น ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ถือว่าจบ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์? ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวในประเด็นดังกล่าวว่า ให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคดูอยู่ ต้องรอก่อนว่าจะเป็นอย่างไร? จะมีผลต่อสภานภาพ ส.ส.หรือไม่? ต้องรอฟังตรงนั้น
ขณะที่นายนิพิฏฐ์ระบุว่า นายเทพไทได้ยื่นประกันตัวไปแล้ว ส่วนสถานะความเป็น ส.ส.นั้น จากที่ฟังหลายฝ่ายบอกว่าต้องส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณา เหมือนกรณีนายนวัธ เตาะเจริญสุข อดีต ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย เพราะกรณีนี้เป็นเรื่องของการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ถ้าเป็นคดีอาญาอย่างเดียว เช่น ลักทรัพย์ คดีต้องถึงที่สุดถึงจะหยุดจากสมาชิกภาพ แต่คดีของนายเทพไทมีโทษอาญาจำคุก ซึ่งไม่มีปัญหา แต่มีการเพิกถอนสิทธิ์ด้วย ซึ่งในมาตรา 101 บอกว่าอยู่ในระหว่างเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง มาตรา 98 (5) ถ้าอยู่ในระหว่างการใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราว หรือถูกเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง เหตุที่สมาชิกภาพของผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงตาม มาตรา 101 (6) มีลักษณะต้องห้ามมาตรา 98 ระบุว่าบุคคลต่อไปนี้ห้ามใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง คืออยู่ในระหว่างเพิกถอนสิทธิ์ ซึ่งการเพิกถอนสิทธิ์เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง ซึ่งมี 2 ความเห็นคือ 1.คดีต้องสิ้นสุดก่อนถึงจะหมดสมาชิกภาพ และ 2.แม้ไม่ถึงที่สุดก็ตามแต่การเพิกถอนสิทธิ์ เมื่ออยู่ในระหว่างเพิกถอนสิทธิ์ก็หมดสมาชิกภาพเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;คิดว่าก็คงมีคนส่งเรื่องนี้ไปศาลรัฐธรรมนูญ โดย ส.ส.จำนวน 1 ใน 10 ลงชื่อ หรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ในส่วนของพรรค ปชป. คิดว่าสมาชิกภาพความเป็น ส.ส.ของนายเทพไทยังมีอยู่ เพราะเราเชื่อมั่นว่าคดียังไม่ถึงที่สุด เพราะต้องถึงที่สุดถึงจะหมดสมาชิกภาพ&amp;quot; นายนิพิฏฐ์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75848</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุก 2 ปี, ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี, ประกันตัวสู้คดี, พรรคประชาธิปัตย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทพไท เสนพงศ์, ไม่รอลงอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200828/image_big_5f490e1ba24d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก6เดือนเปรมชัยซุกปืน ไม่รอลงอาญาให้ประกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนคุก 6 เดือน &amp;quot;เจ้าสัวเปรมชัย&amp;quot; ไม่รอลงอาญา คดีซุกปืนยาวในบ้าน พร้อมอนุญาตประกันตัว ตีราคาประกัน 5 แสนบาท โดยไม่กำหนดเงื่อนไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ห้องพิจารณา 807 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ หมายเลขดำ อ.1144/2561 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ ฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต อายุ 66 ปี ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลย ในความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนฯ พ.ศ.2490
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยอัยการโจทก์ยื่นฟ้องคดี เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2561 ระบุพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 7 ก.พ.2561 จำเลยกระทำผิดกฎหมายด้วยการมีอาวุธปืนยาวไรเฟิล 3 กระบอก และปืนแก๊ป&amp;nbsp; 1 กระบอกไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตภายในบ้านพัก ซ.ศูนย์วิจัย 3 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. โดยนายเปรมชัยให้การรับสารภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ศาลอาญามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 20 ส.ค.2562 เห็นว่า เมื่อพิเคราะห์รายงานสืบเสาะประวัติ ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยแล้ว การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบทให้จำคุก 1 ปี ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 6 เดือน แต่เนื่องจากจำเลยยังมีโทษคดีอาญาจำคุกอีก 2 คดี ที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิและศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 จึงไม่อาจรอการลงโทษได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยได้รับการประกันตัว 2 แสนบาทระหว่างอุทธรณ์คดี โดยยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษสถานเบา และรอการลงโทษด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้นายเปรมชัย จำเลย เดินทางมาศาล ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ที่โจทก์อุทธรณ์เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน อาวุธปืนมีหลายกระบอก ได้ปืนมาคนละครั้งคราวนั้น ศาลเห็นว่าโจทก์ไม่มีการกล่าวอ้างในคำฟ้องตั้งแต่ในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์จึงไม่รับวินิจฉัย อีกทั้งโจทก์ไม่บรรยายว่าอาวุธแต่ละกระบอกได้มาอย่างไร และการตรวจยึดอาวุธปืนได้ในคราวเดียวกัน ฟังไม่ได้ว่าเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ส่วนที่โจทก์ขออุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานหนักนั้น เห็นว่าศาลชั้นต้นวางโทษไว้เหมาะสมแล้ว ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ว่าเป็นอาวุธของบิดาที่ถึงแก่กรรมแล้ว ซึ่งลูกจ้างได้ขนย้ายเอามาวางไว้ในบ้านโดยจำเลยไม่ทราบ ศาลเห็นว่าขัดกับคำรับสารภาพ เป็นเรื่องที่ไม่ได้ว่ากันในศาลชั้นต้น จึงไม่รับวินิจฉัย ที่จำเลยขอให้รอการลงโทษนั้น จำเลยมีอาวุธ 5 กระบอก บางส่วนใช้ล่าสัตว์ หากมีการนำไปใช้ก่ออาชญากรรม หรือกระทำความผิดล่าสัตว์ จะยากแก่การติดตามหาผู้กระทำผิด ถือเป็นเรื่องร้ายแรง และที่จำเลยอุทธรณ์ว่าป่วยร้ายแรงนั้น ในเรือนจำมีโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งมีแพทย์ให้การรักษาอยู่แล้ว หากมีอาการร้ายแรงอาจส่งตัวไปรักษาโรงพยาบาลภายนอกเรือนจำได้ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืน จำคุก 6 เดือน ไม่รอลงอาญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาทนายความของนายเปรมชัย จำเลย ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 500,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา จนกระทั่งเวลา 14.00 น. ศาลอาญาพิเคราะห์แล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้นายเปรมชัยประกันตัวไประหว่างฎีกา โดยตีราคาประกัน 5 แสนบาท และไม่กำหนดเงื่อนไขใดๆ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74153</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีซุกปืนยาวในบ้าน, คุก 6 เดือน, ศาลอุทธรณ์พิพากษา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าสัวเปรมชัย, เปรมชัย กรรณสูต, ไม่รอลงอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200811/image_big_5f32a66a32db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทธรณ์ยืนคุก‘เปรมชัย’ติดสินบน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำคุก 1 ปีไม่รอลงอาญา &amp;ldquo;เปรมชัย&amp;rdquo; เสนอสินบนเจ้าหน้าที่คดีล่าเสือดำ ยื่น 5 แสนประกันตัวสู้คดีชั้นฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมนี้ ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำที่ 10/2561 (คดีหมายเลขแดง อท.ที่ 13/2562) ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต เป็นจำเลยที่ 1 และนายยงค์ โดดเครือ (คนขับรถ) จำเลยที่ 2 ในความผิดฐานร่วมกันให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน เพื่อจูงใจให้กระทําการ ไม่กระทําการ หรือประวิงการกระทําอันมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 ประกอบมาตรา 83
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2562 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ซึ่งเป็นศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาให้จำคุกนายเปรมชัย จำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี โดยไม่รอการลงโทษ (ไม่รอลงอาญา) ส่วนนายยงค์ จำเลยที่ 2 พิพากษายกฟ้อง ต่อมานายเปรมชัย จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์&amp;nbsp; ซึ่งได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ด้วยหลักทรัพย์ 200,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบนั้น ศาลพิจารณาแล้วเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตฯ แล้ว วันนี้นายเปรมชัย จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ 500,000 บาท ขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างฎีกา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72867</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีล่าเสือดำ, ศาลอุทธรณ์พิพากษา, เปรมชัย กรรณสูต, เสนอสินบนเจ้าหน้า, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไม่รอลงอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f21745817488.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
