<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 15:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 15:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ถือหุ้นกู้เดินหน้าฟ้อง&#039;เอิร์ธ&#039;ไม่ประนอมหนี้หลังปล่อยเงื่อนไขเอาเปรียบยื้อเวลาจ่ายหนี้อีก 6 ปี - ดอกเบี้ย 0.1%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 เมษายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ หมายเลขดำที่ ผบ.๔๑๘/๒๕๖๒ ระหว่างโจทก์คือ นายประสิทธิ์ สุวรรณวิทยา กับพวกรวม &amp;nbsp;3 คน และหมายเลขดำที่ ผบ.๔๑๙/๒๕๖๒ &amp;nbsp;ระหว่างโจทก์คือนายสถาพร ธรรมมาธรหรือจารุมาลัย หรือนายภัทรดร จารุมาลัย กับพวกรวม 2 คน โดยมีจำเลยของทั้งสองคดี คือ บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) หลังจากที่ประธานศาลอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2563 และได้ให้ฝ่ายจำเลยส่งข้อเสนอประนอมหนี้แก่ฝ่ายโจทก์ภายในวันที่ 31 มีนาคม ที่ผ่านมา และให้ฝ่ายโจทก์ตอบรับภายในวันที่ 20 เมษายน 2563 พบว่า ผู้ถือหุ้นกู้ และกลุ่มผู้ถือหุ้นกู้ไม่สามารถรับข้อเสนอประนอมหนี้ได้ เนื่องจากเป็นข้อเสนอที่เอาเปรียบผู้ถือหุ้นกู้อย่างมากหลายข้อ เปรียบเสมือนการเอาเปรียบทั้งสามภพ ตั้งแต่ในภพอดีต คือผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ ภพปัจจุบันไม่มีการไถ่ถอนหุ้นกู้ไม่มีดอกเบี้ย และภพอนาคตคือจะขอเลื่อนการชำระหนี้ออกไปอีกรวม 6 ปีนับจากนี้ รวมทั้งลดดอกเบี้ย จากที่เคยเสนอตอนออกหุ้นกู้ ร้อยละ 4.90 ในปี 2558 และร้อยละ 4.65 ในปี 2559 มาเป็นร้อยละ 0.1&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มผู้ถือหุ้นกู้จึงตัดสินใจจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป คือการฟ้องล้มละลายเพื่อยึดทรัพย์มาชำระหนี้คืน ซึ่งรายงานข่าวแจ้งว่า ศาลฯ ได้เลื่อนนัดพิจารณาคำไกล่เกลี่ย จากเดิมในวันที่ 12 พฤษภาคม ไปเป็นวันที่ 2 กันยายน 2563 เพื่อหลีกเลี่ยงการรวมตัวในช่วงแพร่ระบาดไวรัส COVID-19
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ พบว่า ข้อเสนอประนอมหนี้ของบริษัทฯ นอกเหนือจากการขยายเวลาชำระหนี้ออกไปรวม 6 ปี และชำระดอกเบี้ยร้อยละ 0.1 ยังมีข้อเสนอที่แสดงถึงเจตนาที่เอาเปรียบผู้ถือหุ้นกู้อย่างมาก อาทิ การขอแปลงหนี้เป็นทุน โดยจะยึดราคาเฉลี่ยของราคาหุ้น 60 วันก่อนหน้าปิดการซื้อขาย แต่ในขณะที่ผู้บริหารเก่ากลับมาเพิ่มทุนที่ราคาต่ำมาก ที่ราคาหุ้นละ 0.0001 บาท เมื่อ 16 มีนาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังขอลดมูลหนี้เหลือ 80% ที่เหลืออีก 20% &amp;nbsp;ขอชำระเป็นเงินเพิ่มทุนจากการแปลงใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrant) ซึ่งเท่ากับว่าผู้ถือหุ้นกู้ต้องยอมให้เอาหนี้สินร้อยละ 20 ไปแลกเป็นมูลค่าที่ต่ำกว่าราคาหุ้นสามัญในปัจจุบัน รวมทั้งจะทำให้มีสถานะกลายเป็นทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ไปด้วย
&amp;nbsp;
และที่สำคัญ บริษัทฯ อ้างขอสงวนสิทธิ์ ในการจ่ายเงินต้น ดอกเบี้ย หรือจัดสรรเงินเพิ่มทุนจากการแปลงใบสำคัญแสดงสิทธิ ให้แก่โจทก์ (ผู้ถือหุ้นกู้) มากกว่าที่ตกลงไว้ในสัญญาประนอมหนี้ หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และบริษัทกลับสู่ปกติ ทั้งที่การสร้างผลกระทบและความเสียหายต่อผู้ถือหุ้นกู้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2560 หรือเกือบ 4 ปีมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า มีบุคคลบางกลุ่มพยายามติดต่อให้ผู้ถือหุ้นกู้ยอมรับข้อเสนอในการประนอมหนี้ โดยอ้างว่า หากเดินหน้าฟ้องล้มละลายอาจจะไม่ได้รับอะไรเลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63827</URL_LINK>
                <HASHTAG>หุ้นกู้เอิร์ธ, ไกล่เกลี่ยประนอมหนี้, ไม่รับเงื่อนไขประนอมหนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9ea44da9dd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
