<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 23:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘มาร์ค’ยึดสัญญาประชาคมไขก๊อกส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; แน่นอกยกออก!&amp;ldquo;มาร์ค&amp;rdquo; ชูบาป 7 ประการคานธี ลั่นไม่อาจทำบาปโหวต &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; นั่งนายกฯ เหตุผิดหลักการ ประกาศลาออกจาก ส.ส. ส่วนจะพ้นพรรคหรือไม่ดูอีกที หลังโน้มน้าวใจเพื่อนล้มเหลว อัดพฤติกรรมรัฐบาลเผด็จการซ้ำรอยระบอบทักษิณ &amp;nbsp;ยอมรับแอบหวัง ส.ส.พรรคพายเรือกลับลำสร้างประชาธิปไตยแต่เหลว ไอติม-New Dem เจ๋งกว่า ลาออกจากสมาชิกพรรคเลย เดินหันหลังทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 มิถุนายน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวว่า ก่อนการเลือกตั้ง 24 มีนาคมที่ผ่านมา ได้แสดงจุดยืนกับคนไทยทั้งประเทศว่าไม่สนับสนุนการร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย และไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง ซึ่งการแสดงจุดยืนดังกล่าวในขณะนั้นอยู่ในฐานะหัวหน้าพรรค ซึ่งตนมั่นใจว่ามีความสอดคล้องกับอุดมการณ์พรรคที่ประกาศไว้ในวันก่อตั้งพรรค และสอดคล้องกับเป้าหมายของพรรค คือต้องการเห็นประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต เพราะมั่นใจว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์ของประเทศในขณะนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า แม้การเลือกตั้งจะผ่านพ้นมา ยังยึดมั่นในจุดยืนนี้ โดยพยายามโน้มน้าวให้สมาชิกรักษาจุดยืนดังกล่าวไว้ จนถึงวันนี้ยังยืนยันจุดยืนเดิม เพราะมองว่าทั้งพฤติกรรมและเหตุการณ์จากวันที่ยืนยันจุดยืนจนถึงวันนี้ยังเป็นเครื่องยืนยันว่าประเทศชาติต้องการให้ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต ซึ่งสิ่งที่ได้ประสบมาในการเลือกตั้ง ทั้งการใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงิน พฤติกรรมการได้มาในสิ่งต่างๆ โดยมิชอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนถึงการกระทำอื่นๆ เช่น การสรรหา ส.ว. การแทรกซึมในสื่อมวลชนบางแขนง การทำให้องค์กรอิสระไม่สามารถตรวจสอบ ทัดทานรักษาความถูกต้องตามกติกาได้ ซึ่งพฤติการณ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่ตนยืนยันว่ายังมีอยู่จริง ทำให้การใช้คำว่าสืบทอดอำนาจไม่ใช่เป็นเพียงแค่วาทกรรมทางการเมือง แต่เป็นความจริงที่ไม่แตกต่างจากเหล่าอย่างที่เกิดขึ้นในปี 2548 ในวันที่ตนยืนหยัดต่อสู้กับสิ่งที่เรียกว่าระบอบทักษิณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พฤติกรรมที่เหมือนกัน หากนึกไม่ออกแนะนำให้อ่านหนังสือที่ชื่อว่า &amp;ldquo;Animal Farm&amp;rdquo; และจะได้ซาบซึ้งและเข้าใจว่าพฤติกรรมหรือพฤติการณ์ที่ต่อสู้กับบางสิ่งบางอย่าง แต่เมื่อได้อำนาจมาแล้วกลับทำเสมือนกันทุกประการเป็นอย่างไร ผมหวังว่าจะไม่ต้องแนะนำให้อ่านหนังสือเล่มต่อไปของผู้เขียนหนังสือดังกล่าว ที่ชื่อ &amp;ldquo;1984&amp;rdquo; ขอให้ไปอ่านแล้วกันว่าเรื่องนั้นมีเนื้อหาอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ใช้ความพยายามอย่างมากในการโน้มน้าวสมาชิกพรรคว่าควรจะเลือกเส้นทางใด ซึ่งขณะนี้ทุกคนทราบดีแล้วว่าพรรคมีมติสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี และจะเข้าร่วมรัฐบาล ด้วยความเคารพมติของพรรค แต่ขอยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว แต่ก็ได้บอกกับที่ประชุมไปแล้วว่าหากพรรคมีมติออกมาเป็นเช่นไร สมาชิกพรรคก็ควรต้องปฏิบัติตามเช่นนั้น ไม่มีการฝ่าฝืนมติของพรรค ซึ่งที่ตนไม่เห็นด้วย เพราะยังแอบหวังลึกๆ ว่าสิ่งที่พรรคพยายามจะทำจะประสบความสำเร็จ นั่นคือการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมายิ่งขึ้น รวมถึงความตั้งใจของเพื่อนๆในพรรคที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน &amp;nbsp;
แอบหวังพายเรือกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แอบหวังลึกๆ ว่าคนของพรรคที่จะไปพายเรือให้จะกลับใจสร้างประชาธิปไตยและธรรมาภิบาล แต่ที่ยืนยันในจุดเดิมของผมเพราะเสียดายโอกาสที่พรรคแม้ตอนนี้จะกลายเป็นพรรคขนาดกลาง สามารถที่จะสร้างพื้นที่ทางการเมืองที่เป็นประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติ ด้วยการทำหน้าที่เป็นฝ่ายที่ 3 ที่เป็นกลาง พร้อมตรวจสอบรัฐบาล อะไรที่ดีพรรคก็สามารถสนับสนุนได้ อะไรที่ไม่ดีพรรคก็สามารถตรวจสอบและมีความเป็นอิสระในการแสดงออกกับการไม่เห็นด้วย เป็นการถ่วงดุลการใช้อำนาจที่เกินขอบเขตและสร้างคุณค่าในฝ่ายนิติบัญญัติ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า พร้อมกันนี้ที่ตนเสียดายก็คือการสร้างพื้นที่ที่จะเริ่มต้นพื้นที่เล็กๆ แต่เติบโตต่อไปเพื่อเป็นทางสายหลักของประชาธิปไตย ไม่ปล่อยให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแบบอ้างคำว่าประชาธิปไตยบังหน้า หรือเป็นเสื้อคลุม แต่ไม่มีพฤติการณ์ความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง และเสียดายโอกาสที่จะไม่สามารถที่จะทำให้การเมืองไทยหลุดพ้นจากการถูกบีบบังคับด้วยการเลือกข้างด้วยอารมณ์ ด้วยความเกลียดเผด็จการ หรือด้วยการกลัวทักษิณ จึงต้องเรียนว่าความพยายามของตนเมื่อไม่ประสบความสำเร็จแล้วต้องตัดสินใจว่าการดำเนินการต่อไปของตนคืออะไร อย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประการแรก คือขอโทษพี่น้องประชาชนทุกคนที่ตัดสินใจเลือกพรรคที่ผ่านมา โดยเข้าใจว่าพรรคจะรักษาจุดยืนคำพูด และอุดมการณ์ของตนที่พูดไปในฐานะหัวหน้าพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประการที่สอง ในการทำหน้าที่ที่ตนจะต้องทำในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ในการประชุมรัฐสภาวาระเลือกนายกรัฐมนตรี คงไม่สามารถเดินเข้าไปในห้องประชุมและเดินไปลงคะแนนด้วยการฝ่าฝืนมติของพรรคได้ ตนเป็นนักการเมืองที่สนับสนุนระบบพรรคการเมืองได้รับโอกาสจากพรรคประชาธิปัตย์ให้เป็นหัวหน้าพรรคกว่า 10 ปี จึงทราบดีว่านักการเมืองจะต้องมีวินัย จะให้เดินเข้าแล้วออกเสียงว่าสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ก็ทำไม่ได้ เพราะยิ่งใหญ่กว่ามติพรรคคือสัญญาประชาคมที่ตนให้ไว้กับประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกพรรคเมื่อวานนี้ที่พยายามเสนอทางออกให้กับผม คำว่าอยากจะช่วยรักษาเกียรติภูมิให้กับผม ด้วยการเสนอให้ผมงดออกเสียง แต่ผมได้ตอบกลับไปในที่ประชุมว่าพรรคคงไม่มีหน้าที่ต้องรักษาเกียรติภูมิให้กับคนหนึ่งคนใด แต่พรรคมีหน้าที่รักษาเกียรติภูมิให้พรรค ส่วนการรักษาเกียรติภูมิให้ผมเป็นหน้าที่ของผม ดังนั้นจึงปฏิเสธแนวทางในข้อยกเว้นเกี่ยวกับเรื่องงดออกเสียงในที่ประชุม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ทราบดีว่าปัญหาทั้งหมดไม่ได้จบลงวันนี้ ทุกสัปดาห์ตนต้องเผชิญกับปัญหานี้ตลอดเหมือนกันสัปดาห์ที่แล้ว ขอยอมรับว่าตลอด 27 ปีของการเป็น ส.ส.ที่ผ่านมา ไม่เคยอึดอัดในการลงมติเพื่อให้เลื่อนการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ทั้งที่ไม่มีเหตุผลตอบกลับสังคม จึงขอถือโอกาสนี้ขอโทษกับประชาชน แต่ที่ทำไปเพราะไม่ต้องการฝืนมติพรรค และลดน้ำหนักกับการที่จะต้องไปต่อสู้ภายในพรรคเพื่อให้เดินไปในทิศทางที่ถูกต้องในเรื่องที่ใหญ่กว่า&amp;nbsp;
รักษาเกียรติภูมิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นเมื่อถึงวันนี้แล้วตนเหลือทางเดียวที่จะรักษาเกียรติภูมิ ไม่ใช่เฉพาะตน แต่รวมถึงเกียรติภูมิของตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พรรคที่มีคำขวัญว่า สัจจังเว อมตะวาจา ที่จะต้องดรักษาคำพูดและรับผิดชอบกับคำพูดที่กล่าวไว้กับประชาชน เพราะการทำงานของตนนั้นยึดถืออุดมการณ์ และหลักการเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่เป็นเรื่องของการเลื่อนลอย เพราะเชื่อว่าการมีอุดมการณ์และหลักการเท่านั้นถึงจะสร้างประโยชน์สุขให้กับประชาชนและประเทศชาติในระยะยาวได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มหาตมะ คานธีเคยส่งจดหมายให้หลาน พูดถึงบาป 7 ประการในสังคม หนึ่งในนั้นคือการเมืองปราศจากหลักการ ผมไม่สามารถทำบาปนั้นได้ ผมจึงจำเป็นที่จะต้องตัดสินใจลาออกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ขอบคุณครับ&amp;quot; นายอภิสิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่นายอภิสิทธิ์จบการแถลงข่าว ได้เดินออกจากอาคารทีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นสถานที่ประชุมร่วมรัฐสภาชั่วคราวไปทันที โดยปฏิเสธที่จะตอบคำถามใดๆ กับผู้สื่อข่าว อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงการตัดสินใจลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ขอรอดูก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากการลาออกจากตำแหน่ง ส.ส.ของนายอภิสิทธิ์ ส่งผลให้นายสุทัศน์ เงินหมื่น ซึ่งอยู่ในผู้สมัครบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ ลำดับที่ 21 ได้รับการเลื่อนขึ้นมาแทนทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนายอภิสิทธิ์แถลงข่าวได้เดินทางไปยังที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ โดยไปกล่าวอำลาบรรดาเจ้าหน้าที่พรรคประชาธิปัตย์กว่า 20 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่พรรคส่วนใหญ่พากันน้ำตาซึมด้วยความเสียดาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายอภิสิทธิ์ไปทักทายเพื่อนอดีต ส.ส.ของพรรค อาทิ นายวิรัช ร่มเย็น อดีต ส.ส.ระนอง, นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค และอดีต ส.ส.พัทลุง ซึ่งเป็นเพื่อน ส.ส.ร่วมรุ่น 35/1 ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ซึ่งทั้งนายวิรัชและนายนิพิฏฐ์ กล่าวสัพยอกว่า แค่ลาออกจาก ส.ส. แต่ยังเป็นสมาชิกพรรค ก็เข้ามาพรรคบ่อยๆได้ มาร่วมถกสภากาแฟด้วยกันได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า รู้สึกเสียดายบุคลากรของพรรคที่ยังสามารถทำงานเป็นปากเสียงในสภาได้ แต่เข้าใจและเคารพการตัดสินใจที่ท่านมีหลักการ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;แถลงว่า ทุกคนในพรรครู้สึกตรงกันคือ เสียดายบุคลากรที่เป็นคนดีและมีศักยภาพในทางการเมืองไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนตัวผมเห็นว่าท่านคือวีรบุรุษ แต่ทุกคนในพรรคก็เชื่อว่านายอภิสิทธิ์จะยังช่วยงานของพรรคต่อไปเพื่อวันข้างหน้า เพราะท่านยังเป็นสมาชิกพรรคอยู่ และสมาชิกพรรคทุกคนก็พร้อมร่วมทำงานเพื่อนำพาพรรคต่อไป&amp;quot;
น้ำตาตกใน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในที่สุดเราก็เสียคุณไปจนได้ บางคนฟังด้วยน้ำตาตกในแล้วเราจะคิดถึงคุณตลอดไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความเห็นว่า &amp;ldquo;การแสดงความรับผิดชอบของท่านถือว่าเป็นการแสดงออกอย่างสุดยอดของนักประชาธิปไตย และจะถูกจารึกเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศและของพรรคประชาธิปัตย์ ที่หาได้น้อยคนมากที่จะมีความกล้าหาญแบบท่าน ขอชื่นชมท่านอภิสิทธิ์อย่างจริงใจอีกครั้งครับ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แสดงความเห็นว่า เป็นการแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เมื่อได้ฟังเหตุผลและจุดยืนที่นายอภิสิทธิ์แถลงต่อสื่อมวลชน นับว่าเป็นเหตุผลที่ยอมรับได้ และต้องเคารพในการตัดสินใจของท่าน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ใช่เฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ที่สูญ ส.ส.ที่มีคุณภาพเท่านั้น รัฐสภาก็ยังต้องสูญเสียสมาชิกที่มีความรู้ความสามารถในการแสดงความคิดเห็นและข้อคิดดีที่ถูกต้องต่อที่ประชุมสภาในหลายครั้ง เมื่อยามที่สภามีปัญหาในข้อกฎหมายและปัญหาอื่นๆ ในหลายครั้งหลายคราว&amp;quot; นายเทพไทกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า นายอภิสิทธิ์ลาออกจากการเป็น ส.ส. แต่ยังเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อรักษาเกียรติภูมิของตัวเอง และเพื่อเคารพมติพรรคประชาธิปัตย์ ท่านอาจไม่เห็นด้วยกับมติของพรรค ซึ่งเป็นสิทธิอันชอบธรรมของท่าน ตนเข้าใจดี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สำหรับผม เคารพและนับถือจิตใจ อุดมการณ์ และความเป็นนักการเมืองมืออาชีพ ที่สุจริตทั้งปากพูดและวิถีปฏิบัติ รักษาองค์กรและประเทศชาติ และในขณะเดียวกัน ตนในฐานะ ส.ส.สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อพรรคมีมติเช่นไรก็จำเป็นต้องปฏิบัติตามมติพรรค ไม่ได้เสียดาย ไม่ได้เสียใจกับท่าน เพราะเข้าใจจิตใจและวิถีทางการเมืองสุจริตของท่าน&amp;quot; นายสาธิตระบุ
&amp;quot;ไอติม&amp;quot;หันหลังให้ ปชป.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กลุ่ม New Dem ในพรรคประชาธิปัตย์ทยอยลาออกเช่นกัน อาทิ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ (ไอติม) อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ในฐานะนักประชาธิปไตย ไม่สามารถเห็นด้วยได้กับการสนับสนุนผู้นำหรือพรรคการเมืองที่ได้รับอานิสงส์โดยบังเอิญ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องโดยเจตนากับกติกาและพฤติกรรมที่สังคมมองว่าไม่เป็นกลาง ไม่ว่าจะเป็นการจัดประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่เปิดให้มีการหาเสียงทั้งสองด้านได้อย่างเสรี, การเขียนกติกาที่ไม่ป้องกันให้กรรมการผันตัวมาเป็นผู้เล่น, การไม่ปฏิเสธว่าพร้อมจะใช้อำนาจของวุฒิสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมาขัดความต้องการของประชาชน, การแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภาที่ไม่โปร่งใสและดูเหมือนจะเอื้อเฟื้อพวกพ้อง หรือการตีความสูตรคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อหลังเลือกตั้งเสร็จที่พลิกผลให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เปรียบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมขอเคารพการตัดสินใจของพรรค ด้วยการยุติทุกบทบาททางการเมืองในนามพรรค และลาออกจากสมาชิกพรรค&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์ระบุว่า &amp;quot;การตัดสินใจออกจากพรรค เป็นการตัดสินใจที่ผมใช้เวลาไตร่ตรองมานาน และเป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต &amp;nbsp;ผมเดินออกจากพรรค ไม่ใช่เพราะผมคิดว่าความคิดใครถูกหรือผิด แต่เป็นเพราะเราคิดต่างกัน ว่าอะไรเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศชาติและประชาชน อนาคตผมจะเป็นอย่างไร ไม่ใช่เรื่องสำคัญในวันนี้ แต่ผมยังขอยืนยันว่าความมุ่งมั่นที่อยากจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้น และซื่อตรงต่อความต้องการของประชาชน เป็นความตั้งใจที่จะไม่มีวันจางหาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายกฤชกุศล ส่องแสง ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 ปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่ม New Dem &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รู้จักและร่วมงานกับทุกท่านในจังหวัดปทุมธานี เขต 2 และต้องขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่เลือกผม ร่วมถึงคะแนน 3.9 ล้านเสียงทั่วประเทศ และที่สำคัญขอขอบคุณพรรคประชาธิปัตย์ที่ให้โอกาสลงรับสมัครเลือกตั้ง รวมถึงการสนับสนุนต่างๆ แต่ด้วยแนวทางอุดมการณ์ที่แตกต่าง ผมจึงขออนุญาตลาออกจากสมาชิกพรรคครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร โฆษกกลุ่ม New Dem &amp;nbsp;กล่าวว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่เป็นสมาชิกกลุ่มนิวเดม ที่แม้จะไม่เห็นด้วยกับการร่วมรัฐบาล และไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ตนเคารพในมติของพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้กรอบข้อบังคับของพรรค จึงตัดสินใจทำหน้าที่ภายในพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป และเห็นว่าเราควรเคารพความเห็นต่าง และเคารพประชาธิปไตยภายในบ้าน รวมไปถึงการเคารพหลักประชาธิปไตย ภายใต้กรอบกฎหมายในสังคมด้วยเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37790</URL_LINK>
                <HASHTAG>บาป 7 ประการคานธี, ปชป., ประกาศลาออกจาก ส.ส., มาร์ค, หนังสือพิมพ์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ไม่สนับสนุนการร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf7dcf30f058.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
