<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 15:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวผู้ดีผิดซ้ำซาก ฝ่าฝืนกฎคุมโควิดสิงคโปร์โดนจำคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ทางการสิงคโปร์ยืนยันกับเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ชายชาวอังกฤษรายหนึ่งโดนตัดสินจำคุก 6 สัปดาห์ โทษฐานไม่ยอมสวมหน้ากากอนามัยขณะใช้ระบบขนส่งมวลชนและก่อกวนตำรวจ เจ้าตัวเพิ่งพ้นคุกเมื่อวันพุธและเตรียมโดนเนรเทศ พบเป็นชาวอังกฤษคนที่ 14 เป็นอย่างน้อยแล้วที่ฝ่าฝืนกฎคุมโควิดของสิงคโปร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสเตรทไทมส์ระบุชื่อของชายชาวอังกฤษที่โดนทางการสิงคโปร์ลงโทษฐานฝ่าฝืนกฎข้อบังคับตามมาตรการป้องกันการระบาดของโควิด-19 ว่าชื่อ เบนจามิน กลินน์ อายุ 40 ปี ทำงานให้กับบริษัทจัดหางานของอังกฤษแห่งหนึ่งในสิงคโปร์มาตั้งแต่เดือนมกราคม 2560 เขาถูกจับกุมภายหลังมีภาพปรากฏในวิดีโอที่แชร์กันอย่างแพร่หลาย ฟ้องว่าเขาไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่บนรถไฟเมื่อเดือนพฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อทางการสิงคโปร์ส่งตำรวจไปจับกุมเขา เขากลับก่อกวนเจ้าพนักงาน และยังปฏิเสธจะสวมหน้ากากอนามัยขณะขึ้นศาลเมื่อเดือนที่แล้วด้วย ข่าวรายงานว่า เขาสบถด่าทอในศาล บอกว่าการพิจารณาคดีนี้น่าขยะแขยงและพิลึกพิลั่น และว่าหน้ากากอนามัยป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 ไม่ได้ ศาลสั่งให้ประเมินสุขภาพจิตของเขา แต่เขาจิตปกติ ศาลจึงเดินหน้าพิจารณาคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ ศาลสิงคโปร์ตัดสินว่า เขามีความผิดฐานฝ่าฝืนข้อบังคับควบคุมโควิด-19, มีพฤติกรรมก่อกวนตำรวจ และก่อความเดือดร้อนรำคาญต่อสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ศาลผู้หนึ่งยืนยันกับเอเอฟพีว่า เขาถูกตัดสินจำคุก 6 สัปดาห์ โดยนับย้อนไปตั้งแต่เขาถูกคุมขังในวันแรกระหว่างรอการพิจารณาคดีเมื่อ 19 กรกฎาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเตรทไทมส์กล่าวว่า เนื่องจากกลินน์ถูกคุมขังไปแล้ว 2 ใน 3 ของโทษที่ได้รับ เขาจึงได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันพุธ และจะถูกเนรเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้กระทำความผิดในสิงคโปร์จะได้รับอิสรภาพหากประพฤติตัวดีภายหลังรับโทษจำคุกแล้ว 2 ใน 3 ก่อนหน้าจะถูกจับกุม ชายคนนี้มีกำหนดจะกลับอังกฤษเพราะได้งานใหม่อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า ที่ผ่านมามีชาวต่างชาติหลายรายที่โดนทางการสิงคโปร์ลงโทษฐานฝ่าฝืนกฎข้อบังคับควบคุมไวรัสที่บังคับใช้อย่างเข้มงวดในประเทศนี้ สำหรับพลเมืองอังกฤษ เคยมีกรณีจัดปาร์ตี้บนเรือยอชต์ลำหนึ่งโดยฝ่าฝืนกฎโควิดเมื่อเดือนพฤษภาคม ชาวอังกฤษ 9 คนที่ร่วมปาร์ตี้นี้ถูกห้ามทำงานในสิงคโปร์อีก ย้อนไปเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว มีชายชาวอังกฤษ 4 คนโดนลงโทษแบบเดียวกัน หลังจากตระเวนเที่ยวผับโดยฝ่าฝืนกฎห้าม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113862</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุกชาวอังกฤษ, ฝ่าฝืนกฎคุมโควิด, สิงคโปร์, ไม่สวมหน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611e0fc5f200d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106353</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คกก.โรคติดต่อมีมติ เปรียบเทียบปรับ ไม่สวมหน้ากากอนามัย สูงสุด 2 หมื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; 14 มิ.ย.64- นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติครั้งที่ 6/2564 โดยมีนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กลาโหม มหาดไทย แรงงาน ศึกษาธิการ การต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ UHOSNET โรงพยาบาลเอกชน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์และสาธารณสุข ผู้แทนสภาวิชาชีพและองค์กรอิสระ ร่วมการประชุมและประชุมทางไกล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทินกล่าวว่า ในวันนี้ คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ได้พิจารณา 4 ประเด็นสำคัญในการควบคุมโรคโควิด 19 ประเด็นแรก ได้รับทราบแนวทางการดำเนินการ Phuket Sandbox เปิดรับนักท่องเที่ยวในวันที่1 กรกฎาคม 2564 โดยมีเกณฑ์ดังนี้ 1.เน้นนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ &amp;ndash; ปานกลาง 2.ได้รับวัคซีนครบถ้วนอย่างน้อย 14 วัน และมีเอกสารรับรองการได้รับวัคซีน กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี มากับผู้ปกครองที่ได้รับวัคซีนได้ 3.มีเอกสารการตรวจหาเชื้อโควิด 19 &amp;nbsp;ผลไม่พบเชื้อไม่เกิน 72 ชั่วโมง 4.ต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้ออีก 3 ครั้งในประเทศไทย ได้แก่วันที่เดินทางมาถึง วันที่ 7 และ 14 โดยโรงพยาบาลคู่สัญญา เดินทางถึงที่พักด้วยรถโรงแรมและรับการตรวจเชื้อ ไม่อนุญาตให้ออกนอกห้องจนกว่าผลการตรวจไม่พบเชื้อ จึงจะอนุญาตให้ท่องเที่ยวภายในจังหวัดภูเก็ตได้ เมื่อครบ 14 วันจึงจะเดินทางไปเที่ยวต่อยังจังหวัดอื่น โดยจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการ Phuket Sandbox เตรียมความพร้อมมาตรการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค มาตรการสถานที่ (มาตรฐาน SHA+) การป้องกันส่วนบุคคล สังคม การแพทย์และสาธารณสุข บุคลากรในการกำกับติดตาม และการสนับสนุนทรัพยากรอื่นๆ รวมถึงทำแผนรับมือ และแผนยกเลิกกิจการกรณีเกิดการระบาดโดยจะมีการติดตามผลเป็นระยะ โดยถือเป็นโครงการต้นแบบส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคม ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอ ศบค. เห็นชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเด็นที่ 2 มีมติเห็นชอบมอบหมายให้สถานพยาบาลตามกฎหมายสถานพยาบาล คือ โรงพยาบาลเอกชน มีส่วนร่วมในการฉีดวัคซีนโควิด 19 เพื่อให้สามารถฉีดวัคซีนได้ตามเป้าหมาย โดยให้อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ประเด็นที่ 3 เห็นชอบแนวทางการฉีดวัคซีนโควิด 19 ในการกำหนดระยะห่างของการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เข็มที่ 1 และ 2 ให้ห่างกัน 10-12 สัปดาห์ และสามารถขยายได้ถึง 16 สัปดาห์ในกรณีที่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และประเด็นที่ 4 คือ ความก้าวหน้าการเสนอร่างพระราชบัญญัติโรคติดต่อ ฉบับปรับปรุง และการออกระเบียบเปรียบเทียบความผิดฯ กรณีไม่สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรค จะมีการเปรียบเทียบปรับในอัตราใหม่ ดังนี้ ครั้งที่ 1 ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ครั้งที่ 2 ปรับมากกว่า 1,000 บาท แต่ไม่เกิน 10,000 บาท และหากกระทำผิดครั้งที่ 3 เป็นต้นไป ปรับมากกว่า 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 20,000 บาท &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวต่อว่า ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา ประเทศไทยได้ฉีดวัคซีนโควิด 19 มากกว่า 6 ล้านโดส เพื่อให้ประชาชนได้กลับมาดำเนินชีวิตตามปกติ เศรษฐกิจประเทศกลับมาเดินหน้าเร็วที่สุด &amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 7 - 13 มิถุนายน 2564 ได้มีการเริ่มฉีดวัคซีนอย่างเป็นทางการพร้อมกันทั่วประเทศ ข้อมูลล่าสุด ฉีดได้ 2,087,603 โดส รวมตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ถึงปัจจุบัน ฉีดแล้ว 6.2 ล้านโดส และภายในปี 2565 รัฐบาลมีเป้าหมายการจัดหาและกระจายวัคซีนให้ได้อย่างน้อย 150 ล้านโดส&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106353</URL_LINK>
                <HASHTAG>คกก.โรคติดต่อแห่งชาติ, โทษปรับไม่สวมหน้ากากอนามัย, ไม่สวมหน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c730feb19d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจแจงจับไม่ใส่หน้ากาก13รายส่วนผิดพรก.ฉุกเฉิน186ครั้ง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.2564 - พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีการดำเนินการกับผู้ฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าออกจากเคหะสถาน ว่า 1-2 วันแรกมีการเอาผิดทั้งที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา &amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;และตรัง ฯลฯ ซึ่งในช่วงแรกจะเน้นการประชาสัมพันธ์ควบคู่กันไปด้วย &amp;nbsp;ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ออกประกาศเพิ่มเติมรวมบังคับใช้จำนวน 63 จังหวัดแล้ว นอกจากนี้ยังเน้นการจับกุมเรื่องการมั่วสุม และการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งเคสใหญ่ๆ ช่วงนี้เป็นกรณีของหาดใหญ่ ที่มีการจับกุมการมั่วสุมได้จำนวนมากและมีการติดเชื้อ ทำให้ตำรวจต้องไปกักตัว รวมถึงจังหวัดชลบุรีมีการจับกุมเมื่อวันที่ 25 เม.ย.เรื่องการปาร์ตี้ และมีการจับกุมเรื่องการมั่วสุมเล่นการพนัน ฯลฯ โดยจะนำพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.ควมคุมโรคติดต่อ มาบังคับใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการจับกุมผู้ฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัย ตามประกาศผู้ว่าฯ รวมจำนวน 13 ราย ประกอบด้วย บช.น. 1 ราย ในพื้นที่ สน.ดุสิต เมื่อวันที่ 26 เมษายน ดำเนินคดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปรับ 6,000 บาท, ภ.1 จำนวน 2 ราย เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ส่งฟ้องศาลแขวงอยุธยา ปรับคนละ 2,000 บาท, ภ.2 จำนวน 2 ราย สภ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 26 เมษายน ปรับคนละ 6,000 บาท, ภ.4 จำนวน 6 ราย สภ.ธาตุพนม เมื่อวันที่ 27 เมษายน ปรับคนละ 6,000 บาท จำนวน 5 คน ส่วนอีก 1 คน อยู่ระหว่างฟ้องศาล, ภ.8 จำนวน 1 ราย สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 21 เมษายน ส่งศาลแขวงสุราษฎร์ธานี ปรับ 2,000 บาท, ภ.9 จำนวน 1 ราย สภ.เมืองปัตตานี เมื่อวันที่ 26 เมษายน ส่งศาลแขวงปัตตานี ปรับ 1,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผลการจับกุมการกระทำความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ระหว่างวันที่ 1-27 เมษายน จับกุม 186 ครั้ง โดย 1-8 เมษายน จับกุม 19 ครั้ง, 9-15 เมษายน จับกุม 49 ครั้ง, 16-22 เมษายน จับกุม 29 ครั้ง, 23-27 เมษายน จับกุม 89 ครั้ง โดยเป็นความผิด การพนัน 53 ครั้ง มั่วสุม 15 ครั้ง ลักลอบเข้าเมือง 18 ครั้ง อื่น 3 ครั้ง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101048</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ฝ่าฝืน, พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, รอง ผบ.ตร., หน้ากากผ้า, ไม่สวมหน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6089021be0578.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิโธ่!ฟ้องศาลคดีไม่ใส่แมสก์แล้ว8รายปรับจริงแค่1-2พัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;28 เม.ย. 2564 - นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงภาพรวมของการพิจารณาคดีของศาลยุติธรรมทั่วประเทศกรณีไม่สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่นอกเคหสถานหรือสถานที่พำนัก อันเป็นการฝ่าฝืนประกาศของจังหวัดต่าง ๆ ว่าศาลยุติธรรมได้เริ่มรวบรวมสถิติคดีลักษณะดังกล่าวแล้ว นอกจากที่มีการฟ้องคดีและมีคำพิพากษาไปแล้วในส่วนของศาลแขวงสุราษฎร์ธานี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาจำนวน 1 คดี จำเลย 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดตั้งแต่วันจันทร์ที่ 26 เมษายน 2564 มีรายงานคดีเข้ามาอีกในศาลเขตพื้นที่ต่าง ๆ &amp;nbsp;รวม 4 ศาล จำนวน 8 คดีด้วยกัน โดยมีศาลจังหวัดเวียงสระ รายงานว่าเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2564 มีฟ้องเข้ามา 1 คดี จำเลย 2 คน ศาลลงโทษปรับคนละ 2,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงปรับ 1,000 บาท และเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2564 มีรายงานว่าที่ศาลจังหวัดเวียงสระมีฟ้องเข้ามาอีก 1 คดี จำเลย 1 คน ศาลลงโทษเท่ากันกับเมื่อวันก่อน (26 เมษายน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในวันที่ 27 เมษายน ยังมีที่ศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา ฟ้อง 2 คดี จำเลยคดีละ 1 คน รวม 2 คน ศาลลงโทษปรับจำเลยคนละ 4,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงปรับคนละ 2,000 บาท
ศาลจังหวัดยะลาฟ้อง 2 คดี จำเลยคดีละ 1 คน รวม 2 คน ศาลลงโทษปรับจำเลยคนละ 4,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กี่งหนึ่งคงปรับคนละ 2,000 บาท และศาลจังหวัดเบตงฟ้อง 2 คดี จำเลยคดีละ 1 คน รวม 2 คน ศาลลงโทษปรับจำเลยคนละ 2,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงปรับคนละ 1,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการลงโทษที่มีข้อแตกต่างกันนั้น เนื่องจากผู้พิพากษาสามารถใช้ดุลพินิจพิจารณาตามพฤติการณ์แห่งคดีของแต่ละคดี ซึ่งอาจมีรายละเอียดและความหนักเบาแห่งการกระทำความผิดที่แตกต่างกัน การลงโทษจึงเป็นไปได้ที่จะไม่เท่ากัน อย่างไรก็ตาม ขอย้ำกับประชาชนทั่วประเทศว่า ขอให้ติดตามข่าวสารการประกาศของทางราชการอยู่เสมอเพื่อจะได้ปฏิบัติตามคำสั่งได้อย่างถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยทั้งของตัวเองและของผู้อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของศาลยุติธรรมนั้น ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สำนักงานศาลยุติธรรมมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อช่วยสนับสนุนงานการพิจารณาตัดสินคดีของผู้พิพากษา เพื่อลดการเดินทางของคู่ความที่จะต้องเดินทางมาศาลในทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ในชั้นของการยื่นคำร้อง คำขอต่าง ๆ ไปจนกระทั่งถึงการสืบพยานสามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้ ซึ่งสำนักงานศาลยุติธรรมได้ออกประกาศแนวทางการปฏิบัติให้ศาลยุติธรรมทั่วประเทศดำเนินการแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของการพิจารณาของศาลนั้น จะลงโทษตามระวางโทษที่กฎหมายกำหนด ส่วนบัญชีอัตราเปรียบเทียบแนบท้ายระเบียบ ฯ นั้น ใช้สำหรับผู้มีอำนาจเปรียบเทียบ ซึ่งตามคำสั่งกรมควบคุมโรครวมถึงพนักงานสอบสวนด้วย บัญชีนี้ไม่ผูกพันให้ศาลต้องใช้ตามเกณฑ์ที่กำหนดว่าครั้งแรกต้องปรับ 6,000 บาท ศาลจึงยังคงมีอำนาจในการใช้ดุลพินิจลงโทษได้ไม่เกิน 20,000 บาท ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ซึ่งเมื่อพิจารณาตามพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว อาจเกินกว่าหรือต่ำกว่า 6,000 บาท ก็ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101031</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล, ศาลยุติธรรม, โฆษกศาลยุติธรรม, ไม่สวมหน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6088e9af25169.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100779</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 15:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบช.ภ.1 สั่งเพิกถอนคำสั่งปรับ 500 พ่อค้าไม่สวมหน้ากาก ส่งศาลพิจารณา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.64 - ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1)&amp;nbsp; แถลงชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีปรากฏภาพเอกสารค่าปรับเป็นเงิน 500 บาทของพนักงานสอบสวน สภ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ลงวันที่ 25 เมษายน ในความผิดฐานไม่สวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่นอกเคหสถาน หรือต้องติดต่อกับบุคคลอื่น หรือเดินทางไปสถานที่สาธารณะฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.อำพล เผยว่า กรณีจับปรับผู้ไม่สวมหน้ากากอนามัย ในพื้นที่ สภ.บางปะหัน ได้รับรายงานว่า เป็นเรื่องที่คณะกรรมการอำเภอบางปะหัน มอบหมายให้ผู้ใหญ่บ้านไปตรวจสอบหลังพบว่า พ่อค้าแม่ค้าขายกะทิ​ในตลาดสดแห่งหนึ่งไม่สวมใส่หน้ากากอนามัยซึ่งขัดกับคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงนำตัวมาส่งพนักงานสอบสวนให้เปรียบเทียบปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ผบช.ภ.1&amp;nbsp; ยอมรับว่า พนักงานสอบสวน เข้าใจไปว่ามีอำนาจตามกฎหมายควบคุมโรคให้สามารถเปรียบเทียบปรับได้เอง จึงสั่งปรับเป็นเงิน 500 บาท แต่ทั้งนี้ พล.ต.ท.อำพล ได้แย้งไปว่า กรณีนี้พนักงานสอบสวนต้องปรับในอัตราขั้นต่ำเป็นเงิน 6,000 บาท เพราะตามกฎหมายควบคุมโรคติดต่อและตามประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัด อัตราโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท พนักงานสอบสวนไม่สามารถปรับเป็นเงิน 500 บาทได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นในกรณีนี้ ผู้ถูกกล่าวหาขอให้พนักงานสอบสวนทำสำนวนส่งฟ้องศาลแขวง เพื่อให้ศาลฯใช้ดุลยพินิจ​ในการสั่งปรับแทน ซึ่งผู้ถูกกล่าวหา เชื่อว่า น่าจะปรับได้ต่ำกว่าเงิน 6,000 บาท&amp;nbsp; ดังนั้น กรณีนี้จึงใช้อำนาจของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 สั่งเพิกถอนการเสียค่าปรับ 500 บาทไปแล้ว โดยให้ส่งศาลฯพิจารณาพร้อมตำหนิพนักงานสอบสวนที่ทำไปโดยพละการ ซึ่งจากนี้ จะกำชับไปยังตำรวจภูธรจังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ให้ปฏิบัติเป็นไปตามแนวทางเดียวกันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ยังกล่าวถึงกรณีมีคำถามเกี่ยวกับการขับรถยนต์คนเดียวโดยไม่สวมหน้ากากอนามัยเข้าข่ายความผิดกฎหมายหรือไม่ว่า&amp;nbsp; ซึ่งหากตีความตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ถือว่าผิด เพราะแม้ว่าจะอยู่ในรถยนต์ส่วนตัว แต่คำสั่งมีวัตถุประสงค์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อ ดังนั้น จึงขอความร่วมมือให้ประชาชนปฏิบัติตาม เพื่อให้เป็นการยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อ จึงไม่ต้องการให้ประชาชนตีความเป็นอย่างอื่น เพราะหากมีความผิดตำรวจก็จำเป็นจะต้องดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบช.ภ.1 ยืนยันว่า ตำรวจมีการใช้ดุลยพินิจ ไม่ใช่จ้องที่จะเข้าไปจับปรับผู้ที่ฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัยอย่างเดียว แต่ดูที่เจตนา หรือกรณีมีการกระทำความผิด หรือได้รับการร้องเรียน ว่ามีการฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัยบ่อยครั้งในพื้นที่สาธารณะ ตำรวจจึงจะเข้าไปบังคับใช้กฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100779</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, คกก.โรคติดต่อ, บช.ภ.1, พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร, สภ.บางปะหัน, ไม่สวมหน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_608671b64eec6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2020 08:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2020 08:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แชร์สนั่นโซเชียล!&#039;ธนาธร&#039;หาเสียงตลาดสดสมุทรสาครไม่สวมหน้ากาก&#039;ดร.อานนท์&#039;ผวาsuper spreader </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธ.ค.63 - หลังมีการตรวจพบผู้ป่วยโควิด-19 ในกลุ่มแรงงานเมียนมา และผู้คนรอบตลาดกลางกุ้ง จังหวัดสมุทรสาคร &amp;nbsp;สะสม 548 รายเมื่อคืนวันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา และประกาศล็อกดาวน์ไปแล้วนั้น &amp;nbsp;ล่าสุดมีการแชร์ภาพนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า พร้อมคณะเดินทางไปหาเสียงที่สมุทรสาคร กันอย่างแพร่หลายในโลกโซเชียล เนื่องจากนายธนาธรและคณะเกือบทั้งหมด ไม่สวมหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เวลา 20.00 น. ของคืนวันที่13 ธ.ค. &amp;nbsp;บริเวณลานทิวลิปสแควร์ ถนนเพชรเกษม ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบนจังหวัดสมุทรสาคร &amp;nbsp;นายธนาธร &amp;nbsp;น.ส. พรรณิการ์ วานิช และปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคนสำคัญทั้ง 3 ของคณะก้าวหน้าได้เปิดเวทีปราศรัยครั้งใหญ่ ช่วยผู้สมัครของคณะก้าวหน้าหาเสียง &amp;nbsp;เป็นที่น่าสังเกตว่าบนเวทีไม่มีใครสวมหน้ากากแม้คนเดียว เพราะเกรงประชาชนจะจำหน้าผู้สมัครไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 15 ธ.ค. เวลา13.00 น.นายธนาธร ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครอีกครั้ง &amp;nbsp;โดยเดินลุยตลาดสดมหาชัย ขอคะแนนเสียงจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยในตลาด ให้ช่วยลงคะแนนเสียงเลือกผู้สมัครของคณะก้าวหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า หาเสียงที่สมุทรสาคร วันที่ 13 ธ.ค. โดยหลายช่วงไม่ได้สวมหน้ากาก แม้จะอยู่ในตลาดสดก็ตาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังหาเสียงที่สมุทรสาครวันที่ 15 ธ.ค.แล้ว พบว่าจากนั้นนายธนาธรและคณะ เดินทางไปช่วยหาเสียงที่ ระยอง ในวันที่ 16 ธ.ค. ส่วน 17 ธ.ค.ไปหลายจังหวัด อาทิ ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ มุกดาหาร แล้ววกกลับมาสมุทรปราการ วันที่ 18 ธ.ค.ที่สกลนคร &amp;nbsp;บึงกาฬ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (NIDA) โพสต์ข้อความว่า ถ้าธนาธรติดโควิด-19 มาจากสมุทรสาคร ธนาธรนี่แหละคือ super spreader ตัวจริง เพราะเดินทางหาเสียงไปทั่วไทย โดยไม่ใส่หน้ากากอนามัยเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;timeline มีดังนี้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยู่ห่างๆ คนๆ นี้ไว้นะครับ อันตราย เป็นภัยต่อสุขภาพ และเป็นภัยของชาติและราชบัลลังก์ด้วยครับ.
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87381</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, super spreader, จังหวัดสมุทรสาคร, ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, ไม่สวมหน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201220/image_big_5fdea37e782af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2020 22:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2020 22:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจแคนาดาวิสามัญปู่วัย73ไม่สวมแมสก์เข้าร้านค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชายชาวแคนาดาวัย 73 ปีโดนตำรวจวิสามัญฆาตกรรม ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเขาปฏิเสธสวมหน้ากากอนามัยเข้าร้านค้าแล้วทำร้ายพนักงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสถานีซีบีซีของแคนาดาเมื่อวันพฤหัสบดีอ้างคำแถลงของตำรวจเมืองออนแทริโอว่า ชายคนนี้เข้าไปในร้านขายของชำร้านหนึ่งในเมืองมินเดน ซึ่งอยู่ห่างนครโทรอนโตทางเหนือราว 200 กิโลเมตร เมื่อวันพุธที่ผ่านมา แต่เมื่อพนักงานของร้านขอให้เขาสวมหน้ากากอนามัยตามที่กฎหมายบังคับเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 เขากลับปฏิเสธแล้วทำร้ายพนักงานคนนี้ จากนั้นก็หนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจได้รับแจ้งเหตุ แต่ไม่ได้ขัดขวางรถของผู้ต้องสงสัยรายนี้เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ตำรวจติดตามเขาไปที่บ้านโดยค้นข้อมูลจากป้ายทะเบียนรถ จากนั้นเกิดการยิงกันแล้วชายคนนี้เสียชีวิต มีตำรวจ 2 นายเกี่ยวข้อง หน่วยสืบสวนพิเศษ (เอสไอยู) ของออนแทริโอกล่าวว่า ชายคนนี้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมาไม่นาน แต่คำแถลงไม่เปิดเผยชื่อของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอสไอยูกล่าวด้วยว่า ที่เกิดเหตุ ตำรวจพบปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ 1 กระบอกและปืนพกอีกกระบอก ยังไม่รวมอาวุธของตำรวจ 2 นายนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71781</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิสามัญฆาตกรรม, แคนาดา, โควิด-19, ไม่สวมหน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200717/image_big_5f11c5aa8f5d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
