<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไต่สวน32ส.ส.รอด9 ‘ศาลรธน.’ไม่สั่งยุติหน้าที่พปชร.เช็กบิลคืนฝ่ายค้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; 9 ส.ส.เฮ! ศาล รธน.ยกคำร้องคดีหุ้นสื่อชี้หนังสือรับรองจดทะเบียนไม่เกี่ยวข้องกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชน ส่วนอีก 32 รายรับวินิจฉัยแต่ไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่เนื่องจากยังไม่ปรากฏเหตุอันควรสงสัยตามที่ถูกร้อง พร้อมสั่งยื่นคำชี้แจงภายใน 15 วัน &amp;nbsp;ยืนยันแตกต่าง &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ที่ผ่านการสอบสวนของ กกต.และระบุชัดว่ามีรายได้จากการขายนิตยสาร-การโฆษณา ขณะที่ &amp;quot;ดร.ปิยบุตร&amp;quot; ยังต้องการให้ใช้มาตรฐาน 2 ผู้สมัคร ส.ส.ที่ถูกศาลฎีกาตัดสิทธิ์ ด้านพปชร.ให้ 21 ส.ส.รวบรวมเอกสารฟ้องกลับ 32 ส.ส.ฝ่ายค้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องกรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) 32 คนใน 41 คน ที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งความเห็นของ 66 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการที่ ส.ส.เหล่านี้ถือครองหุ้นสื่อมวลชน ทำให้ขาดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่ง ส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่ ไว้พิจารณาวินิจฉัย พร้อมกับไม่รับคำร้องในส่วนของ ส.ส. 9 คน ที่ถูกร้องไว้พิจารณา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลเห็นว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) บัญญัติลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ไว้ว่า &amp;quot;เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ&amp;quot; มิใช่เพียงเจตนาหรือความประสงค์จะทำกิจการดังกล่าวเท่านั้น ถึงแม้การถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่มีวัตถุประสงค์จะประกอบธุรกิจพอที่จะใช้เป็นเหตุให้มีการยื่นคำร้องต่อศาลได้ แต่ก่อนที่จะรับคำร้องไว้พิจารณาต่อไปได้ยังจำเป็นต้องตรวจสอบวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่ผู้ถูกร้องทั้ง 41 คน ถือหุ้นอยู่ว่าเป็นวัตถุประสงค์ที่จะประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเมื่อตรวจสอบจากเอกสารประกอบคำร้องของผู้ร้องแล้ว ปรากฏว่าหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งออกให้แก่ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทของนาย &amp;nbsp;ศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา เขต 1, นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ ส.ส.สระแก้ว เขต 3, น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ เขต 3, น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี เขต 3, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายจักรพันธ์ พรนิมิตร &amp;nbsp;ส.ส.กทม.เขต 30 &amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคพลังประชารัฐ, นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 3, นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี เขต 4 พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีข้อความระบุรายละเอียดวัตถุประสงค์ไว้ทำนองเดียวกันว่า &amp;quot;การประกอบกิจการค้ากระดาษ เครื่องเขียน แบบเรียน แบบพิมพ์ หนังสือ อุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์ถ่ายภาพและภาพยนตร์ เครื่องคำนวณ เครื่องพิมพ์ อุปกรณ์การพิมพ์ สิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ ตู้เก็บเอกสาร และเครื่องใช้สำนักงานทุกชนิด เครื่องมื่อสื่อสาร คอมพิวเตอร์ รวมทั้งอุปกรณ์และอะไหล่ของสินค้าดังกล่าว&amp;quot; ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ที่จะเป็นลักษณะเข้าข่ายอันเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ ส.ส.ผู้ถูกร้อง จำนวน 9 คน ต้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) แต่อย่างใด จึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องในส่วนของผู้ถูกร้อง จำนวน 9 คน ไว้พิจารณาวินิจฉัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคำร้องของผู้ร้องในส่วนของผู้ถูกร้องที่เหลือจำนวน 32 คน เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 7 (5) แล้วศาลจึงสั่งรับคำร้องของผู้ถูกร้อง จำนวน 32 คนไว้พิจารณาวินิจฉัย และแจ้งให้ผู้ร้องทราบพร้อมส่งสำเนาคำร้องให้ผู้ถูกร้องทั้งหมดยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากต่อศาล ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง
แตกต่าง&amp;quot;ธนาธร&amp;quot;ที่สอบสวนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคำขอให้ผู้ถูกร้องทั้ง 32 คนหยุดปฏิบัติหน้าที่นั้น รัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสอง บัญญัติเงื่อนไขไว้ว่าจะต้อง &amp;quot;ปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่าสมาชิกผู้ถูกร้องมีกรณีตามที่ถูกร้อง&amp;quot; แต่ในคดีนี้ผู้ร้องไม่ได้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง คงมีเอกสารประกอบคำร้องเพียงหนังสือรับรองห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทระบุรายละเอียดวัตถุประสงค์กับสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นเท่านั้น ไม่ปรากฏแบบแสดงรายการเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของห้างหุ้นส่วนบริษัท (แบบ สสช.1) และแบบนำส่งงบการเงินของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทว่ามีรายได้จากการประกอบกิจการใด กรณีจึงยังไม่มีความชัดเจนว่าผู้ถูกร้องประกอบธุรกิจใด ซึ่งศาลจะต้องดำเนินการไต่สวนเพื่อหาข้อเท็จจริงให้ยุติต่อไป เมื่อยังไม่ปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ถูกร้องจำนวน 32 คน มีกรณีตามที่ถูกร้องในชั้นนี้ จึงยังไม่เข้าเงื่อนไขที่จะสั่งให้ผู้ถูกร้องทั้ง 32 คนหยุดปฏิบัติหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่ง คดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถูกร้องสิ้นสุดลง ได้ผ่านการสอบสวนของ กกต. ซึ่งมีการสืบสวนหาข้อเท็จจริงมาก่อนยื่นคำร้อง โดยมีเอกสารประกอบคำร้อง เช่น แบบ สสช.1 ระบุสินค้าหรือบริการที่ประกอบการว่า ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์ โรงพิมพ์ รับพิมพ์หนังสือ พิมพ์หนังสือจำหน่าย ประกอบกับแบบนำส่งงบการเงินที่บริษัทของนายธนาธร ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า 54-58 ระบุไว้ชัดเจนว่ามีรายได้จากการขายนิตยสาร และรายได้จากการให้บริการโฆษณา กรณีจึงมีเหตุอันควรสงสัยว่า นายธนาธรมีกรณีตามที่ถูกร้อง ศาลรัฐธรรมนูญจึงได้มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรค 2&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 32 ส.ส.ที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้วินิจฉัยประกอบด้วย พรรคพลังประชารัฐ 21 คนคือ 1.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 2.นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ 3.นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 4.นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ส.ส.กทม. เขต 8 5.นางกุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี เขต 1 &amp;nbsp;6.นายชาญวิทย์ วิภูศิริ ส.ส.กทม. เขต 15 7.นายฐานิสร์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว เขต 1 8.นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ เขต 6 &amp;nbsp;9.น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว เขต 2 10.นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา เขต 4 &amp;nbsp;11.นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี เขต 2 12.นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ ส.ส.นครปฐม เขต 4 13.นายภิญโญ นิโรจน์ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 1 14.นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 2 15.พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร เขต 2 16.นายสมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี เขต 2 17.นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส เขต 2 18.นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. เขต 9 &amp;nbsp;19.นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี เขต 1 20. นายอนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก เขต 3 21.น.ส.ภาดา วรกานนท์ ส.ส.กทม.เขต 6
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์ 8 คนคือ 1.น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 2.นายอัศวิน วิภูศิริ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 3.นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ส.ส.พังงา เขต 1 4.นายภานุ ศรีบุศยกาญจน์ ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 1 5.น.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 3 6.นายสมชาติ ประดิษฐพร ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 4 7.นายสาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ เขต 1 8.นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง เขต 1&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนพรรคเล็กอื่นๆ คือ พรรครวมพลังประชาชาติไทย 1 ราย ได้แก่ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา 1 ราย ได้แก่ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, พรรคประชาภิวัฒน์ 1 ราย ได้แก่ นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
ยึดมาตรฐาน 2 อดีตผู้สมัคร ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ 1 ใน 9 ส.ส.ที่ศาลยกคำร้องโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กภายหลังศาลยกคำร้องว่า &amp;ldquo;กราบเรียนพี่น้องทุกท่านให้สบายใจได้แล้ว ปารีณาไม่ได้ถือหุ้นสื่อ ปารีณาเลี้ยงไก่จริงๆ ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้อง ปารีณาถือหุ้นสื่อวันนี้ค่ะ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวัญ ลิปตพัลลภ 1 ใน 32 ส.ส.ที่ศาลรับคำร้อง กล่าวว่า บริษัท เอส.ซี.เค.แลนด์ จำกัด ซึ่งมีชื่อตนถือหุ้นอยู่นั้นเป็นของมารดา ที่มีจดทะเบียนมาเกือบ 30 ปีแล้ว ซึ่งมารดาคงเป็นห่วง จึงยกหุ้นให้ตนด้วย โดยเป็นบริษัทประกอบกิจการค้าที่ดิน ไม่ได้ประกอบกิจการสื่อแต่อย่างใด จึงไม่ได้กังวลอะไร คงชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญไปตามข้อเท็จจริง เพราะกรณีดังกล่าวถือเป็นจดทะเบียนตามแบบฟอร์มทั่วไปของกระทรวงพาณิชย์ตามปกติเท่านั้น ส่วนจะกระทบต่อการทำหน้าที่รัฐมนตรีที่ล่าสุดเป็น 1 ใน 36 คนที่มีชื่อร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบข่าวเรื่องการเป็นรัฐมนตรีจริงๆ แต่เบื้องต้นในเรื่องหุ้นก็ต้องหาวิธีเอาหุ้นออกไปจากตัวเราก่อนโดยจะนัดหารือกับฝ่ายกฎหมาย และจะทำทุกอย่างให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 27 มิถุนายนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้อง ส.ส.ถือหุ้นสื่อ 32 ราย และไม่รับคำร้อง 9 ราย ว่า เราตั้งข้อสังเกตว่าดูเหมือนศาลรัฐธรรมนูญจะใช้เกณฑ์ในการพิจารณาที่แตกต่างจากแนวทางของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งที่พิจารณาแต่เพียงหนังสือบริคณห์สนธิ ดูวัตถุประสงค์เรียงข้อ และมีการตัดสิทธิ์เลือกตั้งไปแล้ว 2 ราย ดังนั้นแนวแบบนี้ตนยังไม่แน่ใจว่าท้ายที่สุดแล้วศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินแบบใด แต่จากเอกสารที่ออกมานั้น ดูเหมือนศาลรัฐธรรมนูญจะบอกว่าไม่ได้ดูแต่เหตุผลในหนังสือบริคณห์สนธิ และความประสงค์จะทำกิจการเท่านั้น แต่ดูว่าประกอบกิจการจริงๆ หรือไม่ ท้ายที่สุดแล้วเมื่อมีการวินิจฉัยลงไปในเนื้อถึงคดีศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาหรือไม่ ถ้าหากไม่เหมือน แสดงว่า 2 รายที่ถูกศาลพิจารณาตัดสิทธิ์เลือกตั้งไปแล้ว เขาจะกลายเป็น 2 รายเท่านั้นที่ถูกตัดสิทธิ์ ส่วนรายอื่นใช้เกณฑ์อื่น ต้องฝากให้พิจารณาต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องเอาไว้ 32 ราย โดยไม่สั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ โดยให้เหตุผลว่ากรณี 41 รายที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นไปเป็นการยื่นโดย ส.ส.เข้าชื่อ ไม่ได้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง ในขณะที่คดีของนายธนาธร ผ่านกกต.มา ขอชี้แจงว่ากรณีของนายธนาธรแม้จะผ่าน กกต.และมีการไต่สวนข้อเท็จจริง แต่การไต่สวนข้อเท็จจริงนั้นมีปัญหาเรื่องมาตรฐานและการไม่ให้สิทธิ์แก่ผู้ถูกกล่าวหาอย่างเพียงพอ เช่น การเปิดโอกาสให้นายธนาธรไปชี้แจงเพียง 1 ครั้ง มีหนังสือเรียกให้นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของนายธนาธรไปสอบสวน เรียกตอนเช้าแต่หนังสือถึงบ่าย เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลรัฐธรรมนูญยังให้เกณฑ์เพิ่มเติมว่า เราจะดูจากใบ บอจ.อย่างเดียวไม่ได้ จำเป็นที่ต้องดูแบบแสดงรายการการประกอบธุรกิจของห้างหุ้นส่วนบริษัท (สสช.1) หรือต้องดูแบบนำส่งงบการเงินของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทด้วยว่ามีรายได้จากการประกอบกิจการใด ซึ่งเรื่องร้องนายธนาธรได้มีการส่งเอกสารเหล่านี้ไปที่ กกต.ด้วย ในขณะที่ 41 รายชื่อที่ ส.ส.อนาคตใหม่ร้องไปนั้น มีเพียงใบ บอจ. จึงไม่เป็นเหตุอันควรสงสัยได้ว่าผู้ถูกร้องมีกรณีตามที่ถูกร้องจริง ก็เลยไม่ได้สั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เป็นที่น่าเสียดายว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีการชี้แจงในกรณีการสั่งให้นายธนาธรยุติการปฏิบัติหน้าที่ต้องมีแบบ สสช.1 แบบงบการเงินประกอบ ถ้าพูดเอาไว้ตั้งแต่เมื่อมีมติกรณีนายธนาธร เราก็จะได้รู้ว่าท่านใช้มาตรฐานนี้ในการดู เราจะได้เตรียมแบบ สสช.1 และงบการเงินไปด้วย ดังนั้นจึงอยากเรียนไปยังท่านอื่นๆ ที่อยากจะยื่นคำร้องในเรื่องนี้ ถ้าร้องโดย ส.ส.จะไม่มีการไต่สวน จึงต้องไปร้องที่ กกต. แล้วให้ กกต.ส่ง ซึ่งต้องจับตาดูในส่วนที่มีบุคคลจำนวนมากไปร้องรายชื่อซ้ำๆ กับ 41 รายชื่อนี้ที่ กกต.ว่าจะมีการไต่สวนอย่างไร และใช้ระยะเวลาเท่าใด จะใช้เวลา 57 วันเหมือนกรณีนายธนาธรหรือไม่ นอกจากนั้นหากจะร้องขอให้แนบแบบ สสช. 1 และแบบงบการเงินไปด้วย เพราะศาลรัฐธรรมนูญได้วางมาตรฐานไว้ให้เราแล้ว อย่างไรก็ตามในกรณี 32 ราย เราหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะใช้มาตรฐานเทียบเคียงกับกรณี 2 อดีตผู้สมัคร ส.ส.ที่ถูกตัดสิทธิ์ไปก่อนหน้านี้ด้วย&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว&amp;nbsp;
พปชร.จ่อฟ้อง 32 สส.ฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายทศพล เพ็งส้ม หัวหน้าทีมต่อสู้คดีกรณี 27 ส.ส.พรรค พปชร.ถูกร้องถือครองหุ้นและเป็นเจ้าของกิจการสื่อ แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้อง 32 ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ถือครองหุ้นและเป็นเจ้าของกิจการสื่อว่า จากนี้จะให้ ส.ส. 21 คนของพรรค พปชร.ทำการรวบรวมเอกสาร โดยเฉพาะในส่วนของงบดุลของบริษัทเพื่อมาพิจารณา เพราะได้เห็นแล้วว่าศาลรับฟังข้อเท็จจริง ทั้งจากที่ไม่รับคำร้อง 6 คน และที่รับคำร้อง 21 คน ของพรรค พปชร. ทำให้เห็นสิ่งที่เราจะต้องดำเนินการต่อไป เพื่อทำข้อเท็จจริงให้ปรากฏ ให้ศาลเห็นได้มากที่สุดว่า ในส่วนของ ส.ส.ของพรรค พปชร.ไม่มีการประกอบกิจการสื่อตามมาตรา 98 (3) และคงต้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญนำคำพิพากษาของศาลฎีกา 2 คดีก่อนหน้านี้ มาเปรียบเทียบว่า คดีดังกล่าวกับคดีของเราเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร และขอคัดสำนวนของศาลฎีกาที่ส่งมาศาลรัฐธรรมนูญเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นถึงความแตกต่างว่า ทั้ง 2 คดีไม่เหมือนของทั้ง 21 คนที่ศาลรับคำร้องไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ต้องกราบขอบคุณศาลที่ให้โอกาส ส.ส.ของพรรค พปชร.และฝ่ายรัฐบาลได้ทำหน้าที่ต่อ ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ถือว่าได้ให้โอกาสที่ให้เรายื่นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทศพลกล่าวว่า ในส่วนของพรรค พปชร.ที่จะยื่นฟ้อง ส.ส.ของ 7 พรรคการเมืองฝ่ายค้านนั้น จากผลของศาลรัฐธรรมนูญ ทางทีมทนายต้องมาปรับกลยุทธ์ เพราะจากที่ศาลมีคำสั่งไม่รับพิจารณาบางราย ทำให้เราต้องตัด ส.ส.ที่ข่ายเดียวกับที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องออก ทำให้การตรวจสอบจากเดิม 55 คน เหลือ 32 คนที่เข้าข่าย โดยพบว่าบางคนมีการประกอบธุรกิจสื่อมวลชนจริง ซึ่งในจำนวนดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นของพรรคเพื่อไทย รวมถึงบางคนเป็นถึงระดับหัวหน้าพรรค จึงเป็นเหตุผลที่ตนไม่ตัดสินใจบอกก่อนหน้านี้ว่าเป็นใครบ้าง เพื่อต้องการให้การทำงานรอบคอบ ให้ศาลพิจารณาง่ายขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะใช้วิธีการเดียวกันกับอีกฝ่าย คือยื่นผ่านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา แต่จะยื่นคำร้องขอให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยจะนำรายชื่อทั้ง 32 คนรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคก่อนไปยื่นต่อประธานสภาฯ คาดว่าจะยื่นอย่างเร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้ หรืออย่างช้าต้นสัปดาห์หน้า&amp;quot; นายทศพลกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39564</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีหุ้นสื่อ, ศาลรธน., ส.ส.ถือหุ้นสื่อ, หนังสือพิมพ์, หนังสือรับรองจดทะเบียนไม่เกี่ยวข้องกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชน, ไต่สวน32ส.ส.รอด9, ไม่สั่งยุติหน้าที่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d13876804c3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
