<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉะผลประโยชน์อุ้ม3พิษนรก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กมธ.สารพิษฯ ลงมติเอกฉันท์แบน 3 สารพิษอันตราย แฉผลประโยชน์ซับซ้อนมหาศาล &amp;nbsp;บล็อกหน่วยงานรัฐ-นักวิชาการของกรมวิชาการเกษตร ไม่ให้แสดงความคิดเห็นเพื่อหาทางแก้ไขปัญหา &amp;quot;มนัญญา&amp;quot; เดินหน้าเต็มสูบไม่เอาสารพิษนรก!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่รัฐสภา นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ อาทิ นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย, นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส.สุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ แถลงว่า ที่ประชุมมีมติให้ยกเลิกสารเคมีการเกษตร 3 ตัว ประกอบด้วย พาราควอต, ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอสในทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม กมธ.วิสามัญฯ ก็ไม่ปิดกั้นรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีมติตั้งคณะทำงาน 1 ชุด เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงพิษภัยของสารเคมี ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้า กมธ.จะเชิญรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทั้ง 4 กระทรวงมาพูดคุยกันด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิตกล่าวว่า ขณะนี้สารเคมีในประเทศอันตรายถึงขั้นวิกฤติ ซึ่งไม่อาจยื้อไปได้อีก เพราะมันช้าเกินไปแล้ว ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ให้ยกเลิกสารทั้ง 3 ตัว นอกจากนี้ ในวันที่ 4 ต.ค. กมธ.จะลงพื้นที่ที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เพื่อดูและสุ่มตรวจพืชผักผลไม้ของจีนที่นำเข้าประเทศไทย รวมทั้งจะลงพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อไปพบปะประชาชนที่ประสบภัยสารเคมีว่าทุกข์ร้อนอย่างไรบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราหวังว่าจะไม่หนีเสือปะจระเข้ ที่ยกเลิกสารเคมี 3 ตัวนี้ แล้วไปหาสารเคมีตัวอื่น เพราะความจริงแล้วมีวิธีในการทดแทน เพียงแต่นักวิชาการของกรมวิชาการเกษตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถูกบล็อกไม่ให้แสดงความคิดเห็นเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาเท่าที่ควรจะเป็น ดังนั้นเราจะเชิญนักวิชาการอิสระเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการทดแทน เพราะ 53 ประเทศเขาเลิกใช้แล้ว แม้แต่ในลาว กัมพูชา เวียดนาม ก็เลิกใช้แล้ว เราจึงหนักแน่นว่าไทยถึงเวลาต้องเลิกใช้เช่นกัน&amp;rdquo; นายชวลิตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายดำรงค์กล่าวว่า ปัญหาสารเคมีทั้ง 3 ตัวมีเบื้องหลังอยู่มากเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน มีเงินเข้าประเทศอย่างเดียว แต่ไม่คำนึงถึงชีวิตประชาชน ซึ่งเมื่อมีสภาผู้แทนราษฎรถือเป็นโอกาสดีที่ ส.ส.ร่วมมือกันตั้ง กมธ.ให้เรื่องนี้สำเร็จ ไม่มีอะไรมาต้านทานได้ เพราะรัฐมนตรีทุกคนมาจากประชาชน ต้องฟังเสียงประชาชน ซึ่งในที่ประชุมพูดคุยกันว่าหากลดสารเคมีได้จะเพิ่มพื้นป่าได้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมามีการใช้สารเคมีฉีดทำลายพื้นที่ป่าอย่างง่ายดาย หากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องคนใดไม่สนับสนุนเรื่องดังกล่าว ตนจะขออภิปรายไม่ไว้วางใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงความชัดเจนการยกเลิกใช้สารเคมีอันตราย 3 ชนิดในภาคเกษตร ว่าต้องขอเวลา เพราะมีเอกสารอีกหลายตัวต้องตรวจสอบ และยังมีส่วนที่ขัดแย้งกันอยู่ แต่ยืนยันว่ายังห้ามใช้เหมือนเดิม เพราะเราเดินมาถึงขนาดนี้แล้ว เรื่องนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ชี้แจงไปแล้วว่าการใช้สารเคมีส่งผลให้มีคนเจ็บและเสียชีวิต ถ้ายืนยังจะใช้อยู่ ก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร ทั้งนี้ จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วจะแจ้งข้อมูลที่มีความคืบหน้าให้ทราบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้หารือเรื่องนี้กับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อมาเป็นคนกลางในการแก้ปัญหากับข้าราชการที่ไม่ให้ความร่วมมือแล้วหรือยัง น.ส.มนัญญากล่าวว่า ยังไม่ได้หารือ แต่นายเฉลิมชัยคงรู้เรื่องแล้ว ซึ่งการทำงานของเราได้แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบแต่ละกรมกันแล้ว ว่าใครจะดูแลอะไร โดยนายเฉลิมชัยให้ตนดูแลในส่วนนี้ เมื่อได้รับมอบหมายแล้วก็ต้องดูแลในส่วนที่รับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ (ฝั่งสำนักงาน ก.พ.) ทำเนียบรัฐบาล นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอให้พิจารณายกเลิกใช้สารพาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซต ทันที โดยมีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรับเรื่อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชระกล่าวว่า ขอให้นายกฯ และ รมช.เกษตรฯ ได้พิจารณายกเลิกการใช้สารพิษดังกล่าว โดยไม่ต้องใช้มติการประชุมของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ไม่เปิดเผยข้อมูล เนื่องจากสารดังกล่าวเป็นสาเหตุให้เด็กไทยทุก 1 ใน 2 คน มีโอกาสเกิดมาพร้อมสารปนเปื้อน ซึ่งเรื่องนี้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ มีบทบาทและอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ห้ามการใช้เคมีทางการเกษตร โดยที่ไม่เพิกเฉยต่อข้อมูลและข้อเสนอแนะของหน่วยงานต่างๆ ทั้งกระทรวงสาธารณสุข คณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรง 686 องค์กร ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปัญหาต้นตอทั้งหมดคือการยกเลิกการใช้สารพิษทางการเกษตร ตามบทบาทอำนาจหน้าที่ของ รมว.เกษตรฯ เพียงท่านเดียวเท่านั้น ที่จะทำให้ปัญหาถูกแก้ไขอย่างถูกต้อง เป็นธรรม ไม่เกิดปัญหาต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ต่อแผ่นดินและประเทศชาติ จึงขอให้นายกฯ สั่งการให้ รมว.เกษตรฯ ได้โปรดพิจารณาสั่งการให้มีการยกเลิกการใช้สารพิษทางการเกษตรทันที เพื่อสุขภาพของประชาชนชาวไทย และไม่เกิดการขยายปัญหาที่จะเกิดขึ้นภายในวันข้างหน้า&amp;rdquo; นายวัชระระบุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46544</URL_LINK>
                <HASHTAG>มติเอกฉันท์, สารพิษอันตราย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบน 3 สารพิษเกษตร, ไม่เอาสารพิษนรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d8a27af654ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
