<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28108</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้‘นาฬิกาเพื่อน’ ผิดแจ้งทรัพย์สิน มิใช่‘คอร์รัปชัน’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; แจงสังคมสับสนเรื่องทุจริต ยก &amp;ldquo;นาฬิกาเพื่อน&amp;rdquo; แค่ผิดเรื่องไม่แจ้งบัญชีไม่ใช่คอร์รัปชัน &amp;ldquo;วัชรพล&amp;rdquo; แนะเลือกนักการไม่โกง เตรียมชงมาตรการสกัดทุจริตเชิงนโยบายให้รัฐบาล หลังส่งให้ &amp;nbsp;กกต.ส่องแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ที่ 1 ก.พ. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวบรรยายเรื่องนโยบายระดับประเทศและการปฏิรูปประเทศในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ภายในงานเปิดโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.) รุ่นที่ 10 ว่านโยบายระดับประเทศเรื่องการปราบปรามการทุจริตกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และเป็นหนึ่งยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงแผนการปฏิรูปประเทศ โดยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการกระทำมากกว่าการเรียนหรือการศึกษา มีความเป็นศาสตร์และศิลป์ ซึ่งปัจจุบันในสังคมยังไม่เข้าใจถึงความหมายของการทุจริต จนเกิดความสับสนในเรื่องประพฤติทุจริตและประพฤติมิชอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีนาฬิกาหลายคนคิดว่าเป็นเรื่องของการทุจริต ซึ่งกฎหมายได้กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน แต่หากไม่ยื่นก็ไม่ทุจริต แต่ผิดที่ไม่ได้ยื่น ซึ่งการโยงไปสู่การทุจริตหรือไม่ สุดท้ายเป็นเรื่องของการสืบสวนสอบสวน ขณะเดียวกันองค์ความรู้ผู้เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเป็นสากล ป.ป.ช.ได้เสนอเรื่องมายังคณะรัฐมนตรีให้จัดการสอนวิชาเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อให้รู้เท่าทัน ครม.รับหลักการให้กระทรวงศึกษาฯ ไปดำเนินการสอดแทรกเรื่องนี้ไปในการเรียนการสอน หรือตั้งเป็นวิชาใหม่&amp;quot; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. บรรยายเรื่องนโยบายการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของ ป.ป.ช. ตอนหนึ่งว่า ค่าคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ของไทย ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ของอาเซียน โดยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ป.ป.ช.มีการตั้งสำนักเฝ้าระวังและประเมินสภาวการณ์ทุจริต จะทำหน้าที่มอนิเตอร์ค่าคะแนนจากแหล่งข้อมูลต่างๆ โดยต้องดูว่าคะแนนในแหล่งข้อมูลที่ลดลงเกิดจากอะไร และจะทำอย่างไรให้คะแนนดีขึ้น ส่วนแหล่งข้อมูลที่คะแนนคงที่ ก็ต้องมาดูว่าจะเพิ่มคะแนนได้อย่างไร นอกจากนั้นยังมีการประสานงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และรัฐบาล เพราะการจะทำให้ค่า CPI ดีขึ้น ต้องอาศัยการดำเนินการของรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นอกจากค่า CPI ที่ถือว่าเป็นการประเมินระดับนานาชาติแล้ว ไทยยังมีค่าดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทย (CSI) ซึ่งเป็นผลสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งพบว่าปี 2555-2556 ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจกับภาครัฐต้องจ่ายเงินเพิ่มให้แก่เจ้าหน้าที่และนักการเมืองที่ทุจริตเฉลี่ยอยู่ที่ 25-35% ปี 2557 เฉลี่ยอยู่ที่ 5-15% ปี 2558-2559 เฉลี่ยอยู่ที่ 1-15% และในปี 2560 เฉลี่ยอยู่ที่ 5-15% หากเราลดการจ่ายเงินใต้โต๊ะได้ 1% จะประหยัดงบประมาณได้ถึงหมื่นล้านบาท นอกจากนั้นในการสำรวจค่า CSI ปีล่าสุด มีการจัดทำเป็นระดับคะแนน ซึ่งพบว่าปัญหาการคอร์รัปชันในไทยมีแนวโน้มลดลง หรือสถานการณ์ดีขึ้น โดยปัจจุบันได้ 54 คะแนน และมีแนวโน้มได้ 57 คะแนนในอนาคต เวลาทำงานของ ป.ป.ช. จึงต้องตระหนักทั้งค่าคะแนน CPI และ CSI ด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วัชรพลยังกล่าวว่า ป.ป.ช.มียุทธศาสตร์ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริต คือ 1.การพัฒนากลไกการกำหนดให้นักการเมืองแสดงเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริตต่อสาธารณชน 2.เร่งรัดการกำกับติดตามมาตรฐานทางจริยธรรมของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับ 3.สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนกำหนดกลยุทธ์และมาตรการในการต่อต้านการทุจริต 4.พัฒนาระบบการบริหารงบประมาณด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเพื่อให้ได้รับการจัดสรรงบประมาณที่มีเหมาะสมกับการแก้ปัญหา 5.ส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนต่อต้านการทุจริตสำหรับภาคเอกชนและภาคประชาชน โดยรัฐให้การสนับสนุนทุนตั้งต้น และ 6.ประยุกต์นวัตกรรมในการกำกับดูแลและควบคุมการดำเนินงานตามเจตจำนงทางการเมืองของพรรคการเมืองที่ได้แสดงไว้ต่อสาธารณะ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ หากนักการเมืองคนใดไม่มีการแสดงเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านทุจริตอย่างจริงจัง ก็ไม่ควรเลือกนักการเมืองคนนั้น ส่วนการสกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบายนั้น ตามกฎหมายให้อำนาจ ป.ป.ช.ในการวางมาตรการเสริมในการสกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบายบนฐานธรรมาภิบาลในทุกขั้นตอน ซึ่งเราได้จัดทำหลักเกณฑ์ใช้วัดเรื่องการทุจริตเชิงนโยบาย ทั้งในขั้นเริ่มต้นและขั้นตอนดำเนินนโยบายแล้ว และเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะกำลังจะมีการจัดการเลือกตั้ง และเตรียมเสนอให้รัฐบาลพิจารณา&amp;rdquo; พล.ต.อ.วัชรพลกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28108</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาฬิกาเพื่อน, หนังสือพิมพ์, ไม่แจ้งบัญชีไม่ใช่คอร์รัปชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190201/image_big_5c544cf98b0f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
