<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52720</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2019 07:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลากไส้‘ปู’ตีหน้าเศร้าเล่าเรื่องทุกข์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ไม่ใช่เรื่องของผม! นายกฯ เมิน &amp;quot;ยิ่งลักษณ์&amp;quot; โอดทรัพย์สินถูกขายทอดตลาด กรมบังคับคดีแจงยึดทรัพย์ 199 ล้านตามคำสั่งทางปกครองของ ก.คลัง ขายทอดตลาดแล้ว 3 รายการ 49.5 ล้าน ขณะที่ &amp;quot;แรมโบ้อีสาน&amp;quot; ตอกหน้า &amp;quot;ปู&amp;quot; หยุดตัดพ้อชีวิตเหน็บอยู่ต่างประเทศช็อปปิ้งจิบไวน์สบาย คนทุกข์จริงๆ คืออดีต นปช.-อดีต รมต. ต้องหนีคดี-ติดคุก &amp;quot;วรงค์&amp;quot; จวกหยุดโหน ม.44 ชี้ไม่เกี่ยวคดียึดทรัพย์ แต่คุ้มครอง จนท.ที่กระทำสุจริต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 17 ธันวาคม ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผู้สื่อข่าวถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่าได้อ่านข้อความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่าถูกกลั่นแกล้งด้วยมาตรา 44 หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่ได้อ่าน ไม่ใช่เรื่องของผม&amp;rdquo; ก่อนเดินขึ้นไปประชุม ครม.ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การคงอำนาจมาตรา 44 ว่า &amp;ldquo;เรื่องนี้ผมไม่ตอบ มันเป็นเรื่องการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ ถ้าไม่มีความผิด มันก็ไม่ผิดอยู่แล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวสั้นๆ ถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวตัดพ้อถูกอำนาจของมาตรา 44 ถูกยึดทรัพย์ขายทอดตลาด ว่าต้องไปถาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะมาถามอะไรตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนได้อ่านที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์โพสต์แล้ว แต่ไม่ขอตอบ ส่วนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่ามีการขายทอดตลาดก่อนที่ศาลปกครองสูงสุดจะมีคำพิพากษาในคดียึดทรัพย์นั้น เรื่องนี้คนที่จะตอบคือกรมบังคับคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองผู้ใหญ่ หากตนให้รายละเอียดไม่ครบถ้วนจะเสียหาย จึงได้สั่งการให้อธิบดีกรมบังคับคดีออกมาให้ข้อเท็จจริงหรือออกมาแถลงข่าวให้ครบถ้วนว่ารายละเอียดเรื่องเป็นมาอย่างไร ใครเป็นเจ้าของเรื่อง จะได้ตอบคำถามสังคมให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมบังคับคดี ออกเอกสารข่าวชี้แจงการใช้มาตรการบังคับทางปกครองกรณีจำนำข้าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นกรณีที่กระทรวงการคลังมีคำสั่งที่ 1351/2559 ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 35,717,273,028.23 บาท และตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 56/2559 เรื่องการคุ้มครองการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในการดูแลของรัฐและการดำเนินการต่อผู้ต้องรับผิด ได้กำหนดให้กรมบังคับคดีเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เพื่อบังคับการให้เป็นไปตามคำสั่งทางปกครองที่หน่วยงานของรัฐออกคำสั่งให้มีการบังคับทางปกครองต่อผู้ต้องรับผิดตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐ&amp;nbsp;
ทำตามคำสั่งทางปกครอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เมื่อวันที่ 13 ก.ค.2560 กระทรวงการคลังได้ขอให้กรมบังคับคดีดำเนินการบังคับกับทรัพย์สินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยขออายัดเงินฝากในบัญชีธนาคาร หน่วยลงทุนในบริษัทหลักทรัพย์และกองทุนต่างๆ ซึ่งมีการส่งเงินตามคำสั่งอายัดมาเพียงจำนวน 7,937,174.58 บาท และได้มีการจ่ายเงินให้กระทรวงการคลังไปแล้ว กระทรวงการคลังยังได้ขอให้กรมบังคับคดียึดที่ดิน ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และห้องชุดอีกหลายรายการ รวมราคาประเมินทรัพย์สินเป็นเงิน 199,230,779.50 บาท ซึ่งปัจจุบันมีทรัพย์สินที่ขายทอดตลาดได้แล้ว 3 รายการ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 49,510,00 บาท และทรัพย์รายการที่เหลืออยู่ในขั้นตอนของการประกาศขายทอดตลาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การดำเนินการของกรมบังคับคดีเป็นการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 แม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะได้ใช้สิทธิทางศาลเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวและทุเลาการบังคับตามคำสั่งกระทรวงการคลังข้างต้น แต่เนื่องจากศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งยกคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวและขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งกระทรวงการคลัง ดังนั้นกรมบังคับคดีจึงต้องดำเนินการตามมาตรการบังคับทางปกครองต่อไป โดยการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งทางปกครองของกระทรวงการคลัง&amp;quot; กรมบังคับคดีระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยประจำนายกรัฐมนตรี ได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึก ระบุว่า จากอดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์) ถึงอดีตนายกรัฐมนตรี (นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) มีใจความว่า ผมนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ &amp;quot;แรมโบ้อีสาน&amp;quot; ซึ่งอดีตเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านในตำแหน่ง สิ่งที่ท่านพูดสวนทางกับสิ่งที่พวกผมทราบข่าวผ่านทางโซเชียลว่าไม่ได้เป็นจริงดังที่ท่านระบายความในใจมา &amp;nbsp; เพราะเราเห็นท่านฉลองดื่มไวน์ ช็อปปิ้งกันอย่างมีความสุข ดูท่าทีไม่ได้ทุกข์ใจหรือเดือดร้อนตามที่ท่านโพสต์ แต่คนที่เมืองไทย พี่ๆน้องๆ ที่เคยร่วมต่อสู้กันมา ส่วนหนึ่งอยู่ในคุก ส่วนหนึ่งกำลังจะเข้าคุก ครอบครัวต้องเดือดร้อน มาจากการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยเพื่อให้ท่านและพวกพ้องท่านได้เข้าสู่ตำแหน่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลายชีวิตหลายครอบครัวชะตากรรมของนักสู้ต้องเจ็บปวดรวดร้าวยิ่งกว่าท่านและคนในครอบครัวท่านมากมาย บางครอบครัวของพวกเราต้องแตกสาแหรกขาด บางครอบครัวต้องสิ้นเนื้อประดาตัวเป็นหนี้สิน คนเหล่านี้สู้เพื่อใคร สู้เพราะรักใคร ทุ่มเทให้ใคร สุดท้ายสิ่งที่เขาได้รับคือความเจ็บปวด ส่วนท่านและครอบครัว ผมมั่นใจว่าท่านอยู่ดีมีสุขในต่างประเทศมากกว่าพี่น้องผมเสียอีก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ระบุอีกว่า พวกผมเองต้องต่อสู้คดี ต้องจ่ายค่าทนาย ต้องหาเงินประกันตัว ต้องช่วยเหลือตัวเองไม่ต่างจากเพื่อนพ้องน้องพี่คนอื่นๆ ท่านนายกฯ ยิ่งลักษณ์ช่วยตอบหน่อยว่า พวกผมและเพื่อนพ้องน้องพี่ทุกคนสู้เพื่อตนเองหรือสู้เพื่อใคร ใครทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน ใครทำให้ระบบเผด็จการรัฐสภาพวกมากลากไป ใครคิดออก พ.ร.บ.นิรโทษสุดซอย ทั้งที่พวกผม นปช.ทั้งคุณจตุพร พรหมพันธุ์ และคณะพวกเราส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงในบ้านเมือง พวกผมเคยเรียนท่านอดีตนายกฯ แล้วท่านก็ไม่ฟัง แต่ท่านฟังแค่พี่สาว คุณเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และคนข้างกายท่านให้ข้อมูลกับท่านในทางที่ผิด จนเกิดกระแสต่อต้านมากมาย ทำให้ท่านต้องตัดสินใจยุบสภา
หยุดสร้างวาทกรรมโหน ม.44
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผมไม่อยากเห็นอดีตนายกฯ เอาประเด็นเรื่องส่วนตัวมาพูด เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นขณะที่พวกท่านดำรงตำแหน่งในบ้านเมือง ท่านทำงานเพื่อใคร เพื่อคนในตระกูลหรือเพื่อประชาชนคนไทย สิ่งต่างๆ ท่านอย่าไปโทษ &amp;quot;พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;quot; &amp;quot;ท่านอย่าไปโทษ คสช.หรือมาตรา 44&amp;quot; เลย &amp;nbsp;เพราะอะไร ทหารจึงต้องเข้ามาทำการยืดอำนาจ ควบคุมสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังลุกเป็นไฟ ใครทำให้เกิดม็อบ ทำให้เกิดความขัดแย้ง ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย ก่อนที่ท่านตัดพ้อน้อยใจอะไร และเจ็บปวดหัวใจ น้อยใจในชะตากรรมชีวิตอย่างไร ท่านอย่าลืมว่ายังมีคนที่ทุกข์ยากเจ็บปวดชีวิตและเดือดร้อนมากกว่าท่านอีกหลายคน อาทิ ท่านอดีต รมต.บุญทรง เตริยาภิรมย์, ท่านอดีต รมช.ภูมิ สาระผล เพื่อนพ้องน้องพี่ นปช. คนเสื้อแดงและอีกหลายๆ คนที่ต้องรับชะตากรรมในคุก กำลังจะเดินเข้าคุกหรือหนีออกนอกประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอร้องท่านหยุดวาทกรรม หรือหยุดสร้างความแตกแยกหรือหยุดปลุกปั่นกันให้เกิดปัญหาวุ่นวายกันอีก ถ้ายังใช้วาทกรรมในการที่จะให้ประชาชนเลือกข้างและเกลียดชังกัน ไม่ได้มีผลดีต่อประเทศชาติบ้านเมืองอะไรเลย มีแต่จะทำให้แผ่นดินนี้มีแต่ความวุ่นวายไม่มีที่สิ้นสุด ขอให้ท่านเสียสละ หยุดเคลื่อนไหวเพื่อประเทศชาติ ประชาชนคนไทยจะได้มีความสุขเสียที&amp;quot; นายสุภรณ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า คุณยิ่งลักษณ์ไม่พูดเลยว่าตนเองต่อสู้ตามขั้นตอนกฎหมายปกติทุกอย่าง รวมทั้งร้องศาลปกครองขอให้คุ้มครองชั่วคราวเรื่องยึดทรัพย์ และศาลปกครองก็ยกคำร้องถึงสองครั้ง ทำไมคุณไม่พูดถึง ช่วงคุณยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ และประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ มีการแก้ไขสัญญาเพิ่มชนิดและปริมาณข้าวเรื่อยๆ รับมอบข้าวไปโดยผู้รับมอบอำนาจที่เป็นคนไทย แล้วนำไปขายต่อให้ผู้ประกอบการค้าข้าวภายในประเทศ โดยไม่มีการส่งข้าวที่ซื้อขายไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศใช้เงินในโครงการจำนำข้าว 9.4 แสนล้านบาท มีความเสียหายมากกว่า 5 แสนล้านบาท และรัฐบาลปัจจุบันต้องตั้งงบใช้หนี้รวมดอกเบี้ย ปีละ 5 หมื่นล้านบาท นานถึง 16 ปี สุดท้ายคุณยิ่งลักษณ์ก็หนีเอาตัวรอดไปสุขสบาย แต่ปล่อยให้คนอื่นรับกรรม คือจำคุกนายภูมิ 36 ปี, นายบุญทรง 42 ปี (ศาลเพิ่มเป็น 48 ปีหลังขออุทธรณ์), นายมนัส 40 ปี, นางทิฆัมพร 32 ปี, นายอัครพงศ์ 24 ปี, นายอภิชาติ 48 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หยุดโหนมาตรา 44 ได้แล้ว เพราะไม่เกี่ยวใดๆ กับการดำเนินคดียึดทรัพย์และทุตริตจำนำข้าวของคุณยิ่งลักษณ์และคณะเลย ออกมาคุ้มครอง จนท.ที่กระทำด้วยความสุจริต แต่ถ้าทุจริตก็ไม่คุ้มครองเท่านั้น&amp;quot; นพ.วรงค์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน โพสต์เฟซบุ๊ก มีเนื้อหาว่า หยุดรังแก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในดวงใจของคนจน กรณีนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญ ซึ่งสะท้อนให้เห็นการใช้กระบวนการยุติธรรมมาเป็นเครื่องมือในการทำร้ายผู้ที่มีความเห็นต่างและศัตรูทางการเมืองอย่างมีอคติชัดเจน ใช้อำนาจมาตรา 44 ที่เลือกปฏิบัติ และเร่งรีบปฏิบัติ ผิดจากการกระทำกับบุคคลพรรคพวกเดียวกัน ที่กระทำผิดกฎหมาย แต่ปล่อยไปจนไม่แม้แต่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย เป็นภาพสะท้อนที่ส่งผลให้กระบวนการยุติธรรมมีความบิดเบี้ยว ไร้มาตรฐาน ใช้การข่มขู่คุกคามคนฝ่ายตรงข้ามด้วยการใช้กฎหมาย และอำนาจพิเศษอย่างอัปยศ อยากถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายวิษณุ เครืองาม ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นภายใต้หลักนิติรัฐ นิติธรรม ตามปกติหรือไม่ และถือเป็นสิ่งที่สมควรถูกต้องและยุติธรรมเพียงพอ ตามหลักสากล เป็นที่ยอมรับของโลกเพียงใด ถือเป็นคดีที่ต้องถูกบันทึกและจดจำในประวัติศาสตร์ไทย ไปอีกนาน เพราะไม่เคยมีนายกฯ ท่านใดที่ถูกกระทำและถูกดำเนินคดีโดยมิได้ผ่านกระบวนการยุติธรรมปกติเช่นท่านมาก่อน.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52720</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบังคับคดี, ทรัพย์สินถูกขายทอดตลาด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แรมโบ้อีสาน, ไม่ใช่เรื่องของผม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191217/image_big_5df8e4dd8a183.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
