<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51288</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาเดือด!วอล์กเอาต์/ชวนกรีดไม่ใช่โรงเหล้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;งามหน้าสภาล่ม! ฝ่ายค้านชนะโหวตตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบจาก ม.44 วิปรัฐบาลแก้เกมขอนับใหม่ทำให้ประท้วงกันวุ่น &amp;quot;ชวน&amp;quot; กรีด &amp;quot;สภาไม่ใช่โรงเหล้าเถื่อน&amp;quot; หลังพักการประชุมก็ยังวุ่น ฝ่ายค้านวอล์กเอาต์เสนอนับองค์ประชุม พิลึกเหลือเพียง 92 เสียงจนต้องปิดการประชุม ฮือฮา! 6 ส.ส.ปชป.ลงคะแนนให้ฝ่ายค้าน &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; หลุดปากประธาน กมธ.แก้ รธน.ชื่อ &amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; ด้าน &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; แจงเหตุไม่ส่งชื่อ &amp;quot;อภิสิทธิ์&amp;quot; นั่ง กมธ. หวั่นไม่ได้รับเลือก พท. โวยส่ง &amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; มาป่วนไม่ให้แก้ รธน.สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เวลา 16.30 น. วันที่ 27 พฤศจิกายน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม เข้าสู่วาระการพิจารณาญัตติด่วน เรื่องการให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (มกธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของ คสช. และการใช้อำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 โดยเป็นการพิจารณาต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวสรุปปิดท้ายว่า หากมีการตั้ง กมธ.ชุดนี้จะมาศึกษาว่าคำสั่งหรือประกาศ คสช.ฉบับใดดี ก็จะเปลี่ยนมาเป็นพระราชบัญญัติ ส่วนคำสั่ง คสช.ใดที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนควรยกเลิกหรือฉบับใดยกเลิกไปแล้ว แต่ผลร้ายยังดำรงอยู่ ก็ควรหามาตรการเยียวยาให้ผู้เสียหาย ที่ระบุว่าคำสั่งและประกาศ คสช.ยกเลิกไปแล้วหลายฉบับ เหลืออยู่เพียงไม่กี่ฉบับนั้น แม้จะยกเลิกไปแล้ว แต่ไม่ใช่ว่าปัญหาจะหมดไป เพราะผลพวงผลร้ายยังคงอยู่ เช่น การโยกย้ายหรือสั่งพักข้าราชการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญการตั้ง กมธ.ชุดนี้ เป็นการแก้ปัญหาอวัฒนธรรม การพ้นผิดลอยนวล ต่อไปใครทำรัฐประหารจะย่ามใจ ทำแล้วก็นิรโทษกรรมตัวเอง ทำให้ประเทศไทยไม่พ้นจากวงจรอุบาทว์ มีรัฐประหารซ้ำซาก หากสภานิ่งเฉยจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ถ้าไปเจอกับชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่ง คสช. หรือจะเอาหน้าไปไว้ไหน ถ้าส่องกระจกดูตัวเอง&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้มีการลงมติว่าจะให้ตั้ง กมธ.วิสามัญฯ หรือไม่ ทันทีที่ผลคะแนนปรากฏว่ามีเสียงเฮลั่นจากฝ่ายค้านในห้องประชุม เพราะผลคะแนนพลิกล็อกเห็นชอบให้ตั้ง กมธ.ด้วยคะแนน 234 ต่อ 230 งดออกเสียง 2 และไม่ลงคะแนน 1 แต่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล รีบแก้เกมทันทีด้วยการเสนอให้นับคะแนนใหม่ เพราะเกิดความสับสนแพ้ชนะกันเฉียดฉิวทำให้ ส.ส.ฝ่ายค้านพากันส่งเสียงโห่ดังลั่น แต่นายชวนระบุว่าตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อ 85 ในกรณีมีคะแนนแพ้ชนะกันไม่เกิน 25 เสียง แต่การลงคะแนนใหม่ต้องใช้วิธีการขานชื่อทีละคน พร้อมขอคำยืนยันจากฝ่ายรัฐบาลจะให้ลงคะแนนใหม่ใช่ไหม ซึ่ง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลก็ยกมือรับรอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านไม่ยอมพากันประท้วงวุ่นวาย โดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ กล่าวว่า หากให้นับคะแนนใหม่เช่นนี้ ก็ต้องนับใหม่ทุกครั้งที่มีการขอ ขณะที่นายปิยบุตรกล่าวว่า ขอให้ประธานวิปรัฐบาลใจเย็นๆ หวังว่ารัฐบาลจะเข้าใจว่า แพ้ก็คือแพ้ อย่าให้มีปัญหากับสภาแห่งนี้ มิเช่นนั้นสภาจะทำงานต่อไม่ได้
สภาไม่ใช่โรงเหล้าเถื่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชวนยืนยันว่า เป็นสิทธิของสมาชิกที่ขอให้นับคะแนนใหม่ ตนไม่มีทางหลีกเลี่ยง ถ้าไม่ให้นับใหม่ตนก็ทำผิดข้อบังคับการประชุม ในฐานะประธานไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น แต่จะทำให้อย่างไร เพราะต้องวางตัวเป็นกลาง จากนั้นขอให้ตั้งคณะกรรมการนับคะแนนจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่ฝ่ายค้านไม่ยอมส่งตัวแทนเป็นคณะกรรมการนับคะแนน และฝ่ายค้านยังคงรุมประท้วงต่อเนื่อง บางคนตะโกนเสียงดังต่อว่าด้วยความไม่พอใจ จนนายชวนต้องบอกว่า &amp;quot;ให้รักษามารยาทด้วย สภาไม่ใช่โรงเหล้าเถื่อน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในที่สุด นายสมพงษ์ อมรวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน เสนอให้พักการประชุม 5 นาที เพราะขณะนี้กำลังมีปัญหากันนิดหน่อย ซึ่งนายชวนก็อนุญาตให้พักการประชุม 15 นาที &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 18.55 น. เปิดประชุมสภาอีกครั้ง โดยนายชวนแจ้งว่าผลเป็นอย่างไรก็ตามขอให้สมาชิกมั่นใจว่าตนยึดข้อบงคับ ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ยืนยันที่จะวินิจฉัยตามข้อบังคับ เมื่อมีการเสนอให้นับคะแนนใหม่ตามข้อที่ 85 ก็ต้องมีการลงมติโดยเปิดเผยตามข้อบังคับข้อที่ 83 ซึ่งก็พยายามมีการพูดคุยให้ทั้งสองฝ่ายมีข้อยุติร่วมกัน โดยขอให้แต่ละฝ่ายค้านยืนยันอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการเจรจากันมีแนวโน้มว่าน่าจะคุยกันได้ ซึ่งข้อบังคับข้อที่ 85 เปิดโอกาสให้นับคะแนนใหม่ได้ แต่เป็นข้อบังคับที่เหมาะกับสถานการณ์เสียงในสภาห่างกันชัดเจนเกิน 25 คะแนน แต่สภาชุดนี้มีเสียงห่างกันไม่ถึง 10 คะแนน และจะทำให้เกิดปัญหานับคะแนนใหม่อยู่เรื่อยในอนาคต จึงควรจะใช้อย่างเหมาะสม ถ้าหากวันนี้ไม่ได้รับความกรุณาจากประธานสภาฯ และฝ่ายเสียงข้างมากมาก ฝ่ายค้านก็จำเป็นไม่ขออยู่ร่วมประชุม ขอออกจากห้องประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวยืนยันขอให้มีการนับใหม่ แต่หลังจากมีโอกาสได้ทราบรายละเอียด จะเห็นได้ว่ามีหลายคนที่อยู่ในห้อง แต่ปรากฏว่ามีรายชื่อว่างดดอกเสียง และมีหลายคนที่โหวตแล้วเสียงออกมาตรงกันข้าม การทำงานในระบบวิปรัฐบาลในครั้งนี้เราก็ทำด้วยความละเอียดรอบคอบ เช็กเสียงมาโดยตลอด ยืนยันไม่ได้ต้องการเอาชนะคะคาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า พวกเราประสบปัญหานี้มาตลอด แต่วิธีปฏิบัติไม่ใช่ให้นับใหม่ แต่ใช้วิธียืนขึ้นแล้วให้ประธานตรวจสอบ ไม่ได้ให้นับใหม่อย่างนี้ เพราะเสียเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นท้วงว่า ประธานสภาฯ ได้วินิจฉัยไปแล้วว่าให้นับคะแนนใหม่ หากมีการประท้วงหรือวอล์กเอาต์ก็จะเกิดปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในที่สุดนายชวนยังยืนยันวินิจฉัยตามเดิม โดยให้นับคะแนนใหม่ตามข้อบังคับข้อที่ 85 และให้เปลี่ยนวิธีการลงคะแนนเสียงโดยเปิดเผยด้วยวิธีเรียกชื่อ ตามข้อบังคับข้อที่ 83(2)
6 ส.ส.ปชป.โหวตหนุนฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน ส.ส.ฝ่ายค้านได้เริ่มเดินออกจากห้องประชุมทันที ขณะที่นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ยังอยู่ในห้องประชุม และลุกขึ้นขอเสนอนับองค์ประชุมทันที แต่ผลยังไม่ออกนายวิรัชก็ลุกขึ้นกล่าวว่า ตอนนี้มีการนับองค์ประชุม เพื่อสมาชิกฝ่ายค้านได้เดินออกจากห้องประชุมไป แต่ถึงอย่างไรพรุ่งนี้ก็จะมีการประชุมอยู่แล้ว ฉะนั้นขอให้เลื่อนญัตติออกไปก็ได้ จากนั้นนายชวนขานองค์ประชุมว่ามี 92 เสียง ถือว่าองค์ประชุมไม่ครบ &amp;nbsp;และสั่งปิดในเวลา 19.17 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของผลโหวต 236 ต่อ 231 งดออกเสียง 2 เสียง (ซึ่งบางส่วนลงคะแนนเพิ่มภายหลัง) ปรากฏว่ามีส.ส. 33 คนไม่ได้มาร่วมโหวต แบ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล 18 คน ได้แก่ พลังประชารัฐ 8 คน, ประชาธิปัตย์ 6 คน, ภูมิใจไทย 3 คน และชาติไทยพัฒนา 1 คน ขณะที่เป็นฝ่ายค้าน 15 คน ได้แก่ เพื่อไทย 10 &amp;nbsp;คน, อนาคตใหม่ 2 คน, เศรษฐกิจใหม่ 1 คน, เสรีรวมไทย 1 คน และประชาชาติ 1 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เสียงข้างมาก 236 เสียง เห็นด้วยกับการตั้ง กมธ. ส่วนใหญ่เป็นเสียงของฝ่ายค้าน และมีเสียงของพรรคร่วมรัฐบาล อาทิ นางกันตวรรณ ตันเถียร, นายเทพไท เสนพงศ์, นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์, นายอันวาร์ สาและ, นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ก่อนการปิดประชุมสภาว่า การลงมติฝ่ายที่เห็นด้วยในการตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบจาก ม.44 ด้วยคะแนน 234 ต่อ 230 คะแนน ซึ่งเราก็ดีใจที่พรรคการเมืองหลายพรรคไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลได้ลงมติเห็นด้วยในการตั้ง กมธ.วิสามัญชุดนี้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของพรรคการเมืองที่ต้องปกป้องสิทธิของประชาชนที่ถูกพรากไปในยุคของ คสช. ซึ่งตามข้อบังคับการประชุมสภา สามารถนับคะแนนใหม่ได้จริงถ้าหากคะแนนห่างกันไม่เกิน 25 คะแนน แต่ว่าการนับคะแนนใหม่กับการรวมคะแนนใหม่นั้นไม่เหมือนกัน ฝ่ายที่แพ้โหวตมาขอให้นับคะแนนใหม่แบบนี้ เราจะมีสภาไว้ทำไม เสียงข้างมากเมื่อชนะแล้วจำเป็นต้องดำเนินต่อไป ไม่เห็นความจำเป็นใดๆ ที่ประธานวิปรัฐบาลต้องมาขอให้มีการนับคะแนนใหม่ และทำให้เกิดความวุ่นวาย กลายเป็นว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ต้องการให้เกิดการเยียวยาชดเชยกับผู้ได้รับผลกระทบจาก คสช.หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้น ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ไม่เสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ เป็นประธาน กมธ.ศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เป็นเรื่องของเขาจะมาถามอะไรตน เมื่อถามว่าการถอนชื่อเช่นนี้สะท้อนว่าพรรคพลังประชารัฐไม่ยอมเรื่องตำแหน่งประธานใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ จะไปรู้ได้อย่างไร ตนบอกแล้วว่าเป็นเรื่องของเขา เป็นเรื่องของสภา สื่อจะมาถามอะไรตน&amp;nbsp;
ชื่อ&amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot;นั่งประธานกมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า พรรค พปชร.ไม่สนับสนุนนายอภิสิทธิ์ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่เกี่ยว พรรคพลังประชารัฐก็ส่งชื่อไปแล้ว เมื่อซักว่าเป็นใคร พล.อ.ประวิตรกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังเสียงดังว่า &amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะเสนอนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. เป็นประธาน กมธ.ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ใช่ ยังไม่รู้ ก็แล้วแต่เขา สื่อถามแล้วถามอีก เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ก็ถามไปแล้ว ตนก็ตอบไปแล้ว ส่วนรายชื่อ กมธ.ของพรรค พปชร.ก็เปิดไปแล้ว จะไปรู้ทั้งหมดทำไม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีพรรค ปชป.ไม่ส่งนายอภิสิทธิ์เป็น กมธ.ศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะทำให้ตำแหน่งประธานไปอยู่ที่พรรคพปชร.ใช่หรือไม่ ว่าไม่รู้ ตำแหน่งดังกล่าวขึ้นอยู่กับกรรมาธิการ 49คนจะไปโหวต และในการเสนอชื่อสัดส่วน กมธ.ของรัฐบาล 6 คน ไม่เคยพูดถึงตำแหน่งประธาน ส่วนที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน มาอยู่ในสัดส่วนของ ครม. เนื่องจากจะไปใส่ในโควตาอื่นก็เต็ม ซึ่งรัฐบาลได้โควตา 12 คน โดยให้วิปรัฐบาลไปเลือก 6 คน ส่วน ครม.เลือกเอง 6 คน ดังนั้นชื่อของนายไพบูลย์จะอยู่ในสัดส่วน ครม.หรือของรัฐบาลก็ได้ไม่แปลก ส่วนขั้นตอนการตั้งประธานเมื่อได้กมธ.แล้วต้องมีการประชุมโดยเลือกผู้อาวุโสที่สุดมาทำหน้าที่ประธานก่อน จากนั้นจึงเลือกประธานตัวจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ตำแหน่งประธานมีสำคัญมากน้อยแค่ไหนถึงมีการถกเถียงตั้งแต่ยังไม่ตั้ง กมธ. นายวิษณุกล่าวว่า สื่อไปให้ความสำคัญเอง ตนไม่เห็นว่าจะมีอะไรมาก โดยเฉพาะกับ กมธ.วิสามัญ แต่การเป็นประธาน กมธ.สามัญอาจมีบทบาทต้องนั่งเป็นประธานไปตลอดสมัยก่อน อาจแย่งกันหรือผลัดกันเป็น เพราะจะได้เครื่องราชอิสริยาภรณ์ แต่ถ้าเป็น กมธ.วิสามัญ อาจมีอำนาจชี้ให้ไปพูด แต่ไม่มีสิทธิประโยชน์ได้เครื่องราชฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สัดส่วน ครม. 6 คนที่ตนรับผิดชอบ ถือว่าทุกคนมีคุณสมบัติที่ดี โดยเฉพาะคุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สตรีนักธุรกิจ อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรม และทำงานในภาคสตรี ซึ่งมีความหลากหลาย สำหรับตำแหน่งประธานกมธ.นั้น เป็นเรื่องที่ กมธ. 49 คนจะไปเลือกกันเอง ไม่ได้เสนอใครเป็นพิเศษ แต่เมื่อเห็นรายชื่อก็คงรู้ว่าใครควรจะเป็นประธาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า พรรค ปชป.ได้รายชื่อครบถ้วนแล้ว 5 คน ที่จะเข้าไปเป็น กมธ. ส่วนก่อนหน้านี้มติที่ประชุมพรรคมีการเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ อันนั้นเป็นมติพรรคเบื้องต้น ที่มอบหมายให้นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปพรรคประชาธิปัตย์ ไปหารือร่วมกับวิปรัฐบาล แต่ในเมื่อยังไม่มีความชัดเจน การที่จะส่งนายอภิสิทธิ์ไปเป็นประธาน กมธ. หรือ กมธ. ก็เกรงว่าจะเกิดความผิดพลาดมีปัญหาขึ้นมา ก็ต้องรักษาท่านไว้ พูดตรงๆ หาก กมธ.ไม่ได้เลือกท่าน มันก็จะไม่คุ้มที่สูญไป จากนี้ไปการเลือกประธาน กมธ.จะเป็นไปตามมติวิปรัฐบาลและเป็นเรื่องของ กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มติที่ออกมาถือเป็นการถอยเพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญไปได้หรือไม่ นายจุรินทร์ตอบว่า ความจริงต้องแยกเป็นประเด็น ซึ่งเรื่องนายอภิสิทธิ์ เป็นปกติเบื้องต้นของที่ประชุม ส.ส.พรรค เหมือนที่พรรคเคยปฏิบัติมาในทุกๆ เรื่อง ในส่วนของพรรคปชป. ไม่ส่งใครไปเป็นประธาน กมธ.แล้ว&amp;nbsp;
แก้ รธน.สำเร็จอยู่ที่ 3 ป.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. กล่าวว่า &amp;nbsp;เมื่อ พล.อ.ประวิตรออกมารับลูกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีการแก้ไขแน่นอน ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี ถือเป็นการให้สัญญาประชาคมแล้วหวังว่าท่านคงรักษาสัจจะของลูกผู้ชายชาติทหาร เชื่อว่า พล.อ.ประวิตรสามารถผลักดันให้แก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ประสบผลสำเร็จได้อย่างแน่นอน เพราะเพียงแค่ท่านส่งสัญญาณไปยัง ส.ว.ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก คสช.เท่านั้น ส.ว.ทุกคนก็รอฟังสัญญาณจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม หรือ พล.อ.ประวิตรกันตลอดเวลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเมืองในวันนี้อำนาจสูงสุดรวมศูนย์อยู่ที่พี่น้อง 3 ป. หากคณะ 3 ป.เปิดไฟเขียวเมื่อไหร่ ทุกอย่างก็จะราบรื่นและง่ายดายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียอีก ถ้า พล.อ.ประวิตรผลักดันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จ ท่านจะได้รับเสียงชื่นชมแซ่ซ้องสรรเสริญจากทุกภาคส่วน และถ้าสำเร็จได้จริงภายในหนึ่งปีด้วยฝีมือและการสนับสนุนของ พล.อ.ประวิตรจริง ผมจะขออาสาเป็นตัวแทนของทุกคนที่รักประชาธิปไตย นำดอกไม้ธูปเทียนไปกราบขอบพระคุณ พล.อ.ประวิตรถึงห้องทำงานที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาลทันที&amp;quot; นายเทพไทกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ปชป. โพสต์ข้อความว่า ขอบคุณพรรคประชาธิปัตย์ที่เสนอผมเป็น กมธ.ปกติทุกประเทศเวลามีความขัดแย้งเขาจะตั้งหลักที่รัฐธรรมนูญ แต่ครั้งนี้นับว่ายาก เพราะเหมือนถูกวางระเบิดเวลาไว้ โดยผู้วางคือนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ตอนนี้ท่านก็คงแอบดูอยู่ในหลุมหลบภัยว่า หากเราเข้าไปแตะระเบิดลูกนี้ จะระเบิดโดนใครตายบ้าง ผมก็เสียวๆ อยู่เหมือนกัน เพราะมีชื่อเป็นผู้เข้าไปแก้ระเบิดเวลาลูกนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังจากที่มีกระแสข่าวพรรค ปชป. ไม่ส่งชื่อนายอภิสิทธิ์ลงชิงตำแหน่งประธาน กมธ. เพราะกลัวขัดแย้งกับพรรค พปชร. สังคมก็ตั้งคำถามว่าตกลงการอยากอยู่ร่วมรัฐบาลให้นานที่สุด กับมติพรรคและสัญญาประชาคมพรรค ปชป. เห็นอย่างใดสำคัญกว่ากัน การจงใจส่งนายไพบูลย์มาเป็นประธาน กมธ. เจตนาชัดว่าจะยื้อเวลาและปั่นป่วนไม่ให้การทำงานศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถขับเคลื่อนได้ เป็นการส่งสัญญาณชัดว่าอยากอยู่ยาว พอได้อยู่ยาว ก็อยากอยู่ต่อให้นานที่สุด โดยไม่สนใจว่าประชาชนจะเดือดร้อนอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รายชื่อที่ถูกเปิดเผยมาจากฝั่งรัฐบาลมีเจตนาที่จะดึงเกมหรือแก้เกมการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ และเป็นบุคคลที่ได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คนเหล่านี้จึงไม่ต้องการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่อาจเข้ามาเพื่อเล่นเกมการเมืองเท่านั้น ขอเตือนอย่าส่งคนเข้ามาป่วนหรือยื้อ วันนี้ขอความจริงใจ แม้รัฐบาลจะมีเสียงมากกว่า แต่จะอยู่ได้ด้วยความจริงใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีความเห็นเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้สัมภาษณ์ถึงข้อสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเตรียมพร้อมรับศึกการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ไม่เป็นไร เป็นเรื่องของฝ่ายค้าน ก็ได้กำชับในที่ประชุม ครม.และทุกกระทรวงไปแล้ว ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลและนโยบายต่างๆ ก็ไม่ได้มีปัญหา เพราะทุกคนอยู่ในรัฐบาล ส่วนตัวของตนก็ไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะเราไม่มีอะไรจะต้องไปเตรียมความพร้อมเรื่องอะไร ส่วนที่ฝ่ายค้านระบุว่าจะล็อกเป้าไว้ที่ 3 ป.นั้น ก็ทำไปเถอะ แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีเรื่องอะไร&amp;nbsp;
ฝ่ายค้านไร้เหตุผลซักฟอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคร่วมรัฐบาลจำเป็นต้องมีการพูดคุยกันก่อนที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า วันนี้ฝ่ายค้านยังไม่ได้ยื่นญัตติเลย ยังไม่รู้รายละเอียดว่าจะอภิปรายใครบ้าง รอให้ฝ่ายค้านยื่นญัตติก่อน ส่วนที่ฝ่ายค้านจะพุ่งเป้าไปที่ประเด็นเศรษฐกิจ ก็เป็นเรื่องของทีมเศรษฐกิจ ซึ่งทีมเศรษฐกิจทั้งหมดยืนยันมีเอกภาพอยู่ ไม่มีเอกภาพจะอยู่กันได้อย่างไร ตลอด 3เดือนของการทำงานที่ผ่านมา รัฐบาลมีความตั้งใจทำงานตามกฎหมาย ไม่มีอะไรที่จะทำให้เกิดความข้องใจ ทำงานอย่างเต็มที่และร่วมมือกันทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรค พปชร. กล่าวถึงกรณีที่นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุว่า ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แต่เกรงว่ารัฐบาลจะกลั่นแกล้งบรรจุญัตติใกล้ช่วงปีใหม่ว่า นายสุทินวิตกเกินเหตุ ขอให้ใจเย็นๆ ทำจิตใจให้สบายๆ อย่ามองโลกในแง่ร้าย รัฐบาลพร้อมจะชี้แจงทุกที่ทุกเวลา วันไหนก็ได้ เพราะเรามั่นใจว่ารัฐบาลไม่ได้ทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง ส่วนการบรรจุญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น เป็นอำนาจของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายในประเด็นความล้มเหลวในการบริหารงานนั้น ดูไม่ค่อยสมเหตุสมผล เพราะรัฐบาลทำงานมา 4 เดือน งบประมาณปี 2563 ก็ยังไม่ได้ใช้ บวกกับประเทศเจอปัญหาเศรษฐกิจโลก เรียกว่ารัฐบาลทำเต็มที่แล้ว ขนาดสำนักวิจัยซูเปอร์โพลยังยกให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็น ครม.ในใจประชาชน เพราะทำงานหนัก กล้าคิด มือสะอาด&amp;quot; นายธนกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า จากปัญหาความไม่ลงตัวภายในรัฐบาล ที่สะท้อนให้จากการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน สืบเนื่องจากการทำงานระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลหลักๆ 3 พรรคคือ พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย มีความขัดแย้งขึ้นหลายครั้ง และต่างคนต่างทำงานของตัวเอง ทั้งยังมีการข่มขู่จะถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลด้วย ทำให้พรรคพลังประชารัฐจำเป็นต้องหาหลักประกันในการขับเคลื่อนงานในสภา ด้วยการติดต่อ ส.ส.จากพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย มาสนับสนุนการทำงานในสภา หากพรรคร่วมรัฐบาลเล่นเกมการเมืองโดยใช้เสียง ส.ส.มาเป็นเครื่องต่อรอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะนี้แกนนำพรรคพลังประชารัฐได้ติดต่อ ส.ส.พรรคเพื่อไทยให้ยกมือสนับสนุนรัฐบาลในบางเรื่อง ได้แล้วประมาณกว่า 20 คน ส่วนใหญ่เป็น ส.ส.ภาคอีสาน ซึ่งการประสานครั้งนี้จะเป็นในลักษณะการฝากเลี้ยง คือให้พรรคพลังประชารัฐดูแล ส.ส.คนที่ติดต่อไว้เพียงแค่ช่วยขับเคลื่อนงานในสภาโดยไม่จำเป็นต้องย้ายพรรค เรื่องนี้ทางแกนนำพรรคพลังประชารัฐได้ประสานไปยังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่เป็นบุคคลที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยให้ความเคารพรับทราบแล้ว ซึ่งนายทักษิณไม่ได้ขัดข้องอะไร สอดคล้องกับการวางตัวของนายทักษิณในช่วงหลังที่โลว์โปรไฟล์ ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมือง โดยนายทักษิณถึงกับบอกผู้ที่ไปประสานว่า &amp;ldquo;ฝากเลี้ยงไปแล้ว ก็ขอให้เลี้ยงให้ดีด้วยนะ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51288</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบจาก ม.44, ชวน หลีกภัย, ฝ่ายค้านชนะโหวต, วอล์กเอาต์, สภาเดือด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไม่ใช่โรงเหล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191127/image_big_5dde7afc33c93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
