<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประธานชวน&#039;มั่นใจคุมประเด็นอภิปรายตามกรอบเวลาได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่กำลังจะพิจารณาญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อ ครม. ว่า เป็นการสอบถามให้คำแนะนำตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ซึ่งไม่ใช่การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เป็นกระบวนการการตรวจสอบที่ไม่ลงมติ เป็นการสอบถามปัญหาและให้คำแนะนำกับรัฐบาล โดยผู้เสนอญัตติมีเวลาอภิปราย 10 ชั่วโมง รัฐบาลมีเวลา 5 ชั่วโมง คาดว่าเสร็จภายในเที่ยงคืนของวันนี้ ซึ่งประเด็นที่อภิปรายในครั้งนี้ เป็นประเด็นกว้างๆ แต่จะยึดประเด็นเศรษฐกิจเป็นสำคัญและสถานการณ์ทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ส่วนที่ฝ่ายค้านบางคนเตรียมอภิปรายคุณสมบัติของรัฐมนตรีนั้นสามารถทำได้หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า หากเป็นเรื่องคุณสมบัติ อาจจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจมากกว่า แต่สุดท้ายต้องดูที่เนื้อหาว่าพูดอย่างไร
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76884</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ญัตติ, ประธานสภาผู้แทนราษฎร, อภิปรายทั่วไป, ไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58381ca68b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านชำแหละ&#039;ครม.หน้าเดิม&#039;นำประเทศสู่ความมืดมนและหายนะในที่สุด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.45 น. ในการประชุมร่วมรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม มีวาระสำคัญ คือ คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 ซึ่งนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;และรมว.กลาโหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ส.ส.เชียงใหม่ ในฐานะว่าที่ผู้นำฝ่ายค้าน อภิปรายว่า ภายใต้โลกาภิวัตน์ที่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ความท้าทายจากสงครามการค้า การรับมือกับความท้าทายต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ปัญหาความถดถอย และอุปสรรคในการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชน ปัญหานักท่องเที่ยวที่ลดกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ รัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย รวมทั้งสภาพของรัฐบาลที่มีเสียงปริ่มน้ำ เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งเตรียมมาตรการเพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามตนไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะสามารถนำนโยบายที่นำเสนอในวันนี้แก้ไขปัญหาต่างๆให้กับประเทศได้ โดยวิเคราะห์จากความล้มเหลวของรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งหลายส่วนโดยเฉพาะในส่วนสำคัญ อาทิ นายกรัฐมนตรี รมต.ด้านเศรษฐกิจ รมต.ฝ่ายความมั่นคง ล้วนเป็นแกนนำสำคัญของรัฐบาลชุดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คุณสมบัติ ความรู้ และความสามารถของรัฐมนตรี เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนไว้เข้มข้น รัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ ต้องไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนประมวลจรยิธรรมอย่างร้ายแรง แต่พบว่ามีรัฐมนตรีหลายคนมีคดีติดตัวอยู่ บางคนมีคดียาเสพติด แต่รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ก็ออกมาแก้ต่างว่าความผิดที่เกิดขึ้นเกิดที่ต่างประเทศ&amp;rdquo; นายสมพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวว่า นอกจากนี้ เรื่องความเชื่อมั่น และความชอบธรรมในการบริหารประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะแก้ไขปัญหาของชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจากการติดตามการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ ตนมั่นใจว่าประชาชนทั้งไทย และต่างชาติ ไม่ได้มีความเชื่อมั่นในรัฐบาลชุดนี้เลยแม้แต่น้อย และไม่เชื่อมั่นว่าภายใต้นายกฯคนเดิม หัวหน้าทีมเศรษฐกิจคนเดิม ครม.หน้าเดิมๆจะสามารถแก้ปัญหาต่างๆให้ประเทศได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การที่รัฐบาลชุดใหม่ยืนยันจะใช้บุคลากร และมาตรการเดิมๆที่ล้มเหลวมาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มีแต่จะนำประเทศไปสู่ความมืดมน และหายนะในที่สุด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า ตนไม่เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้จะมีศักยภาพเพียงพอในการนำเอานโยบายที่กำลังจะประกาศใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชน ประกอบด้วย 3 ความไม่ชอบธรรม ได้แก่ 1.การเข้าสู่อำนาจที่ขาดความชอบธรรม ใช้รัฐธรรมนูญที่เขียนขึ้นโดยพวกพ้อง เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการสืบทอดอำนาจของตัวเอง ถือเป็นการโกงอำนาจประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.คณะรัฐมนตรีขาดความชอบธรรม และไม่มีคุณสมบัติที่จะบริหารประเทศ ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และ3.ตัวนายกฯก็ขาดความชอบธรรมในการที่จะเข้ามาผลักดันนโยบาย เพราะมีปัญหาด้านคุณสมบัติที่จะดำรงตำแหน่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังล้มเหลวในการบริหารระบบเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้ประเทศเกือบเข้าสู่สภาวะล้มละลาย การเมินเฉยต่อการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน และบิดเบือนกลไกกฎหมาย เพื่อประโยชน์ของพวกพ้อง โกหกประชาชนและนานาชาติเรื่องการปฏิรูปการเมือง และการนำพาประชาธิปไตยกลับมาสู่ประเทศ ได้มาแต่เพียงประชาธิปไตยจอมปลอมหรือเผด็จการครึ่งใบ และการใช้เงินภาษีประชาชนไปกับกองทัพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทั้งหมดนี้ทำให้ผมมั่นใจว่านายกฯ และคณะ ได้ทำให้ประเทศเสียหายอย่างใหญ่หลวง และมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทำให้ผมไม่เชื่อว่านายกฯจะทำให้นโยบายเหล่านี้ประสบความสำเร็จได้&amp;quot;ว่าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ &amp;nbsp; ระบุ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41928</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้นำฝ่ายค้าน, พล.อ.ประยุทธ์, รัฐบาลพลเอกประยุทธ์, อภิปรายนโยบาย, แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา, ไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d39491b4c9e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24104</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2018 21:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2018 21:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบร็กซิตระส่ำ ลูกพรรคยื่นไม่ไว้วางใจนายกฯ เทเรซา เมย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สมาชิกร่วมพรรคอนุรักษนิยมของนายกฯ เทเรซา เมย์ ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจเธอ โดยนัดลงมติวันพุธเพื่อชี้ชะตาว่าเมย์จะรักษาตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษไว้ได้หรือไม่ ภายหลังฝ่ายหนุนเบร็กซิตไม่พอใจที่เมย์ยื้อการลงมติร่างข้อตกลงเบร็กซิตในสภาไปเป็นเดือนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากวิดีโอถ่ายทอดสดการประชุมสภาสามัญชน นายกฯ เทเรซา เมย์ กล่าวระหว่างการประชุมตอบกระทู้ถามประจำสัปดาห์ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2561 / AFP / PRU&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างข้อตกลงที่สร้างความไม่พอใจแก่ฝ่ายที่สนับสนุนการถอนอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (อียู) นี้ผ่านการเจรจาต่อรองมานานกว่า 2 ปี และบรรดาผู้นำอียูได้ให้ความเห็นชอบเมื่อเดือนที่แล้ว เดิมรัฐบาลของนายกฯ เมย์ จะต้องส่งร่างนี้ให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงมติในวันอังคารที่ 11 ธันวาคม 2561 แต่จากการต่อต้านอย่างรุนแรงของสมาชิกพรรค ทำให้เมย์ยอมรับว่ารัฐบาลคงพ่ายแพ้การลงมติ เธอจึงตัดสินใจเลื่อนการลงมติไปเป็นวันที่ 21 มกราคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การยื่นญัตติไม่ไว้วางใจของสมาชิกพรรค ซึ่งรวบรวมจดหมายสนับสนุนได้ครบขั้นต่ำ 48 ฉบับ หรือร้อยละ 15 ของ ส.ส. เพื่อให้ที่ประชุมพรรคลงมติค่ำวันพุธที่ 12 ธันวาคม ตามเวลาของอังกฤษ ถือเป็นวิกฤติครั้งใหญ่ที่สุดที่ผู้นำหญิงรายนี้ต้องเผชิญ นับแต่รับไม้ต่อจากเดวิด แคเมอรอน เมื่อเดือนมิถุนายน 2559 ภายหลังผลประชามติสนับสนุนการถอนตัวจากอียู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า เมย์ประกาศกร้าวผ่านแถลงการณ์ว่า เธอจะทุ่มสุดตัวเพื่อต่อสู้กับการท้าทายภายในพรรค และเธอพร้อมจะทำงานให้ลุล่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากเมย์พ่ายแพ้การลงมติไม่ไว้วางใจภายในพรรค พรรครัฐบาลพรรคนี้จะต้องจัดเลือกตั้งผู้นำพรรคคนใหม่ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และผู้ที่ได้รับเลือกจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่โดยอัตโนมัติ แต่หากเมย์รอดพ้นการโค่นเก้าอี้ได้ เธอจะไม่ต้องรับมือกับความพยายามท้าทายภายในพรรคอีกอย่างน้อย 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวลือเรื่องการท้าทายเก้าอี้ผู้นำพรรคของเมย์ที่แพร่สะพัดเมื่อเย็นวันอังคารส่งผลให้ค่าเงินปอนด์ของอังกฤษอ่อนลงทันที แต่เมื่อข่าวนี้ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการและเมย์ออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์ว่าเธอจะต่อสู้เพื่อรักษาเก้าอี้ ก็ทำให้เงินปอนด์กลับมาอยู่ในระดับเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมย์ยกเลิกการประชุมรัฐมนตรีในวันพุุธ และยกเลิกกำหนดการเยือนกรุงดับลินวันพุธ เพื่อเจรจากับนายกฯ ลีโอ วารัดการ์ ของไอร์แลนด์ เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ ที่รัฐบาลของเธออาจพังครืนไปพร้อมกับร่างข้อตกลงเบร็กซิต ซึ่งถูกต่อต้านอย่างหนัก โดยเฉพาะประเด็นแบ็กสต็อป ที่จะเปิดพรมแดนไอร์แลนด์ไว้ก่อนชั่วคราว อันจะทำให้อังกฤษต้องถอนตัวจากอียูในวันที่ 29 พฤษภาคม 2562 โดยไม่มีข้อตกลงเตรียมที่ทางสำหรับอนาคต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24104</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคคอนเซอร์เวทีฟ, พรรคอนุรักษนิยม, อังกฤษ, เทเรซา เมย์, เบร็กซิต, ไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181212/image_mid_5c111a179d68b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2018 21:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2018 21:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีลังกาวุ่นต่อ รัฐสภาลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ ราชปักษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศรีลังกาเผชิญภาวะสุญญากาศทางการเมือง เมื่อรัฐสภาลงมติเมื่อวันพุธ ไม่ไว้วางใจนายกฯ มหินทา ราชปักษา ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างน่าครหา หลังจากประธานาธิบดีปลดรานิล วิกรมสิงเห พ้นตำแหน่งนายกฯ เมื่อเดือนที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.ตะเบ็งเสียงสนับสนุนอดีตนายกฯ รานิล วิกรมสิงเห ระหว่างการประชุมสภาเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ที่กรุงโคลัมโบ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศรีลังกาเข้าสู่วิกฤติทางการเมืองตั้งแต่ประธานาธิบดีไมตรีปาละ สิริเสนา มีคำสั่งปลดนายกฯ รานิล วิกรมสิงเห เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม และแต่งตั้งอดีตประธานาธิบดีมหินทา ราชปักษา ที่แพ้การเลือกตั้งเมื่อ 3 ปีก่อนเป็นนายกรัฐมนตรี กระทั่งเมื่อวันอังคารศาลฎีกาตัดสินลบล้างคำสั่งยุบสภาของประธานาธิบดี และให้เลิกการเตรียมการเลือกตั้งก่อนกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน ที่ประชุมรัฐสภาศรีลังกาที่เสียงข้างมากเป็นของพรรคยูไนเต็ด เนชันแนล (ยูเอ็นพี) ที่วิกรมสิงเหเป็นหัวหน้าพรรค ลงมติเป็นเอกฉันท์ไม่ไว้วางใจราชปักษา แต่ผลการลงมติของรัฐสภาไม่ได้ทำให้วิกรมสิงเหกลับมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ในทันที เนื่องจากประธานาธิบดีสิริเสนายังคงมีอำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มหินทา ราชปักษา (กลาง) ร่วมการประชุมสภาเมื่อวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิกฤติการเมืองในศรีลังกาขณะนี้ทำให้กลัวว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศและศรีลังกายังต้องมีภาระใช้เงินกู้ก้อนใหญ่ที่กู้มาจากต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิกรมสิงเหกล่าวขณะออกจากบ้านพักประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3&amp;nbsp; สัปดาห์ว่า การลงมติของรัฐสภาครั้งนี้ถือว่าเป็นชัยชนะของประชาชน และประณามการกระทำของประธานาธิบดีว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ขณะที่พรรคยูเอ็นพีเรียกร้องให้สิริเสนาเปิดทางให้วิกรมสิงเหจัดตั้งรัฐบาลใหม่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รานิล วิกรมสิงเห (กลาง) รายล้อมด้วย ส.ส.ที่สนับสนุนเขา / AFP&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21984</URL_LINK>
                <HASHTAG>มหินทา ราชปักษา, รัฐสภา, รานิล วิกรมสิงเห, ศรีลังกา, ไมตรีปาละ สิริเสนา, ไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181114/image_big_5bec2931d62ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10509</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2018 01:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2018 23:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช็อก! นายกฯ สเปนพ้นตำแหน่ง พ่ายมติไม่ไว้วางใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เสียงข้างมากในรัฐสภาของสเปนลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ มาเรียโน ราคอย เมื่อวันศุกร์ จากกรณีที่สมาชิกในพรรคของเขาพัวพันการคอร์รัปชัน เปิดทางให้ &amp;quot;เปโดร ซานเชซ&amp;quot; คู่ปรับจากพรรคสังคมนิยม เสียบเก้าอี้แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาเรียโน ราคอย โบกมืออำลา ภายหลังพ่ายมติไม่ไว้วางใจเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราคอย วัย 63 ปี กลายเป็นนายกรัฐมนตรีของสเปนคนแรกในประวัติศาสตร์สเปนสมัยใหม่ที่พ่ายแพ้มติไม่ไว้วางใจในรัฐสภา ผู้นำพรรคประชาชน (พีพี) ซึ่งมีแนวทางอนุรักษ์นิยมรายนี้ เป็นนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่ปี 2554 เขานำพาสเปนผ่านพ้นช่วงวิกฤติเศรษฐกิจมาได้ด้วยนโยบายรัดเข็มขัดอย่างเข้มงวด และถึงแม้เขาจะชนะการเลือกตั้งทั้งในปี 2558 และ 2559 แต่พรรคก็ไม่ได้ครองเสียงข้างมากเหมือนชัยชนะในสมัยแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปโดร ซานเชซ ผู้นำพรรคสังคมนิยมวัย 46 ปี เป็นผู้ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจเขาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ภายหลังศาลมีคำตัดสินลงโทษสมาชิกพรรคพีพีหลายราย ว่ารับสินบนในโครงการของรัฐหลายโครงการระหว่าง ปี 2542-2548 ญัตติของเขาได้รับการสนับสนุนจากเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพากันปรบมือแสดงความยินดีและร้องตะโกนว่า &amp;quot;เราทำได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคสังคมนิยมได้รับการสนับสนุนจากพรรคเล็กพรรคน้อย ซึ่งรวมถึงพรรคชาตินิยมบาสก์ ทำให้ได้คะแนนเสียงข้างมาก 180 คะแนนในสภา 350 ที่นั่ง ส่วนเสียงคัดค้านมี 169 คะแนน และงดออกเสียง 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราคอย ซึ่งเคยเอาตัวรอดจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบเดียวกันนี้เมื่อปีที่แล้ว กล่าวยอมรับระหว่างการอภิปรายวันที่สอง เมื่อวันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน ว่าเขากำลังจะพ่ายมติในสภา เมื่อรู้ว่า ส.ส.ชาตินิยมจากแคว้นบาสก์และพวกที่สนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนแคว้นกาตาลุญญาประกาศสนับสนุนญัตติไม่ไว้วางใจ ภายหลังผลคะแนน ราคอยได้ลุกขึ้นยืนและจับมือกับซานเชซ แล้วเดินออกจากห้องประชุมโดยไม่ได้กล่าวคำพูดใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปโดร ซานเชซ (ซ้าย) นายกรัฐมนตรีคนใหม่ จับมือกับมาเรียโน ราคอย ภายหลังการลงมติ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซานเชซกล่าวไว้ก่อนการลงมติว่า วันนี้พวกเขากำลังจะเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของประชาธิปไตยในประเทศสเปน แต่ราฟาเอล เอร์นันโด ส.ส.พรรคพีพี กล่าวกับซานเชซว่า เขากำลังจะเข้าสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;quot;ทางประตูหลัง&amp;quot; เนื่องจากพรรคสังคมนิยมของเขาไม่สามารถชนะเลือกตั้งในปี 2558 และ 2559 &amp;quot;เป็นครั้งแรกที่พวกเราจะได้นายกรัฐมนตรีที่ไม่ชนะการเลือกตัง&amp;quot; เขาตอกกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคสังคมนิยมของซานเชซมี ส.ส.เพียง 84 ที่นั่ง ทำให้เขาต้องเกลี้ยกล่อม ส.ส.พรรคอื่นๆ เข้าร่วม ซึ่งรวมถึงพรรคการเมืองที่เคยขัดแย้งกับเขา เช่น ส.ส.ที่สนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนกาตาลุญญา และพรรคโปเดมอส ที่ต่อต้านระบอบอำนาจเก่า และถึงแม้ว่าเขาจะให้คำมั่นว่าจะบริหารประเทศให้นานพอที่จะรื้อฟื้นเสถียรภาพของสถาบันก่อนการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ แต่คาดกันว่ารัฐบาลชุดใหม่ของเขาน่าจะไร้เสถียรภาพอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวสเปนโกรธต่อเรื่องอื้อฉาวคอร์รัปชันพัวพันพรรครัฐบาลพีพีมานานหลายปี แต่ฟางเส้นสุดท้ายคือคำตัดสินของศาลแห่งชาติเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 29 รายที่เชื่อมโยงกับพีพี ซึ่งรวมถึงอดีตเหรัญญิกของพรรค รวมกัน 351 ปี และยังสั่งให้พรรคคืนเงิน 245,000 ยูโร ที่ได้รับจากการทุจริตเพื่อนำมาใช้เป็นทุนหาเสียงของพรรค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10509</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคประชาชน, พรรคสังคมนิยม, พ่ายมติ, มาเรียโน ราคอย, สเปน, เปโดร ซานเชซ, ไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180601/image_big_5b11728140291.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
