<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117104</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2021 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2021 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นอภ.ไทรโยค ลุยยึดไม้หวงห้ามขนาดใหญ่อายุกว่า 100 ปี ถูกโค่นตัดเป็นท่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย.64 - นายสาวิตร เจียมจิระพร นายอำเภอไทรโยค จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่ามีการลักลอบตัดไม้แปรรูปไม้ บริเวณป่าเขาพลู เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าวังใหญ่-แม่น้ำน้อย ม.4 บ้านแก่งระเบิด ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายสาวิตร เจียมจิระพร นายอำเภอไทรโยค นายไพโรจน์ เขียวแก้ว หน.หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ไทรโยค กจ.1 พตอ.ภุชงค์ ณรงค์อินทร์ ผกก.สภ.ไทรโยค นายสุชาย ไม้แก่นจันทร์ ปลัดอำเภอไทรโยค ตำรวจกก.5 บก.ปทส. ตชด.136 ทหารพล.ร.9 เข้าตรวจสอบ บริเวณพื้นที่ป่าเขาพลู เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าวังใหญ่-แม่น้ำน้อย พบต้นพฤกษ์ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นไม้หวงห้าม อายุกว่า 100 ปี ถูกโค่นล้มจำนวน 1 ต้น และถูกตัดทอนออกเป็น 3 ท่อน ปริมาตร 1.45 ลบ.ม. รัฐเสียหาย 14,500 บาท ใกล้ตอที่ถูกตัดพบไม้พฤกษ์ถูกแปรรูป ด้วยเลื่อยโซ่ยนต์ เป็นแผ่นขนาดใหญ่จำนวน 4 แผ่น ปริมาตร 2.58 ลบ.ม. รัฐเสียหาย 51,600 บาท รวมปริมาตร 4.03 ลบ.ม. เป็นเงิน 66,100 บาท บริเวณที่เกิดเหตุไม่พบผู้กระทำผิด คาดว่าแก๊งมอดไม้รู้ตัวหลบหนีไปก่อนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนท.จึงตรวจยึดไม้ของกลาง พร้อมเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117104</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, ลักลอบตัดไม้, สภ.ไทรโยค, แก๊งมอดไม้, ไม้หวงห้าม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210918/image_big_6145a742c0499.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 21:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 21:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกจับหนุ่มขายไม้หวงห้ามแปรรูป หลังจนท.ติดต่อล่อซื้อผ่านทางเฟซบุ๊ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.64 - พ.ต.อ.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ ผกก.4 บก.ปทส. ตร.สภ นายสมศักดิ์ สกุลวรรณรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยกรป่าไม้ที่ 3 ลำปาง นายจิตกร ศรีจันทร์ ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า นายเรวัตร เวียงทอง ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) เข้าตรวจสอบไม้หวงห้าม ประดู่แปรรูปจำนวน 24 แผ่นเหลี่ยม ที่ซุกซ่อนภายในกระบะรถยนต์อีซูซุ สีขาวหมายเลขทะเบียน บห 4857 ลำปาง โดยมีผ้าใบสีเขียวปิดคลุมอำพรางไว้ ซึ่งถูกนำมาเก็บรักษาที่ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป. 14 (แม่ทะ) ตำบลแม่ทะ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง หลังเจ้าหน้าที่ตรวจยึดจับกุมได้ขณะที่คนขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวซึ่งเป็นชาย 1 คน ได้ขับรถมาส่งให้แก่เจ้าหน้าที่ หลังถูกเจ้าหน้าที่ติดต่อล่อซื้อผ่านทางเพสบุ๊ก โดยเบื้องต้นได้นำตัวผู้ต้องหามาสอบสวนเพื่อขยายผลแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจับกุมครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นเพจเฟซบุ๊กชื่อ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ลำปางไม้ใหญ่ อิทธิพัฒนเดชากุล&amp;rdquo; ประกาศขายไม้แปรรูปไม้ท่อน รวมไปถึงไม้หวงห้าม อย่างโจ๋งครึ่ม และอ้างว่าไม้ทั้งหมดถูกต้องตามกฏหมายสามารถจัดส่งได้ทั่วประเทศ ทางเจ้าหน้าที่ จึงให้สายติดต่อทางเฟสบุ๊ค ขอซื้อไม้ประดู่แผ่น โดยติดต่อกันได้ประมาณ 3 วัน ผู้ใช้ &amp;ldquo;ลำปางไม้ใหญ่ อิทธิพัฒนเดชากุล&amp;rdquo; ก็ติดต่อกลับมาว่าสามารถ หาไม้ ประดู่แผ่นได้ทั้งหมด 23 แผ่นเหลี่ยม ในราคา 4 หมื่นกว่าบาท แต่ขอมัดจำก่อน 2 พันบาท ซึ่งหลังเจ้าหน้าที่โอนเงินค่ามัดจำให้แล้วปรากฏว่า ผู้ต้องหา ติดต่อให้เดินทางมารับไม้ได้ทันที โดยนัดรับส่งไม้ดังกล่าวที่ ถนนในหมู่บ้าน บ้านสบทะ หมู่7 ตำบลป่าตัน อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทางเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปยังจุดนัดพบ และเมื่อไปถึงทางเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวขอตรวจค้น และพบของกลางดังกล่าว ส่วนทางผู้ต้องหาคือคนขับรถ ราบชื่อต่อมาคือนายยุนนันท์ หรือ (แอ็ด)ขอสงวนนามสกุล อายุ 33 ปี ราษฏรพื้นที่ อำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง อ้างว่าไม้ทุกชิ้นมีเอกสารอย่างถูกต้อง แต่เมื่อทางเจ้าหน้าที่ได้ให้เวลาในการประสานหาเอกสารหลักฐานต่างๆนานกว่า 6 ชั่วโมงก็ไม่สามารถนำมาแสดงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายยอมรับสารภาพว่า ไม้ทั้งหมดตนเองรับซื้อมาอีกทอดหนึ่ง แล้วนำมาขายส่งต่อ โดยได้ซื้อไม้จากพ่อค้าไม้แห่งหนึ่งในพื้นที่ จังหวัดลำปาง โดยจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนจุดรับส่งไม้ไปเรื่อยๆ ซึ่งตัวเองเหมือนพ่อค้าคนกลางคือรับไม้มาแล้วก็เอาไปขายต่อซึ่งทำมาได้ประมาณ 1 ปี จนกระทั่งมาถูกจับกุมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล้าวหา ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ปี พ.ศ.2484 มาตรา 48 ฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันมีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในครอบครอง 0.20 ม.&amp;rdquo; โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ และมาตรา 70 ฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันรับไว้ด้วยประการได ซ่อนเร้น จำหน่ายหรือช่วยพาเอาไปให้เสียพ้นซึ่งไม้ของป่าที่ตนรู้อยู่แล้วว่าเป็นของป่าที่มีผู้ได้มาด้วยการกระทำผิดกฏหมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109882</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดลำปาง, ไม้หวงห้าม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60f041ffdc11d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98081</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯยึดหลัก&#039;ป่าอยู่ได้ คนอยู่ดี&#039; ดันเพิ่มป่า-เพิ่มเศรษฐกิจ จัดสรรป่าชุมชนกว่า 6 ล้านไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

02 เม.ย.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความก้าวหน้าในการดูแลประชาชนให้มีพื้นที่ทำกินและยกระดับความเป็นอยู่ว่า ภายใต้การบริหารราชการของ พล.อ.ประยุทธ์ จัทน์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้เดินหน้าการพัฒนาที่ดินเพื่อประชาชนมีที่อยู่อาศัยและที่ทำกินอย่างมั่นคง อีกทั้งมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ป่า โดยยึดหลัก &amp;ldquo;ป่าอยู่ได้ คนอยู่ดี&amp;rdquo; ซึ่งรัฐบางได้ริเริ่มนโยบายใหม่ที่ครอบคลุมหลายมิติ ดังเห็นได้จาก การแก้ไขกฎหมาย พระราชบัญญัติป่าชุมชน ช่วยไม่ให้ชาวบ้านที่เก็บของป่ามาขายต้องถูกจับเหมือนในอดีต และให้อำนาจชาวบ้านในชุมชนในการตัดสินใจดูแลและใช้ประโยชน์จากป่าไม้ของชุมชนตัวเอง ณ ปัจจุบัน มีการประกาศจัดตั้งป่าชุมชนไปแล้ว 11,327 ป่าชุมชน พื้นที่ 6.29 ล้านไร่ และมีแผนการจัดตั้งป่าชุมชนใหม่ในปี 2564 อีก 300 ป่าชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มากไปกว่านั้น รัฐบาลยังได้ ปลดล็อก พระราชบัญญัติป่าไม้ อนุญาตให้ประชาชนปลูกไม้หวงห้าม 158 ชนิดในพื้นที่ของตัวเอง โดยไม่ถือเป็นไม้หวงห้ามอีกต่อไป ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้เกิดการใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากขึ้น อีกทั้งรัฐบาลยังได้เปิดให้ลงทะเบียน &amp;ldquo;ปลูกไม้มีค่า&amp;rdquo; กับกรมป่าไม้ ถ้าปลูกในที่ดินของตัวเอง มีเอกสารสิทธิถูกต้อง ก็สามารถทำไม้ ตัด แปรรูป ส่งออก หรืออื่น ๆ ได้ แต่ถ้าขึ้นอยู่ในป่า ยังถือเป็น &amp;ldquo;ไม้หวงห้าม&amp;rdquo; ปัจจุบันนี้ประชาชนปลูกไม้มีค่าและลงทะเบียนกับกรมป่าไม้แล้ว 7 หมื่นกว่าราย เนื้อที่รวม ล้านกว่าไร่ โดยมีโครงการคู่ขนานไปด้วย คือ ประชาชนสามารถนำไม้มีค่า ที่กำหนดไว้ 58 ชนิด (เช่น สัก ประดู่ พะยูง เต็ง มะค่าโมง เป็นต้น) ไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันการกู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรได้อีกด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวรัชดา กล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรีต้องการให้ประชาชนมี่ที่อยู่อาศัยและที่ทำกินอย่างมั่นคง มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น กลไกภาครัฐจึงต้องขับเคลื่อนในทิศทางที่ส่งเสริมโอกาสแก่ประชาชน ลดความขัดแย้ง ไม่ขัดกฎหมาย แนวคิด &amp;ldquo;ป่าอยู่ได้ คนอยู่ดี&amp;rdquo; จึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐและประชาชน ทั้งนี้ แม้จะพบปัญหาเรื่องการใช้ที่ดินซ้ำซ้อนอยู่ในบางพื้นที่ ในภาพรวมของการดำเนินการจัดสรรที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้ชุมชนให้สามารถอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ /ป่าชายเลน /ที่สปก. /ที่ราชพัสดุ /ที่สาธารณะประโยชน์ นับตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน จัดสรรให้แล้ว 60,419 ราย 74,612 แปลง คิดเป็นพื้นที่ 665,000 ไร่ และไม่ใช่เพียงแค่นั้น รัฐบาลยังได้ดำเนินการอย่างบูรณาการเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงน้ำ ไฟฟ้า และถนน รวมถึงส่งเสริมและพัฒนาอาชีพที่เหมาะสม เช่น การปลูกต้นไม้ในพื้นที่เป็นอาชีพเสริม เพื่อชุมชนมีรายได้เพี่มจากโครงการคาร์บอนเครดิตอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98081</URL_LINK>
                <HASHTAG>การอนุรักษ์ป่า, น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, ป่าชุมชน, พล.อ.ประยุทธ์ จัทนร์โอชา, ไม้หวงห้าม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603e01499bc2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90353</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2021 18:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 18:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนด &#039;ลักษณะและชนิดของไม้ทรงคุณค่า&#039; เป็นไม้หวงห้าม-ควรอนุรักษ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค.64 - น.ส.ไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดไม้ทรงคุณค่า ซึ่งเป็นการกำหนดลักษณะและชนิดของไม้ทรงคุณค่าเป็น 2 ส่วน ดังนี้คือ 1.ไม้ยืนต้นที่มีขนาดความโตตั้งแต่ 200 เซนติเมตรขึ้นไป โดยวัดรอบลำต้นตรงที่ระดับความสูง 130 เซนติเมตรจากพื้นดิน เว้นแต่ต้นไม้ที่ลำต้นมีลักษณะผิดปกติ เช่น เป็นพูพอน ปุ่ม ตา หรือกิ่วคอดตรงที่ระดับความสูง 130 เซนติเมตร ให้วัดโดยรอบลำต้นตรงที่ถัดจากที่มีลักษณะผิดปกติขึ้นไปใกล้ชิดที่สุด 2.ต้นไม้ที่มีคุณค่าเชิงประวัติศาสตร์ เชิงวัฒนธรรมประเพณี ไม้ตามความเชื่อที่สืบต่อกันมาในท้องถิ่น พันธุ์ไม้ที่หาได้ยากหรือใกล้สูญพันธุ์ หรือที่มีความสำคัญเชิงนิเวศในป่าชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับร่างกฎกระทรวงกำหนดไม้ทรงคุณค่าครั้งนี้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ.2562 ที่บัญญัติให้ไม้ทรงคุณค่า เป็นไม้หวงห้ามตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ และ ให้หมายความรวมถึง ไม้อื่นใดที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ให้คงอยู่ต่อไปตามลักษณะหรือชนิดที่กำหนดในกฎกระทรวง&amp;nbsp;พร้อมกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90353</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรบ.ป่าชุมชน, มติ ครม., ไม้ทรงคุณค่า, ไม้หวงห้าม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210112/image_big_5ffdb0ce3422a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70303</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2020 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2020 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจออีกไม้หวงห้ามแปรรูปเกือบ 600 แผ่น พระวัดเมืองกาญจน์จ้างชาวบ้านลอบตัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีชาวบ้านแจ้งเบาะแสว่า มีแผ่นไม้แปรรูปจำพวกไม้หวงห้ามจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายในวัดหนองปลาซิว&amp;nbsp;หมู่ 6 ต.ศรีมงคล อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ป่าไม้สนธิกำลัง ตำรวจ ทหาร อส.ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านบุกค้นวัดอีกรอบ เจอของกลางแผ่นไม้แปรรูปเกือบ 600 แผ่น เครื่องเลื่อยยนต์ 2 เครื่อง ส่วนตัวพระสยาม หรืออาจารย์ดำ จอมบงการหายตัวไปตั้งแต่ครั้งแรกที่นายอำเภอร่วมกับเจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าตรวจค้น&amp;nbsp;คาดหลบหนีไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.&amp;nbsp;ที่ผ่านมา นายสาวิตร เจียมจิระพร นายอำเภอไทรโยค จ.กาญจนบุรี พร้อมปลัดฝ่ายความมั่นคง และ อส.ฯ ได้สนธิกำลังทหาร ตำรวจ ตชด.เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่า เจ้าหน้าที่ ปทส.เข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าวังใหญ่ แม่น้ำน้อย หมู่ 4 บ้านทุ่งฉาง ต.ศรีมงคล อ.ไทรโยค&amp;nbsp;พบว่ามีการแอบลักลอบตัดต้นไม้ในพื้นที่ป่าจนเหลือแต่ตอไม้ถึง 3 จุด รวมตอไม้ที่พบ จำนวน 22 ตอ พบท่อนไม้สัก และไม้หวงห้ามขนาดใหญ่ที่ถูกวางทิ้งไว้ตามช่องทางเดินในป่าบนภูเขาที่ยังไม่ได้ชักลากลงมาเป็นจำนวนมาก แต่ไม่พบตัวผู้กระทำผิด คาดว่าเกิดไหวตัวทันหลบหนีไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนทราบเบาะแสตัวผู้บงการทราบว่า เป็นพระรูปหนึ่งอยู่ที่วัดหนองปลาซิว หมู่ 6 ต.ศรีมงคล ชื่อพระสยาม หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าพระอาจารย์ดำ เป็นผู้บงการจ้างวานชาวบ้านให้ขึ้นไปตัดโค่นต้นไม้เพื่อนำไปทำซุ้มวัด จึงนำกำลังเข้าทำการตรวจค้นภายในวัด พบท่อนไม้ซึ่งเป็นไม้ชนิดเดียวกันกับต้นไม้ที่ถูกตัดโค่นจนเหลือแต่ตอ จำนวน 22 ท่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามเจ้าอาวาสวัดบอกว่า พระสยาม หรือพระอาจารย์ดำ เป็นเจ้าของไม้ซึ่งไม่อยู่วัด ไม่ทราบว่าไปไหน โดยเจ้าอาวาสให้การว่า พระสยาม เปลี่ยนสี หรือพระอาจารย์ดำ เป็นผู้ว่าจ้างชาวบ้านให้ขึ้นไปแอบลักลอบตัดต้นไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติฯ จริงเพื่อนำไม้มาทำซุ้มวัด ล่าสุด เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านอีกว่า ภายในวัดหนองปลาซิว ยังมีไม้ที่ถูกตัดนำมาแปรรูปซุกซ่อนอยู่อีกเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหากระทำผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 48 ฐานห้ามมิให้ผู้ใดแปรรูปไม้ในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ และมีไม้หวงห้ามแปรรูปในครอบครอง จำนวนเกิน 0.20 ลบ.ม.โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และกระทำผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 มาตรา 4 ฐานห้ามมิให้ผู้ใด หรือนำเข้าเครื่องเลื่อยโซ่ยนต์โดยมิได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามเจ้าอาวาสวัดหนองปลาซิว ทราบว่า พระสยาม เปลี่ยนสี หรือฉายา อภิวโร พระอาจารย์ดำ ตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่วัดแล้ว หายตัวไปตั้งแต่ครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจค้นวัด ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าคงแอบหลบหนีไปแล้ว จึงทำการตรวจยึดแผ่นไม้แปรรูปของกลางทั้งหมดนำไปเก็บรักษาไว้ที่หน่วยป้องกันรัษาป่า (กจ.19) บ้องตี้ ก่อนจะบันทึกรายละเอียดของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70303</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, วัดหนองปลาซิว, แปรรูปไม้สัก, ไม้หวงห้าม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200702/image_big_5efd548ce5a49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14070</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2018 10:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 10:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เย้ยกฎหมาย! ตัดไม้พะยูงริมถนนเหลือแต่ตอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่างเฟอร์นิเจอร์ไม่สนกฎหมาย ตัดไม้หวงห้าม&amp;#39;ไม้ประดู่ -พะยูง &amp;quot; ริมถนนเหลือแต่ตอ &amp;nbsp;งามหน้าเจ้าหน้าที่ปล่อยลอยนวลขนขึ้นรถกลับบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25ก.ค.61-ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการวัดเขาศาลา ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ ทหารพราณ ตชด. 214 เจ้าหน้าที่อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ จิตอาสา ได้รับแจ้งว่า มีการแปรรูปไม้ บริเวณ โครงการเพาะกล้าไม้ ห้วยเสียจะเอียง หมู่บ้านชำปะโต ต.อาโพน อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ที่มีการตัดถนนใหม่ เมื่อไปถึง พบต้นไม้ใหญ่ถูกตัดเป็นท่อนๆ โดยการใช้เลื่อยโซ่ ในการตัดไม้ที่หวงห้าม เช่นไม้ อะราง ไม้ประดู่ &amp;nbsp;โดยเฉพาะไม้ พะยูงนั้นได้ถูกเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่แล้วเหลือแต่ตอไว้ดูต่างหน้า มีไม้อะรางอยู่ในสภาพที่พร้อมจะเคลื่อนย้ายเพราะตัดเป็นท่อนๆแล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จาการสอบถามผู้ที่พบเหตุการณ์ทราบว่ามีชาย 3 คนมีอาชีพเป็นช่างเฟอร์นิเจอร์ นำเลื่อยโซ่มาตัดต้นไม้โดยที่ทางผู้รับทำถนนให้มาตัด จึงได้ไปสอบ ชุดที่ทำถนนจึงได้ทราบว่าชุดทำถนนให้ชาวบ้านมาตัดไม้จริงแต่ไม่ทราบว่า ไม้ที่ตัดใครเป็นผู้นำไปใช้ประโยชน์ เจ้าหน้าที่อนุรักษ์ปล่อยให้ชาย ทั้ง 3 คน นำอุปกรณ์ขึ้นรถกลับบ้าน โดยไม่มีการดำเนินการใดๆกับชายทั้ง 3 คน&amp;nbsp;ขณะที่เจ้าหน้าที่อนุรักษ์ฯ อ้างว่าไม้ดังกล่าวอยู่ในเขตของ ส.ร.1 จึงไม่สามารถดำเนินการใดๆได้ จากเหตุการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านต่างพากันวิจารณ์ถึงเหตุการณ์ทีเกิดขึ้นดังกล่าวว่า หน่วยงานใดจะมีอำนาจในการตรวจสอบว่า ต้นไม้ข้างทางที่มีต้นขนาดใหญ่และมีไม้หวงห้าม เช่นต้น พะยูง ได้ถูกตัดและเคลื่อนย้ายออกไป ที่ยังอยู่ก็แปรสภาพเป็นท่อนๆเพื่อขนย้าย และอุปกรณ์เลื่อยโซ่ที่นำมาตัดนั้นถูกต้องหรือไม่และเขตพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตรับผิดชอบของหน่วยงานใด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14070</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่างเฟอร์นิเจอร์, ต้นไม้, สุรินทร์, เจ้าหน้าทีอนุรักษ์, ไม้ประดู่, ไม้พะยูง, ไม้หวงห้าม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180725/image_big_5b57efefaae4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8553</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2018 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2018 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสนอปฏิรูปประเทศกว่า 2,000 เรื่อง จ่อชง &#039;บิ๊กตู่&#039; ใช้ม.44 แก้ปัญหาปลูกไม้มีค่าในที่ดินกรรมสิทธิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค.61 - นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศครั้งที่ 1/2561 ว่า &amp;nbsp;ข้อเสนอการปฏิรูปที่มีขณะนี้ไม่ต่ำกว่า 2,000 เรื่อง มีประเด็นการปฏิรูปใหญ่ 200 เรื่องและประเด็นรองลงมา 400 กว่าเรื่อง &amp;nbsp;โดยที่ประชุมกำหนดหัวข้อหลักสำคัญในการปฏิรูป &amp;nbsp;5 &amp;nbsp;เรื่องที่ต้องทำเร่งด่วน (ควิกวิน) คือ 1.เรื่องการปฏิรูประบบราชการและการอำนวยความสะดวก ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนอยากได้ &amp;nbsp; โดยนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ &amp;nbsp;รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เสนอเป็นกระทรวงแรกที่จะปฏิรูป &amp;nbsp;กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ และสศช. 2.การปฏิรูปปากท้องของประชาชน จะนำร่าง พ.ร.บ.ป่าชุมชน พ.ศ. .. จะนำเข้าสู่การประชุมการคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรที่จ.บุรีรัมย์ เพื่อพิจารณาให้ประชาชนอยู่ดีกินดิน มีที่ดินทำกิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;3.การปฏิรูปเพื่อปราบการทุจริตคอรัปชัน &amp;nbsp;ที่จะดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบข้าราชการและนักการเมืองด้วย &amp;nbsp;รวมถึงการทำรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเราจะนำร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมครม.เพื่อพิจารณาในอีก 1 เดือน 4.ให้ประชาชนมีส่วนร่วมเสริมสร้างกระบวนการประชาธิปไตย &amp;nbsp;ในเรื่องกรปฏิรูปการเมืองก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง และ5. การปฏิรูปแก้ไขปัญหาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ที่จะต้องดำเนินการสร้างความเป็นธรรมในสังคมให้มีมาตรฐานเดียวกัน &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ทั้ง 5 หัวข้อหลักจะต้องทำให้เสร็จภายใน 8 เดือนก่อนการเลือกตั้ง &amp;nbsp;โดยในสัปดาห์หน้าจะพูดคุยเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องทำทันทีในเดือนมิ.ย.นี้ &amp;nbsp;ในส่วนกระทรวงต่างๆก็จะทำแผนปฏิรูปกระทรวงควบคู่ไปด้วยเพื่อนำเสนอ ครม.ในอีก 2 เดือนนี้ด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อะไรที่จำเป็นที่ต้องขอให้นายกฯออกมาตรา 44 &amp;nbsp;เพื่อประชาชนได้ประโยชน์และเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ก็จะนำเสนอ &amp;nbsp;โดยจะต้องไปดูเรื่องเร่งด่วน 5 เรื่องว่าอะไรเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องใช้มาตรา 44 เช่น เรื่องการปลูกไม้มีค่าในที่ดินกรรมสิทธิ์ &amp;nbsp;เช่น ไม้พะยูง ไม้สัก เป็นต้น ที่จะต้องแก้ไขพ.ร.บ.ป่าไม้ &amp;nbsp;พ.ศ.2484 ใช้เวลาอย่างนานกว่า 6 เดือน &amp;nbsp;ซึ่งคณะกรรมการขับเคลื่อนฯมีหน้าที่เข็นสัมภาระเดินไปข้างหน้า แต่เวลาเข็นติดปัญหา ดังนั้นคณะกรรมการขับเคลื่อนฯมีหน้าที่เข้าไปลดเวลา ทำให้การปฏิรูปเดินหน้าไปได้ระยะเวลาที่เหลืออยู่อีก 8 เดือนข้างหน้าให้เปลี่ยนจากแผนหรือกระดาษให้กลายเป็นจริง &amp;rdquo; นายกอบศักดิ์ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8553</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอบศักดิ์ ภูตระกูล, ปฏิรูป, มาตรา 44, ไม้หวงห้าม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180308/image_big_5aa101c3066dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
