<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 08:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จัดพิธีบำเพ็ญกุศล-ถวายขันดอก ชวนน้อมรำลึกครบ 25 ปีวันสวรรคต&#039;สมเด็จย่า&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงงานอย่างทุ่มเทพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในชนบท โดยเฉพาะชาวไทยภูเขา&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่าสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่า จะเสด็จสวรรคตนานกว่า&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ปีแล้วก็ตาม พระราชดำรัสของพระองค์ยังคงเป็นความจริงที่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตทุกยุคสมัย โดยเฉพาะกับเหตุการณ์ปัจจุบันที่ทุกคนต้องปรับตัวและหันมาใช้ชีวิตวิถีใหม่ (new normal) อันเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 (COVID-19)&amp;nbsp;เพื่อดำเนินชีวิตในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล&amp;nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ที่ส่งผลกระทบกับชีวิตมนุษย์ทั่วโลกแบบไม่มีใครได้ทันตั้งตัว ทำให้ทุกคนต้องปรับตัวแบบกะทันหัน มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เองก็ต้องปรับตัวให้ตอบรับต่อความปกติใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมหากว่าเจอพายุอีกครั้ง แม้มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ&amp;nbsp;จะปรับแนวทางการดำเนินงานขององค์กรให้สอดรับกับเหตุการณ์ปัจจุบันมากขึ้น แต่ยังคงยึดแนวพระราชดำริและพระราชปณิธานของสมเด็จย่าเป็นเข็มทิศในการทำงานพัฒนาและธุรกิจเพื่อสังคมเช่นเดิม ซึ่งตลอดระยะเวลาเกือบ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา นอกจากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จะมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนต่างๆ ในหลายพื้นที่ทั้งในและต่างประเทศมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแล้ว เรายังทำหน้าที่เผยแพร่คำสอนของสมเด็จย่าเพื่อเป็นหลักคิดในการดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายและเป็นประโยชน์ต่อตัวเองและสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot; ในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี&amp;nbsp;เสด็จสวรรคตครบ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ปี คนรุ่นใหม่ที่อายุน้อยกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ปีอาจจะจดจำเรื่องราวของพระองค์ได้ไม่มากนัก หรือไม่ทันได้ชื่นชมพระบารมี&amp;nbsp;บางคนอาจจะเคยได้ยิน ได้ฟังพระราชดำรัส และพระราชจริยวัตรอันเรียบง่ายของสมเด็จย่ามาบ้าง ซึ่งล้วนตั้งอยู่บนหลักของความจริงที่จับต้องได้&amp;nbsp;เป็นประโยชน์ และร่วมสมัย&amp;nbsp;พระราชดำรัสที่สมเด็จย่าทรงเคยรับสั่งไว้ และผมคิดว่าสอดคล้องกับสถานการณ์ทั่วโลกที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;&amp;lsquo;คนเราทุกคนต้องปรับตัว ถ้าปรับก็ไม่มีเรื่อง ฉันเองก็ต้องปรับตัว&amp;rsquo;&amp;nbsp;เป็นอีกหนึ่งคำสอนสำคัญที่สามารถนำมาใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิตในขณะนี้ได้ &amp;quot;&amp;nbsp;หม่อมหลวงดิศปนัดดา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จย่าเสด็จทุกพื้นที่ห่างไกลเพื่อปัดเป่าความทุกข์ยากพสกนิกรด้วยพระเมตตา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ ในวาระครบรอบ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ปีแห่งการสวรรคต ในวันเสาร์ที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;นี้ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมกับ จังหวัดเชียงราย จัดพิธีบำเพ็ญกุศลและพิธีถวายขันดอกแม่ฟ้าหลวงขึ้น เป็นการถวายความเคารพอย่างสูงสุดตามประเพณีล้านนา&amp;nbsp;ณ อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง หรือที่ชาวเชียงรายรู้จักในชื่อ ไร่แม่ฟ้าหลวง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยจะเปิดให้หน่วยงานราชการและเอกชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป ได้ร่วมกันถวายสักการะและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ&amp;ldquo;สมเด็จย่า&amp;rdquo;&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;ndash;17.00&amp;nbsp;น. ณ อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง หรือที่ชาวเชียงรายรู้จักในชื่อ ไร่แม่ฟ้าหลวง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย&amp;nbsp;สถานที่ซึ่งไม่เพียงมีความหมายต่อชาวไทยภูเขาเท่านั้น แต่ยังเคียงคู่จังหวัดเชียงรายมายาวนาน ด้วยเป็นหลักฐานแห่งพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่าที่ทรงห่วงใยทุกข์สุขของพสกนิกรโดยไม่ทรงแบ่งแยกเชื้อชาติหรือศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันดังกล่าวโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดําริ จังหวัดเชียงราย ยังเปิดพระตำหนักดอยตุง หอแห่งแรงบันดาลใจ สวนแม่ฟ้าหลวง สะพานเดินเรือนยอดไม้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;Doi Tung Tree Top Walk)&amp;nbsp;สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง (ดอยช้างมูบ)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง ให้ประชาชนเข้าชมโดยไม่เก็บค่าบำรุง ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;08.00 &amp;ndash; 17.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ด้วย โดยมีการจัดมาตรการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 (COVID-19)&amp;nbsp;ตามมาตรฐานของภาครัฐอย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กิจกรรมสำคัญนี้ นอกจากประชาชนจะได้ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีแล้ว ยังมีโอกาสได้เรียนรู้พระราชประวัติของสมเด็จย่า&amp;nbsp;ทรงเป็นพระบรมราชชนนีของพระมหากษัตริย์ไทยสองพระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล (รัชกาลที่ 8) และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) และทรงเป็นสมเด็จพระอัยยิกาในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่า ทรงปลูกต้นเสี้ยวดอกขาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงงานอย่างต่อเนื่องตลอดพระชนม์ชีพเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชนที่ยากไร้และชนกลุ่มน้อยในประเทศไทยให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จวบจนเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2538&amp;nbsp;พระชนมายุ&amp;nbsp;95&amp;nbsp;พรรษา องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO)&amp;nbsp;ยกย่องให้สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเป็น &amp;ldquo;บุคคลสำคัญของโลก&amp;rdquo; ประจำปี พ.ศ.&amp;nbsp;2543&amp;nbsp;ในฐานะที่ทรงมีผลงานดีเด่นเพื่อส่วนรวมในด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ประยุกต์ การพัฒนามนุษย์ สังคม และสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;ก่อตั้งขึ้นโดย&amp;nbsp;สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี&amp;nbsp;ที่ได้ทรงงานอย่างทุ่มเทเพื่อพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในชนบท โดยเฉพาะชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ห่างไกล พระองค์ทรงตระหนักดีถึงความยากลำบาก การขาดโอกาสในชีวิต รวมถึงความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดาร ทุกครั้งที่พระองค์เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรจึงมีบุคลากรทางการแพทย์เพื่อเข้าไปร่วมตรวจรักษาผู้ที่เจ็บป่วยด้วย และทรงนำเครื่องนุ่งห่ม อาหาร สิ่งของที่จำเป็น และของเล่นสำหรับเด็กเข้าไปพระราชทานให้แก่คนในพื้นที่ ในสายตาของชาวไทยภูเขา พระองค์เปรียบเสมือนเสด็จมาจากฟากฟ้าเพื่อปัดเป่าความทุกข์ยาก เขาเหล่านั้นจึงถวายพระสมัญญา &amp;ldquo;แม่ฟ้าหลวง&amp;rdquo; สะท้อนถึงความเคารพรักบูชาจากหัวใจชาวไทยภูเขาทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71261</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครบ 25ปีสวรรคตสมเด็จย่า, มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์, สมเด็จย่า, หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล, ไร่แม่ฟ้าหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0bac2913603.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43174</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2019 22:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2019 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดอยตุง&#039; ชนะ &#039;สงครามขยะ&#039; สู้ต่อลด&#039;ก๊าซเรือนกระจก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง 6 ชนิด ภายในศูนย์จัดการขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสำเร็จของแหล่งท่องเที่ยวมักวัดด้วยรายได้&amp;nbsp; ปริมาณนักท่องเที่ยว หรือการขยายพื้นที่ให้ใหญ่โตมากขึ้น แต่สำหรับ โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงราย มีสถานที่สำคัญอย่างพระตำหนักดอยตุง สวนแม่ฟ้าหลวง ศูนย์รวมช่างฝีมือท้องถิ่นทอผ้า ช้อนกระดาษสา ปั้นเซรามิก และคั่วกาแฟ จนกระทั่งดอยตุง ลอดจ์ ที่พักบนดอยตุง พร้อมใจกันสร้างขยะให้น้อยลง ยึดแนวทางใช้น้อยและปล่อยน้อย แล้วยังมีการจัดการขยะแบบไม่มีขยะสู่บ่อฝังกลบ หรือ Zero Waste to Land Fill ที่จะไม่สร้างขยะใหม่ๆ และหมุนเวียนนำทรัพยากรกลับมาใช้ ปัจจุบันดอยตุงประสบผลสำเร็จ ไม่มีอะไรหลงเหลือจนเป็นขยะได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดอยตุงไม่มีขยะสู่บ่อฝังกลบ คัดแยก เพิ่มมูลค่า ขายได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไอเดีย Zero Waste to Land Fill บนดอยตุงนี้ ทำให้เกิดศูนย์จัดการขยะอย่างศูนย์จัดการขยะและสำนักงานสิ่งแวดล้อม ที่รับขยะจากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ที่แยกขยะจากต้นทางมาส่วนหนึ่งแล้ว มาคัดแยกต่อที่ปลายทางให้ถูกต้องตรงตามการใช้ประโยชน์ต่างๆ มี 6 ชนิด ขยะย่อยสลายได้อย่างเศษอาหาร เศษผัก ขยะขายได้อย่างแก้ว-จานพลาสติก กระดาษ ขยะเปื้อน เช่น ถุงพลาสติกเปื้อนแกง ขยะพลังงานอย่างเศษด้าย กะลาแมคคาเดเมีย&amp;nbsp; ขยะอันตรายจำพวกกระป่องสเปรย์ แบตเตอรี่ กระทั่งขยะห้องน้ำ เช่น ทิชชู่ ผ้าอนามัย ผ้าอ้อม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายในศูนย์ยังมีห้องเก็บขยะขายได้ เครื่องอัดพลาสติก ห้องเก็บขยะอันตราย และเครื่องบดย่อยหลอดไฟด้วย ซึ่งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ พาเยี่ยมชมศูนย์จัดการขยะดังกล่าวเมื่อวันก่อนในโอกาสมูลนิธิจัดงานสัมมนาประจำปี 2562 ของอุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง (ไร่แม่ฟ้าหลวง) หัวข้อ &amp;quot;สิ่งแวดล้อมเชียงราย การแก้ไขปัญหาสู่ความยั่งยืน&amp;quot; ศูนย์จัดการขยะสร้างแรงบันดาลใจและทำให้หลายๆ คนมองเห็นความเป็นไปได้ที่จะลดขยะให้เหลือศูนย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี ผู้บริหารศูนย์เรียนรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี วิศวกรอาวุโสด้านสิ่งแวดล้อม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ผู้บริหารศูนย์เรียนรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ขยะเป็นประเด็นใหญ่ของดอยตุง เพราะเรามีส่วนสำนักงาน โรงงาน 8 โรง ห้องอาหาร และส่วนท่องเที่ยว ร้านกาแฟ มีพนักงาน 1,500 คน ยังไม่รวมนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาบนดอยตุงปีละกว่า 6 แสนคน&amp;nbsp;&amp;nbsp; มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เป็นองค์กรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมีนโยบายด้านจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ทั้งแนวคิดขยะเหลือศูนย์ ลดและงดใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง และจัดการขยะแบบไม่มีขยะสู่บ่อฝังกลบตามแนวคิดธุรกิจหมุนเวียน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมของ ดร.ธนพงศ์ สะท้อนภาพความล้มเหลวจัดการขยะไทย เนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7,782 แห่ง ในประเทศไทย มีเพียง 50% มีบริการเก็บขยะ และมี 740 แห่งที่จัดการถูกต้อง มีเตาเผากำจัดมลพิษ ระบบคัดแยก และฝังกลบถูกต้อง&amp;nbsp; ส่วนสถานการณ์ขยะเชียงราย ปัจจุบันมีขยะ 4 แสนตันต่อปี อปท.ที่มีระบบจัดการขยะแค่ 50 แห่ง จาก 143 แห่ง ที่เหลือเทกองแบบเปิด 26 แห่ง เตาเผาไม่ถูกต้อง 2 แห่ง และไม่ได้จัดการอะไรเลยถึง 93 แห่ง ส่วนปริมาณขยะบนดอยตุง 114 ตันต่อปี ข้อมูลปี 61&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; บ่อฝังกลบเทศบาลตำบลห้วยไคร้พื้นที่ 90 ไร่ เป็น 1 ใน 3 บ่อที่ถูกหลักสุขาภิบาล บ่อนี้รับขยะจาก 3 หน่วยงาน คือ โครงการพัฒนาดอยตุงฯ อบต.แม่ฟ้าหลวง และเทศบาลตำบลห้วยไคร้ บ่อฝังกลบเต็มแล้วเต็มอีก เกินความสามารถรองรับการกำจัดขยะ 20-30% มีปัญหาประสิทธิภาพของระบบด้วย การหาบ่อฝังกลบแห่งใหม่ไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จึงเริ่มโครงการจัดการขยะแบบไม่มีขยะสู่บ่อฝังกลบ ทำตั้งแต่ปี 55 ปริมาณขยะที่ไปบ่อฝังกลบลดลงเรื่อยๆ แต่ติดที่ขยะเปื้อน 11% ถุงพลาสติกมีอาหารค้างในถุง เดิมเข้าหลุมฝังกลบหมด แต่เมื่อนำมาล้างในเครื่องล้างขยะ แล้วไปปั่นแห้ง เอาไปอัดเป็นก้อนไปขายต่อ ทำให้ปี 61 ไม่มีขยะบนดอยตุงสู่บ่อฝังกลบนี้อีกเลย พิชิตเป้าหมายสำเร็จ จะขยายผลวิธีนี้ให้กับหน่วยงานอื่นๆ ที่สนใจด้วย&amp;quot; ดร.ธนพงศ์&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขยะเปื้อนจัดการด้วยเครื่องล้างขยะ ก่อนนำไปปั่นแห้ง อัดเป็นก้อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการต่อ ผู้บริหารศูนย์เรียนรู้ฯ ระบุว่า ต้องลดค่าใช้จ่ายจัดการขยะให้น้อยกว่า 500 บาทต่อตัน ปัจจุบันวิธีนี้ยังแพงอยู่ที่ 2,000 บาทต่อตัน แต่มีประโยชน์กว่า เปลี่ยนขยะเป็นเงิน ไม่ก่อมลพิษ และพัฒนาขยะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงจะเพิ่มการแยกขยะจากต้นทางจาก 80% เป็น 100% ให้ได้ ปัจจุบันมีปัญหาในกลุ่มนักท่องเที่ยวไม่คัดแยกขยะครึ่งต่อครึ่ง ต้องพยายามแก้ปัญหานี้ให้ได้ เพื่อเป็นต้นแบบจัดการขยะที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากลดขยะแล้ว ดอยตุงยังเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับศูนย์ ดร.ธนพงศ์เผยว่า มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ สามารถลดความเข้มของการใช้พลังงานร้อยละ 36 และเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นร้อยละ 4.5 ในปี 61 โดยมีเป้าหมายจะเป็นองค์กรปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปีหน้า มีโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) ในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ เป็นความร่วมมือของพนักงานและชาวบ้านในพื้นที่ ปลูกและฟื้นฟูป่าช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอน ถ้านำปริมาณลดก๊าซ ที่เรียกว่าคาร์บอนเครดิต ไปขายในตลาด จะมีรายได้กลับคืนมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เครื่องปั่นแห้งภายในศูนย์จัดการขยะ จ.เชียงราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการใช้พลังงานทดแทนที่ดอยตุงก็เป็นต้นแบบ ผู้บริหารศูนย์หัวใจสีเขียวให้ข้อมูลว่า ที่นี่มีการใช้กะลาหรือเปลือกของแมคคาเดเมียเป็นเชื้อเพลิงต้มน้ำร้อนของโรงงานกระดาษสาและโรงงานย้อมสี ลดใช้ LPG ได้ 55% ประหยัดเงินกว่า 4 แสนบาท ทั้งยังผลิตซินแก๊สจากถ่านไม้ไผ่แห้ง ใช้โซลาร์เซลล์ที่หอแห่งแรงบันดาลใจและ 52 ไร่&amp;nbsp; มีปั๊มน้ำโซลาร์เซลล์เพื่อการเกษตร ตลอดจนสร้างโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ ไบโอแก๊สจากน้ำเสียจากการแปรรูปกาแฟ ซึ่งกาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจที่ส่งเสริมให้ชาวเขาปลูกทดแทนฝิ่น กระบวนการผลิตกาแฟต้องมีความยั่งยืนและปกป้องสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เยี่ยมชมระบบบำบัดน้ำเสียต้นแบบมาจากโครงการแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ภายในศูนย์จัดการขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากดอยตุงสู่ศาลาแก้ว อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง หรือที่เรียกว่า &amp;quot;ไร่แม่ฟ้าหลวง&amp;quot; สถานที่จัดงานสัมมนา &amp;quot;สิ่งแวดล้อมเชียงราย การแก้ไขปัญหาสู่ความยั่งยืน&amp;quot; เวทีนี้เป็นความตั้งใจของอาจารย์นคร พงค์น้อย กรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และผู้อำนวยการอุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง เพื่อระดมแนวคิดและสร้างความตระหนักรู้ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องไกลตัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สัมมนา&amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งแวดล้อมเชียงราย การแก้ไขปัญหาสู่ความยั่งยืน&amp;quot; ที่ไร่แม่ฟ้าหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วงเสวนาฉายภาพเชียงรายขยะเกลื่อนเมือง หมอกควันพิษ จนถึงเรื่องฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 มหันตภัยใกล้ตัว โดยมีวิทยากรจากภาคส่วนต่างๆ อย่างอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ, วิทิตนันท์ โรจนพานิช นักปีนเขาไทยที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม,&amp;nbsp; อาจารย์ ดร.ปเนต มโนมัยวิบูลย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันในประเทศและภูมิภาค และ พญ.วรรัตน์ อิ่มสงวน อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ร่วมพูดคุย ขณะที่ ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี ถอดบทเรียนการจัดการขยะบนดอยตุงให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รับฟังด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาจารย์ ดร.ปเนต มโนมัยวิบูลย์ กล่าวว่า เชียงรายที่เห็นนอกจากปัญหาขยะ ประชาชนยังเป็นผู้ประสบภัยหมอกควัน เป็นปัญหาใหญ่มาก พบว่าอายุเฉลี่ยของชาวเชียงรายสั้นกว่าที่ควรจะเป็น 4 ปี เพราะได้รับผลกระทบจากการสูด PM 2.5 เข้าปอด ปัจจุบันมีประชากรกลุ่มเสี่ยงกว่า 2 แสนราย ทั้งเด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้สูงอายุ สถานการณ์หมอกควันเชียงรายปีนี้วิกฤติมาก เดิมฟ้าหม่นหนึ่งเดือน แต่ปี 62 โดนรมควันตั้งแต่วันที่ 11 ม.ค.ถึง 31 พ.ค. ไม่มีวันไหนเกณฑ์คุณภาพอากาศเป็นสีเขียว จะมีมาตรการอย่างไรไม่ให้วิกฤติซ้ำอีก นำมาสู่การตั้งศูนย์วิจัยหมอกควันฯ รวบรวมนักวิชาการทุกสาขาที่สนใจแก้ปัญหา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; มาตรการระยะสั้นได้จัดทำระบบรับมือฝุ่น PM 2.5 สำหรับกลุ่มเสี่ยง โดยประสานจังหวัดเชียงรายของบขั้นต่ำ 5 ล้านบาท สนับสนุนการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดระดับมลภาวะใน อปท. และเทศบาล 114 แห่ง เพราะรับผิดชอบภัยพิบัติระดับท้องถิ่น เมื่อรู้ตัวเลขค่าฝุ่นจิ๋วทั้ง PM 2.5 และ PM 10 ศูนย์เฝ้าระวังจะส่งข้อความเตือนภัยให้ผู้ใหญ่บ้าน 1,000 คน มีการประกาศเสียงตามสายเพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ป้องกันตัวเองเบื้องต้น ขณะเดียวกัน อสม.อีก 20,000 คน ที่ผ่านการอบรมจะดูแลกลุ่มเสี่ยง อีกกลไกจะเตรียมห้องปลอดภัย หรือ Clean Room มีเครื่องกรองอากาศ PM&amp;nbsp; 2.5 ใช้พื้นที่ รพ.สต. และศูนย์อนามัย จำนวน 215 จุดในเชียงราย เมื่อค่าฝุ่นจิ๋ววิกฤติ อพยพคนมาไว้ที่นี่ชั่วคราว ถ้าภายในเดือน พ.ย.นี้ ไม่เริ่มทำ ช่วยไม่ทัน ยอดผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกับ PM 2.5 เพิ่มแน่นอน&amp;quot; อาจารย์ ดร.ปเนตย้ำวิกฤติสุดๆ จะป่วยตายด้วยโรคจากมลพิษอากาศ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อาจารย์ ดร.ปเนต มโนมัยวิบูลย์ ผู้อำนวยการศูนย์หมอกควัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนมาตรการระยะยาวจะแก้ไฟป่าและหมอกควันเชียงรายได้ ผู้อำนวยการศูนย์หมอกควันย้ำในท้ายต้องแก้ปัญหาการปลูกพืชเชิงเดี่ยวในป่าต้นน้ำของไทย ไม่ใช่แค่ไม่เผา แต่ต้องส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนจากพืชไร่เป็นปลูกไม้ยืนต้น รวมถึงการทำเกษตรอินทรีย์ เพราะเป็นการทำเกษตรอย่างยั่งยืน ลดผลกระทบทางสุขภาพและรักษาดิน น้ำ ป่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สารพัดกรณีปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงรายจากยอดดอยถึงพื้นราบ ถือเป็นกรณีศึกษากระตุ้นให้ประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ใส่ใจปัญหามากยิ่งขึ้น จะช่วยลดขยะให้เหลือศูนย์ ลดฝุ่นควันพิษ เพื่อสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนของตนเอง ทั้งหมดนี้เป็นจริงได้ด้วยสองมือมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43174</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.เชียงราย, ซีโร่เวสต์, ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี, ดอยตุง, ปัญหาขยะ, มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ, ลดโลกร้อน, ศูนย์จัดการขยะ, อาจารย์ ดร.ปเนต มโนมัยวิบูลย์, โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงราย, ไร่แม่ฟ้าหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190810/image_big_5d4edf4c7d9d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8009</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2018 17:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2018 17:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สรงน้ำพระ-รดน้ำดำหัวล้านนาโบราณที่ไร่แม่ฟ้าหลวง  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อาวุโสจาก 18 อำเภอในเชียงรายสรงน้ำพระพุทธรูปไม้จากรางพญานาค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บนเนื้อที่กว่า 150ไร่ ของอุทยานศิลปวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง หรือที่ชาวเชียงรายรู้จักในชื่อ&amp;#39;ไร่แม่ฟ้าหลวง&amp;#39;&amp;nbsp; กลางเมืองเชียงราย ซึ่งได้รับการกล่าวขวัญกันว่า คือ แหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมชั้นเยี่ยม มีสถานที่สำคัญทั้งหอคำโดดเด่นสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมล้านนา แสดงงานพุทธศิลป์เก่าแก่ และหอแก้วที่เปิดให้ผู้คนได้สัมผัสความงดงามของเครื่องสักการะ เครื่องใช้ในอาราม รวมถึงเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันแบบล้านนาผลิตจากไม้สักเลอค่า อีกทั้งยังมีงานศิลปะหมุนเวียนให้ชมตลอดเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัญเชิญพระพุทธรูปไม้โบราณ 16 องค์ ออกมาที่หอแก้วให้สรงน้ำตามประเพณีล้านนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่มไม้ใหญ่ พรรณไม้หอมและไม้ในวรรณคดีนานาชนิด ทั้งแก้วพิกุล ฝนทอง แก้วกุดั่น ที่รวมไว้มากมายทำให้ภายในอุทยานดูสดชื่น ร่มรื่น&amp;nbsp; แม้จะเป็นช่วงเดือนเมษายน แต่อากาศที่นี่กลับเย็นสบายๆ เรียกได้ว่า เป็นจุดสูดอากาศบริสุทธิ์กลางเมือง นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมและนั่งเล่นได้ตามใจชอบ&amp;nbsp; อีกทั้งเป็นแหล่งที่อุดมด้วยเรื่องราวศิลปวัฒนธรรมล้านนา จึงทำให้ไร่แม่ฟ้าหลวงแห่งนี้คว้ารางวัลกินรี จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp; ในประเภทรางวัลดีเด่นด้านแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรม&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ มอบน้ำขมิ้นส้มป่อยและเครื่องคำนับผู้อาวุโส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดเริ่มต้นของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เกิดขึ้นจากพระราชประสงค์ของสมเด็จย่า สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี&amp;nbsp; ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ต้องการช่วยเหลือความเป็นอยู่ชีวิตชาวเขา จังหวัดเชียงราย ทำให้ทุกวันนี้สภาพความเป็นอยู่ของราษฎรตามดอยต่างๆ ดีขึ้น สามารถลืมตาอ้าปากได้&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอุทยานศิลปวัฒนธรรมล้านนา ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของมูลนิธิฯ ที่หวังขับเคลื่อนการอนุรักษ์ประเพณีล้านนา&amp;nbsp; โดยวางเป้าให้เป็นศูนย์กลางของศิลปวัฒนธรมล้านนา เเป็นแหล่งเรียนรู้ในวัฒนธรรมประเพณีล้านนา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเพื่อไม่ให้วัฒนธรรมล้านนาไม่ถูกลบเลือนจางหายไป กับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp; หรือจางหายไป&amp;nbsp; จนไม่อาจหวนคืนกลับมาได้ ทางมูลนิธิฯจึงจัดงาน&amp;nbsp; &amp;ldquo;สระเกล้าดำหัว&amp;rdquo; ในเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2561 เพื่อเป็นแบบอย่าง แก่อนุชนรุ่นหลัง ในการเคารพนบนอบผู้สูงอายุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นคร พงษ์น้อย รดน้ำดำหัวผู้อาวุโสที่ทำคุณประโยชน์ให้เชียงราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในงานได้รับเกียรติจาก ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานจัดงาน พร้อมด้วย คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ , นคร พงษ์น้อย กรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และผู้อำนวยการอุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง และณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ตลอดจนบุคคลสำคัญจากทุกภาคส่วนของ จ.เชียงราย เข้าร่วมพิธีสำคัญที่มาคู่กับสงกรานต์กว่า 400 คน ณ อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ประเพณีรดน้ำดำหัว 4 ภาค จะคล้ายกัน แต่วิถีล้านนาก็มีเอกลักษณ์ของตัวเอง&amp;nbsp; งานสระเกล้าดำหัวซึ่งจัดภายในหอแก้วตระเตรียมทุกขั้นตอนตามประเพณีสุดประณีต ทั้งขันสลุงหรือขันเงินภายในมีน้ำขมิ้นส้มป่อยลอยด้วยดอกไม้สวยงาม มีการตัดกระดาษสีต่างๆ มาทำตุง หรือธงรูปสิบสองนักษัตร สัญลักษณ์สิริมงคลแห่งล้านนา และที่ขาดไม่ได้เครื่องคำนับแด่ผู้อาวุโส งานนี้มีการเชิญผู้หลักผู้ใหญ่ที่ทำคุณประโยชน์แก่สังคมเชียงราย 18 อำเภอ จำนวน 36 คน มารับความเคารพสักการะและให้พรผู้ที่ไปดำหัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคารพนบนอบผู้สูงอายุ หัวใจสำคัญงานสระเกล้าดำหัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นคร พงษ์น้อย กล่าวว่า มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ห่างหายจากการจัดงานรดน้ำดำหัวตามประเพณีล้านนาไปนานกว่า 20 ปี ในวันนี้ตระหนักถึงการสืบสานพระปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่า ทรงมุ่งพัฒนาชีวิตของราษฎร โดยไม่เลือกว่าเป็นชาวเขาหรือชาวเมือง แต่ที่ผ่านมามูลนิธิฯ มุ่งทำงานพัฒนาจนหลงลืมไปว่า คนในเมืองก็ต้องการความดูแลเอาใจใส่เช่นเดียวกัน นำมาสู่การรื้อฟื้นประเพณีดังกล่าวขึ้น ใช้พื้นที่ไร่แม่ฟ้าหลวง เนื่องจากสมเด็จย่าพระราชทานให้ทำประโยชน์เรื่องศิลปวัฒนธรรมและการศึกษา ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี สงกรานต์ไม่ใช่การการละเล่น สาดน้ำเพียงอย่างเดียว สิ่งสำคัญได้แสดงความกตัญญูรู้คุณต่อผู้มีพระคุณ ซึ่งไม่ได้หมายถึง ปู่ย่าตายายหรือพ่อแม่เท่านั้น ยังรวมถึงข้าราชการบ้านเมือง เจ้าหน้าที่ ประเพณีการแสดงความคารวะต่อผู้ใหญ่ไม่ค่อยมีเห็นเด่นชัดในชาติอื่น ชาติของเราควรหยิบขึ้นมาทำให้โดดเด่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากพิธีสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคลตามฮีตฮอยคนเมืองแล้ว&amp;nbsp; ยังจัดพิธีสรงน้ำพระพุทธรูปไม้โบราณอายุกว่า 100 ปี จำนวน 16 องค์ ผ่านรางพญานาค ซึ่งหาชมได้ยากในปัจจุบัน มีกวีล้านนาร่ายกะโลงล้านนาแสดงความคารวะผู้อาวุโสจาก 18 อำเภอ พร้อมมอบน้ำขมิ้นส้มป่อยและเครื่องคำนับแด่ผู้อาวุโสตามประเพณีดั้งเดิม ด้วยเชื่อว่า น้ำขมิ้นส้มป่อยเป็นมงคล สามารถขจัดปัดเป่าสิ่งไม่ดีให้หมดไป โดยขบวนสาวสงกรานต์แต่งกายชุดพื้นเมืองเชิญเครื่องคำนับสู่บริเวณพิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขบวนสาวสงกรานต์เชิญเครื่องคำนับเข้าสู่พิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot; สระเกล้าดำหัวเป็นการแสดงความคารวะ แสดงความกตัญญูรู้คุณ นี่คือหัวใจสำคัญที่สุด&amp;nbsp; เราต้องการให้เยาวชนรุ่นหลังรู้จักมีความกตัญญูรู้คุณ พิธีกรรมต่างๆ เป็นส่วนปลีกย่อยทำให้สวยงามแค่นั้น ส่วนขั้นตอนสำคัญยังมีพิธีถวายน้ำขมิ้นส้มป่อยแด่พระฉายาลักษณ์สมเด็จย่า ถือว่าพระองค์ท่านทรงเป็นผู้มีพระคุณต่อประชาชนชาวเชียงราย นอกจากนี้ เราเชิญผู้เฒ่าผู้แก่ที่มีคุณภาพและมีการดำเนินชีวิตเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม นอกจากการคารวะแล้ว ยังเป็นกำลังใจแก่ผู้สูงอายุทั้งหลายว่า ถ้าดำเนินชีวิตดี คนทั่วไปจะเห็นคุณค่า &amp;quot; อาจารย์นคร เผยคุณค่าที่ซ่อนเร้นให้เด่นชัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระพุทธรูปไม้โบราณ งานพุทธศิลป์งดงามในไร่แม่ฟ้าหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ประทับใจไม่แพ้กันก็คือ การสรงน้ำพระพุทธรูปไม้โบราณผ่านรางพญานาค ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความเชื่อของชาวล้านนา และเชื่อมโยงกับพุทธศาสนาตั้งแต่สมัยพุทธกาล&amp;nbsp; ผอ.อุทยานศิลปะฯ&amp;nbsp; บอกพระพุทธรูปแทนพระพุทธเจ้า เป็นสิ่งที่มีชีวิต ไม่ใช่เป็นเพียงอิฐ ปูน หรือไม้ การสรงน้ำพระเป็นการสักการะและเสริมสิริมงคลในวันขึ้นปีใหม่ พิธีนี้ได้นำพระพุทธรูปไม้เก่าแก่ 16 องค์ ซึ่งสร้างอย่างประณีต งดงามที่สุด เป็นงานพุทธศิลป์ที่มูลนิธิฯ เก็บรักษาไว้ออกมาให้ประชาชนสักการะบูชา&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระดาษหลากสีทำตุงสิบสองนักษัตร สัญลักษณ์สิริมงคลล้านนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพผู้เฒ่าผู้แก่ คนเมืองได้ใช้วิธีสรงน้ำผ่านรางไม้ฉลุลวดลายพญานาคอย่างวิจิตรบรรจงแทนการใช้ขันน้ำที่ใส่น้ำมาสรงที่พระพุทธรูป แสดงถึงความเคารพสูงสุด สายน้ำแห่งศรัทธาไหลไปสู่ขันเงินใบใหญ่เบื้องหน้าพระพุทธรูป ซึ่งมีเชือกเป็นดั่งตัวเชื่อมนำน้ำสรงพระอีกชั้นหนึ่ง ส่วนน้ำขมิ้นส้มป่อย เป็นสิ่งมงคลชำระล้างความสกปรกในใจมนุษย์ให้สะอาด น้ำนั้นจึงมีความสะอาดพอที่จะใช้ในพิธี สำหรับประเพณีสระเกล้าดำหัวชาวล้านนานิยมปฏิบัติหลังวันสงกรานต์นั้น&amp;nbsp; จะจัดงานวันไหนก็ได้จนถึงสิ้นเดือนเมษายน&amp;nbsp; ชาวเมืองอย่างเรา เห็นแล้วก็รู้สึกปลาบปลื้มปิติ ในความงดงาม หาชมยากของขนบประเพณีชาวล้านนา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง สืบสานพระปณิธานสมเด็จย่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิธีสรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวแบบชาวล้านนาดั้งเดิม จึงนับเป็นอีกความพยายามในการฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิม โดยหวังให้ความงดงามนี้&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงความเชื่อ ที่สืบทอดกันมายาวนานคงอยู่สืบทอดต่อไป&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เองก็ปรารถนาที่จะจัดงานประเพณีดังกล่าวขึ้นทุกปี&amp;nbsp; ผู้สนใจอยากสัมผัสประเพณีรดน้ำดำหัวสงกรานต์แบบล้านนาแท้ๆ สามารถมาร่วมงานได้ พร้อมกับการเยือนไร่แม่ฟ้าหลวง ที่ไม่ควรพลาดหากได้มาเชียงราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หอแก้วจัดแสดงสถาปัตยกรรมล้านนาที่มีมนต์เสน่ห์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8009</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิถีชีวิตคนล้านนา, สงกรานต์ล้านนา, สถาปัตยกรรมล้านนา, สมเด็จย่า, สระเกล้าดำหัว, เชียงราย, ไร่แม่ฟ้าหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180427/image_big_5ae2f5af7762e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7945</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรงน้ำพระ-รดน้ำดำหัวล้านนาโบราณ ที่ไร่แม่ฟ้าหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง สืบสานพระปณิธานสมเด็จย่า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บนเนื้อที่กว่า 150 ไร่ของอุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง หรือที่ชาวเชียงรายรู้จักในชื่อ &amp;#39;ไร่แม่ฟ้าหลวง&amp;#39; กลางเมืองเชียงราย ซึ่งได้รับการกล่าวขวัญกันว่าคือแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมชั้นเยี่ยม มีสถานที่สำคัญ ทั้งหอคำโดดเด่นสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมล้านนา แสดงงานพุทธศิลป์เก่าแก่ และหอแก้วที่เปิดให้ผู้คนได้สัมผัสความงดงามของเครื่องสักการะ เครื่องใช้ในอาราม รวมถึงเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันแบบล้านนา ผลิตจากไม้สักเลอค่า อีกทั้งยังมีงานศิลปะหมุนเวียนให้ชมตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่มไม้ใหญ่ พรรณไม้หอมและไม้ในวรรณคดีนานาชนิด ทั้งแก้วพิกุล ฝนทอง แก้วกุดั่น ที่รวมไว้มากมาย ทำให้ภายในอุทยานดูสดชื่น ร่มรื่น แม้จะเป็นช่วงเดือนเมษายนแต่อากาศที่นี่กลับเย็นสบายๆ เรียกได้ว่าเป็นจุดสูดอากาศบริสุทธิ์กลางเมือง นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมและนั่งเล่นได้ตามใจชอบ อีกทั้งเป็นแหล่งที่อุดมด้วยเรื่องราวศิลปวัฒนธรรมล้านนา จึงทำให้ไร่แม่ฟ้าหลวงแห่งนี้คว้ารางวัลกินรี จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในประเภทรางวัลดีเด่นด้านแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เจ้าชูศรี สิโรรส-เจ้าพนอ ณ เชียงใหม่ ถวายเครื่องสักการะ น้ำขมิ้นสมป่อย หน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จย่า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดเริ่มต้นของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เกิดขึ้นจากพระราชประสงค์ของสมเด็จย่า สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ต้องการช่วยเหลือความเป็นอยู่ชีวิตชาวเขาจังหวัดเชียงราย ทำให้ทุกวันนี้สภาพความเป็นอยู่ของราษฎรตามดอยต่างๆ ดีขึ้น สามารถลืมตาอ้าปากได้ ส่วนอุทยานศิลปวัฒนธรรมล้านนาก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของมูลนิธิฯ ที่หวังขับเคลื่อนการอนุรักษ์ประเพณีล้านนา โดยวางเป้าให้เป็นศูนย์กลางของศิลปวัฒนธรรมล้านนา เป็นแหล่งเรียนรู้ในวัฒนธรรมประเพณีล้านนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเพื่อไม่ให้วัฒนธรรมล้านนาถูกลบเลือนจางหายไป กับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หรือจางหายไป &amp;nbsp;จนไม่อาจหวนคืนกลับมาได้ ทางมูลนิธิฯ จึงจัดงาน &amp;ldquo;สระเกล้าดำหัว&amp;rdquo; ในเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2561 เพื่อเป็นแบบอย่างแก่อนุชนรุ่นหลังในการเคารพนบนอบผู้สูงอายุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ มอบน้ำขมิ้นส้มป่อยและเครื่องคำนับผู้อาวุโส)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในงานได้รับเกียรติจากท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานจัดงาน พร้อมด้วย คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ, นคร พงษ์น้อย กรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และผู้อำนวยการอุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง และณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ตลอดจนบุคคลสำคัญจากทุกภาคส่วนของ จ.เชียงราย เข้าร่วมพิธีสำคัญที่มาคู่กับสงกรานต์กว่า 400 คน ณ อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(หอแก้วจัดแสดงสถาปัตยกรรมล้านนาที่มีมนต์เสน่ห์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ประเพณีรดน้ำดำหัว 4 ภาคจะคล้ายกัน แต่วิถีล้านนาก็มีเอกลักษณ์ของตัวเอง งานสระเกล้าดำหัวซึ่งจัดภายในหอแก้ว ตระเตรียมทุกขั้นตอนตามประเพณีสุดประณีต ทั้งขันสลุงหรือขันเงิน ภายในมีน้ำขมิ้นส้มป่อยลอยด้วยดอกไม้สวยงาม มีการตัดกระดาษสีต่างๆ มาทำตุง หรือธงรูปสิบสองนักษัตร สัญลักษณ์สิริมงคลแห่งล้านนา และที่ขาดไม่ได้ เครื่องคำนับแด่ผู้อาวุโส งานนี้มีการเชิญผู้หลักผู้ใหญ่ที่ทำคุณประโยชน์แก่สังคมเชียงราย 18 อำเภอ จำนวน 36 คน มารับความเคารพสักการะและให้พรผู้ที่ไปดำหัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นคร พงษ์น้อย รดน้ำดำหัวผู้อาวุโสที่ทำคุณประโยชน์ให้เชียงราย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นคร พงษ์น้อย กล่าวว่า มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ห่างหายจากการจัดงานรดน้ำดำหัวตามประเพณีล้านนาไปนานกว่า 20 ปี ในวันนี้ตระหนักถึงการสืบสานพระปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า ทรงมุ่งพัฒนาชีวิตของราษฎรโดยไม่เลือกว่าเป็นชาวเขาหรือชาวเมือง แต่ที่ผ่านมามูลนิธิฯ มุ่งทำงานพัฒนาจนหลงลืมไปว่าคนในเมืองก็ต้องการความดูแลเอาใจใส่เช่นเดียวกัน นำมาสู่การรื้อฟื้นประเพณีดังกล่าวขึ้น ใช้พื้นที่ไร่แม่ฟ้าหลวง เนื่องจากสมเด็จย่าพระราชทานให้ทำประโยชน์เรื่องศิลปวัฒนธรรมและการศึกษา ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี สงกรานต์ไม่ใช่การละเล่นสาดน้ำเพียงอย่างเดียว สิ่งสำคัญ ได้แสดงความกตัญญูรู้คุณต่อผู้มีพระคุณ ซึ่งไม่ได้หมายถึงปู่ย่าตายายหรือพ่อแม่เท่านั้น ยังรวมถึงข้าราชการบ้านเมือง เจ้าหน้าที่ ประเพณีการแสดงความคารวะต่อผู้ใหญ่ไม่ค่อยมีเห็นเด่นชัดในชาติอื่น ชาติของเราควรหยิบขึ้นมาทำให้โดดเด่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(อัญเชิญพระพุทธรูปไม้โบราณ 16 องค์ออกมาที่หอแก้วให้สรงน้ำตามประเพณีล้านนา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากพิธีสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคลตามฮีตฮอยคนเมืองแล้ว ยังจัดพิธีสรงน้ำพระพุทธรูปไม้โบราณอายุกว่า 100 ปี จำนวน 16 องค์ ผ่านรางพญานาค ซึ่งหาชมได้ยากในปัจจุบัน มีกวีล้านนาร่ายกะโลงล้านนาแสดงความคารวะผู้อาวุโสจาก 18 อำเภอ พร้อมมอบน้ำขมิ้นส้มป่อยและเครื่องคำนับแด่ผู้อาวุโสตามประเพณีดั้งเดิม ด้วยเชื่อว่าน้ำขมิ้นส้มป่อยเป็นมงคล สามารถขจัดปัดเป่าสิ่งไม่ดีให้หมดไป โดยขบวนสาวสงกรานต์แต่งกายชุดพื้นเมืองเชิญเครื่องคำนับสู่บริเวณพิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เคารพนบนอบผู้สูงอายุ หัวใจสำคัญงานสระเกล้าดำหัว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สระเกล้าดำหัวเป็นการแสดงความคารวะ แสดงความกตัญญูรู้คุณ นี่คือหัวใจสำคัญที่สุด เราต้องการให้เยาวชนรุ่นหลังรู้จักมีความกตัญญูรู้คุณ พิธีกรรมต่างๆ เป็นส่วนปลีกย่อยทำให้สวยงามแค่นั้น ส่วนขั้นตอนสำคัญยังมีพิธีถวายน้ำขมิ้นส้มป่อยแด่พระฉายาลักษณ์สมเด็จย่า ถือว่าพระองค์ท่านทรงเป็นผู้มีพระคุณต่อประชาชนชาวเชียงราย นอกจากนี้เราเชิญผู้เฒ่าผู้แก่ที่มีคุณภาพและมีการดำเนินชีวิตเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม นอกจากการคารวะแล้ว ยังเป็นกำลังใจแก่ผู้สูงอายุทั้งหลายว่า ถ้าดำเนินชีวิตดี คนทั่วไปจะเห็นคุณค่า&amp;quot; อาจารย์นครเผยคุณค่าที่ซ่อนเร้นให้เด่นชัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พระพุทธรูปไม้โบราณ งานพุทธศิลป์งดงามในไร่แม่ฟ้าหลวง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประทับใจไม่แพ้กันก็คือ การสรงน้ำพระพุทธรูปไม้โบราณผ่านรางพญานาค ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความเชื่อของชาวล้านนา และเชื่อมโยงกับพุทธศาสนาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ผอ.อุทยานศิลปะฯ บอก พระพุทธรูปแทนพระพุทธเจ้า เป็นสิ่งที่มีชีวิต ไม่ใช่เป็นเพียงอิฐ ปูน หรือไม้ การสรงน้ำพระเป็นการสักการะและเสริมสิริมงคลในวันขึ้นปีใหม่ พิธีนี้ได้นำพระพุทธรูปไม้เก่าแก่ 16 องค์ ซึ่งสร้างอย่างประณีต งดงามที่สุด เป็นงานพุทธศิลป์ที่มูลนิธิฯ เก็บรักษาไว้ออกมาให้ประชาชนสักการบูชา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ขบวนสาวสงกรานต์เชิญเครื่องคำนับเข้าสู่พิธี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพผู้เฒ่าผู้แก่ คนเมืองได้ใช้วิธีสรงน้ำผ่านรางไม้ฉลุลวดลายพญานาคอย่างวิจิตรบรรจงแทนการใช้ขันน้ำที่ใส่น้ำมาสรงที่พระพุทธรูป แสดงถึงความเคารพสูงสุด สายน้ำแห่งศรัทธาไหลไปสู่ขันเงินใบใหญ่เบื้องหน้าพระพุทธรูป ซึ่งมีเชือกเป็นดั่งตัวเชื่อมนำน้ำสรงพระอีกชั้นหนึ่ง ส่วนน้ำขมิ้นส้มป่อยเป็นสิ่งมงคลชำระล้างความสกปรกในใจมนุษย์ให้สะอาด น้ำนั้นจึงมีความสะอาดพอที่จะใช้ในพิธี สำหรับประเพณีสระเกล้าดำหัวชาวล้านนานิยมปฏิบัติหลังวันสงกรานต์นั้น จะจัดงานวันไหนก็ได้จนถึงสิ้นเดือนเมษายน ชาวเมืองอย่างเราเห็นแล้วก็รู้สึกปลาบปลื้มปีติในความงดงามหาชมยากของขนบประเพณีชาวล้านนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(กระดาษหลากสีทำตุงสิบสองนักษัตร สัญลักษณ์สิริมงคลล้านนา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิธีสรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวแบบชาวล้านนาดั้งเดิม จึงนับเป็นอีกความพยายามในการฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิม โดยหวังให้ความงดงามนี้ รวมถึงความเชื่อที่สืบทอดกันมายาวนานคงอยู่สืบทอดต่อไป ซึ่งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เองก็ปรารถนาที่จะจัดงานประเพณีดังกล่าวขึ้นทุกปี ผู้สนใจอยากสัมผัสประเพณีรดน้ำดำหัวสงกรานต์แบบล้านนาแท้ๆ สามารถมาร่วมงานได้ พร้อมกับการเยือนไร่แม่ฟ้าหลวงที่ไม่ควรพลาดหากได้มาเชียงราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7945</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานพุทธศิลป์เก่าแก่, ณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา, ท่องเที่ยว, พิธีสรงน้ำพระ, สถาปัตยกรรมล้านนา, สระเกล้าดำหัว, อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง, เชียงราย, ไร่แม่ฟ้าหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae1caa73c458.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
