<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70983</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นแรงงานผิดกม.แอบเข้าเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ศบค.&amp;quot; ห่วงคนไทยการ์ดตกแม้ไร้ติดเชื้อในประเทศติดต่อกันแล้ว 45 วัน หลังผลสำรวจ สธ.พบตั้งแต่ผ่อนคลายเฟส 2 ภาพรวมป้องกันโควิด-19 ลดลง แถมเสียงส่วนใหญ่ค้านนโยบายทราเวลบับเบิล &amp;quot;ฝ่ายความมั่นคง&amp;quot; หวั่นแรงงานผิด กม.ลอบเข้าเมือง ปลุกเชื้อไวรัสระบาดซ้ำ สั่งตั้งด่านตรวจเส้นทางหลักเข้าเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 ก.ค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยรายวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 5 ราย ในสถานที่กักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,202 ราย หายป่วยสะสม 3,085&amp;nbsp; ราย ซึ่งไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดสะสมคงที่ 58 ราย และไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อภายในประเทศติดต่อกัน 45 วัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วย 4 ราย เดินทางมาจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นชาย 3 คน อายุ 38, 40 และ 54 ปี เป็นหญิง 1 คน อายุ 42 ปี ทั้งหมดมีอาชีพรับจ้าง เดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 2 ก.ค. เข้าพักสถานที่กักตัวของรัฐในกรุงเทพฯ และ จ.ชลบุรี ตรวจพบเชื้อโควิดในวันที่ 7 ก.ค. ทั้งหมดไม่มีอาการ ส่วนรายที่ 5 เดินทางมาจากประเทศอียิปต์ เป็นชายอายุ 22 ปี อาชีพนักศึกษา เดินทางมาถึงประเทศไทยวันที่ 8 ก.ค.ผ่านการคัดกรองที่ด่านควบคุมโรค พบว่ามีอาการได้กลิ่นและการรับรสลดลง ผลตรวจพบเชื้อในวันที่ 8 ก.ค. ส่วนสถานการณ์ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อ 12,164,173 ราย และเสียชีวิต 522,029 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า การที่ประเทศไทยมีตัวเลขเป็นศูนย์ยังสบายใจไม่ได้ เนื่องจากทั้งโลกยังวิกฤติอยู่ จะเห็นได้ว่ามีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นวันเดียวกว่า 2 แสนราย นอกจากนี้มีการสำรวจโดยกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับองค์การอนามัยโลกภูมิภาคเอเชียใต้และตะวันออก และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทำการสำรวจเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในระหว่างมาตรการผ่อนปรน โดยมีการเชิญชวนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) มาร่วมดำเนินการ 77 จังหวัด โดยให้ อสม.ไปทำแบบสอบถามกับประชาชนใช้เวลา 7 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 15 พ.ค.-2 ก.ค. และนำมาคำนวณพฤติกรรมของคนไทยว่าเป็นอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยตัวเลขผู้ตอบแบบสอบถาม 407,008 ราย ซึ่งคำถามส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการป้องกันตนเอง โดยค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศอยู่ที่ 0.84 ถือว่าดี แต่ถ้าแยกเฉพาะพฤติกรรมการสวมใส่หน้ากากอนามัยได้ 0.92 ถือว่าดี ส่วนเรื่องการกินร้อน ช้อนของตนเอง อยู่ที่ 0.90 ล้างมือ 0.88 ก็ถือว่าดี แต่เรื่องการเว้นระยะห่างและเอามือแตะหน้า แตะจมูก ตัวเลขจะลดลงมาเรื่อยๆ และชุดข้อมูลนี้จะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสาธารณสุขและด้านกรมควบคุมโรคนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ทั้งนี้ เราจะมีการสำรวจประมาณ 5-6 รอบก็จะทำให้สามารถปรับปรุงตัวเลขของแต่ละจังหวัดให้ดีขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากมาดูพฤติกรรมการผ่อนคลายในระยะที่ 2 มาถึงวันที่ 1 ก.ค. หรือผ่อนคลายระยะที่ 5 กราฟแต่ละพฤติกรรมต่ำลง ความร่วมมือในแต่ละด้านลดลง ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์พบว่าลดลงในทุกพฤติกรรม ภาพรวมจากเดิม 85.3 เปอร์เซ็นต์ พอมาถึง 1 ก.ค.เหลืออยู่ 80.7 เปอร์เซ็นต์ ถ้าตั้งคำถามว่าการ์ดตกหรือไม่ เห็นภาพชัดว่าการ์ดตกลงมาแน่นอน ชุดพฤติกรรมของเราก็ปรับตามมาตรการ ในระยะหลังมีความเสี่ยงสูง ต้องพึงระวังเอาไว้ด้วย&amp;quot; โฆษก ศบค.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ในส่วนคำถามว่าสนับสนุนให้นำต่างชาติเข้ามาเมืองไทย การจับคู่การเดินทางระหว่างประเทศที่มีความปลอดภัยจากโควิด-19 สูง (ทราเวลบับเบิล) สนับสนุนหรือไม่ ปรากฏว่าไม่สนับสนุน 45.2 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงการเข้ามาของประเทศอื่นๆ ก็ไม่เห็นด้วย 69.2 เปอร์เซ็นต์ โดยจะนำข้อมูลเหล่านี้มาวางแผนในการทำงานต่อจากนี้ด้วย ขณะเดียวกันประชาชนยังแสดงความมั่นใจว่ารัฐบาลยังควบคุมการแพร่ระบาดระลอก 2 ได้&amp;nbsp; โดย 14.8 เปอร์เซ็นต์มั่นใจมาก และ 40.5 เปอร์เซ็นต์มีความมั่นใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า วันนี้ 45 วันไม่พบผู้ป่วยในประเทศ แต่มีกลุ่มแรงงานที่เข้ามาไม่ถูกกฎหมาย ซึ่งหลายคนกังวล นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ในที่ประชุมกระทรวงสาธารณสุขพูดคุยเรื่องนี้ว่าเราให้ความสำคัญในเลขศูนย์ได้แค่ไหน ซึ่ง นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่าไม่น่าจะมั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะ 1.มีแรงงานต่างด้าวเข้ามาผิดกฎหมาย ซึ่งก็มีมาตลอด แต่ช่วงนี้เมื่อเรามีมาตรการผ่อนคลาย ภาคส่วนต่างๆ จึงอาจมีความจำเป็นต้องใช้แรงงาน ในช่วงโควิดนี้จึงต้องเข้มกันมากขึ้น และ 2.ในกลุ่มของคนไทยกันเองมีเชื้อบ้างไหม ไม่มีใครกล้าบอกว่ามีหรือไม่มี จึงต้องมีการคลายกฎต่างๆ ให้คนเข้ามาตรวจมากขึ้น ขณะนี้ตรวจกว่า 6 แสนคนยังไม่พอ ต้องตรวจไปเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนการป้องกันแรงงานผิดกฎหมาย ฝ่ายความมั่นคงได้หารือว่าจะต้องตรวจตามแนวชายแดน แต่อาจไม่ได้ทั้งหมด พล.อ.ณัฐพล นาคพานิชย์ รอง ผบ.ทบ. ในฐานะประธานคณะทำงานกลั่นกรองกิจการและกิจกรรมตามมาตรการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จึงขอให้กองกำลังฝ่ายความมั่นคงมาเพิ่มจุดตรวจสนธิกำลังในเส้นหลักที่จะเข้ามากลางเมือง ตั้งด่านจุดตรวจให้เข้มขึ้นมากขึ้น เพื่อป้องปรามกักกันได้ระดับหนึ่ง ขณะที่ อสม.หากพบคนแปลกหน้าในชุมชน ให้ทำหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่ได้ด้วย&amp;quot; โฆษก ศบค.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานพบแรงงานชาวเมียนมาป่วยด้วยโรคติดเชื้อโควิด-19 หลังเดินทางกลับจากประเทศไทยว่า กรมควบคุมโรคได้ประสานข้อมูลกับประเทศเมียนมาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ โดยมอบหมายให้กองระบาดวิทยา สำนักงานป้องกันควบคุมโรค ที่ 5 จังหวัดราชบุรี (สคร.5 จ.ราชบุรี) และสำนักงานป้องกันควบคุมโรค ที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก (สคร.2 จ.พิษณุโลก) เร่งดำเนินการสอบสวนโรคและรายละเอียดเพิ่มเติมในกรณีดังกล่าว ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงคราม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า จากการสอบสวนพบผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นเพศชาย อายุ 39 ปี ปัจจุบันเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 6 ก.ค.63 ไม่มีอาการไข้หรืออาการผิดปกติ การอยู่ในประเทศไทยผู้ป่วยเช่าหอพักอยู่คนเดียวในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี และขี่รถจักรยานยนต์มาทำงานในโรงงานในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ผู้ป่วยใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่โรงงานกับหอพัก และไม่ได้ไปทำงานตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย.63 โดยช่วงที่ออกจากงานถึงเดินทางกลับเมียนมา (11-23 มิ.ย.63) ผู้ป่วยอยู่ที่พักทุกวัน โดยตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค.63 โรงงานมีมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคตามที่สาธารณสุขกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากข้อมูลการเจ็บป่วยของคนงานในโรงงานช่วง พ.ค.-มิ.ย. 63 พบว่าไม่มีคนงานที่มีอาการป่วยโควิด-19 หรือการเจ็บป่วยโรคทางเดินหายใจเป็นกลุ่มก้อน ซึ่งหลังจากได้รับรายงานในพื้นที่ กรมควบคุมโรคได้ส่งทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) จาก สคร.5 จ.ราชบุรี ร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ ดำเนินการสอบสวนโรคในพื้นที่หอพักและโรงงานดังกล่าว โดยได้ค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิดและกลุ่มเสี่ยง และตรวจทางห้องปฏิบัติการ พร้อมทั้งเฝ้าระวังผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจเป็นกลุ่มก้อนในพื้นที่ และให้คำแนะนำในการป้องกันควบคุมโรคกับทางหอพักและโรงงานด้วย&amp;nbsp; นอกจากนี้ สคร.2 จ.พิษณุโลก ยังได้ประสานเพื่อตรวจสอบข้อมูลกับทางด่านตรวจคนเข้าเมืองแม่สอด 2 จ.ตาก เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้านในการสอบสวนโรคต่อไป&amp;quot; อธิบดีกรมควบคุมโรคระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70983</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คนไทยการ์ดตก, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แรงงานผิดกฎหมาย, โควิด 19, โควิด-19, ไร้ติดเชื้อในประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f071a105a24f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
