<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69907</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไร้โควิด-19ในไทยต่อเนื่อง33วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศบค.เผยไร้โควิด-19 ในไทยมาต่อเนื่อง 33 วันแล้ว ย้ำ 1 ก.ค.เปิดโรงเรียนวิถีชีวิตใหม่ ขณะที่กลาโหมเผยมีคนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศเข้าสู่สถานที่กักกันตัวของรัฐแล้วจำนวน 26,886 คน ในสถานกักกันตัวที่กำหนด 43 แห่ง พบผู้ติดเชื้อ 147 ราย กรุงเทพโพลสำรวจประชาชนพึงพอใจการบริหารจัดการโควิดของรัฐบาล ขณะเดียวกันกังวลการระบาดรอบ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศว่า ไม่พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่ โดยภายในประเทศไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อเนื่องมาเป็นเวลา 33 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยยืนยันสะสมล่าสุดอยู่ที่ 3,162 ราย มีผู้ป่วยรักษาหายเพิ่มอีก 13 ราย ทำให้จำนวนผู้ป่วยรักษาหายแล้วรวม 3,053 ราย และยังมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 51 ราย ขณะที่ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 58 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศและเข้ากักตัวเพื่อเฝ้าระวังอาการในสถานที่รัฐจัดให้ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 ถึงปัจจุบัน มีจำนวน 47,289 ราย ในจำนวนนี้พบผู้ติดเชื้อจำนวน 225 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.48
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก มียอดผู้ติดเชื้อรวม 9,904,963 ราย อาการรุนแรง 57,643 ราย รักษาหายแล้ว 5,357,840 ราย เสียชีวิต 496,866 ราย อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด&amp;nbsp; 1.สหรัฐอเมริกา จำนวน 2,552,956 ราย 2.บราซิล จำนวน 1,280,054 ราย 3. รัสเซีย จำนวน 620,794 ราย 4.อินเดีย จำนวน 509,446 ราย 5.สหราชอาณาจักร จำนวน 309,360 ราย ขณะที่ประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 95 จำนวน 3,162 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศบค.ระบุว่า ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 โรงเรียนจะเปิดเรียนแบบวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ทุกโรงเรียนต้องดำเนินการป้องกันการแพร่เชื้อในสถานศึกษาตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการคัดกรองวัดไข้ก่อนเข้าโรงเรียน ให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่ออยู่ในโรงเรียน จัดจุดล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลอย่างเพียงพอ เว้นระยะห่างในห้องเรียน เน้นจัดการเรียนการสอนเพื่อลดความแออัด มีการสลับกลุ่มแบ่งนักเรียน ลดการทำกิจกรรมกลุ่ม หากจำเป็นต้องทำกิจกรรมกลุ่มควรเป็นกลุ่มเล็ก เน้นการทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสต่างๆ ที่ใช้ร่วมกัน อาทิ สนามเด็กเล่น ลูกบิดประตู ห้องน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งสำคัญคือผู้ปกครองต้องให้ความร่วมมือในการเตรียมอุปกรณ์ป้องกันตัวเองให้บุตรหลาน เช่น หน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า แอลกอฮอล์เจลล้างมือ หลังเลิกเรียนควรรีบกลับบ้านอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายทันที หากเด็กป่วย มีไข้ ไอ จาม ต้องให้เด็กหยุดเรียนรักษาตัวอยู่ที่บ้าน เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อให้ผู้อื่น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับประชาชนขอให้ดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรงช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ กินร้อน ใช้ช้อนกลางส่วนตัว หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น พักผ่อนให้เพียงพอ รักษาความอบอุ่นของร่างกาย และสวมหน้ากากอนามัยก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม (กห.)เปิดเผยว่า พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กห. และ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัด กห. ได้ประชุมร่วมกับ กอ.รมน. นขต.กห. และเหล่าทัพ เพื่อติดตามการบริหารจัดการมาตรการกักตัวควบคุมโรคของรัฐและการช่วยเหลือประชาชนระหว่างการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ณ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กห. ในศาลาว่าการกลาโหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปสถานภาพคนไทยที่เดินทางผ่านสายการบินกลับจากต่างประเทศ ตั้งแต่ 4 ก.พ.ถึงปัจจุบัน และเข้าสู่สถานที่กักกันตัวของรัฐ (State Quarantine) จำนวน 26,886 คน ในสถานกักกันตัวที่กำหนด 43 แห่ง พบผู้ติดเชื้อและส่งเข้ารักษาระหว่างกักตัว 147 ราย ส่งกลับภูมิลำเนาแล้ว 20,027 คน ยังอยู่ระหว่างพักกักตัว 7,371 คน โดยระหว่าง 26-28 มิ.ย.63 มีคนไทยเดินทางจากต่างประเทศเข้ามาอีกจำนวน 1,428 คน ใน 10 เที่ยวบิน จากอังกฤษ อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย บาห์เรน แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ และสิงคโปร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานภาพของคนไทยที่เดินทางกลับจากประเทศรอบบ้าน ผ่านช่องทางผ่านแดนทางบก และเข้าสู่สถานที่กักกันตัวที่กำหนดในพื้นที่จังหวัด (Local Quarantine) ตั้งแต่ 10 เม.ย.63 ถึงปัจจุบัน รวม 34,518 คน ใน 647 สถานที่ทั่วประเทศ โดยยังอยู่ระหว่างพักกักตัว 3,585 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ กห.โดยทุกเหล่าทัพ ยังคงจัดกำลังทหาร เจ้าหน้าที่แพทย์ทหาร และสถานที่สนับสนุนทำงานร่วมกับส่วนราชการต่างๆ อย่างต่อเนื่องกันมา ทั้งการเตรียมพร้อมโรงพยาบาลสนามรองรับกับภาวะวิกฤติ ภารกิจคัดกรองการผ่านเข้า-ออกในทุกด่านชายแดนทางบก ทางน้ำ และท่าอากาศยานนานาชาติ ส่งต่อไปถึงการบริหารจัดการสถานที่กักกันตัวควบคุมโรคของรัฐ (State Quarantine) และภารกิจการกำกับดูแลความเรียบร้อยปลอดภัยของประชาชนตามมาตรการผ่อนคลายระยะต่างๆ ที่รัฐกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งยังคงภารกิจการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่องกันมา ทั้งการบริจาคโลหิตเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติการขาดแคลนโลหิตแล้วกว่า 3 ล้านมิลลิลิตร การผลิตหน้ากากอนามัยผ้ามอบให้ชุมชนกว่า 2.3 ล้านชิ้น การจัดตู้ปันสุขกว่า 360 ตู้รอบหน่วยทหาร ร่วมกับการมอบข้าวสารอาหารแห้งและเครื่องอุปโภคจำเป็นควบคู่กับการจัดรถครัวสนามประกอบอาหาร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนยามยังไม่สามารถใช้ชีวิตปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพโพล โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;ประเมินความพึงพอใจต่อการบริหารจัดการ COVID-19&amp;rdquo; โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,214 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในภาพรวมประชาชนให้คะแนนความพึงพอใจต่อการบริหารจัดการ COVID-19 ในด้านต่างๆ เฉลี่ย 3.79 จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน ซึ่งแปลผลได้ว่ามีความพึงพอใจมาก โดยด้านที่ได้คะแนนมากที่สุดคือ การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ COVID-19 ได้ 4.23 คะแนน (ความพึงพอใจมากที่สุด) รองลงมาคือ การบริหารจัดการ ควบคุม แก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ได้ 4.08 คะแนน (ความพึงพอใจมาก) การบริหารจัดการจัดการเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาให้กับประชาชนและการต่อต้านและป้องกันข่าวลวง (fake news) ได้ 3.43 คะแนนเท่ากัน (ความพึงพอใจมาก)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กังวลต่อการกลับมาแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในรอบ 2 มากน้อยเพียงใด พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 50.5 มีความกังวลค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ 49.5 กังวลค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อถามต่อว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินมีส่วนต่อการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 มากน้อยเพียงใด พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 76.7 มีส่วนต่อการควบคุมค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ 23.3 มีส่วนต่อการควบคุมค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้อคำถาม &amp;ldquo;จากนโยบายที่นายกฯ แถลงการณ์วันที่ 17 มิ.ย.2563 ท่านคิดว่าการขับเคลื่อนประเทศด้านใดที่จะช่วยกำหนดอนาคตประเทศ ภายหลังการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19&amp;rdquo; ส่วนใหญ่ร้อยละ 66.3 เห็นว่าเป็นด้านความเป็นอยู่ของประชาชน รักษาระยะห่าง ใช้ชีวิต New Normal รองลงมาร้อยละ 42.8 เห็นว่าเป็นด้านเศรษฐกิจ การค้าต่างประเทศ และร้อยละ 32.5 เห็นว่าเป็นด้านการสาธารณสุข พัฒนาการรักษา วัคซีนป้องกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69907</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดโรงเรียน, โควิด 19, โควิด-19, ไร้โควิด-19 ในไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200627/image_big_5ef6cd0d5f8e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
